บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
0.33
0.01 (2.94%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7163 out_tok=2247 at=2026-07-25T20:53:18 -->
# MJD Q3/2566 ขาดทุนสุทธิลดลง 42% รับธุรกิจวิศวกรรมฯ พลิกกำไร
## รายได้รวมหดตัว 41.4% แต่ธุรกิจวิศวกรรมฯ พลิกขาดทุนเป็นกำไร หนุนผลประกอบการภาพรวมดีขึ้น
บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ MJD รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 ขาดทุนสุทธิลดลง 42.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้รวมจะปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยปัจจัยหลักมาจากผลการดำเนินงานของกลุ่มธุรกิจวิศวกรรมและก่อสร้างที่สามารถพลิกจากขาดทุนกลับมามีกำไรได้ อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงมีภาระต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลให้ผลประกอบการโดยรวมยังไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ MJD ในไตรมาส 3 ปี 2566 มีการเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีขึ้น คือ **การพลิกกลับมามีกำไรของกลุ่มธุรกิจวิศวกรรมและก่อสร้าง (SEG)** ซึ่งสามารถชดเชยผลขาดทุนจากธุรกิจอื่นได้ แม้ว่ารายได้รวมจะลดลงอย่างมากถึง 41.4% (162.6 ล้านบาท) เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2565
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า กลุ่มธุรกิจวิศวกรรมและก่อสร้าง (SEG) มีกำไรจากการดำเนินงาน 4.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 59 ล้านบาท หรือ 108.5% จากที่เคยขาดทุน 54.4 ล้านบาทในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน การพลิกกลับมามีกำไรนี้เป็นผลมาจากการที่บริษัทสามารถ **ควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายของโครงการได้ดีขึ้น** แม้ว่ารายรับในกลุ่มนี้จะลดลงก็ตาม ในขณะเดียวกัน ธุรกิจอื่น เช่น ธุรกิจผลิตชิ้นส่วน (AUTO) ได้มีการขายออกไปแล้ว ทำให้ไม่มีการรับรู้รายได้และผลขาดทุนจากธุรกิจดังกล่าวอีกต่อไป
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมของบริษัท MJD ยังคงมี **ภาระต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น** ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันผลประกอบการโดยรวม ทำให้บริษัทยังคงมีผลประกอบการโดยรวมไม่เป็นไปตามที่คาดหวังในไตรมาสนี้
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าการพลิกกลับมามีกำไรของกลุ่มธุรกิจวิศวกรรมและก่อสร้างจะเป็นสัญญาณที่ดี แต่การที่รายได้รวมของกลุ่มธุรกิจนี้ยังคงลดลงอย่างมีนัยสำคัญ (41.4%) ชี้ให้เห็นว่าการฟื้นตัวอาจยังไม่แข็งแกร่งพอที่จะชดเชยการลดลงของรายได้ทั้งหมดได้ นอกจากนี้ การที่ฝ่ายจัดการระบุว่า "บริษัทมีภาระต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น" เป็นปัจจัยที่ต้องจับตาต่อไป หากต้นทุนทางการเงินยังคงสูงขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิในระยะยาวได้
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิลดลง 42.0% YoY:** ขาดทุนสุทธิในไตรมาส 3 ปี 2566 อยู่ที่ 30.5 ล้านบาท ลดลง 22.1 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
* **รายได้รวมหดตัว 41.4% YoY:** รายได้รวมอยู่ที่ 229.3 ล้านบาท ลดลง 162.6 ล้านบาท
* **ธุรกิจวิศวกรรมฯ พลิกมีกำไร:** กลุ่มธุรกิจวิศวกรรมและก่อสร้าง (SEG) มีกำไรจากการดำเนินงาน 4.6 ล้านบาท เทียบกับขาดทุน 54.4 ล้านบาทในปีก่อน
* **ธุรกิจอื่นมีผลกระทบจากการขาย:** ธุรกิจผลิตชิ้นส่วน (AUTO) ไม่มีรายได้จากการขายออกไปแล้ว
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น:** เป็นปัจจัยกดดันผลประกอบการโดยรวม
## ภาพรวมผลประกอบการ
**ไตรมาส 3 ปี 2566:** บริษัทมีรายได้รวม 229.3 ล้านบาท ลดลง 162.6 ล้านบาท หรือ 41.4% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2565 โดยมีผลขาดทุนจากการดำเนินงาน 18.8 ล้านบาท ลดลง 26.4 ล้านบาท หรือ 58.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน และมีขาดทุนสุทธิ 30.5 ล้านบาท ลดลง 22.1 ล้านบาท หรือ 42.0% เมื่อเทียบกับปีก่อน
**งวด 9 เดือน ปี 2566:** บริษัทมีรายได้รวม 609.4 ล้านบาท ลดลง 818.7 ล้านบาท หรือ 57.3% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรจากการดำเนินงาน 143.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 512.4% และมีกำไรสุทธิ 63.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 342.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของธุรกิจวิศวกรรมและก่อสร้าง:** การที่กลุ่มธุรกิจ SEG สามารถพลิกกลับมามีกำไรได้ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการบริหารจัดการต้นทุนและโครงการ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับการดำเนินงานในอนาคต
* **การปรับโครงสร้างธุรกิจ:** การปรับโครงสร้างการถือหุ้นในกลุ่มบริษัท 3 บริษัท และการดำเนินการแล้วเสร็จของบริษัท เอพีซีเอส เทคโนโลยี จำกัด และบริษัท เอทูวอเตอร์ เมเนจเม้นท์ จำกัด อาจนำไปสู่การบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
## ความเสี่ยง
* **ภาระต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น:** เป็นปัจจัยกดดันผลประกอบการโดยรวม และอาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรในอนาคต
* **การลดลงของรายได้รวม:** แม้ธุรกิจหลักจะพลิกมีกำไร แต่การที่รายได้รวมยังคงลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อาจสะท้อนถึงความท้าทายในการสร้างรายได้ใหม่ๆ หรือการแข่งขันในตลาด
* **ความผันผวนของธุรกิจอื่น:** ธุรกิจจำหน่ายน้ำดิบ (WSP) และธุรกิจเหมืองขุดบิทคอยน์ (BIT) ยังคงมีผลขาดทุนจากการดำเนินงาน แม้จะมีรายรับเพิ่มขึ้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้และกำไรของกลุ่มธุรกิจวิศวกรรมและก่อสร้าง (SEG):** จะสามารถรักษาโมเมนตัมการเติบโตและกำไรได้ต่อเนื่องหรือไม่
* **ต้นทุนทางการเงิน:** จะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นหรือลดลง และส่งผลกระทบต่อผลประกอบการอย่างไร
* **การดำเนินงานของธุรกิจจำหน่ายน้ำดิบ (WSP) และธุรกิจเหมืองขุดบิทคอยน์ (BIT):** จะสามารถลดการขาดทุนและสร้างผลกำไรได้ในอนาคตหรือไม่
* **แผนการดำเนินธุรกิจในประเทศมองโกเลีย:** การจัดตั้งบริษัทย่อยแล้วเสร็จ จะสามารถสร้างรายได้และผลกำไรให้กับบริษัทได้หรือไม่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
ในส่วนของกลุ่มธุรกิจวิศวกรรมและก่อสร้าง (SEG) ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจหลักที่เกี่ยวข้องกับภาคอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้างนั้น MJD รายงานว่ามีรายได้ลดลง 162.6 ล้านบาท หรือ 41.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม กลุ่มธุรกิจนี้สามารถพลิกกลับมามีกำไรจากการดำเนินงานได้ 4.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 59 ล้านบาท หรือ 108.5% จากที่เคยขาดทุน 54.4 ล้านบาทในปีก่อน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความพยายามในการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายของโครงการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น แม้ว่ารายได้จะลดลงก็ตาม
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
**งบการเงินรวม:**
* **สินทรัพย์รวม:** ลดลง 711.5 ล้านบาท หรือ 15.8% มาอยู่ที่ 3,796.9 ล้านบาท เป็นผลมาจากการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัทย่อย (กลุ่มธุรกิจผลิตชิ้นส่วนโลหะ AUTO)
* **หนี้สินรวม:** ลดลง 345.2 ล้านบาท หรือ 14.5% มาอยู่ที่ 2,036.0 ล้านบาท
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ลดลง 366.3 ล้านบาท หรือ 17.2% มาอยู่ที่ 1,760.9 ล้านบาท
**งบการเงินเฉพาะกิจการ:**
* **สินทรัพย์รวม:** เพิ่มขึ้น 132.3 ล้านบาท หรือ 5.9% มาอยู่ที่ 2,384.7 ล้านบาท
* **หนี้สินรวม:** เพิ่มขึ้น 5.7 ล้านบาท หรือ 0.8% มาอยู่ที่ 701.1 ล้านบาท
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** เพิ่มขึ้น 126.6 ล้านบาท หรือ 8.1% มาอยู่ที่ 1,683.6 ล้านบาท
## สรุปท้าย
MJD ในไตรมาส 3 ปี 2566 สามารถลดการขาดทุนสุทธิลงได้อย่างมีนัยสำคัญ 42% โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการพลิกกลับมามีกำไรของกลุ่มธุรกิจวิศวกรรมและก่อสร้าง ซึ่งแสดงถึงการบริหารจัดการต้นทุนที่ดีขึ้น แม้ว่ารายได้รวมจะยังคงหดตัวก็ตาม อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากภาระต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น และความไม่แน่นอนของผลประกอบการในธุรกิจอื่น ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินแนวโน้มการดำเนินงานในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ MJD ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
1,043.11
ล้านบาท
↑ 51% YoY
กำไรขั้นต้น
187.87
ล้านบาท
↓ 28.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
18.01
%
กำไรสุทธิ
-1,377.98
ล้านบาท
↓ 3719.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-132.10
%
D/E Ratio
5.61
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,043
↑ + 51%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
188
↓ -28.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-1,378
↓ -3719.6%
YoY
D/E Ratio
5.61
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — MJD
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
5.61
ROE (%)
-63.60
ROA (%)
-7.28
Book Value/หุ้น
2.55
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — MJD
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+709
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+708
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — MJD
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
709.32
-11.02%
|
797.16
-379.43%
|
-285.28
-325.02%
|
126.78
-72.98%
|
469.27
-68.98%
|
1,512.67
+403.15%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
708.45
-755.55%
|
-108.07
-116.04%
|
673.59
-225.02%
|
-538.77
+342.41%
|
-121.78
-51.08%
|
-248.96
-65.99%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-791.46
-188.89%
|
890.38
-154.24%
|
-1,641.62
-286.45%
|
880.45
-164.90%
|
-1,356.57
+1,201.02%
|
-104.27
-2,887.97%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-151.14
-193.82%
|
161.10
-107.61%
|
-2,116.74
-619.59%
|
407.39
-29.94%
|
581.45
-49.85%
|
1,159.44
-11,636.72%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
272.37
-24.82%
|
362.29
-64.04%
|
1,007.51
+86.90%
|
539.05
-65.18%
|
1,548.13
+298.29%
|
388.69
-52.39%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
108.92
-60.01%
|
272.37
-24.82%
|
362.29
-64.04%
|
1,007.51
+86.90%
|
539.05
-65.18%
|
1,548.13
+298.29%
|