บริษัท มาสเตอร์ สไตล์ จำกัด (มหาชน)
SET · การแพทย์
8.20
0.05 (0.61%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7166 out_tok=2672 at=2026-07-25T19:53:35 -->
# MASTER กำไร Q3/66 โต 17% รับรายได้ศัลยกรรมพุ่ง-ขยายบริการ
## รายได้โตตามเป้า ฝ่ายบริหารชี้ปัจจัยหนุนจากแพทย์-การตลาด ขณะที่ต้นทุน-ค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มตาม
บริษัท มาสเตอร์ สไตล์ จำกัด (มหาชน) หรือ MASTER รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 99.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้จากการประกอบกิจการโรงพยาบาลที่เพิ่มขึ้น 19.5% โดยเฉพาะรายได้จากการศัลยกรรมที่ขยายตัวได้ดีตามการเพิ่มจำนวนแพทย์และกิจกรรมส่งเสริมการขาย อย่างไรก็ตาม ต้นทุนการประกอบกิจการและค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ปรับตัวสูงขึ้นตามการขยายตัวของธุรกิจ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ MASTER ในไตรมาส 3 ปี 2566 คือ **การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการประกอบกิจการโรงพยาบาล โดยเฉพาะรายได้จากการศัลยกรรมที่เพิ่มขึ้น 19.5% (YoY) และ 21% (YoY) ตามลำดับ** ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโต 17.3% (YoY) แม้ว่าต้นทุนและค่าใช้จ่ายจะปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ฝ่ายจัดการระบุว่ารายได้ที่เพิ่มขึ้นมาจากหลายปัจจัย ได้แก่ การเพิ่มจำนวนแพทย์ที่ให้บริการ ส่งผลให้สามารถรองรับลูกค้าได้มากขึ้น ประกอบกับการทำกิจกรรมส่งเสริมการขายที่เข้มข้นขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มหัตถการศัลยกรรมที่ได้รับความนิยม เช่น ศัลยกรรมเสริมจมูก ดูดไขมัน ยุบโหนกตัดกราม และสุขภาพชาย ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีสัดส่วนรายได้สูงของบริษัทฯ การขยายตัวของรายได้นี้สอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการดูแลผิวพรรณ การปลูกผม และการดูแลหลังศัลยกรรมด้วยเช่นกัน
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการได้ระบุถึงการเพิ่มจำนวนแพทย์และกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สนับสนุนการเติบโตของรายได้ในระยะยาว นอกจากนี้ การที่บริษัทฯ มีการลงทุนในอาคารและอุปกรณ์เพิ่มขึ้นยังบ่งชี้ถึงการเตรียมพร้อมเพื่อขยาย Capacity ในอนาคต อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่สูงกว่ารายได้ในบางรายการ อาจเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามผลกระทบต่ออัตรากำไรในระยะถัดไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/66 เติบโต 17.3% YoY** อยู่ที่ 99.8 ล้านบาท จาก 85.1 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการประกอบกิจการโรงพยาบาล Q3/66 เพิ่มขึ้น 19.5% YoY** อยู่ที่ 479.25 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนหลักจากรายได้จากการศัลยกรรมที่เติบโต 21% YoY
* **กำไรขั้นต้น Q3/66 เพิ่มขึ้น 19% YoY** อยู่ที่ 278.81 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นทรงตัวที่ 58%
* **ค่าใช้จ่ายในการขาย Q3/66 เพิ่มขึ้น 21% YoY** จากการลงทุนด้านการตลาดและค่าคอมมิชชั่นพนักงาน
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร Q3/66 เพิ่มขึ้น 36% YoY** จากการเพิ่มจำนวนพนักงานฝ่ายบริหาร ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิลดลงเล็กน้อยจาก 21.12% เป็น 20.4%
* **งบ 9 เดือนแรกปี 66 รายได้โต 36% YoY** อยู่ที่ 1,374.20 ล้านบาท และกำไรสุทธิโต 13.78% YoY อยู่ที่ 252.85 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัท มาสเตอร์ สไตล์ จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการประกอบกิจการโรงพยาบาลรวม 479.25 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการเติบโตของรายได้จากการศัลยกรรมที่เพิ่มขึ้น 21% จากการเพิ่มจำนวนแพทย์และกิจกรรมส่งเสริมการขาย ส่งผลให้มีลูกค้าเข้ารับบริการเพิ่มขึ้นในหลากหลายหัตถการ
ต้นทุนการประกอบกิจการโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น 20% ตามการเติบโตของรายได้ โดยมีสาเหตุหลักจากค่าธรรมเนียมแพทย์และต้นทุนยา เวชภัณฑ์ที่สูงขึ้นตามสัดส่วนการให้บริการที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นยังคงทรงตัวอยู่ที่ 58%
ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 21% จากการลงทุนด้านการตลาดผ่านสื่อออนไลน์ ค่าบริการแนะนำลูกค้า และค่าธรรมเนียมบัตรเครดิต รวมถึงค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานฝ่ายขายที่เพิ่มขึ้นตามยอดขาย
ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้นถึง 36% โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มจำนวนพนักงานฝ่ายบริหาร ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิปรับลดลงเล็กน้อยจาก 21.12% ในปีก่อน เป็น 20.4% ในไตรมาสนี้
โดยรวมแล้ว กำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 3 ปี 2566 อยู่ที่ 99.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้จากการประกอบกิจการโรงพยาบาลรวม 1,374.20 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิ 252.85 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.78% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **การเพิ่มจำนวนแพทย์:** เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่ม Capacity ในการให้บริการและรองรับความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้น
* **กิจกรรมส่งเสริมการขาย:** การลงทุนด้านการตลาดและการโฆษณาช่วยกระตุ้นการรับรู้และดึงดูดลูกค้าใหม่ๆ
* **การเติบโตของตลาดศัลยกรรมและความงาม:** ความต้องการบริการด้านศัลยกรรมและความงามยังคงมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง
* **การลงทุนในอาคารและอุปกรณ์:** การก่อสร้างอาคารและอุปกรณ์ใหม่ๆ สะท้อนถึงการเตรียมพร้อมขยายธุรกิจในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **การเพิ่มขึ้นของต้นทุนการประกอบกิจการ:** ค่าธรรมเนียมแพทย์และต้นทุนยา เวชภัณฑ์ที่สูงขึ้นอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นหากไม่สามารถบริหารจัดการได้
* **การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** ค่าใช้จ่ายทางการตลาด ค่าคอมมิชชั่น และค่าใช้จ่ายพนักงานที่เพิ่มขึ้น อาจกดดันอัตรากำไรสุทธิ
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** ธุรกิจโรงพยาบาลและคลินิกความงามมีการแข่งขันสูง ผู้ประกอบการต้องรักษามาตรฐานและสร้างความแตกต่างเพื่อดึงดูดลูกค้า
* **การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ:** การเปลี่ยนแปลงกฎหมายหรือข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจบริการทางการแพทย์และความงาม อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้จากการศัลยกรรม:** การเติบโตของรายได้ในกลุ่มหัตถการหลักจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญ
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนการประกอบกิจการและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร
* **ประสิทธิภาพของกิจกรรมส่งเสริมการขาย:** ผลตอบรับจากการลงทุนด้านการตลาดและแคมเปญต่างๆ
* **การขยาย Capacity:** ความคืบหน้าของการก่อสร้างอาคารและอุปกรณ์ใหม่ๆ และผลกระทบต่อรายได้ในอนาคต
* **อัตรากำไรสุทธิ:** การเปลี่ยนแปลงของอัตรากำไรสุทธิเมื่อเทียบกับปีก่อน และการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**รายได้:** รายได้จากการประกอบกิจการโรงพยาบาลเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาส 3 ปี 2566 โดยเฉพาะรายได้จากการศัลยกรรมที่เพิ่มขึ้น 21% YoY ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มจำนวนแพทย์และการทำกิจกรรมส่งเสริมการขายที่ครอบคลุมหัตถการยอดนิยมต่างๆ การเติบโตนี้สะท้อนถึงความสามารถในการดึงดูดและรักษาฐานลูกค้าของบริษัทฯ
**ต้นทุน:** ต้นทุนการประกอบกิจการเพิ่มขึ้น 20% YoY สอดคล้องกับการเติบโตของรายได้ โดยมีสาเหตุหลักจากค่าธรรมเนียมแพทย์และต้นทุนยา เวชภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณการให้บริการ อัตรากำไรขั้นต้นยังคงแข็งแกร่งที่ 58% ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการบริหารจัดการต้นทุนที่ค่อนข้างมีประสิทธิภาพเมื่อเทียบกับรายได้
**ค่าใช้จ่าย:** ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 21% YoY จากการลงทุนด้านการตลาดและค่าคอมมิชชั่นพนักงาน ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้นถึง 36% YoY ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องจับตา เนื่องจากเป็นการเพิ่มขึ้นที่สูงกว่าการเติบโตของรายได้และส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิลดลงเล็กน้อย
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 3,424.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมาก 261.75% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการรับเงินจากการเสนอขายหุ้น IPO จำนวน 2,300 ล้านบาท ซึ่งส่งผลให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น 580 ล้านบาท และมีการลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้นเพิ่มขึ้น 1,315 ล้านบาท นอกจากนี้ การก่อสร้างอาคารและอุปกรณ์ใหม่ๆ ยังส่งผลให้สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 716 ล้านบาท
หนี้สินรวมอยู่ที่ 593.91 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.41% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักจากเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นที่เพิ่มขึ้นจากการก่อสร้างอาคาร
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 601.04% เป็น 2,830.45 ล้านบาท จากการเพิ่มทุนจากการ IPO ซึ่งมีส่วนเกินทุนเพิ่มขึ้น 2,195.86 ล้านบาท และกำไรสะสมจากการดำเนินงาน
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2566 อยู่ที่ 242 ล้านบาท ขณะที่การลงทุนในอาคารและอุปกรณ์อยู่ที่ 535 ล้านบาท และมีการจ่ายเงินปันผล 65 ล้านบาท
## สรุปท้าย
MASTER ในไตรมาส 3 ปี 2566 แสดงให้เห็นถึงการเติบโตของรายได้ที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะในกลุ่มบริการศัลยกรรม ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิให้เพิ่มขึ้น 17.3% YoY แม้ว่าจะมีแรงกดดันจากต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของธุรกิจ โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ปรับตัวสูงขึ้น การลงทุนในบุคลากรและกิจกรรมส่งเสริมการตลาดเป็นปัจจัยบวกที่คาดว่าจะสนับสนุนการเติบโตต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายเพื่อรักษาอัตรากำไรสุทธิในระยะยาว ควบคู่ไปกับการติดตามความคืบหน้าของการขยายธุรกิจตามแผนที่วางไว้
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ MASTER ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
473.59
ล้านบาท
↓ 25.8% YoY
กำไรขั้นต้น
255.86
ล้านบาท
↓ 38.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
54.03
%
กำไรสุทธิ
46.09
ล้านบาท
↓ 79% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
9.73
%
D/E Ratio
0.24
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
474
↓ -25.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
256
↓ -38.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
46
↓ -79%
YoY
D/E Ratio
0.24
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — MASTER
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.24
ROE (%)
5.70
ROA (%)
6.31
Book Value/หุ้น
11.46
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — MASTER
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-84
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-58
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — MASTER
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 |
|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-84.22
-206.34%
|
79.20
+341.72%
|
17.93
-95.45%
|
393.96
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-57.87
-85.92%
|
-410.96
-114.77%
|
2,782.02
-1,316.93%
|
-228.61
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
263.48
+23.83%
|
212.78
-104.83%
|
-4,403.18
+1,667.71%
|
-249.09
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
121.39
-202.03%
|
-118.98
-92.58%
|
-1,603.23
+1,814.53%
|
-83.74
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
191.02
-69.53%
|
626.90
+541.20%
|
97.77
-46.14%
|
181.51
+5.98%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
110.48
-42.16%
|
191.02
-69.53%
|
626.90
+541.20%
|
97.77
-46.14%
|