บริษัท มาสเตอร์ สไตล์ จำกัด (มหาชน)
SET · การแพทย์
8.20
0.05 (0.61%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6588 out_tok=2832 at=2026-07-25T20:06:41 -->
# MASTER กำไรสุทธิปี 65 พุ่ง 84.84% รับอานิสงส์ศัลยกรรมฟื้นตัว-การตลาดหนุน
## รายได้-กำไรโตแรงตามการกลับมาของลูกค้า ขณะที่ค่าใช้จ่ายการตลาดพุ่งสูงขึ้น
บริษัท มาสเตอร์ สไตล์ จำกัด (มหาชน) หรือ MASTER รายงานผลประกอบการปี 2565 มีกำไรสุทธิ 300.92 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 138.12 ล้านบาท หรือ 84.84% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีรายได้จากการประกอบกิจการโรงพยาบาลเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 124.80% แม้ว่าอัตรากำไรสุทธิจะลดลงเล็กน้อยจาก 23.59% ในปี 2564 เป็น 20.20% ในปี 2565 อันเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายทางการตลาดอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
**หัวใจกำไรของ MASTER ในปี 2565 คือการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการประกอบกิจการโรงพยาบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งรายได้จากการศัลยกรรมที่เติบโตถึง 126.58% ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนการเติบโตของกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้น 84.84%**
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
การฟื้นตัวนี้เกิดจากปัจจัยหลัก 2 ประการ คือ 1) สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่คลี่คลายลง ทำให้ผู้บริโภคมีความมั่นใจในการเข้ารับบริการทางการแพทย์และความงามมากขึ้น และ 2) บริษัทฯ ได้เพิ่มจำนวนแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และดำเนินกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างเข้มข้น ทั้งการโฆษณาผ่านสื่อออนไลน์และป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ ซึ่งส่งผลให้มีลูกค้าเข้ามารับบริการเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะในหัตถการศัลยกรรมต่างๆ เช่น เสริมจมูก หน้าอก ดูดไขมัน และยกคิ้ว
อย่างไรก็ตาม การเติบโตของรายได้ที่สูงขึ้นนี้ มาพร้อมกับการเพิ่มขึ้นของต้นทุนที่เกี่ยวข้อง โดยต้นทุนการประกอบกิจการโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น 105.76% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นค่าธรรมเนียมแพทย์และต้นทุนยา เวชภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณการให้บริการ นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารก็ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่เพิ่มขึ้นถึง 286.13% และค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานที่เพิ่มขึ้น 73.71% ซึ่งเป็นผลมาจากการขยายทีมแพทย์ พยาบาล และฝ่ายขาย-การตลาด เพื่อรองรับการเติบโต
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** จากการที่สถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายลง และการที่บริษัทฯ มีการลงทุนเพิ่มในด้านบุคลากรทางการแพทย์และกิจกรรมส่งเสริมการตลาด ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สนับสนุนการเติบโตของรายได้ในระยะยาว อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการต้นทุน โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายทางการตลาดและค่าใช้จ่ายบุคลากร จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพื่อรักษาอัตรากำไรสุทธิให้อยู่ในระดับที่น่าพอใจ
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิปี 2565 เติบโต 84.84%** แตะ 300.92 ล้านบาท
* **รายได้จากการประกอบกิจการโรงพยาบาลพุ่ง 124.80%** เป็น 1,482.59 ล้านบาท โดยรายได้จากการศัลยกรรมเพิ่มขึ้น 126.58%
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้น** จาก 52.75% เป็น 56.75% จากการบริหารจัดการต้นทุนยาและเวชภัณฑ์ที่ดีขึ้น
* **อัตรากำไรสุทธิ (NPM) ลดลง** จาก 23.59% เป็น 20.20% เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
* **สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 57.78%** จากการปรับปรุงอาคารและสัญญาเช่าระยะยาว
* **ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 142.29%** จากกำไรสะสมและการเพิ่มทุน
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2565 บริษัท มาสเตอร์ สไตล์ จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการประกอบกิจการโรงพยาบาลรวม 1,482.59 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 124.80% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากรายได้จากการศัลยกรรมที่เติบโตถึง 126.58% ซึ่งเป็นผลมาจากการคลี่คลายของสถานการณ์โควิด-19 และการเพิ่มจำนวนแพทย์พร้อมกับการทำกิจกรรมส่งเสริมการขายที่เข้มข้นขึ้น ทำให้มีลูกค้าเข้ามารับบริการเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด
ต้นทุนการประกอบกิจการโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น 105.76% ตามการเติบโตของรายได้ โดยมีสาเหตุหลักจากค่าธรรมเนียมแพทย์และต้นทุนยา เวชภัณฑ์ที่สูงขึ้น รวมถึงค่าตอบแทนพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ที่เพิ่มขึ้นตามจำนวนพนักงาน ส่งผลให้กำไรขั้นต้นจากการประกอบกิจการโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น 141.86% และอัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยจาก 52.75% เป็น 56.75%
อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้นอย่างมากถึง 286.13% โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายทางการตลาดและการโฆษณา รวมถึงค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานฝ่ายขายและตลาดที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 73.71% จากค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานฝ่ายบริหารที่เพิ่มขึ้น
ด้วยปัจจัยดังกล่าว ทำให้บริษัทฯ มีกำไรสุทธิในปี 2565 เท่ากับ 300.92 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 84.84% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แต่อัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 23.59% เป็น 20.20% เนื่องจากผลกระทบจากค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมบริการสุขภาพและความงาม:** การคลี่คลายของสถานการณ์โควิด-19 หนุนให้ผู้บริโภคมีความต้องการเข้ารับบริการด้านความงามและการศัลยกรรมมากขึ้น
* **การขยายทีมแพทย์และบุคลากร:** การเพิ่มจำนวนแพทย์ผู้เชี่ยวชาญช่วยเพิ่มศักยภาพในการให้บริการและรองรับความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้น
* **การลงทุนด้านการตลาดและการส่งเสริมการขาย:** การเพิ่มงบประมาณด้านการตลาดทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ช่วยสร้างการรับรู้และดึงดูดลูกค้าใหม่ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
* **การปรับปรุงอาคารและสัญญาเช่าระยะยาว:** การลงทุนในสินทรัพย์สิทธิการใช้จากการทำสัญญาเช่าระยะยาว 30 ปี สะท้อนถึงการวางแผนการเติบโตในระยะยาว และอาจช่วยลดต้นทุนค่าเช่าในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขาย:** ค่าใช้จ่ายทางการตลาดและค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานฝ่ายขาย-การตลาดที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรสุทธิหากไม่สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** ธุรกิจบริการสุขภาพและความงามมีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้ประกอบการรายเดิมและรายใหม่ ซึ่งอาจส่งผลต่อส่วนแบ่งทางการตลาดและราคา
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** การควบคุมต้นทุนยา เวชภัณฑ์ ค่าธรรมเนียมแพทย์ และค่าตอบแทนบุคลากรทางการแพทย์ เป็นสิ่งสำคัญในการรักษาอัตรากำไรขั้นต้น
* **ความผันผวนของเศรษฐกิจ:** สภาวะเศรษฐกิจที่อาจชะลอตัว อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคในการใช้จ่ายกับบริการที่ไม่จำเป็นเร่งด่วน เช่น การศัลยกรรม
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้จากการศัลยกรรม:** การเติบโตของรายได้ในกลุ่มนี้จะยังคงแข็งแกร่งต่อเนื่องหรือไม่
* **ประสิทธิภาพของค่าใช้จ่ายทางการตลาด:** การลงทุนด้านการตลาดที่เพิ่มขึ้น จะสามารถสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่าและส่งผลต่อการเติบโตของรายได้ในระยะยาวได้อย่างไร
* **การบริหารจัดการต้นทุนยา เวชภัณฑ์ และค่าธรรมเนียมแพทย์:** การควบคุมต้นทุนเหล่านี้จะส่งผลต่ออัตรากำไรขั้นต้นอย่างไร
* **แผนการขยายธุรกิจและบริการใหม่ๆ:** บริษัทฯ มีแผนการขยายธุรกิจหรือเปิดตัวบริการใหม่ๆ เพื่อเพิ่มแหล่งรายได้ในอนาคตหรือไม่
* **การเปลี่ยนแปลงของกฎระเบียบ:** การเปลี่ยนแปลงกฎหมายหรือข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจบริการสุขภาพและความงาม
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้จากการประกอบกิจการโรงพยาบาล:** เติบโตโดดเด่น 124.80% โดยรายได้จากการศัลยกรรมเพิ่มขึ้น 126.58% สะท้อนถึงความต้องการที่กลับมาอย่างแข็งแกร่งหลังโควิด-19 และการทำการตลาดที่ได้ผล
* **ต้นทุนการประกอบกิจการโรงพยาบาล:** เพิ่มขึ้น 105.76% สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น โดยมีค่าธรรมเนียมแพทย์และต้นทุนยา เวชภัณฑ์เป็นสัดส่วนหลัก
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM):** ปรับตัวดีขึ้นจาก 52.75% เป็น 56.75% แสดงถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนยา เวชภัณฑ์ได้ดีขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการขาย:** เพิ่มขึ้นสูงถึง 286.13% โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายทางการตลาด ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรสุทธิ
* **จำนวนลูกค้า/การใช้บริการ:** การเพิ่มขึ้นของลูกค้าเป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนรายได้ โดยฝ่ายจัดการระบุว่าลูกค้าเข้ามารับบริการเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด
* **การลงทุนในสินทรัพย์:** มีการลงทุนในสินทรัพย์สิทธิการใช้จากการเช่าระยะยาว 30 ปี ซึ่งเป็นการลงทุนเพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาว
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 946.60 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 57.78% โดยมีสาเหตุหลักจากการจ่ายล่วงหน้าค่าก่อสร้างเพื่อปรับปรุงอาคารใหม่ และการบันทึกสินทรัพย์สิทธิการใช้จากการทำสัญญาเช่าระยะยาว 30 ปี ขณะที่เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลง 46.14% เนื่องจากมีการนำเงินสดไปลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้น ซื้ออุปกรณ์ และจ่ายเงินปันผล
หนี้สินรวมอยู่ที่ 542.85 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.29% โดยหลักมาจากการบันทึกหนี้สินตามสัญญาเช่าระยะยาวที่เพิ่มขึ้น และเจ้าหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณการดำเนินงาน
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 403.75 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 142.29% ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการบันทึกกำไรสุทธิสำหรับปี 2565 และการเพิ่มทุน
อัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ 1.33 เท่า เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า เนื่องจากหนี้สินหมุนเวียนลดลงจากการจ่ายเงินปันผลค้างจ่ายไปแล้ว อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนลดลงเล็กน้อย
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานอยู่ที่ 393.56 ล้านบาท
## สรุปท้าย
MASTER ในปี 2565 แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งของธุรกิจบริการสุขภาพและความงาม โดยมีรายได้และกำไรสุทธิเติบโตอย่างมีนัยสำคัญจากการกลับมาของอุปสงค์หลังสถานการณ์โควิด-19 และการลงทุนด้านการตลาดที่เข้มข้น อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เพื่อรักษาอัตรากำไรสุทธิให้อยู่ในระดับที่น่าพอใจ ควบคู่ไปกับการติดตามโอกาสในการเติบโตจากแผนการขยายธุรกิจในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ MASTER ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
473.59
ล้านบาท
↓ 25.8% YoY
กำไรขั้นต้น
255.86
ล้านบาท
↓ 38.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
54.03
%
กำไรสุทธิ
46.09
ล้านบาท
↓ 79% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
9.73
%
D/E Ratio
0.24
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
474
↓ -25.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
256
↓ -38.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
46
↓ -79%
YoY
D/E Ratio
0.24
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — MASTER
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.24
ROE (%)
5.70
ROA (%)
6.31
Book Value/หุ้น
11.46
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — MASTER
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-84
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-58
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — MASTER
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 |
|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-84.22
-206.34%
|
79.20
+341.72%
|
17.93
-95.45%
|
393.96
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-57.87
-85.92%
|
-410.96
-114.77%
|
2,782.02
-1,316.93%
|
-228.61
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
263.48
+23.83%
|
212.78
-104.83%
|
-4,403.18
+1,667.71%
|
-249.09
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
121.39
-202.03%
|
-118.98
-92.58%
|
-1,603.23
+1,814.53%
|
-83.74
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
191.02
-69.53%
|
626.90
+541.20%
|
97.77
-46.14%
|
181.51
+5.98%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
110.48
-42.16%
|
191.02
-69.53%
|
626.90
+541.20%
|
97.77
-46.14%
|