บริษัท มาลีกรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
4.06
0.02 (0.49%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9153 out_tok=3067 at=2026-07-25T20:47:59 -->
# MALEE พลิกขาดทุน Q2/2565 รับยอดขายแบรนด์โตสวนทางต้นทุนพุ่ง
## รายได้แบรนด์ใน-ต่างประเทศหนุนยอดขายรวมใกล้เคียงปีก่อน แต่ต้นทุนพุ่งกดดันกำไรขั้นต้น
บริษัท มาลีกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MALEE รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มียอดขายรวม 944 ล้านบาท ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่ายอดขายธุรกิจรับจ้างผลิต (CMG) จะลดลง แต่ได้รับแรงหนุนจากยอดขายธุรกิจตราสินค้า (Brand) ทั้งในและต่างประเทศที่เติบโตขึ้น อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ เผชิญกับผลขาดทุนสุทธิ 20 ล้านบาท พลิกจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรเล็กน้อย โดยมีสาเหตุหลักมาจากต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการของ MALEE ในไตรมาส 2/2565 คือ **แรงกดดันจากต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** ซึ่งส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง แม้ว่ายอดขายรวมจะทรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยบริษัทฯ พลิกมีผลขาดทุนสุทธิ 20 ล้านบาท จากที่เคยมีกำไร 0.2 ล้านบาทในไตรมาส 2/2564
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น 2% YoY เป็นสาเหตุหลักของการลดลงของกำไรขั้นต้น โดยอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 25.8% ใน Q2/2564 มาอยู่ที่ 24.1% ใน Q2/2565 ปัจจัยที่ทำให้ต้นทุนขายสูงขึ้นมาจาก **การปรับราคาสินค้าในทุกรายการ ทั้งวัตถุดิบ ภาชนะบรรจุ สาธารณูปโภค และค่าขนส่ง** ซึ่งได้รับผลกระทบโดยตรงจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายที่ปรึกษาที่เพิ่มขึ้นยังส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายในการบริหารอีกด้วย
แม้ว่ายอดขายรวมจะทรงตัว แต่หากพิจารณาแยกตามธุรกิจ พบว่ายอดขายธุรกิจตราสินค้า (Brand) ทั้งในประเทศและต่างประเทศเติบโตได้ดี โดยยอดขาย Brand ในประเทศเพิ่มขึ้น 5% YoY และต่างประเทศเพิ่มขึ้น 18% YoY ซึ่งช่วยชดเชยยอดขายธุรกิจรับจ้างผลิต (CMG) ที่ลดลง 17% YoY ได้บางส่วน
สำหรับภาพรวม 6 เดือนแรกของปี 2565 บริษัทฯ มียอดขายรวม 1,922 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% YoY โดยได้รับแรงหนุนจากยอดขาย Brand ที่เติบโตทั้งในและต่างประเทศเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ผลขาดทุนสุทธิ 6 เดือนแรกอยู่ที่ 34 ล้านบาท ลดลง 19% YoY เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 43 ล้านบาท ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าได้รับผลกระทบจากสถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครนและการแพร่ระบาดของ COVID-19 เป็นหลัก แม้จะพยายามควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายแล้วก็ตาม
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** โดยมีแนวโน้มดีขึ้นในไตรมาส 3/2565 ฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าสถานการณ์ในไตรมาส 3/2565 น่าจะดีขึ้น เนื่องจากเริ่มเห็นสัญญาณของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ พลังงาน และวัตถุดิบบางรายการปรับตัวลง ประกอบกับการเดินทางระหว่างประเทศที่มากขึ้นจะกระตุ้นเศรษฐกิจและการจับจ่าย โดยเฉพาะในช่องทาง Food Service ที่เติบโตอย่างมีนัยยะสำคัญ
## Highlight สำคัญ
* **ยอดขายรวม Q2/2565 ทรงตัว YoY ที่ 944 ล้านบาท:** ได้แรงหนุนจากยอดขายธุรกิจตราสินค้า (Brand) ทั้งในและต่างประเทศที่เติบโต 5% และ 18% ตามลำดับ แต่ถูกหักล้างด้วยยอดขายธุรกิจรับจ้างผลิต (CMG) ที่ลดลง 17%
* **พลิกขาดทุนสุทธิ Q2/2565 ที่ 20 ล้านบาท:** เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไร 0.2 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น 2% YoY
* **อัตรากำไรขั้นต้น Q2/2565 หดตัว:** ลดลงจาก 25.8% เป็น 24.1% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบ ภาชนะบรรจุ สาธารณูปโภค และค่าขนส่งปรับตัวสูงขึ้น
* **ยอดขาย 6 เดือนแรกปี 2565 เติบโต 10% YoY:** อยู่ที่ 1,922 ล้านบาท โดยยอดขาย Brand เติบโต 16% YoY
* **ผลขาดทุนสุทธิ 6 เดือนแรกปี 2565 ลดลง 19% YoY:** อยู่ที่ 34 ล้านบาท จาก 43 ล้านบาทในปีก่อน
* **สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 11.1%:** ณ สิ้น Q2/2565 อยู่ที่ 615 ล้านบาท เทียบกับสิ้นปี 2564 ที่ 554 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2/2565 MALEE มียอดขายรวม 944 ล้านบาท ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 943 ล้านบาท โดยมีสัดส่วนการขายในประเทศลดลง 3% YoY ขณะที่การขายต่างประเทศเพิ่มขึ้น 4% YoY สำหรับ 6 เดือนแรกปี 2565 ยอดขายรวมอยู่ที่ 1,922 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% YoY โดยยอดขายในประเทศเพิ่มขึ้น 9% YoY และต่างประเทศเพิ่มขึ้น 12% YoY
ในด้านกำไร บริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิในไตรมาส 2/2565 เท่ากับ 20 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 0.2 ล้านบาท การลดลงนี้เป็นผลมาจากต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น 2% YoY โดยเฉพาะต้นทุนวัตถุดิบ ภาชนะบรรจุ สาธารณูปโภค และค่าขนส่งที่สูงขึ้น รวมถึงค่าใช้จ่ายที่ปรึกษาที่เพิ่มขึ้นในส่วนค่าใช้จ่ายบริหาร สำหรับ 6 เดือนแรกปี 2565 บริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิ 34 ล้านบาท ลดลง 19% YoY เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 43 ล้านบาท
อัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาส 2/2565 อยู่ที่ 24.1% ลดลงจาก 25.8% ในปีก่อน เนื่องจากต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น แต่สำหรับ 6 เดือนแรก อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 23.4% ทรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยยอดขายที่เพิ่มขึ้นสอดคล้องกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
ค่าใช้จ่ายในการขายลดลง 6% YoY ในไตรมาส 2/2565 และทรงตัวใน 6 เดือนแรก โดยมีการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 8% ในไตรมาส 2/2565 และ 10% ใน 6 เดือนแรก เนื่องจากค่าใช้จ่ายที่ปรึกษา
ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 25% ในไตรมาส 2/2565 และ 17% ใน 6 เดือนแรก จากภาระเงินกู้และอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น
## โอกาส
* **การเติบโตของยอดขายธุรกิจตราสินค้า (Brand):** ทั้งในประเทศและต่างประเทศ แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์และความสามารถในการขยายตลาด
* **การฟื้นตัวของช่องทาง Food Service:** ฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าการเดินทางระหว่างประเทศที่มากขึ้นจะกระตุ้นเศรษฐกิจและการจับจ่ายในภาคบริการ ซึ่งจะส่งผลดีต่อยอดขายในช่องทางนี้
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบคงที่หรือลดลง:** ฝ่ายจัดการคาดว่าราคาสินค้าโภคภัณฑ์ พลังงาน และวัตถุดิบบางรายการจะเริ่มปรับตัวลงในไตรมาส 3/2565 ซึ่งจะช่วยลดแรงกดดันด้านต้นทุน
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน:** แม้จะมีแนวโน้มดีขึ้น แต่สถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครนและปัจจัยภายนอกยังคงเป็นความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนในอนาคต
* **การแข่งขันในตลาดน้ำผลไม้พร้อมดื่ม:** ตลาดในประเทศยังคงมีการแข่งขันสูงและมีแนวโน้มหดตัวเล็กน้อย
* **ภาระต้นทุนทางการเงิน:** อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นภาระต่อผลประกอบการ
* **การบริหารจัดการสินค้าคงเหลือ:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 11.1% อาจเป็นสัญญาณของการบริหารสต็อกที่ต้องเฝ้าระวัง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มต้นทุนขายในไตรมาส 3/2565:** การปรับตัวลงของราคาสินค้าโภคภัณฑ์และพลังงานจะส่งผลต่อ GPM หรือไม่
* **การเติบโตของยอดขายธุรกิจ Brand:** จะสามารถรักษาโมเมนตัมการเติบโตในตลาดต่างประเทศได้ต่อเนื่องหรือไม่
* **การฟื้นตัวของยอดขายธุรกิจ CMG:** จะกลับมาเติบโตได้เมื่อใด และจะส่งผลต่อสัดส่วนรายได้รวมอย่างไร
* **การบริหารจัดการกระแสเงินสด:** ท่ามกลางต้นทุนที่สูงขึ้นและภาระหนี้สิน
* **การควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายที่ปรึกษา
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** เป็นปัจจัยหลักที่กดดัน GPM ใน Q2/2565 โดยวัตถุดิบ ภาชนะบรรจุ สาธารณูปโภค และค่าขนส่งปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
* **Volume:** ยอดขายรวมทรงตัว YoY แต่หากแยกตามธุรกิจ พบว่าธุรกิจ Brand มี Volume เพิ่มขึ้น ขณะที่ธุรกิจ CMG ลดลง
* **GPM:** ลดลงจาก 25.8% เป็น 24.1% ใน Q2/2565 เนื่องจากต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น
* **ช่องทางขาย:** ยอดขายในประเทศลดลงเล็กน้อย แต่ยอดขายต่างประเทศเพิ่มขึ้น สัดส่วนการส่งออกเพิ่มขึ้นเป็น 48%
* **สต็อก:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 11.1% ณ สิ้น Q2/2565
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** ยอดขายต่างประเทศเติบโต 18% YoY ใน Q2/2565 และ 20% YoY ใน 6 เดือนแรก บ่งชี้ถึงการขยายตัวในตลาดต่างประเทศ
* **ฤดูกาลผลิต:** ไม่ได้ระบุข้อมูลเฉพาะในเอกสาร
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 4,044 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.03% จากสิ้นปี 2564 โดยมีปัจจัยหลักจากการลดลงของลูกหนี้การค้าและเงินสด แต่สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 11.1%
หนี้สินรวมอยู่ที่ 3,320 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.9% จากสิ้นปี 2564 โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของเจ้าหนี้การค้า
ส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ลดลง 3.8% มาอยู่ที่ 619 ล้านบาท สาเหตุหลักจากผลประกอบการขาดทุน
อัตราส่วนสภาพคล่องลดลงจาก 0.68 เท่า ณ สิ้นปี 2564 เป็น 0.63 เท่า ณ สิ้น Q2/2565 และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยจ่ายต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นจาก 3.09 เท่า เป็น 3.20 เท่า
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานสุทธิ 6 เดือนแรกปี 2565 อยู่ที่ 28 ล้านบาท ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 93 ล้านบาทในปีก่อน ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการเปลี่ยนแปลงในสินทรัพย์และหนี้สินดำเนินงานที่ลดลง 55 ล้านบาท กระแสเงินสดสุทธิใช้ไปจากกิจกรรมลงทุน 20 ล้านบาท และใช้ไปจากกิจกรรมจัดหาเงิน 22 ล้านบาท โดยมีการกู้ยืมระยะสั้นและยาวเข้ามาเสริมสภาพคล่อง
## สรุปท้าย
MALEE ในไตรมาส 2/2565 เผชิญกับแรงกดดันจากต้นทุนขายที่พุ่งสูงขึ้น ส่งผลให้พลิกมีผลขาดทุนสุทธิ 20 ล้านบาท แม้ว่ายอดขายธุรกิจตราสินค้าจะเติบโตได้ดีทั้งในและต่างประเทศ แต่ไม่สามารถชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าสถานการณ์จะเริ่มดีขึ้นในไตรมาส 3/2565 จากแนวโน้มราคาวัตถุดิบคงที่หรือลดลง และการฟื้นตัวของช่องทาง Food Service นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มต้นทุนขาย การเติบโตของธุรกิจ Brand และการบริหารจัดการสินค้าคงเหลืออย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ MALEE ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
2,007.79
ล้านบาท
↓ 0.2% YoY
กำไรขั้นต้น
309.09
ล้านบาท
↓ 16.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
15.39
%
กำไรสุทธิ
34.39
ล้านบาท
↑ 43.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.71
%
D/E Ratio
1.17
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,008
↓ -0.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
309
↓ -16.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
34
↑ + 43.1%
YoY
D/E Ratio
1.17
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — MALEE
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.17
ROE (%)
8.20
ROA (%)
6.54
Book Value/หุ้น
4.57
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — MALEE
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+25
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+35
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — MALEE
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
24.81
-108.71%
|
-284.83
+309.41%
|
-69.57
-147.74%
|
145.74
|
— |
260.39
+187.98%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
34.93
-61.31%
|
90.28
+26.73%
|
71.24
-535.19%
|
-16.37
|
— |
34.83
+35.79%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-241.64
-191.17%
|
265.05
-581.12%
|
-55.09
-41.65%
|
-94.42
|
— |
-330.70
+179.45%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-182.42
-334.08%
|
77.93
-328.87%
|
-34.05
-163.72%
|
53.44
|
— |
-35.10
-195.90%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
220.18
-32.69%
|
327.10
+233.44%
|
98.10
-21.87%
|
125.56
+28.62%
|
— |
118.77
+15.13%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
242.63
+10.20%
|
220.18
-32.69%
|
327.10
+233.44%
|
98.10
-21.88%
|
— |
83.67
-29.55%
|