บริษัท มาลีกรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
4.06
0.02 (0.49%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=20501 out_tok=2841 at=2026-07-25T07:32:13 -->
# MALEE พลิกขาดทุนเป็นกำไร Q2/66 รับยอดขายแบรนด์โตแรง-คุมต้นทุนได้ดี
## รายได้-กำไร MALEE Q2/66 ฟื้นตัวชัดเจน ปัจจัยหลักจากยอดขายแบรนด์พุ่ง-บริหารต้นทุนมีประสิทธิภาพ
บริษัท มาลีกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MALEE รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 13 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 20 ล้านบาทในปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากยอดขายรวมที่เติบโต 19% YoY สู่ระดับ 1,826 ล้านบาท โดยเฉพาะการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจตราสินค้า (Branded Business) ทั้งในและต่างประเทศ ขณะที่ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นถูกบริหารจัดการได้ดีขึ้น ส่งผลให้ภาพรวมผลประกอบการฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ MALEE ในไตรมาส 2/2566 พลิกจากขาดทุน 20 ล้านบาท เป็นกำไร 13 ล้านบาท มาจากการเติบโตของรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น 19% YoY สู่ระดับ 1,826 ล้านบาท โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเติบโตที่โดดเด่นของธุรกิจตราสินค้า (Branded Business) ที่เพิ่มขึ้นถึง 36% YoY ทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งสามารถชดเชยแรงกดดันจากต้นทุนขายที่ปรับตัวสูงขึ้นได้
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของยอดขายธุรกิจตราสินค้า (Branded Business) มาจากกลยุทธ์ของบริษัทฯ ที่เน้นการเติบโตของสินค้าภายใต้แบรนด์ Malee & Chokchai Farm ที่เป็น Focus SKU รวมถึงการปรับกลยุทธ์ทางการขายและการลงทุนทางการตลาดเพื่อสร้างยอดขายและความนิยมอย่างยั่งยืน แม้ว่าในไตรมาส 2/2566 ยอดขายจะเติบโตได้ไม่เต็มที่นักเนื่องจากขาดแคลนวัตถุดิบหลักบางรายการ เช่น น้ามะพร้าวและน้านมดิบ แต่การเติบโตของยอดขายโดยรวมยังคงแข็งแกร่ง
ในส่วนของต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น 23% YoY สู่ระดับ 1,557 ล้านบาท ซึ่งส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 17.3% เป็น 14.7% นั้น เกิดจากต้นทุนวัตถุดิบทางการเกษตร (น้ามะพร้าว, น้านมดิบ), ภาชนะบรรจุ, สาธารณูปโภค, ค่าขนส่ง ที่ปรับตัวสูงขึ้น และการปรับขึ้นภาษีความหวานตั้งแต่ 1 เมษายน 2566 อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายได้ดีขึ้น โดยอัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการขายต่อยอดขายลดลงจาก 7.5% เป็น 6.7% และค่าใช้จ่ายในการบริหารต่อยอดขายลดลงจาก 10.1% เป็น 8.5% ซึ่งช่วยบรรเทาผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้นได้
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการมีแผนกลยุทธ์ที่ชัดเจนสำหรับปี 2566 คือการสร้างกำไรให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดยเร่งการเติบโตของยอดขายสินค้าภายใต้แบรนด์ Malee & Chokchai Farm ให้มากขึ้น 2 เท่า เมื่อเทียบกับการเติบโตของยอดขายสินค้ารับจ้างผลิต (CMG) ซึ่งจะขับเคลื่อนด้วยกลยุทธ์ 4 เสาหลักทางการค้า และการรักษาอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจรับจ้างผลิต นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีการปรับปรุงประสิทธิภาพองค์กร การพิจารณาปรับเพิ่มราคาสินค้าหากจำเป็น และการขับเคลื่อนการประหยัดต้นทุน ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนสนับสนุนการเติบโตของผลประกอบการในระยะยาว
## Highlight สำคัญ
* **พลิกมีกำไรสุทธิ:** MALEE มีกำไรสุทธิ 13 ล้านบาทใน Q2/2566 ดีขึ้น 36% YoY จากที่ขาดทุน 20 ล้านบาทใน Q2/2565
* **รายได้รวมเติบโต 19%:** ยอดขายรวมอยู่ที่ 1,826 ล้านบาท โดยธุรกิจตราสินค้า (Branded Business) เติบโตโดดเด่น 36% YoY ทั้งในและต่างประเทศ
* **ต้นทุนขายพุ่ง แต่บริหารจัดการได้ดี:** ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 23% YoY แต่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายลดลง
* **อัตรากำไรขั้นต้นลดลง:** GPM ลดลงจาก 17.3% เป็น 14.7% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบและภาษีความหวานที่สูงขึ้น
* **ฐานะการเงินแข็งแกร่งขึ้น:** ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 31.3% จากการขายหุ้นไขว้และผลประกอบการที่ดีขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัท มาลีกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MALEE มีรายได้จากการขายและบริการรวม 1,826 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยมีปัจจัยหลักจากการเติบโตของยอดขายธุรกิจตราสินค้า (Branded Business) ทั้งในประเทศ (+36% YoY) และต่างประเทศ (+36% YoY) ซึ่งเติบโตสูงกว่าธุรกิจรับจ้างผลิต (CMG) ที่เพิ่มขึ้น 8% YoY อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 23% YoY สู่ระดับ 1,557 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงจาก 17.3% ใน Q2/2565 เป็น 14.7% ใน Q2/2566 แม้ว่าค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายจะลดลง แต่ผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้นทำให้บริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิ 13 ล้านบาท เทียบกับขาดทุน 20 ล้านบาทในปีก่อนหน้า
สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้รวม 3,739 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% YoY และพลิกมีกำไรสุทธิ 21 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 34 ล้านบาทในงวดเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นทุกช่องทางและการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของตลาดน้ำผลไม้พร้อมดื่มในประเทศ:** ตลาดมีมูลค่า 9,951 ล้านบาท เติบโต 12% YoY โดยเฉพาะกลุ่ม Super Economy และ Economy Market ที่เติบโตสูง
* **การเติบโตของธุรกิจตราสินค้า:** กลยุทธ์เน้น Focus SKU และการลงทุนทางการตลาดช่วยผลักดันยอดขายแบรนด์ Malee & Chokchai Farm ให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง
* **การขยายตลาดต่างประเทศ:** ยอดขายต่างประเทศเติบโต 25% YoY ใน Q2/2566 และมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 31% ของยอดขายรวม
* **การปรับโครงสร้างธุรกิจ:** การขายหุ้นไขว้ช่วยเพิ่มส่วนของผู้ถือหุ้นและเสริมความแข็งแกร่งของฐานะการเงิน
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนวัตถุดิบผันผวน:** ต้นทุนสินค้า วัตถุดิบทางการเกษตร (น้ามะพร้าว, น้านมดิบ), ภาชนะบรรจุ, สาธารณูปโภค และค่าขนส่ง ยังคงอยู่ในระดับสูง
* **การขาดแคลนวัตถุดิบ:** ปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบหลักบางรายการส่งผลกระทบต่อการเติบโตของยอดขาย
* **ภาษีความหวาน:** การปรับขึ้นภาษีความหวานเป็นเฟสที่ 3 ตั้งแต่ 1 เมษายน 2566 เพิ่มภาระต้นทุน
* **กำลังซื้อเปราะบาง:** สภาพเศรษฐกิจที่ยังคงเปราะบางอาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนวัตถุดิบและผลกระทบจากราคาที่ผันผวน
* **การแก้ปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบ:** กลยุทธ์และผลลัพธ์ในการจัดการปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบหลัก
* **การเติบโตของยอดขายแบรนด์:** ความต่อเนื่องของการเติบโตของยอดขายธุรกิจตราสินค้า Malee & Chokchai Farm
* **การปรับขึ้นราคาสินค้า:** ความเหมาะสมและผลกระทบจากการปรับขึ้นราคาสินค้าเพื่อบรรเทาภาระต้นทุน
* **แนวโน้มการส่งออก:** ผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลกและการแข่งขันในตลาดต่างประเทศ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** ต้นทุนวัตถุดิบทางการเกษตร เช่น น้ามะพร้าวและน้านมดิบ, ภาชนะบรรจุ, สาธารณูปโภค และค่าขนส่ง ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* **Volume:** แม้จะมีการขาดแคลนวัตถุดิบบางรายการ แต่ยอดขายรวมยังคงเติบโต 19% YoY โดยเฉพาะธุรกิจตราสินค้าที่เติบโตโดดเด่น
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 17.3% เป็น 14.7% ใน Q2/2566 เนื่องจากต้นทุนที่สูงขึ้น
* **ช่องทางขาย:** ยอดขายในประเทศเติบโต 16% YoY และยอดขายต่างประเทศเติบโต 25% YoY สัดส่วนการขายในประเทศต่อต่างประเทศอยู่ที่ 69:31
* **สต็อก:** สินค้าคงเหลือลดลง 13.6% จากสิ้นปี 2565
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** ยอดขายต่างประเทศเติบโตดี สะท้อนการขยายตัวในตลาดโลก
* **ฤดูกาลผลิต:** ไม่ได้ระบุถึงผลกระทบจากฤดูกาลผลิตในเอกสาร
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 5,665 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.81% จากสิ้นปี 2565 โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด และสินทรัพย์หมุนเวียนอื่น ขณะที่สินค้าคงเหลือลดลง หนี้สินรวมลดลง 9.4% สู่ระดับ 3,734 ล้านบาท จาก 4,122 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565 โดยมีปัจจัยหลักจากการลดลงของเงินกู้ยืมระยะสั้นและยาวจากสถาบันการเงิน ส่งผลให้ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 31.3% สู่ระดับ 1,855 ล้านบาท จาก 1,412 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565
ในด้านกระแสเงินสด เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน 164 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 89 ล้านบาทในงวดเดียวกันของปีก่อน ขณะที่เงินสดสุทธิใช้ไปจากกิจกรรมลงทุน 59 ล้านบาท และเงินสดสุทธิรับจากกิจกรรมจัดหาเงิน 61 ล้านบาท โดยรวมแล้ว เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดปลายงวดเพิ่มขึ้น 183.4% สู่ระดับ 256 ล้านบาท
## สรุปท้าย
MALEE ในไตรมาส 2 ปี 2566 แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวที่แข็งแกร่ง โดยสามารถพลิกกลับมามีกำไรได้ จากการเติบโตที่โดดเด่นของธุรกิจตราสินค้าและการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ แม้จะเผชิญกับแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบบางรายการ อย่างไรก็ตาม ด้วยกลยุทธ์ที่ชัดเจนในการมุ่งเน้นการเติบโตของแบรนด์ การบริหารต้นทุน และการปรับปรุงประสิทธิภาพองค์กร ทำให้มีโอกาสที่ผลประกอบการจะเติบโตต่อเนื่องในอนาคต ขณะที่นักลงทุนควรจับตาความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและความเสี่ยงด้านวัตถุดิบอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ MALEE ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
2,007.79
ล้านบาท
↓ 0.2% YoY
กำไรขั้นต้น
309.09
ล้านบาท
↓ 16.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
15.39
%
กำไรสุทธิ
34.39
ล้านบาท
↑ 43.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.71
%
D/E Ratio
1.17
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,008
↓ -0.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
309
↓ -16.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
34
↑ + 43.1%
YoY
D/E Ratio
1.17
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — MALEE
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.17
ROE (%)
8.20
ROA (%)
6.54
Book Value/หุ้น
4.57
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — MALEE
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+25
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+35
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — MALEE
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
24.81
-108.71%
|
-284.83
+309.41%
|
-69.57
-147.74%
|
145.74
|
— |
260.39
+187.98%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
34.93
-61.31%
|
90.28
+26.73%
|
71.24
-535.19%
|
-16.37
|
— |
34.83
+35.79%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-241.64
-191.17%
|
265.05
-581.12%
|
-55.09
-41.65%
|
-94.42
|
— |
-330.70
+179.45%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-182.42
-334.08%
|
77.93
-328.87%
|
-34.05
-163.72%
|
53.44
|
— |
-35.10
-195.90%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
220.18
-32.69%
|
327.10
+233.44%
|
98.10
-21.87%
|
125.56
+28.62%
|
— |
118.77
+15.13%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
242.63
+10.20%
|
220.18
-32.69%
|
327.10
+233.44%
|
98.10
-21.88%
|
— |
83.67
-29.55%
|