บริษัท มาสเตอร์ สไตล์ จำกัด (มหาชน)
SET · การแพทย์
8.20
0.05 (0.61%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6490 out_tok=2313 at=2026-07-25T21:01:36 -->
# MASTER กำไร Q1/66 โต 30% รับรายได้ศัลยกรรมพุ่ง – ต้นทุนพุ่งกระทบมาร์จิ้น
## รายได้จากการศัลยกรรมโตกว่า 77% หนุนกำไรสุทธิโต 30% แต่ค่าใช้จ่ายการตลาดพุ่งกดดันอัตรากำไรสุทธิ
บริษัท มาสเตอร์ สไตล์ จำกัด (มหาชน) หรือ MASTER รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 71.55 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.19% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการประกอบกิจการโรงพยาบาลจะเติบโตถึง 83.28% โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการศัลยกรรมที่พุ่งสูงถึง 77.97% อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรสุทธิกลับปรับตัวลดลงจาก 22.90% ในปีก่อน เป็น 16.33% ในไตรมาสนี้ อันเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ MASTER ในไตรมาส 1 ปี 2566 คือ **การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้จากการประกอบกิจการโรงพยาบาล โดยเฉพาะรายได้จากการศัลยกรรมที่เพิ่มขึ้นถึง 77.97%** ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโต 30.19% อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่กดดันอัตรากำไรสุทธิคือ **การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร** โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายทางการตลาด
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้จากการศัลยกรรมมาจากหลายปัจจัย ได้แก่ การเพิ่มจำนวนแพทย์ การทำกิจกรรมส่งเสริมการขายที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้มีลูกค้าเข้ามารับบริการเพิ่มขึ้นอย่างมากในหัตถการหลากหลายประเภท เช่น ศัลยกรรมเสริมจมูก, ยุบโหนกตัดกราม, ดูดไขมัน, หน้าอก, ยกคิ้ว และอื่นๆ
ในขณะเดียวกัน ต้นทุนการประกอบกิจการโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น 79.40% ตามการเติบโตของรายได้ โดยมีสาเหตุหลักจากค่าธรรมเนียมแพทย์ที่เพิ่มขึ้น 44.74 ล้านบาท และต้นทุนยา เวชภัณฑ์และวัสดุสิ้นเปลืองเพิ่มขึ้น 25.25 ล้านบาท รวมถึงค่าตอบแทนพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ที่เพิ่มขึ้น
ส่วนที่กดดันอัตรากำไรสุทธิคือ ค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้นถึง 157.17% โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายทางการตลาด 46.71 ล้านบาท จากการโฆษณาผ่านสื่อออนไลน์และ Billboard ขนาดใหญ่ รวมถึงค่าบริการแนะนำลูกค้า และค่าธรรมเนียมบัตรเครดิต นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานฝ่ายขายและตลาดก็เพิ่มขึ้น 16.45 ล้านบาทเช่นกัน ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 112.34% ส่วนใหญ่มาจากค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานฝ่ายบริหารที่เพิ่มขึ้น
แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยจาก 57.25% เป็น 58.16% เนื่องจากอัตราค่าแพทย์ที่ลดลงและการบริหารจัดการต้นทุนยาที่ดีขึ้น แต่การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่สูงกว่าการเติบโตของรายได้ ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 22.90% เป็น 16.33%
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องติดตามการบริหารจัดการต้นทุน** การเติบโตของรายได้จากการศัลยกรรมมีแนวโน้มที่จะต่อเนื่อง เนื่องจากบริษัทฯ มีการเพิ่มจำนวนแพทย์และกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรสุทธิในระยะต่อไป หากไม่สามารถบริหารจัดการต้นทุนเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือไม่สามารถเพิ่มราคาขายเพื่อชดเชยได้
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการประกอบกิจการโรงพยาบาลโต 83.28%** แตะ 435.79 ล้านบาท
* **กำไรสุทธิโต 30.19%** อยู่ที่ 71.55 ล้านบาท
* **รายได้จากการศัลยกรรมเพิ่มขึ้น 77.97%** เป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก
* **ค่าใช้จ่ายในการขายพุ่ง 157.17%** จากการลงทุนด้านการตลาดและค่าคอมมิชชั่น
* **อัตรากำไรสุทธิลดลง** จาก 22.90% เป็น 16.33% เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการขายที่สูงขึ้น
* **สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 246.99%** เป็น 3,284.59 ล้านบาท หลังรับเงิน IPO และลงทุนในอาคารและอุปกรณ์
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2566 MASTER มีรายได้จากการประกอบกิจการโรงพยาบาลรวม 435.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 83.28% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้จากการศัลยกรรมที่เพิ่มขึ้นถึง 77.97% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 86.18% เป็น 253.45 ล้านบาท และกำไรสุทธิเติบโต 30.19% เป็น 71.55 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรสุทธิปรับลดลงจาก 22.90% ในปีก่อน เป็น 16.33% ในไตรมาสนี้ เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## โอกาส
* การเพิ่มจำนวนแพทย์และกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะช่วยผลักดันรายได้จากการศัลยกรรมให้เติบโตต่อไป
* การลงทุนในอาคารและอุปกรณ์ที่เพิ่มขึ้นจากการใช้เงิน IPO อาจเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการและรองรับการเติบโตในอนาคต
* การบริหารจัดการต้นทุนยา เวชภัณฑ์ และวัสดุสิ้นเปลืองที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ช่วยรักษาอัตรากำไรขั้นต้น
## ความเสี่ยง
* การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายทางการตลาด อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรสุทธิหากไม่สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
* การแข่งขันในอุตสาหกรรมบริการทางการแพทย์และความงามที่สูง อาจส่งผลต่อการตั้งราคาขายและส่วนแบ่งทางการตลาด
* ความผันผวนของต้นทุนยา เวชภัณฑ์ และค่าธรรมเนียมแพทย์ อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการให้บริการ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการเติบโตของรายได้จากการศัลยกรรมในไตรมาสถัดไป
* การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายทางการตลาด
* การเปลี่ยนแปลงของอัตรากำไรสุทธิ และอัตรากำไรขั้นต้น
* ความคืบหน้าของการลงทุนในอาคารและอุปกรณ์ และผลตอบแทนจากการลงทุน
* ผลกระทบจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ต่อต้นทุนและประสิทธิภาพการดำเนินงาน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้:** รายได้จากการศัลยกรรม ซึ่งเป็นรายได้หลัก เติบโตโดดเด่นถึง 77.97% จากการเพิ่มจำนวนแพทย์และกิจกรรมส่งเสริมการขายที่เข้มข้น รายได้จากการดูแลผิวพรรณและปลูกผมก็เติบโตสูงเช่นกัน
* **ต้นทุน:** ต้นทุนการประกอบกิจการโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นตามรายได้ โดยมีค่าธรรมเนียมแพทย์และต้นทุนยา เวชภัณฑ์เป็นสัดส่วนหลักที่เพิ่มขึ้น
* **อัตรากำไร:** อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย แต่ถูกหักล้างด้วยค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่พุ่งสูง ทำให้อัตรากำไรสุทธิลดลง
* **ค่าใช้จ่าย:** ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการลงทุนด้านการตลาดและค่าคอมมิชชั่นพนักงานขาย ขณะที่ค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มขึ้นจากการจ้างพนักงานเพิ่ม
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 3,284.59 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมาก 246.99% จากสิ้นปี 2565 โดยหลักมาจากการรับเงิน IPO จำนวน 2,300 ล้านบาท ทำให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น 1,046 ล้านบาท และมีการลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้น 1,100 ล้านบาท รวมถึงการก่อสร้างอาคารและอุปกรณ์ที่เพิ่มขึ้น 328.6 ล้านบาท หนี้สินรวมเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 3.79% เป็น 563.42 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 573.97% เป็น 2,721.16 ล้านบาท จากการเพิ่มทุน IPO ทำให้ D/E Ratio ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 1.34 เป็น 0.21
## สรุปท้าย
MASTER ในไตรมาส 1 ปี 2566 แสดงให้เห็นถึงศักยภาพการเติบโตของรายได้จากการศัลยกรรมที่แข็งแกร่ง ซึ่งเป็นปัจจัยขับเคลื่อนกำไรสุทธิให้เติบโตได้ถึง 30.19% อย่างไรก็ตาม การลงทุนเพิ่มในด้านการตลาดและบุคลากรส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ กดดันอัตรากำไรสุทธิให้ลดลง นักลงทุนควรจับตาการบริหารจัดการต้นทุนและการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้จ่ายทางการตลาด เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว ควบคู่ไปกับการติดตามการเติบโตของรายได้จากบริการหลักและการลงทุนในสินทรัพย์เพื่อรองรับการขยายธุรกิจในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ MASTER ไตรมาส 1/2566
รายได้รวม
473.59
ล้านบาท
↓ 25.8% YoY
กำไรขั้นต้น
255.86
ล้านบาท
↓ 38.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
54.03
%
กำไรสุทธิ
46.09
ล้านบาท
↓ 79% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
9.73
%
D/E Ratio
0.24
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
474
↓ -25.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
256
↓ -38.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
46
↓ -79%
YoY
D/E Ratio
0.24
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — MASTER
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.24
ROE (%)
5.70
ROA (%)
6.31
Book Value/หุ้น
11.46
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — MASTER
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-84
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-58
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — MASTER
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 |
|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-84.22
-206.34%
|
79.20
+341.72%
|
17.93
-95.45%
|
393.96
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-57.87
-85.92%
|
-410.96
-114.77%
|
2,782.02
-1,316.93%
|
-228.61
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
263.48
+23.83%
|
212.78
-104.83%
|
-4,403.18
+1,667.71%
|
-249.09
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
121.39
-202.03%
|
-118.98
-92.58%
|
-1,603.23
+1,814.53%
|
-83.74
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
191.02
-69.53%
|
626.90
+541.20%
|
97.77
-46.14%
|
181.51
+5.98%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
110.48
-42.16%
|
191.02
-69.53%
|
626.90
+541.20%
|
97.77
-46.14%
|