บริษัท มาลีกรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
4.06
0.02 (0.49%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9297 out_tok=2700 at=2026-07-25T20:39:19 -->
# MALEE Q3/2565 พลิกขาดทุนลดลง 62% รับยอดขายโตแรง แต่ต้นทุนพุ่งกดดัน GPM
## รายได้ MALEE Q3/2565 เติบโต 39% YoY แต่ยังคงขาดทุนสุทธิ เหตุต้นทุนวัตถุดิบ-ขนส่งพุ่งสูง
บริษัท มาลีกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MALEE รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มียอดขายรวม 1,070 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จะเติบโตอย่างแข็งแกร่ง แต่บริษัทยังคงมีผลขาดทุนสุทธิ 11 ล้านบาท ลดลง 62% จากขาดทุน 30 ล้านบาทในปีก่อน ปัจจัยหลักมาจากต้นทุนสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการของ MALEE ในไตรมาส 3/2565 คือ **การเติบโตของยอดขายที่แข็งแกร่งในทุกช่องทาง** ซึ่งช่วยลดผลขาดทุนลงได้อย่างมีนัยสำคัญถึง 62% YoY อย่างไรก็ตาม **ต้นทุนสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก** ทั้งวัตถุดิบ ภาชนะบรรจุ สาธารณูปโภค และค่าขนส่ง โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin - GPM) ลดลง และยังคงทำให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**ยอดขายที่เพิ่มขึ้น** เกิดจากการฟื้นตัวของตลาดน้ำผลไม้พร้อมดื่มในประเทศที่เติบโต 3.5% YoY และการเติบโตของยอดขายทั้งในประเทศ (+29% YoY) และต่างประเทศ (+53% YoY) รวมถึงธุรกิจรับจ้างผลิต (CMG) ที่เติบโต 41% YoY การเติบโตนี้สะท้อนถึงการฟื้นตัวของช่องทาง Food Service และการกลับมาดำเนินการได้ตามปกติหลังสถานการณ์ COVID-19
ในทางกลับกัน **ต้นทุนสินค้าที่สูงขึ้น** เป็นผลโดยตรงจากภาวะเงินเฟ้อทั่วโลก ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลกระทบต่อต้นทุนวัตถุดิบ ภาชนะบรรจุ สาธารณูปโภค และค่าขนส่ง ทำให้ต้นทุนขายต่อยอดขายเพิ่มขึ้นจาก 73.8% ใน Q3/2564 เป็น 77.4% ใน Q3/2565 ส่งผลให้ GPM ลดลงจาก 26.2% เป็น 22.6% แม้ว่าบริษัทจะสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารได้ดีขึ้น (ลดลง 10% YoY) แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้นได้ทั้งหมด
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว แต่ยังคงเป็นแรงกดดัน** แม้ฝ่ายจัดการจะระบุว่าสถานการณ์ในไตรมาส 4/2565 คาดว่าจะดียิ่งขึ้น และเริ่มเห็นสัญญาณราคาสินค้าโภคภัณฑ์บางรายการปรับตัวลง แต่ก็ยังมีความเสี่ยงจากสถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครนที่รุนแรงขึ้น และภาวะเงินเฟ้อที่ยังคงสูงทั่วโลก ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้ต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งยังคงอยู่ในระดับสูงและอาจเกิดการขาดแคลนได้ในบางรายการ ดังนั้น แรงกดดันจากต้นทุนที่สูงจึงมีแนวโน้มที่จะยังคงอยู่ต่อเนื่องในระยะสั้นถึงกลาง แต่บริษัทได้เน้นย้ำถึงการบริหารจัดการต้นทุนและกระแสเงินสดอย่างใกล้ชิดเพื่อปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง
## Highlight สำคัญ
* **ยอดขายรวม Q3/2565 เติบโต 39% YoY แตะ 1,070 ล้านบาท** โดยยอดขายในประเทศเพิ่มขึ้น 29% และต่างประเทศเพิ่มขึ้น 53%
* **ผลขาดทุนสุทธิ Q3/2565 ลดลง 62% YoY เหลือ 11 ล้านบาท** จาก 30 ล้านบาทในปีก่อน
* **กำไรขั้นต้น (GPM) ลดลง** จาก 26.2% ใน Q3/2564 เป็น 22.6% ใน Q3/2565 เนื่องจากต้นทุนสินค้าสูงขึ้น
* **ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 46% YoY** แตะ 828 ล้านบาท โดยมีอัตราส่วนต้นทุนขายต่อยอดขายเพิ่มขึ้นเป็น 77.4%
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 10% YoY** สะท้อนการควบคุมค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ
* **ยอดขาย 9 เดือนแรกปี 2565 เติบโต 19% YoY** แต่ยังคงขาดทุนสุทธิ 46 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2565 MALEE มียอดขายรวม 1,070 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยยอดขายในประเทศเติบโต 29% และยอดขายต่างประเทศเติบโต 53% การเติบโตนี้มาจากทุกช่องทางขาย ทั้งธุรกิจตราสินค้า (Brand) และธุรกิจรับจ้างผลิต (CMG) อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นถึง 46% YoY ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 20% YoY แม้ว่าค่าใช้จ่ายในการขายจะเพิ่มขึ้น 33% YoY แต่ก็คิดเป็นสัดส่วนต่อยอดขายที่ลดลง ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลงถึง 10% YoY ซึ่งช่วยลดผลขาดทุนสุทธิลงได้ 62% YoY มาอยู่ที่ 11 ล้านบาท
สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2565 บริษัทมียอดขายรวม 2,992 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% YoY แต่ยังคงมีผลขาดทุนสุทธิ 46 ล้านบาท ลดลง 37% YoY จาก 73 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นและการควบคุมต้นทุนสินค้าขายที่มีประสิทธิภาพ แม้ว่าต้นทุนสินค้าจะปรับตัวสูงขึ้นก็ตาม
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของตลาดน้ำผลไม้พร้อมดื่มในประเทศ:** ตลาดมีมูลค่า 9,261 ล้านบาท (MAT Sep 2022) และมีแนวโน้มเติบโต
* **การเติบโตของยอดขายต่างประเทศ:** สัดส่วนยอดขายส่งออกเพิ่มขึ้นเป็น 47% ใน Q3/2565 จาก 43% ในปีก่อน
* **การเติบโตของธุรกิจรับจ้างผลิต (CMG):** มียอดขายเพิ่มขึ้น 41% YoY ใน Q3/2565
* **การฟื้นตัวของช่องทาง Food Service:** เห็นการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
* **แนวโน้มเศรษฐกิจที่ดีขึ้นใน Q4/2565:** คาดการณ์ว่าสถานการณ์จะดียิ่งขึ้นเมื่อการใช้ชีวิตกลับสู่ภาวะปกติ
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนวัตถุดิบ ภาชนะบรรจุ สาธารณูปโภค และค่าขนส่งที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง:** เป็นปัจจัยกดดัน GPM และผลกำไร
* **ความผันผวนของราคาน้ำมัน:** ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนค่าขนส่งและต้นทุนการผลิต
* **ภาวะเงินเฟ้อทั่วโลกและการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย:** อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค
* **ความไม่แน่นอนจากสถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครน:** อาจส่งผลกระทบต่ออุปทานและราคาโภคภัณฑ์
* **การขาดแคลนวัตถุดิบบางรายการ:** อาจเกิดขึ้นแบบฉับพลันและส่งผลกระทบต่อการผลิต
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาสินค้าโภคภัณฑ์และวัตถุดิบ:** จะปรับตัวลดลงหรือยังคงอยู่ในระดับสูง
* **ความสามารถในการส่งผ่านต้นทุนไปยังผู้บริโภค:** การปรับขึ้นราคาสินค้าจะได้รับการยอมรับหรือไม่
* **การบริหารจัดการสต็อกวัตถุดิบ:** เพื่อรองรับความผันผวนของราคาและอุปทาน
* **การเติบโตของยอดขายในช่องทางส่งออก:** โดยเฉพาะตลาดที่มีศักยภาพ
* **ประสิทธิภาพการควบคุมค่าใช้จ่าย:** โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการบริหารและค่าใช้จ่ายในการขาย
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาวัตถุดิบและสินค้า:** เป็นปัจจัยกดดันหลักที่ทำให้ GPM ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่ายอดขายจะเติบโต
* **Volume:** ยอดขายรวมเพิ่มขึ้น 39% YoY บ่งชี้ถึงปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นในทุกช่องทาง
* **GPM:** ลดลงจาก 26.2% เป็น 22.6% YoY เนื่องจากต้นทุนสินค้าที่สูงขึ้น
* **ช่องทางขาย:** การเติบโตของยอดขายในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงช่องทาง Food Service ที่ฟื้นตัว
* **สต็อก:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 34.8% ณ สิ้น Q3/2565 เทียบกับสิ้นปี 2564 อาจสะท้อนการเตรียมวัตถุดิบหรือสินค้าเพื่อรองรับยอดขายที่คาดว่าจะเติบโต หรือการสต็อกเพื่อป้องกันราคาที่อาจสูงขึ้น
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** ยอดขายต่างประเทศเติบโต 53% YoY เป็นปัจจัยบวก
* **ฤดูกาลผลิต:** ไม่ได้ระบุในเอกสาร แต่การเติบโตของยอดขายใน Q3 อาจสะท้อนปัจจัยฤดูกาลบางส่วน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 4,178 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.3% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 8.6% จากการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือ ขณะที่หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 5.1% จาก 3,290 ล้านบาท เป็น 3,459 ล้านบาท โดยมีเจ้าหนี้การค้าเพิ่มขึ้น 49.3% ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 7.3% เป็น 597 ล้านบาท เนื่องจากผลประกอบการขาดทุน
อัตราส่วนสภาพคล่องลดลงจาก 0.68 เท่า เป็น 0.60 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยจ่ายต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นจาก 3.09 เท่า เป็น 3.33 เท่า
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานสำหรับ 9 เดือนแรกปี 2565 อยู่ที่ 6 ล้านบาท ลดลงอย่างมากจาก 68 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีเงินสดรับจากกิจกรรมดำเนินงานก่อนการเปลี่ยนแปลงในสินทรัพย์และหนี้สินดำเนินงานเพิ่มขึ้น แต่เงินสดจากการเปลี่ยนแปลงสินทรัพย์และหนี้สินดำเนินงานลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
## สรุปท้าย
MALEE ในไตรมาส 3/2565 แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการเพิ่มยอดขายได้อย่างแข็งแกร่งถึง 39% YoY ซึ่งช่วยลดผลขาดทุนลงได้อย่างมาก อย่างไรก็ตาม แรงกดดันจากต้นทุนสินค้าที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปัจจัยสำคัญที่ยังคงทำให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ และส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น แม้ว่าแนวโน้มเศรษฐกิจในไตรมาส 4 จะดูดีขึ้น แต่ความเสี่ยงจากต้นทุนที่ผันผวนและภาวะเงินเฟ้อยังคงเป็นสิ่งที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด การบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพและการควบคุมค่าใช้จ่ายจะเป็นกุญแจสำคัญในการพลิกกลับมามีกำไรในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ MALEE ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
2,007.79
ล้านบาท
↓ 0.2% YoY
กำไรขั้นต้น
309.09
ล้านบาท
↓ 16.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
15.39
%
กำไรสุทธิ
34.39
ล้านบาท
↑ 43.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.71
%
D/E Ratio
1.17
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,008
↓ -0.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
309
↓ -16.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
34
↑ + 43.1%
YoY
D/E Ratio
1.17
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — MALEE
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.17
ROE (%)
8.20
ROA (%)
6.54
Book Value/หุ้น
4.57
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — MALEE
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+25
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+35
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — MALEE
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
24.81
-108.71%
|
-284.83
+309.41%
|
-69.57
-147.74%
|
145.74
|
— |
260.39
+187.98%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
34.93
-61.31%
|
90.28
+26.73%
|
71.24
-535.19%
|
-16.37
|
— |
34.83
+35.79%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-241.64
-191.17%
|
265.05
-581.12%
|
-55.09
-41.65%
|
-94.42
|
— |
-330.70
+179.45%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-182.42
-334.08%
|
77.93
-328.87%
|
-34.05
-163.72%
|
53.44
|
— |
-35.10
-195.90%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
220.18
-32.69%
|
327.10
+233.44%
|
98.10
-21.87%
|
125.56
+28.62%
|
— |
118.77
+15.13%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
242.63
+10.20%
|
220.18
-32.69%
|
327.10
+233.44%
|
98.10
-21.88%
|
— |
83.67
-29.55%
|