บริษัท มาลีกรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
4.06
0.02 (0.49%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9501 out_tok=2903 at=2026-07-25T20:06:17 -->
# MALEE Q4/2565 พลิกขาดทุนสุทธิลดลงหลังหักรายการพิเศษ รับอานิสงส์ยอดขายโต-ต้นทุนเริ่มทรงตัว
## รายได้รวมโต 16% YoY หลังการควบรวม ABICO หนุน ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นกดดันอัตรากำไรขั้นต้น
บริษัท มาลีกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MALEE รายงานผลประกอบการปี 2565 มีรายได้รวม 6,537 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากการควบรวมกิจการกับบริษัท เอบิโก้ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) (ABICO) และการเติบโตของยอดขายทั้งในประเทศและต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงมีผลขาดทุนสุทธิ 210 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 114 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นผลจากรายการค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวจากการปรับโครงสร้างธุรกิจ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ส่งผลต่อผลประกอบการของ MALEE ในปี 2565 คือ **การเติบโตของรายได้รวมที่แข็งแกร่ง 16% YoY** ซึ่งเป็นผลมาจากการควบรวมกิจการกับ ABICO และการขยายตัวของยอดขายทั้งในประเทศและต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม **แรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น** ได้ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงจาก 17.8% ในปี 2564 เป็น 16.5% ในปี 2565
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้มาจากหลายปัจจัย:
* **การควบรวม ABICO:** การเข้าซื้อหุ้น ABICO ทำให้เกิดการรวมงบการเงิน ซึ่งส่งผลให้ยอดขายรวมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
* **ยอดขายธุรกิจตราสินค้า (Branded Business):** ยอดขายในประเทศเพิ่มขึ้น 16% YoY และต่างประเทศเพิ่มขึ้น 29% YoY สะท้อนถึงความนิยมที่เพิ่มขึ้นจากการปรับปรุงผลิตภัณฑ์และแคมเปญการตลาด
* **ยอดขายธุรกิจพัฒนาผลิตภัณฑ์ตามสัญญาและรับจ้างผลิต (Contract Manufacturing Business: CMG):** ภาพรวมเพิ่มขึ้น 13% YoY
* **การขยายตัวของตลาด:** ตลาดน้ำผักและผลไม้พร้อมดื่มภายในประเทศเติบโต 8% YoY และ MALEE สามารถเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดในกลุ่มพรีเมียมได้
ในขณะที่ต้นทุนที่สูงขึ้นเกิดจาก:
* **ราคาวัตถุดิบ:** เอกสารระบุชัดเจนว่าต้นทุนสินค้ามีการปรับราคาสูงขึ้นในทุกรายการ ทั้งวัตถุดิบ, ภาชนะบรรจุ, สาธารณูปโภค, และค่าขนส่ง อันเป็นผลมาจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นทั่วโลก
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่องในแง่รายได้ แต่ต้องจับตาต้นทุน:**
* **รายได้:** ฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าปี 2566 สถานการณ์จะดีขึ้น โดยเห็นสัญญาณราคาสินค้าโภคภัณฑ์และวัตถุดิบเริ่มคงที่และมีแนวโน้มปรับตัวลง การเดินทางที่มากขึ้น และนักท่องเที่ยวที่ไหลเข้าประเทศจะกระตุ้นเศรษฐกิจและการจับจ่าย ทำให้ยอดขายช่องทาง food service เติบโตขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีแผนเร่งการเติบโตของธุรกิจตราผลิตภัณฑ์ที่มีอัตรากำไรสูงกว่า และตั้งเป้าปรับสัดส่วนธุรกิจ Brand:CMG เป็น 50:50 ในอนาคต
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** แม้ต้นทุนวัตถุดิบจะสูงขึ้น แต่บริษัทฯ ได้มีการปรับราคาสินค้าเพิ่มขึ้นในเดือนสิงหาคม 2565 ซึ่งฝ่ายจัดการคาดว่าจะเห็นผลการเพิ่มของอัตรากำไรขั้นต้นตลอดปี 2566 นอกจากนี้ บริษัทฯ มุ่งเน้นการเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นโดยหาทางปรับลดต้นทุนอย่างต่อเนื่อง
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม 6,537 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% YoY:** ได้รับแรงหนุนจากการควบรวม ABICO และการเติบโตของยอดขายทั้งในและต่างประเทศ
* **ผลขาดทุนสุทธิ 210 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 114 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นผลจากรายการค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว (one-time expenses) เช่น ค่าปรับโครงสร้างธุรกิจ, ค่าชดเชยพนักงาน, และการด้อยค่าเครื่องหมายการค้า
* **ผลขาดทุนสุทธิหลังหักรายการพิเศษ 90 ล้านบาท:** ดีขึ้น 21% YoY เมื่อเทียบกับปีก่อน (ขาดทุน 114 ล้านบาท) สะท้อนการดำเนินงานที่ปรับตัวดีขึ้น
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงเหลือ 16.5%:** จาก 17.8% ปีก่อน เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบและสินค้าปรับตัวสูงขึ้นทุกรายการ
* **การปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้นและการจัดการ:** การเข้าซื้อหุ้น ABICO 97.73% เป็นพัฒนาการสำคัญในปี 2565
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับปี 2565 บริษัท มาลีกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย มีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 6,537 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% เมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY) โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของยอดขายในประเทศ 12% และยอดขายต่างประเทศ 26% อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายและให้บริการเพิ่มขึ้น 18% ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 17.8% ในปี 2564 เป็น 16.5% ในปี 2565 แม้ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายจะลดลงจากการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ แต่บริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิ 210 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 114 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากรายการค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวจากการปรับโครงสร้างธุรกิจและการควบรวมกิจการ
หากพิจารณาหลังหักรายการที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว บริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิ 90 ล้านบาท ซึ่งดีขึ้น 21% YoY เมื่อเทียบกับปีก่อนที่ขาดทุน 114 ล้านบาท
## โอกาส
* **Synergy จากการควบรวม ABICO:** คาดว่าจะเกิด Synergy ทั้งการเพิ่มรายได้และลดค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะการเสริมความแข็งแกร่งด้านฐานการผลิตและธุรกิจรับจ้างผลิตผลิตภัณฑ์นมแปรรูป
* **การเติบโตของธุรกิจตราผลิตภัณฑ์ (Brand):** บริษัทฯ มุ่งเน้นการเติบโตของธุรกิจ Brand ที่มีอัตรากำไรสูงกว่า โดยตั้งเป้าปรับสัดส่วนธุรกิจ Brand:CMG เป็น 50:50 ในอนาคต
* **การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ:** การเดินทางที่มากขึ้นและนักท่องเที่ยวที่ไหลเข้าประเทศจะกระตุ้นยอดขายช่องทาง food service
* **การปรับราคาขาย:** การปรับขึ้นราคาขายสินค้าในเดือนสิงหาคม 2565 จะช่วยสะท้อนต้นทุนที่สูงขึ้นและเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นในปี 2566
* **การหาช่องทางและผลิตภัณฑ์ใหม่:** มุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในกลุ่มตลาดใหม่ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งที่ผันผวน:** แม้มีแนวโน้มทรงตัวหรือลดลง แต่ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา โดยเฉพาะผลกระทบจากสถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครน และภาวะเงินเฟ้อทั่วโลก
* **การแข่งขันในตลาด:** ตลาดน้ำผักและผลไม้พร้อมดื่มมีการแข่งขันสูง
* **การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค:** ความต้องการผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายและใส่ใจสุขภาพอาจเปลี่ยนแปลงไป
* **อัตราแลกเปลี่ยน:** การขายในต่างประเทศมีความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การรับรู้ Synergy จากการควบรวม ABICO:** ประสิทธิภาพในการรวมธุรกิจและสร้างผลลัพธ์ตามที่คาดหวัง
* **แนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้น (GPM):** การปรับขึ้นราคาขายและการบริหารต้นทุนจะสามารถชดเชยต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นได้มากน้อยเพียงใด
* **การเติบโตของธุรกิจตราผลิตภัณฑ์ (Brand):** ความสามารถในการเพิ่มสัดส่วนยอดขายของธุรกิจ Brand ที่มีกำไรสูงกว่า
* **ยอดขายช่องทาง Food Service:** การฟื้นตัวต่อเนื่องตามการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ
* **การหาผลิตภัณฑ์และตลาดใหม่:** ศักยภาพในการขยายฐานลูกค้าและสร้างรายได้เพิ่มเติม
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาวัตถุดิบ:** ต้นทุนวัตถุดิบ, ภาชนะบรรจุ, สาธารณูปโภค, และค่าขนส่ง ปรับตัวสูงขึ้นทุกรายการในปี 2565 ซึ่งเป็นปัจจัยกดดัน GPM
* **Volume:** ยอดขายรวมเพิ่มขึ้น 16% YoY โดยยอดขายในประเทศเพิ่ม 12% และต่างประเทศเพิ่ม 26% สะท้อนการเติบโตของปริมาณการขาย
* **GPM:** ลดลงจาก 17.8% เป็น 16.5% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น แต่คาดว่าจะดีขึ้นในปี 2566 จากการปรับราคาขาย
* **ช่องทางขาย:** ยอดขายช่องทาง food service มีแนวโน้มเติบโตอย่างมีนัยยะสำคัญในปี 2566 จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว
* **สต็อก:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 18.3% เป็น 835 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565 เทียบกับ 706 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2564 ซึ่งอาจสะท้อนการเตรียมพร้อมรับมือกับความต้องการที่เพิ่มขึ้น หรือการบริหารสต็อกท่ามกลางต้นทุนที่สูง
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** ยอดขายต่างประเทศเพิ่มขึ้น 26% YoY คิดเป็น 29% ของยอดขายรวม
* **ฤดูกาลผลิต:** ไม่ได้ระบุข้อมูลเฉพาะในเอกสาร
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นปี 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 5,619 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.04% โดยมีสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 10.0% จากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือ ขณะที่หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 4.0% เป็น 4,122 ล้านบาท โดยมีเจ้าหนี้การค้าเพิ่มขึ้น 37.7% ส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ลดลง 3.0% เป็น 1,497 ล้านบาท สาเหตุหลักจากผลประกอบการขาดทุนในปี 2565
อัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ 0.77 เท่า เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปีก่อน (ปรับปรุงใหม่) อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยจ่ายต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1.59 เท่า ลดลงจากปีก่อน (ปรับปรุงใหม่)
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานสุทธิอยู่ที่ 180 ล้านบาท ลดลง 10.9% จากปีก่อน โดยมีเงินสดใช้ไปจากกิจกรรมลงทุน 68 ล้านบาท และเงินสดใช้ไปจากกิจกรรมจัดหาเงิน 141 ล้านบาท ส่งผลให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดปลายงวดลดลง 21.9% มาอยู่ที่ 98 ล้านบาท
## สรุปท้าย
MALEE ในปี 2565 เผชิญกับแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลง อย่างไรก็ตาม การควบรวมกิจการกับ ABICO และการเติบโตของยอดขายทั้งในและต่างประเทศช่วยหนุนรายได้รวมให้เติบโต 16% แม้จะมีผลขาดทุนสุทธิจากการบันทึกรายการพิเศษ แต่หากพิจารณาผลการดำเนินงานหลังหักรายการเหล่านั้น พบว่าขาดทุนลดลง 21% YoY สะท้อนการปรับตัวที่ดีขึ้น ฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าปี 2566 จะมีแนวโน้มดีขึ้นจากต้นทุนที่เริ่มทรงตัว การปรับราคาขาย และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ โดยมุ่งเน้นการสร้าง Synergy จากการควบรวมและการเติบโตของธุรกิจตราผลิตภัณฑ์ที่มีกำไรสูง ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญในการพลิกฟื้นผลประกอบการให้กลับมามีกำไรอย่างยั่งยืนต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ MALEE ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
2,007.79
ล้านบาท
↓ 0.2% YoY
กำไรขั้นต้น
309.09
ล้านบาท
↓ 16.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
15.39
%
กำไรสุทธิ
34.39
ล้านบาท
↑ 43.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.71
%
D/E Ratio
1.17
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,008
↓ -0.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
309
↓ -16.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
34
↑ + 43.1%
YoY
D/E Ratio
1.17
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — MALEE
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.17
ROE (%)
8.20
ROA (%)
6.54
Book Value/หุ้น
4.57
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — MALEE
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+25
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+35
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — MALEE
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
24.81
-108.71%
|
-284.83
+309.41%
|
-69.57
-147.74%
|
145.74
|
— |
260.39
+187.98%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
34.93
-61.31%
|
90.28
+26.73%
|
71.24
-535.19%
|
-16.37
|
— |
34.83
+35.79%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-241.64
-191.17%
|
265.05
-581.12%
|
-55.09
-41.65%
|
-94.42
|
— |
-330.70
+179.45%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-182.42
-334.08%
|
77.93
-328.87%
|
-34.05
-163.72%
|
53.44
|
— |
-35.10
-195.90%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
220.18
-32.69%
|
327.10
+233.44%
|
98.10
-21.87%
|
125.56
+28.62%
|
— |
118.77
+15.13%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
242.63
+10.20%
|
220.18
-32.69%
|
327.10
+233.44%
|
98.10
-21.88%
|
— |
83.67
-29.55%
|