บริษัท มาลีกรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
4.06
0.02 (0.49%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9188 out_tok=2369 at=2026-07-25T21:30:45 -->
# MALEE Q3/2564 ขาดทุนลดลง YoY รับแรงหนุนบริหารต้นทุนดีขึ้น แม้รายได้หดตัว
## รายได้รวมหดตัวต่อเนื่องจาก COVID-19 แต่กำไรขั้นต้นฟื้นตัวเด่นจากการควบคุมต้นทุน
บริษัท มาลีกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MALEE รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีผลขาดทุนสุทธิ 30 ล้านบาท ลดลง 16% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 36 ล้านบาท แม้รายได้รวมจะปรับตัวลดลง 13% YoY เป็น 770 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงปัญหาตู้คอนเทนเนอร์
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ MALEE ในไตรมาส 3/2564 มีผลขาดทุนสุทธิลดลง 16% YoY มาจากการ **บริหารจัดการต้นทุนขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ** ซึ่งส่งผลให้ **กำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** แม้ว่ารายได้รวมจะยังคงหดตัวต่อเนื่อง 13% YoY ก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การที่กำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นเกิดจากความสามารถในการควบคุมต้นทุนขาย โดยอัตราส่วนต้นทุนขายต่อยอดขายลดลงจาก 79.8% ในไตรมาส 3/2563 มาอยู่ที่ 73.8% ในไตรมาส 3/2564 ซึ่งเป็นผลมาจากประสิทธิภาพในการควบคุมต้นทุนขาย การจัดกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ และประสิทธิภาพการผลิตที่สูงขึ้น แม้ว่ารายได้จะลดลง แต่การควบคุมต้นทุนที่เข้มงวดได้ช่วยลดผลกระทบต่อกำไรขั้นต้นได้อย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม ผลขาดทุนสุทธิยังคงมีอยู่เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการสถานการณ์ COVID-19 และค่าใช้จ่ายบริหารที่เกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนโครงสร้างทีมงานบุคลากรที่เพิ่มขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นในการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างเข้มงวด การเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน และการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อปรับตัวอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นปัจจัยที่สามารถควบคุมได้และมีแนวโน้มที่จะดำเนินต่อไปเพื่อยกระดับผลการดำเนินงานให้ดีขึ้น
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมลดลง 13% YoY** สู่ระดับ 770 ล้านบาท โดยยอดขายในประเทศลดลง 21% YoY ขณะที่ยอดขายต่างประเทศทรงตัว (+0.4% YoY)
* **ผลขาดทุนสุทธิลดลง 16% YoY** สู่ระดับ 30 ล้านบาท จาก 36 ล้านบาทในปีก่อน
* **กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 13% YoY** สู่ระดับ 202 ล้านบาท ทำให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 20.2% เป็น 26.2%
* **ต้นทุนขายต่อยอดขายลดลง** จาก 79.8% เป็น 73.8% สะท้อนประสิทธิภาพการควบคุมต้นทุนที่ดีขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น** เมื่อเทียบกับยอดขายที่ลดลง YoY เนื่องจากผลกระทบจาก COVID-19 และการปรับโครงสร้างทีมงาน
* **สัดส่วนยอดขาย Brand ต่อ CMG เปลี่ยนแปลง** เป็น 67:33 จาก 61:39 ในปีก่อน และสัดส่วนยอดขายในประเทศต่อต่างประเทศเปลี่ยนเป็น 57:43 จาก 63:37
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3/2564 MALEE มียอดขายรวม 770 ล้านบาท ลดลง 13% YoY โดยยอดขายในประเทศหดตัว 21% YoY ขณะที่ยอดขายต่างประเทศเติบโตเล็กน้อย 0.4% YoY สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2564 ยอดขายรวมอยู่ที่ 2,516 ล้านบาท ลดลง 18% YoY โดยยอดขายในประเทศลดลง 28% YoY และยอดขายต่างประเทศลดลง 2% YoY สาเหตุหลักมาจากสถานการณ์ COVID-19 ที่ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและการส่งออก รวมถึงปัญหาขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์
แม้รายได้จะลดลง แต่บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนขายได้ดีขึ้น ทำให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ในไตรมาส 3/2564 เพิ่มขึ้นเป็น 26.2% จาก 20.2% ในปีก่อน และสำหรับงวด 9 เดือน เพิ่มขึ้นเป็น 24.1% จาก 19.8% อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับยอดขายที่ลดลง YoY ส่งผลให้บริษัทฯ ยังคงมีผลขาดทุนสุทธิ โดยในไตรมาส 3/2564 ขาดทุน 30 ล้านบาท ลดลง 16% YoY และงวด 9 เดือน ขาดทุน 73 ล้านบาท ลดลง 4% YoY
## โอกาส
* **การควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** ฝ่ายจัดการมุ่งเน้นการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างเข้มงวด ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยลดผลขาดทุน
* **ประสิทธิภาพการผลิต:** การปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตและการจัดกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ช่วยเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น
* **การปรับตัวต่อสถานการณ์:** บริษัทฯ มีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและพร้อมปรับตัวอย่างรวดเร็วเพื่อรับมือกับความไม่แน่นอน
## ความเสี่ยง
* **สถานการณ์ COVID-19:** การแพร่ระบาดที่ยังคงมีความไม่แน่นอนทั้งในและต่างประเทศส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและการดำเนินธุรกิจ
* **ปัญหา Supply Chain:** การขาดแคลนและราคาตู้คอนเทนเนอร์ที่สูงขึ้นยังคงเป็นปัจจัยกดดันการส่งออก
* **ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น:** ค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการสถานการณ์ COVID-19 และค่าใช้จ่ายในการปรับโครงสร้างทีมงานส่งผลกระทบต่อผลประกอบการ
* **การแข่งขันในตลาด:** ตลาดน้ำผลไม้พร้อมดื่มภายในประเทศยังคงมีการแข่งขันสูง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มยอดขายในประเทศและต่างประเทศในไตรมาสถัดไป ท่ามกลางสถานการณ์ COVID-19
* ความสามารถในการควบคุมต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการบริหารอย่างต่อเนื่อง
* ผลกระทบจากปัญหา Supply Chain ต่อการส่งออก
* ความคืบหน้าในการปรับเปลี่ยนโครงสร้างทีมงานบุคลากร
* การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** เอกสารไม่ได้ระบุถึงผลกระทบจากราคาวัตถุดิบโดยตรง แต่เน้นที่ประสิทธิภาพการควบคุมต้นทุนขาย
* **Volume:** ยอดขายรวมลดลง YoY ทั้งในประเทศและต่างประเทศ บ่งชี้ถึงปริมาณการขายที่ลดลง
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนการบริหารต้นทุนที่ดี
* **ช่องทางขาย:** ยอดขายในประเทศลดลง 21% YoY ขณะที่ยอดขายต่างประเทศทรงตัวเล็กน้อย
* **สต็อก:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 11.8% ณ สิ้นไตรมาส 3/2564 เทียบกับสิ้นปี 2563
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** ยอดขายต่างประเทศเพิ่มขึ้น 0.4% YoY แม้จะเผชิญปัญหาตู้คอนเทนเนอร์
* **ฤดูกาลผลิต:** ไม่ได้ระบุถึงผลกระทบจากฤดูกาลผลิตในเอกสาร
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 4,046 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1.1% จากสิ้นปี 2563 โดยมีปัจจัยหลักจากการลดลงของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด และการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือ หนี้สินรวมอยู่ที่ 3,237 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.3% จากสิ้นปี 2563 โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของเจ้าหนี้การค้าและเงินรับล่วงหน้าค่าสินค้า ส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ลดลง 5.9% เป็น 691 ล้านบาท เนื่องจากผลประกอบการขาดทุนในปี 2564
อัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ 0.61 เท่า เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 0.60 เท่า ณ สิ้นปี 2563 อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยจ่ายต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 2.81 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 2.70 เท่า ณ สิ้นปี 2563
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานสำหรับ 9 เดือนแรกปี 2564 อยู่ที่ 68 ล้านบาท ลดลง 27.3% YoY โดยมีสาเหตุหลักจากเงินสดจากการดำเนินงานก่อนการเปลี่ยนแปลงในสินทรัพย์และหนี้สินดำเนินงานที่ลดลง กระแสเงินสดใช้ไปจากกิจกรรมลงทุน 34 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการจ่ายซื้ออุปกรณ์ ขณะที่กระแสเงินสดใช้ไปจากกิจกรรมจัดหาเงิน 74 ล้านบาท เป็นผลจากการชำระคืนเงินกู้ยืมและหนี้สินตามสัญญาเช่าการเงิน ทำให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดปลายงวดลดลงเหลือ 30 ล้านบาท
## สรุปท้าย
MALEE ในไตรมาส 3/2564 แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนขายที่แข็งแกร่ง ซึ่งช่วยลดผลขาดทุนสุทธิลงได้ แม้รายได้จะยังคงเผชิญแรงกดดันจากสถานการณ์ COVID-19 และปัญหา Supply Chain อย่างไรก็ตาม การควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างเข้มงวด รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เป็นปัจจัยสำคัญที่ฝ่ายจัดการให้ความสำคัญและมีโอกาสที่จะส่งผลดีต่อเนื่องในอนาคต นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มยอดขายและการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการปรับตัวต่อความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก.
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ MALEE ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
2,007.79
ล้านบาท
↓ 0.2% YoY
กำไรขั้นต้น
309.09
ล้านบาท
↓ 16.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
15.39
%
กำไรสุทธิ
34.39
ล้านบาท
↑ 43.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.71
%
D/E Ratio
1.17
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,008
↓ -0.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
309
↓ -16.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
34
↑ + 43.1%
YoY
D/E Ratio
1.17
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — MALEE
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.17
ROE (%)
8.20
ROA (%)
6.54
Book Value/หุ้น
4.57
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — MALEE
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+25
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+35
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — MALEE
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
24.81
-108.71%
|
-284.83
+309.41%
|
-69.57
-147.74%
|
145.74
|
— |
260.39
+187.98%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
34.93
-61.31%
|
90.28
+26.73%
|
71.24
-535.19%
|
-16.37
|
— |
34.83
+35.79%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-241.64
-191.17%
|
265.05
-581.12%
|
-55.09
-41.65%
|
-94.42
|
— |
-330.70
+179.45%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-182.42
-334.08%
|
77.93
-328.87%
|
-34.05
-163.72%
|
53.44
|
— |
-35.10
-195.90%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
220.18
-32.69%
|
327.10
+233.44%
|
98.10
-21.87%
|
125.56
+28.62%
|
— |
118.77
+15.13%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
242.63
+10.20%
|
220.18
-32.69%
|
327.10
+233.44%
|
98.10
-21.88%
|
— |
83.67
-29.55%
|