MALEE
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
MALEE
บริษัท มาลีกรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
3.78
0.02 (0.53%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=10181 out_tok=2782 at=2026-07-25T19:53:08 --> # MALEE พลิกกำไร Q3/66 โต 182% รับยอดขายทุกช่องทางพุ่ง ## รายได้รวมโต 22% YoY หนุนผลประกอบการฟื้นตัว ขณะที่ฝ่ายจัดการเร่งคุมต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต บริษัท มาลีกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MALEE รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 9 ล้านบาท เติบโตถึง 182% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 11 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของยอดขายทุกช่องทางทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น แม้จะเผชิญกับต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและภาระภาษีความหวานที่เพิ่มขึ้น ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ MALEE ในไตรมาส 3/2566 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 9 ล้านบาท จากที่เคยขาดทุน 11 ล้านบาทในปีก่อนหน้า (เพิ่มขึ้น 182% YoY) คือ **การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของยอดขายรวมที่เพิ่มขึ้น 22% YoY** ซึ่งเป็นผลมาจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นในทุกช่องทางการขาย ทั้งธุรกิจตราสินค้า (Branded Business) ในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงธุรกิจรับจ้างผลิต (Contract Manufacturing Business: CMG) ที่เติบโตโดดเด่น ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การเติบโตของยอดขายมาจากหลายปัจจัยสนับสนุน: * **ยอดขายในประเทศ:** ธุรกิจตราสินค้าในประเทศเพิ่มขึ้น 9% YoY และธุรกิจรับจ้างผลิตโดยรวมเพิ่มขึ้น 33% YoY * **ยอดขายต่างประเทศ:** ธุรกิจตราสินค้าต่างประเทศเพิ่มขึ้น 6% YoY * **ธุรกิจรับจ้างผลิต (CMG):** มีการเติบโตที่โดดเด่นถึง 33% YoY ซึ่งเป็นปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญ * **การบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** แม้ต้นทุนสินค้าหลัก วัตถุดิบทางการเกษตร (น้ำมะพร้าว, น้ำนมดิบ) ภาชนะบรรจุ ค่าสาธารณูปโภค ค่าขนส่ง และภาษีความหวานจะปรับสูงขึ้น แต่บริษัทฯ สามารถควบคุมต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้ดีขึ้น ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการขายต่อยอดขายลดลงจาก 8.0% เป็น 5.7% และค่าใช้จ่ายในการบริหารต่อยอดขายลดลงจาก 8.3% เป็น 7.4% อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ปรับลดลงจาก 17.2% ใน Q3/2565 เป็น 14.9% ใน Q3/2566 เนื่องจากต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นมากกว่ายอดขายที่เติบโต นอกจากนี้ ยังมีรายการค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว (One-time Expense) คือ ค่าเผื่อการด้อยค่าสินทรัพย์ของธุรกิจร่วมค้าในฟิลิปปินส์ (Monde Malee Beverage Corporation - MMBC) จำนวน 12.5 ล้านบาท ซึ่งส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิ แต่รายการนี้ไม่ใช่รายการเงินสด ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการมีแผนกลยุทธ์ที่ชัดเจนในการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยมุ่งเน้นการเพิ่มยอดขายสินค้าภายใต้แบรนด์ Malee & Chokchai Farm ให้เติบโตมากกว่ายอดขายธุรกิจรับจ้างผลิต เพื่อลดต้นทุนการผลิตจากการใช้กำลังการผลิตให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น กลยุทธ์หลักประกอบด้วย การเพิ่มปริมาณการขายสินค้าในตลาดเป้าหมายผ่าน 4 เสาหลักทางการค้า, การเพิ่มลูกค้าหลักในธุรกิจรับจ้างผลิตและรักษาอัตรากำไรขั้นต้น, การปรับปรุงประสิทธิภาพองค์กรและพิจารณาปรับเพิ่มราคาสินค้าหากจำเป็น, การขับเคลื่อนการประหยัดต้นทุนจากการผลิต, และการลดวันคงคลังวัตถุดิบและสินค้าสำเร็จรูป ผลการดำเนินงานใน 3 ไตรมาสแรกของปี 2566 แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยยอดขายสินค้าภายใต้แบรนด์เติบโตสูงกว่ายอดขายสินค้ารับจ้างผลิต ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางที่วางไว้ แม้จะยังคงเผชิญกับต้นทุนวัตถุดิบที่สูงและการขาดแคลนวัตถุดิบบางรายการ (น้ำมะพร้าว, น้ำนมดิบ) ซึ่งบริษัทฯ กำลังเร่งจัดหาเพื่อรองรับความต้องการในปี 2567 ## Highlight สำคัญ * **พลิกมีกำไรสุทธิ:** ไตรมาส 3/2566 มีกำไรสุทธิ 9 ล้านบาท เทียบกับขาดทุน 11 ล้านบาทในปีก่อนหน้า (YoY +182%) * **ยอดขายเติบโตแข็งแกร่ง:** ยอดขายรวม 1,961 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22% YoY จากทุกช่องทาง * **ธุรกิจรับจ้างผลิต (CMG) โดดเด่น:** มีการเติบโตสูงถึง 33% YoY * **ต้นทุนขายสูงขึ้น:** อัตราส่วนต้นทุนขายต่อยอดขายเพิ่มขึ้นเป็น 85.1% จาก 82.8% YoY เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบ ภาชนะบรรจุ ค่าขนส่ง และภาษีความหวานที่ปรับสูงขึ้น * **อัตรากำไรขั้นต้นลดลง:** อยู่ที่ 14.9% เทียบกับ 17.2% YoY * **ค่าใช้จ่ายดำเนินงานมีประสิทธิภาพ:** ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายลดลง * **รายการพิเศษกระทบกำไร:** มีค่าเผื่อการด้อยค่าสินทรัพย์ 12.5 ล้านบาท จากธุรกิจร่วมค้าในฟิลิปปินส์ ## ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 3/2566 MALEE มียอดขายรวม 1,961 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22% YoY โดยยอดขายในประเทศเพิ่มขึ้น 22% YoY และยอดขายต่างประเทศเพิ่มขึ้น 24% YoY ส่งผลให้กำไรสุทธิพลิกกลับมาเป็น 9 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 11 ล้านบาทในปีก่อนหน้า แม้ว่าต้นทุนขายจะเพิ่มขึ้น 26% YoY ทำให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเพียง 6% YoY และอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 17.2% เป็น 14.9% แต่การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้ สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2566 บริษัทฯ มียอดขายรวม 5,700 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% YoY และมีกำไรสุทธิ 30 ล้านบาท เทียบกับขาดทุน 46 ล้านบาทในปีก่อนหน้า (YoY +166%) ## โอกาส * **การเติบโตของตลาดน้ำผลไม้พร้อมดื่ม:** ตลาดในประเทศเติบโต 14% YoY (MAT Sep 2023) * **การเติบโตของธุรกิจรับจ้างผลิต (CMG):** มีศักยภาพในการเพิ่มลูกค้าและรักษาอัตรากำไร * **การขยายตลาดต่างประเทศ:** ยอดขายต่างประเทศเติบโต 24% YoY ใน Q3/2566 * **การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต:** มุ่งเน้นการลดต้นทุนและใช้กำลังการผลิตให้เต็มที่ * **การปรับเพิ่มราคาสินค้า:** พิจารณาปรับเพิ่มราคาหากมีความจำเป็นเพื่อรักษาอัตรากำไร ## ความเสี่ยง * **ต้นทุนวัตถุดิบผันผวนและขาดแคลน:** ต้นทุนวัตถุดิบทางการเกษตร (น้ำมะพร้าว, น้ำนมดิบ) ยังคงอยู่ในระดับสูงและมีแนวโน้มขาดแคลน * **ภาระภาษีความหวาน:** อัตราภาษีความหวานที่ปรับขึ้นเป็นเฟสที่ 3 ตั้งแต่ 1 เมษายน 2566 * **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** มีผลต่อรายได้จากการส่งออก * **การแข่งขันในตลาด:** ตลาดน้ำผลไม้พร้อมดื่มมีการแข่งขันสูง ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ:** ความสามารถในการจัดหาวัตถุดิบให้เพียงพอและควบคุมต้นทุน * **การเติบโตของธุรกิจรับจ้างผลิต (CMG):** การเพิ่มลูกค้าใหม่และการรักษาฐานลูกค้าเดิม * **การปรับเพิ่มราคาสินค้า:** ผลกระทบต่อยอดขายและส่วนแบ่งการตลาด * **ผลประกอบการของธุรกิจร่วมค้าในฟิลิปปินส์ (MMBC):** การฟื้นตัวและผลกระทบต่อผลกำไร * **การดำเนินงานตามแผนกลยุทธ์:** การบรรลุเป้าหมายการเติบโตของแบรนด์และประสิทธิภาพองค์กร ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร) * **ราคาวัตถุดิบ:** ต้นทุนวัตถุดิบหลัก เช่น น้ำมะพร้าว และน้ำนมดิบ ยังคงปรับตัวสูงขึ้นและมีปัญหาขาดแคลน ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรขั้นต้น * **Volume:** ยอดขายรวมเติบโต 22% YoY เป็นปัจจัยบวกสำคัญที่ช่วยชดเชยต้นทุนที่สูงขึ้น * **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 17.2% เป็น 14.9% YoY เนื่องจากต้นทุนขายเพิ่มขึ้นมากกว่ายอดขาย * **ช่องทางขาย:** การเติบโตของยอดขายในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงธุรกิจรับจ้างผลิต (CMG) เป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก * **สต็อก:** มีการพยายามลดวันคงคลังวัตถุดิบและสินค้าสำเร็จรูป * **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** ยอดขายต่างประเทศเติบโต 24% YoY ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดี * **ฤดูกาลผลิต:** ไม่ได้ระบุผลกระทบจากฤดูกาลผลิตในเอกสาร ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด * **สินทรัพย์รวม:** ณ สิ้น Q3/2566 อยู่ที่ 5,539 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 1.42% จากสิ้นปี 2565 โดยมีปัจจัยหลักจากค่าเสื่อมราคาของสินทรัพย์ถาวร * **หนี้สินรวม:** ลดลง 14.3% จากสิ้นปี 2565 อยู่ที่ 3,533 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากการลดลงของเงินกู้ยืมระยะยาว * **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** เพิ่มขึ้น 36.8% จากสิ้นปี 2565 อยู่ที่ 1,933 ล้านบาท จากการขายหุ้นไขว้ตามแผนปรับโครงสร้างและผลประกอบการที่เป็นกำไร * **สภาพคล่อง:** อัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ 0.80 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 0.77 เท่า ณ สิ้นปี 2565 * **หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนผู้ถือหุ้น:** ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 1.59 เท่า เป็น 0.90 เท่า * **กระแสเงินสด:** เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานเพิ่มขึ้น 94.7% เป็น 192 ล้านบาท จากการดำเนินงานที่ดีขึ้น ## สรุปท้าย MALEE พลิกกลับมามีกำไรในไตรมาส 3/2566 จากการเติบโตของยอดขายที่แข็งแกร่งในทุกช่องทาง โดยเฉพาะธุรกิจรับจ้างผลิต (CMG) แม้จะเผชิญกับต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและภาระภาษีความหวาน แต่การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพช่วยหนุนผลประกอบการให้ดีขึ้น ฝ่ายจัดการมีกลยุทธ์ที่ชัดเจนในการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยมุ่งเน้นการเพิ่มยอดขายแบรนด์และประสิทธิภาพการผลิต ซึ่งมีโอกาสที่จะเห็นผลประกอบการที่ดีต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงด้านต้นทุนวัตถุดิบที่ผันผวนและการแข่งขันในตลาดเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ MALEE ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
2,007.79 ล้านบาท
↓ 0.2% YoY
กำไรขั้นต้น
309.09 ล้านบาท
↓ 16.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
15.39 %
กำไรสุทธิ
34.39 ล้านบาท
↑ 43.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.71 %
D/E Ratio
1.17
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,008
↓ -0.2% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
309
↓ -16.1% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
34
↑ + 43.1% YoY
D/E Ratio
1.17

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — MALEE

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
2,007.79
-0.19%
2,011.68
-8.44%
2,197.14
-38.02%
3,544.76
+239.82%
-2,535.16
-164.76%
3,914.61
+222.63%
กำไรขั้นต้น —
309.09
-16.06%
368.23
-5.28%
388.76
-0.18%
389.45
+73.47%
224.51
+144.58%
91.79
-55.84%
ค่าใช้จ่ายรวม —
267.55
-18.84%
329.65
+1.84%
323.69
-2.69%
332.65
+34.85%
246.67
+13.14%
218.02
-30.52%
กำไรสุทธิ —
34.39
+43.10%
24.03
-51.69%
49.74
+130.30%
-164.17
-295.71%
-41.49
+66.95%
-125.54
-109.35%
กำไรต่อหุ้น —
0.06
+43.18%
0.04
-51.65%
0.09
+130.23%
-0.30
-296.05%
-0.08
+66.96%
-0.23
-109.09%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
15.39
-15.90%
18.30
+3.45%
17.69
+60.96%
10.99
—
2.34
-86.34%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
13.33
-18.67%
16.39
+11.27%
14.73
+57.04%
9.38
—
5.57
-78.46%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
1.71
+43.70%
1.19
-47.35%
2.26
+148.81%
-4.63
—
-3.21
+35.02%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
3.05
+164.76%
-4.71
+69.30%
-15.34
-370.55%
5.67
+188.73%
-6.39
-359.76%
2.46
+129.91%
ROE(%) —
8.20
-41.60%
14.04
+202.59%
4.64
+122.72%
-20.42
-23.38%
-16.55
+33.32%
-24.82
-257.89%
ROA(%) —
6.54
-25.34%
8.76
+136.76%
3.70
+200.81%
1.23
+180.92%
-1.52
+68.53%
-4.83
-151.55%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
1.17
-4.10%
1.22
-24.69%
1.62
-41.09%
2.75
-36.78%
4.35
+15.38%
3.77
+183.46%
P/E —
11.58
-24.21%
15.28
-38.78%
24.96
24.96
0.00
0.00
P/BV —
0.93
-57.92%
2.21
-24.83%
2.94
-11.71%
3.33
+26.14%
2.64
+23.94%
2.13
+7.04%
BV —
4.50
+6.13%
4.24
+19.77%
3.54
+63.89%
2.16
-13.60%
2.50
-17.22%
3.02
-7.65%
YIELD(%) —
2.38
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ราคาหุ้น —
4.20
-55.08%
9.35
-10.10%
10.40
+44.44%
7.20
+9.09%
6.60
+2.33%
6.45
-0.77%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.17
ROE (%)
8.20
ROA (%)
6.54
Book Value/หุ้น
4.60

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — MALEE

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
2,754.20
+11.77%
—
2,345.96
+6.50%
2,202.85
+10.01%
—
1,226.91
-19.24%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
2,743.08
-6.81%
—
3,190.96
-6.59%
3,416.11
-2.51%
—
2,775.72
+3.22%
รวมสินทรัพย์ —
5,497.28
+1.65%
—
5,536.92
-1.46%
5,618.96
+2.04%
—
4,002.64
-4.89%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
1,893.69
+5.15%
—
2,176.31
-23.44%
2,842.71
+8.33%
—
2,034.57
-12.80%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
1,070.83
-8.80%
—
1,247.05
-2.49%
1,278.83
-4.45%
—
1,128.44
+33.45%
รวมหนี้สิน —
2,964.52
-0.35%
—
3,423.36
-16.94%
4,121.54
+4.01%
—
3,163.01
-0.49%
รวมส่วนของเจ้าของ —
2,532.76
+4.11%
—
2,113.57
+41.15%
1,497.42
-3.01%
—
839.63
-18.45%
D/E —
1.17
—
1.62
2.75
—
3.77
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
8.20
—
4.64
-20.42
—
-24.82
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
6.54
—
3.70
1.23
—
-4.83
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
1.45
—
1.08
0.77
—
0.60
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.89
—
0.71
0.46
—
0.33
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
61.89
—
0.00
0.00
—
66.86
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
52.26
—
0.00
0.00
—
60.78
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
62.62
—
0.00
0.00
—
73.09
วงจรเงินสด —
51.53
—
0.00
0.00
—
54.55
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+25
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+35
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — MALEE

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
24.81
-108.71%
-284.83
+309.41%
-69.57
-147.74%
145.74
—
260.39
+187.98%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
34.93
-61.31%
90.28
+26.73%
71.24
-535.19%
-16.37
—
34.83
+35.79%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
-241.64
-191.17%
265.05
-581.12%
-55.09
-41.65%
-94.42
—
-330.70
+179.45%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
-182.42
-334.08%
77.93
-328.87%
-34.05
-163.72%
53.44
—
-35.10
-195.90%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
220.18
-32.69%
327.10
+233.44%
98.10
-21.87%
125.56
+28.62%
—
118.77
+15.13%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
242.63
+10.20%
220.18
-32.69%
327.10
+233.44%
98.10
-21.88%
—
83.67
-29.55%