MALEE
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
MALEE
บริษัท มาลีกรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
3.78
0.02 (0.53%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=20501 out_tok=2841 at=2026-07-25T07:32:13 --> # MALEE พลิกขาดทุนเป็นกำไร Q2/66 รับยอดขายแบรนด์โตแรง-คุมต้นทุนได้ดี ## รายได้-กำไร MALEE Q2/66 ฟื้นตัวชัดเจน ปัจจัยหลักจากยอดขายแบรนด์พุ่ง-บริหารต้นทุนมีประสิทธิภาพ บริษัท มาลีกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MALEE รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 13 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 20 ล้านบาทในปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากยอดขายรวมที่เติบโต 19% YoY สู่ระดับ 1,826 ล้านบาท โดยเฉพาะการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจตราสินค้า (Branded Business) ทั้งในและต่างประเทศ ขณะที่ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นถูกบริหารจัดการได้ดีขึ้น ส่งผลให้ภาพรวมผลประกอบการฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน กลุ่มธุรกิจ: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ MALEE ในไตรมาส 2/2566 พลิกจากขาดทุน 20 ล้านบาท เป็นกำไร 13 ล้านบาท มาจากการเติบโตของรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น 19% YoY สู่ระดับ 1,826 ล้านบาท โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเติบโตที่โดดเด่นของธุรกิจตราสินค้า (Branded Business) ที่เพิ่มขึ้นถึง 36% YoY ทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งสามารถชดเชยแรงกดดันจากต้นทุนขายที่ปรับตัวสูงขึ้นได้ ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การเติบโตของยอดขายธุรกิจตราสินค้า (Branded Business) มาจากกลยุทธ์ของบริษัทฯ ที่เน้นการเติบโตของสินค้าภายใต้แบรนด์ Malee & Chokchai Farm ที่เป็น Focus SKU รวมถึงการปรับกลยุทธ์ทางการขายและการลงทุนทางการตลาดเพื่อสร้างยอดขายและความนิยมอย่างยั่งยืน แม้ว่าในไตรมาส 2/2566 ยอดขายจะเติบโตได้ไม่เต็มที่นักเนื่องจากขาดแคลนวัตถุดิบหลักบางรายการ เช่น น้ามะพร้าวและน้านมดิบ แต่การเติบโตของยอดขายโดยรวมยังคงแข็งแกร่ง ในส่วนของต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น 23% YoY สู่ระดับ 1,557 ล้านบาท ซึ่งส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 17.3% เป็น 14.7% นั้น เกิดจากต้นทุนวัตถุดิบทางการเกษตร (น้ามะพร้าว, น้านมดิบ), ภาชนะบรรจุ, สาธารณูปโภค, ค่าขนส่ง ที่ปรับตัวสูงขึ้น และการปรับขึ้นภาษีความหวานตั้งแต่ 1 เมษายน 2566 อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายได้ดีขึ้น โดยอัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการขายต่อยอดขายลดลงจาก 7.5% เป็น 6.7% และค่าใช้จ่ายในการบริหารต่อยอดขายลดลงจาก 10.1% เป็น 8.5% ซึ่งช่วยบรรเทาผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้นได้ ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการมีแผนกลยุทธ์ที่ชัดเจนสำหรับปี 2566 คือการสร้างกำไรให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดยเร่งการเติบโตของยอดขายสินค้าภายใต้แบรนด์ Malee & Chokchai Farm ให้มากขึ้น 2 เท่า เมื่อเทียบกับการเติบโตของยอดขายสินค้ารับจ้างผลิต (CMG) ซึ่งจะขับเคลื่อนด้วยกลยุทธ์ 4 เสาหลักทางการค้า และการรักษาอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจรับจ้างผลิต นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีการปรับปรุงประสิทธิภาพองค์กร การพิจารณาปรับเพิ่มราคาสินค้าหากจำเป็น และการขับเคลื่อนการประหยัดต้นทุน ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนสนับสนุนการเติบโตของผลประกอบการในระยะยาว ## Highlight สำคัญ * **พลิกมีกำไรสุทธิ:** MALEE มีกำไรสุทธิ 13 ล้านบาทใน Q2/2566 ดีขึ้น 36% YoY จากที่ขาดทุน 20 ล้านบาทใน Q2/2565 * **รายได้รวมเติบโต 19%:** ยอดขายรวมอยู่ที่ 1,826 ล้านบาท โดยธุรกิจตราสินค้า (Branded Business) เติบโตโดดเด่น 36% YoY ทั้งในและต่างประเทศ * **ต้นทุนขายพุ่ง แต่บริหารจัดการได้ดี:** ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 23% YoY แต่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายลดลง * **อัตรากำไรขั้นต้นลดลง:** GPM ลดลงจาก 17.3% เป็น 14.7% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบและภาษีความหวานที่สูงขึ้น * **ฐานะการเงินแข็งแกร่งขึ้น:** ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 31.3% จากการขายหุ้นไขว้และผลประกอบการที่ดีขึ้น ## ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัท มาลีกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MALEE มีรายได้จากการขายและบริการรวม 1,826 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยมีปัจจัยหลักจากการเติบโตของยอดขายธุรกิจตราสินค้า (Branded Business) ทั้งในประเทศ (+36% YoY) และต่างประเทศ (+36% YoY) ซึ่งเติบโตสูงกว่าธุรกิจรับจ้างผลิต (CMG) ที่เพิ่มขึ้น 8% YoY อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 23% YoY สู่ระดับ 1,557 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงจาก 17.3% ใน Q2/2565 เป็น 14.7% ใน Q2/2566 แม้ว่าค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายจะลดลง แต่ผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้นทำให้บริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิ 13 ล้านบาท เทียบกับขาดทุน 20 ล้านบาทในปีก่อนหน้า สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้รวม 3,739 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% YoY และพลิกมีกำไรสุทธิ 21 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 34 ล้านบาทในงวดเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นทุกช่องทางและการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ## โอกาส * **การฟื้นตัวของตลาดน้ำผลไม้พร้อมดื่มในประเทศ:** ตลาดมีมูลค่า 9,951 ล้านบาท เติบโต 12% YoY โดยเฉพาะกลุ่ม Super Economy และ Economy Market ที่เติบโตสูง * **การเติบโตของธุรกิจตราสินค้า:** กลยุทธ์เน้น Focus SKU และการลงทุนทางการตลาดช่วยผลักดันยอดขายแบรนด์ Malee & Chokchai Farm ให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง * **การขยายตลาดต่างประเทศ:** ยอดขายต่างประเทศเติบโต 25% YoY ใน Q2/2566 และมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 31% ของยอดขายรวม * **การปรับโครงสร้างธุรกิจ:** การขายหุ้นไขว้ช่วยเพิ่มส่วนของผู้ถือหุ้นและเสริมความแข็งแกร่งของฐานะการเงิน ## ความเสี่ยง * **ต้นทุนวัตถุดิบผันผวน:** ต้นทุนสินค้า วัตถุดิบทางการเกษตร (น้ามะพร้าว, น้านมดิบ), ภาชนะบรรจุ, สาธารณูปโภค และค่าขนส่ง ยังคงอยู่ในระดับสูง * **การขาดแคลนวัตถุดิบ:** ปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบหลักบางรายการส่งผลกระทบต่อการเติบโตของยอดขาย * **ภาษีความหวาน:** การปรับขึ้นภาษีความหวานเป็นเฟสที่ 3 ตั้งแต่ 1 เมษายน 2566 เพิ่มภาระต้นทุน * **กำลังซื้อเปราะบาง:** สภาพเศรษฐกิจที่ยังคงเปราะบางอาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนวัตถุดิบและผลกระทบจากราคาที่ผันผวน * **การแก้ปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบ:** กลยุทธ์และผลลัพธ์ในการจัดการปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบหลัก * **การเติบโตของยอดขายแบรนด์:** ความต่อเนื่องของการเติบโตของยอดขายธุรกิจตราสินค้า Malee & Chokchai Farm * **การปรับขึ้นราคาสินค้า:** ความเหมาะสมและผลกระทบจากการปรับขึ้นราคาสินค้าเพื่อบรรเทาภาระต้นทุน * **แนวโน้มการส่งออก:** ผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลกและการแข่งขันในตลาดต่างประเทศ ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร) * **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** ต้นทุนวัตถุดิบทางการเกษตร เช่น น้ามะพร้าวและน้านมดิบ, ภาชนะบรรจุ, สาธารณูปโภค และค่าขนส่ง ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น * **Volume:** แม้จะมีการขาดแคลนวัตถุดิบบางรายการ แต่ยอดขายรวมยังคงเติบโต 19% YoY โดยเฉพาะธุรกิจตราสินค้าที่เติบโตโดดเด่น * **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 17.3% เป็น 14.7% ใน Q2/2566 เนื่องจากต้นทุนที่สูงขึ้น * **ช่องทางขาย:** ยอดขายในประเทศเติบโต 16% YoY และยอดขายต่างประเทศเติบโต 25% YoY สัดส่วนการขายในประเทศต่อต่างประเทศอยู่ที่ 69:31 * **สต็อก:** สินค้าคงเหลือลดลง 13.6% จากสิ้นปี 2565 * **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** ยอดขายต่างประเทศเติบโตดี สะท้อนการขยายตัวในตลาดโลก * **ฤดูกาลผลิต:** ไม่ได้ระบุถึงผลกระทบจากฤดูกาลผลิตในเอกสาร ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 5,665 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.81% จากสิ้นปี 2565 โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด และสินทรัพย์หมุนเวียนอื่น ขณะที่สินค้าคงเหลือลดลง หนี้สินรวมลดลง 9.4% สู่ระดับ 3,734 ล้านบาท จาก 4,122 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565 โดยมีปัจจัยหลักจากการลดลงของเงินกู้ยืมระยะสั้นและยาวจากสถาบันการเงิน ส่งผลให้ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 31.3% สู่ระดับ 1,855 ล้านบาท จาก 1,412 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565 ในด้านกระแสเงินสด เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน 164 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 89 ล้านบาทในงวดเดียวกันของปีก่อน ขณะที่เงินสดสุทธิใช้ไปจากกิจกรรมลงทุน 59 ล้านบาท และเงินสดสุทธิรับจากกิจกรรมจัดหาเงิน 61 ล้านบาท โดยรวมแล้ว เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดปลายงวดเพิ่มขึ้น 183.4% สู่ระดับ 256 ล้านบาท ## สรุปท้าย MALEE ในไตรมาส 2 ปี 2566 แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวที่แข็งแกร่ง โดยสามารถพลิกกลับมามีกำไรได้ จากการเติบโตที่โดดเด่นของธุรกิจตราสินค้าและการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ แม้จะเผชิญกับแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบบางรายการ อย่างไรก็ตาม ด้วยกลยุทธ์ที่ชัดเจนในการมุ่งเน้นการเติบโตของแบรนด์ การบริหารต้นทุน และการปรับปรุงประสิทธิภาพองค์กร ทำให้มีโอกาสที่ผลประกอบการจะเติบโตต่อเนื่องในอนาคต ขณะที่นักลงทุนควรจับตาความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและความเสี่ยงด้านวัตถุดิบอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ MALEE ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
2,007.79 ล้านบาท
↓ 0.2% YoY
กำไรขั้นต้น
309.09 ล้านบาท
↓ 16.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
15.39 %
กำไรสุทธิ
34.39 ล้านบาท
↑ 43.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.71 %
D/E Ratio
1.17
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,008
↓ -0.2% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
309
↓ -16.1% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
34
↑ + 43.1% YoY
D/E Ratio
1.17

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — MALEE

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
2,007.79
-0.19%
2,011.68
-8.44%
2,197.14
-38.02%
3,544.76
+239.82%
-2,535.16
-164.76%
3,914.61
+222.63%
กำไรขั้นต้น —
309.09
-16.06%
368.23
-5.28%
388.76
-0.18%
389.45
+73.47%
224.51
+144.58%
91.79
-55.84%
ค่าใช้จ่ายรวม —
267.55
-18.84%
329.65
+1.84%
323.69
-2.69%
332.65
+34.85%
246.67
+13.14%
218.02
-30.52%
กำไรสุทธิ —
34.39
+43.10%
24.03
-51.69%
49.74
+130.30%
-164.17
-295.71%
-41.49
+66.95%
-125.54
-109.35%
กำไรต่อหุ้น —
0.06
+43.18%
0.04
-51.65%
0.09
+130.23%
-0.30
-296.05%
-0.08
+66.96%
-0.23
-109.09%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
15.39
-15.90%
18.30
+3.45%
17.69
+60.96%
10.99
—
2.34
-86.34%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
13.33
-18.67%
16.39
+11.27%
14.73
+57.04%
9.38
—
5.57
-78.46%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
1.71
+43.70%
1.19
-47.35%
2.26
+148.81%
-4.63
—
-3.21
+35.02%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
3.05
+164.76%
-4.71
+69.30%
-15.34
-370.55%
5.67
+188.73%
-6.39
-359.76%
2.46
+129.91%
ROE(%) —
8.20
-41.60%
14.04
+202.59%
4.64
+122.72%
-20.42
-23.38%
-16.55
+33.32%
-24.82
-257.89%
ROA(%) —
6.54
-25.34%
8.76
+136.76%
3.70
+200.81%
1.23
+180.92%
-1.52
+68.53%
-4.83
-151.55%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
1.17
-4.10%
1.22
-24.69%
1.62
-41.09%
2.75
-36.78%
4.35
+15.38%
3.77
+183.46%
P/E —
11.58
-24.21%
15.28
-38.78%
24.96
24.96
0.00
0.00
P/BV —
0.93
-57.92%
2.21
-24.83%
2.94
-11.71%
3.33
+26.14%
2.64
+23.94%
2.13
+7.04%
BV —
4.50
+6.13%
4.24
+19.77%
3.54
+63.89%
2.16
-13.60%
2.50
-17.22%
3.02
-7.65%
YIELD(%) —
2.38
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ราคาหุ้น —
4.20
-55.08%
9.35
-10.10%
10.40
+44.44%
7.20
+9.09%
6.60
+2.33%
6.45
-0.77%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.17
ROE (%)
8.20
ROA (%)
6.54
Book Value/หุ้น
4.60

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — MALEE

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
2,754.20
+11.77%
—
2,345.96
+6.50%
2,202.85
+10.01%
—
1,226.91
-19.24%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
2,743.08
-6.81%
—
3,190.96
-6.59%
3,416.11
-2.51%
—
2,775.72
+3.22%
รวมสินทรัพย์ —
5,497.28
+1.65%
—
5,536.92
-1.46%
5,618.96
+2.04%
—
4,002.64
-4.89%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
1,893.69
+5.15%
—
2,176.31
-23.44%
2,842.71
+8.33%
—
2,034.57
-12.80%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
1,070.83
-8.80%
—
1,247.05
-2.49%
1,278.83
-4.45%
—
1,128.44
+33.45%
รวมหนี้สิน —
2,964.52
-0.35%
—
3,423.36
-16.94%
4,121.54
+4.01%
—
3,163.01
-0.49%
รวมส่วนของเจ้าของ —
2,532.76
+4.11%
—
2,113.57
+41.15%
1,497.42
-3.01%
—
839.63
-18.45%
D/E —
1.17
—
1.62
2.75
—
3.77
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
8.20
—
4.64
-20.42
—
-24.82
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
6.54
—
3.70
1.23
—
-4.83
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
1.45
—
1.08
0.77
—
0.60
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.89
—
0.71
0.46
—
0.33
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
61.89
—
0.00
0.00
—
66.86
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
52.26
—
0.00
0.00
—
60.78
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
62.62
—
0.00
0.00
—
73.09
วงจรเงินสด —
51.53
—
0.00
0.00
—
54.55
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+25
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+35
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — MALEE

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
24.81
-108.71%
-284.83
+309.41%
-69.57
-147.74%
145.74
—
260.39
+187.98%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
34.93
-61.31%
90.28
+26.73%
71.24
-535.19%
-16.37
—
34.83
+35.79%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
-241.64
-191.17%
265.05
-581.12%
-55.09
-41.65%
-94.42
—
-330.70
+179.45%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
-182.42
-334.08%
77.93
-328.87%
-34.05
-163.72%
53.44
—
-35.10
-195.90%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
220.18
-32.69%
327.10
+233.44%
98.10
-21.87%
125.56
+28.62%
—
118.77
+15.13%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
242.63
+10.20%
220.18
-32.69%
327.10
+233.44%
98.10
-21.88%
—
83.67
-29.55%