บริษัท มาลีกรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
4.06
0.02 (0.49%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=10181 out_tok=2782 at=2026-07-25T19:53:08 -->
# MALEE พลิกกำไร Q3/66 โต 182% รับยอดขายทุกช่องทางพุ่ง
## รายได้รวมโต 22% YoY หนุนผลประกอบการฟื้นตัว ขณะที่ฝ่ายจัดการเร่งคุมต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
บริษัท มาลีกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MALEE รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 9 ล้านบาท เติบโตถึง 182% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 11 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของยอดขายทุกช่องทางทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น แม้จะเผชิญกับต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและภาระภาษีความหวานที่เพิ่มขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ MALEE ในไตรมาส 3/2566 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 9 ล้านบาท จากที่เคยขาดทุน 11 ล้านบาทในปีก่อนหน้า (เพิ่มขึ้น 182% YoY) คือ **การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของยอดขายรวมที่เพิ่มขึ้น 22% YoY** ซึ่งเป็นผลมาจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นในทุกช่องทางการขาย ทั้งธุรกิจตราสินค้า (Branded Business) ในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงธุรกิจรับจ้างผลิต (Contract Manufacturing Business: CMG) ที่เติบโตโดดเด่น
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของยอดขายมาจากหลายปัจจัยสนับสนุน:
* **ยอดขายในประเทศ:** ธุรกิจตราสินค้าในประเทศเพิ่มขึ้น 9% YoY และธุรกิจรับจ้างผลิตโดยรวมเพิ่มขึ้น 33% YoY
* **ยอดขายต่างประเทศ:** ธุรกิจตราสินค้าต่างประเทศเพิ่มขึ้น 6% YoY
* **ธุรกิจรับจ้างผลิต (CMG):** มีการเติบโตที่โดดเด่นถึง 33% YoY ซึ่งเป็นปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญ
* **การบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** แม้ต้นทุนสินค้าหลัก วัตถุดิบทางการเกษตร (น้ำมะพร้าว, น้ำนมดิบ) ภาชนะบรรจุ ค่าสาธารณูปโภค ค่าขนส่ง และภาษีความหวานจะปรับสูงขึ้น แต่บริษัทฯ สามารถควบคุมต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้ดีขึ้น ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการขายต่อยอดขายลดลงจาก 8.0% เป็น 5.7% และค่าใช้จ่ายในการบริหารต่อยอดขายลดลงจาก 8.3% เป็น 7.4%
อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ปรับลดลงจาก 17.2% ใน Q3/2565 เป็น 14.9% ใน Q3/2566 เนื่องจากต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นมากกว่ายอดขายที่เติบโต
นอกจากนี้ ยังมีรายการค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว (One-time Expense) คือ ค่าเผื่อการด้อยค่าสินทรัพย์ของธุรกิจร่วมค้าในฟิลิปปินส์ (Monde Malee Beverage Corporation - MMBC) จำนวน 12.5 ล้านบาท ซึ่งส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิ แต่รายการนี้ไม่ใช่รายการเงินสด
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการมีแผนกลยุทธ์ที่ชัดเจนในการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยมุ่งเน้นการเพิ่มยอดขายสินค้าภายใต้แบรนด์ Malee & Chokchai Farm ให้เติบโตมากกว่ายอดขายธุรกิจรับจ้างผลิต เพื่อลดต้นทุนการผลิตจากการใช้กำลังการผลิตให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น กลยุทธ์หลักประกอบด้วย การเพิ่มปริมาณการขายสินค้าในตลาดเป้าหมายผ่าน 4 เสาหลักทางการค้า, การเพิ่มลูกค้าหลักในธุรกิจรับจ้างผลิตและรักษาอัตรากำไรขั้นต้น, การปรับปรุงประสิทธิภาพองค์กรและพิจารณาปรับเพิ่มราคาสินค้าหากจำเป็น, การขับเคลื่อนการประหยัดต้นทุนจากการผลิต, และการลดวันคงคลังวัตถุดิบและสินค้าสำเร็จรูป
ผลการดำเนินงานใน 3 ไตรมาสแรกของปี 2566 แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยยอดขายสินค้าภายใต้แบรนด์เติบโตสูงกว่ายอดขายสินค้ารับจ้างผลิต ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางที่วางไว้ แม้จะยังคงเผชิญกับต้นทุนวัตถุดิบที่สูงและการขาดแคลนวัตถุดิบบางรายการ (น้ำมะพร้าว, น้ำนมดิบ) ซึ่งบริษัทฯ กำลังเร่งจัดหาเพื่อรองรับความต้องการในปี 2567
## Highlight สำคัญ
* **พลิกมีกำไรสุทธิ:** ไตรมาส 3/2566 มีกำไรสุทธิ 9 ล้านบาท เทียบกับขาดทุน 11 ล้านบาทในปีก่อนหน้า (YoY +182%)
* **ยอดขายเติบโตแข็งแกร่ง:** ยอดขายรวม 1,961 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22% YoY จากทุกช่องทาง
* **ธุรกิจรับจ้างผลิต (CMG) โดดเด่น:** มีการเติบโตสูงถึง 33% YoY
* **ต้นทุนขายสูงขึ้น:** อัตราส่วนต้นทุนขายต่อยอดขายเพิ่มขึ้นเป็น 85.1% จาก 82.8% YoY เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบ ภาชนะบรรจุ ค่าขนส่ง และภาษีความหวานที่ปรับสูงขึ้น
* **อัตรากำไรขั้นต้นลดลง:** อยู่ที่ 14.9% เทียบกับ 17.2% YoY
* **ค่าใช้จ่ายดำเนินงานมีประสิทธิภาพ:** ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายลดลง
* **รายการพิเศษกระทบกำไร:** มีค่าเผื่อการด้อยค่าสินทรัพย์ 12.5 ล้านบาท จากธุรกิจร่วมค้าในฟิลิปปินส์
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3/2566 MALEE มียอดขายรวม 1,961 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22% YoY โดยยอดขายในประเทศเพิ่มขึ้น 22% YoY และยอดขายต่างประเทศเพิ่มขึ้น 24% YoY ส่งผลให้กำไรสุทธิพลิกกลับมาเป็น 9 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 11 ล้านบาทในปีก่อนหน้า แม้ว่าต้นทุนขายจะเพิ่มขึ้น 26% YoY ทำให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเพียง 6% YoY และอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 17.2% เป็น 14.9% แต่การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้
สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2566 บริษัทฯ มียอดขายรวม 5,700 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% YoY และมีกำไรสุทธิ 30 ล้านบาท เทียบกับขาดทุน 46 ล้านบาทในปีก่อนหน้า (YoY +166%)
## โอกาส
* **การเติบโตของตลาดน้ำผลไม้พร้อมดื่ม:** ตลาดในประเทศเติบโต 14% YoY (MAT Sep 2023)
* **การเติบโตของธุรกิจรับจ้างผลิต (CMG):** มีศักยภาพในการเพิ่มลูกค้าและรักษาอัตรากำไร
* **การขยายตลาดต่างประเทศ:** ยอดขายต่างประเทศเติบโต 24% YoY ใน Q3/2566
* **การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต:** มุ่งเน้นการลดต้นทุนและใช้กำลังการผลิตให้เต็มที่
* **การปรับเพิ่มราคาสินค้า:** พิจารณาปรับเพิ่มราคาหากมีความจำเป็นเพื่อรักษาอัตรากำไร
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนวัตถุดิบผันผวนและขาดแคลน:** ต้นทุนวัตถุดิบทางการเกษตร (น้ำมะพร้าว, น้ำนมดิบ) ยังคงอยู่ในระดับสูงและมีแนวโน้มขาดแคลน
* **ภาระภาษีความหวาน:** อัตราภาษีความหวานที่ปรับขึ้นเป็นเฟสที่ 3 ตั้งแต่ 1 เมษายน 2566
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** มีผลต่อรายได้จากการส่งออก
* **การแข่งขันในตลาด:** ตลาดน้ำผลไม้พร้อมดื่มมีการแข่งขันสูง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ:** ความสามารถในการจัดหาวัตถุดิบให้เพียงพอและควบคุมต้นทุน
* **การเติบโตของธุรกิจรับจ้างผลิต (CMG):** การเพิ่มลูกค้าใหม่และการรักษาฐานลูกค้าเดิม
* **การปรับเพิ่มราคาสินค้า:** ผลกระทบต่อยอดขายและส่วนแบ่งการตลาด
* **ผลประกอบการของธุรกิจร่วมค้าในฟิลิปปินส์ (MMBC):** การฟื้นตัวและผลกระทบต่อผลกำไร
* **การดำเนินงานตามแผนกลยุทธ์:** การบรรลุเป้าหมายการเติบโตของแบรนด์และประสิทธิภาพองค์กร
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาวัตถุดิบ:** ต้นทุนวัตถุดิบหลัก เช่น น้ำมะพร้าว และน้ำนมดิบ ยังคงปรับตัวสูงขึ้นและมีปัญหาขาดแคลน ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรขั้นต้น
* **Volume:** ยอดขายรวมเติบโต 22% YoY เป็นปัจจัยบวกสำคัญที่ช่วยชดเชยต้นทุนที่สูงขึ้น
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 17.2% เป็น 14.9% YoY เนื่องจากต้นทุนขายเพิ่มขึ้นมากกว่ายอดขาย
* **ช่องทางขาย:** การเติบโตของยอดขายในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงธุรกิจรับจ้างผลิต (CMG) เป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก
* **สต็อก:** มีการพยายามลดวันคงคลังวัตถุดิบและสินค้าสำเร็จรูป
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** ยอดขายต่างประเทศเติบโต 24% YoY ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดี
* **ฤดูกาลผลิต:** ไม่ได้ระบุผลกระทบจากฤดูกาลผลิตในเอกสาร
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ สิ้น Q3/2566 อยู่ที่ 5,539 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 1.42% จากสิ้นปี 2565 โดยมีปัจจัยหลักจากค่าเสื่อมราคาของสินทรัพย์ถาวร
* **หนี้สินรวม:** ลดลง 14.3% จากสิ้นปี 2565 อยู่ที่ 3,533 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากการลดลงของเงินกู้ยืมระยะยาว
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** เพิ่มขึ้น 36.8% จากสิ้นปี 2565 อยู่ที่ 1,933 ล้านบาท จากการขายหุ้นไขว้ตามแผนปรับโครงสร้างและผลประกอบการที่เป็นกำไร
* **สภาพคล่อง:** อัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ 0.80 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 0.77 เท่า ณ สิ้นปี 2565
* **หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนผู้ถือหุ้น:** ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 1.59 เท่า เป็น 0.90 เท่า
* **กระแสเงินสด:** เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานเพิ่มขึ้น 94.7% เป็น 192 ล้านบาท จากการดำเนินงานที่ดีขึ้น
## สรุปท้าย
MALEE พลิกกลับมามีกำไรในไตรมาส 3/2566 จากการเติบโตของยอดขายที่แข็งแกร่งในทุกช่องทาง โดยเฉพาะธุรกิจรับจ้างผลิต (CMG) แม้จะเผชิญกับต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและภาระภาษีความหวาน แต่การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพช่วยหนุนผลประกอบการให้ดีขึ้น ฝ่ายจัดการมีกลยุทธ์ที่ชัดเจนในการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยมุ่งเน้นการเพิ่มยอดขายแบรนด์และประสิทธิภาพการผลิต ซึ่งมีโอกาสที่จะเห็นผลประกอบการที่ดีต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงด้านต้นทุนวัตถุดิบที่ผันผวนและการแข่งขันในตลาดเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ MALEE ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
2,007.79
ล้านบาท
↓ 0.2% YoY
กำไรขั้นต้น
309.09
ล้านบาท
↓ 16.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
15.39
%
กำไรสุทธิ
34.39
ล้านบาท
↑ 43.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.71
%
D/E Ratio
1.17
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,008
↓ -0.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
309
↓ -16.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
34
↑ + 43.1%
YoY
D/E Ratio
1.17
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — MALEE
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.17
ROE (%)
8.20
ROA (%)
6.54
Book Value/หุ้น
4.57
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — MALEE
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+25
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+35
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — MALEE
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
24.81
-108.71%
|
-284.83
+309.41%
|
-69.57
-147.74%
|
145.74
|
— |
260.39
+187.98%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
34.93
-61.31%
|
90.28
+26.73%
|
71.24
-535.19%
|
-16.37
|
— |
34.83
+35.79%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-241.64
-191.17%
|
265.05
-581.12%
|
-55.09
-41.65%
|
-94.42
|
— |
-330.70
+179.45%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-182.42
-334.08%
|
77.93
-328.87%
|
-34.05
-163.72%
|
53.44
|
— |
-35.10
-195.90%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
220.18
-32.69%
|
327.10
+233.44%
|
98.10
-21.87%
|
125.56
+28.62%
|
— |
118.77
+15.13%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
242.63
+10.20%
|
220.18
-32.69%
|
327.10
+233.44%
|
98.10
-21.88%
|
— |
83.67
-29.55%
|