บริษัท เดอะคลีนิกค์ คลินิกเวชกรรม จำกัด (มหาชน)
SET ·
29.25
+1.25 (+4.46%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7183 out_tok=2947 at=2026-07-25T18:09:39 -->
# KLINIQ กำไรสุทธิปี 65 พุ่ง 59% รับแรงหนุนรายได้โตทุกแบรนด์-ทุกแผนก
## รายได้รวมโต 72.5% หนุนกำไรสุทธิปี 65 พุ่ง 59% เผย Q4/65 กำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์
บริษัท เดอะคลีนิกค์ คลินิกเวชกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ KLINIQ รายงานผลประกอบการปี 2565 มีรายได้จากการขายและบริการรวม 1,639.03 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 72.5% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ส่งผลให้กำไรสุทธิอยู่ที่ 205.57 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 59.0% โดยเฉพาะไตรมาส 4/2565 ทำสถิติกำไรสูงสุดนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทฯ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ KLINIQ ในปี 2565 คือ **การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้จากการขายและบริการที่เพิ่มขึ้นถึง 72.5%** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อกำไรสุทธิที่เติบโตตามมาถึง 59.0% โดยเฉพาะอย่างยิ่งในไตรมาส 4/2565 ที่ทำสถิติกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ปัจจัยหลักมาจาก **การขยายสาขาอย่างมีนัยสำคัญ** และ **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมบริการสุขภาพและความงามหลังสถานการณ์ COVID-19 คลี่คลาย**
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้มาจากหลายปัจจัยประกอบกัน:
* **การขยายสาขา:** บริษัทฯ ได้เพิ่มจำนวนสาขาจาก 30 สาขา ณ สิ้นปี 2564 เป็น 40 สาขา ณ สิ้นปี 2565 คิดเป็นการเติบโต 33.3% ซึ่งเป็นการเพิ่มศักยภาพในการให้บริการและเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น
* **การฟื้นตัวของอุปสงค์:** สถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่เริ่มคลี่คลาย ทำให้ผู้บริโภคกลับมาให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพและความงามมากขึ้น ส่งผลให้ความต้องการใช้บริการเพิ่มขึ้นในทุกแผนก
* **การเติบโตของทุกแบรนด์และทุกแผนกบริการ:** รายได้เติบโตในทุกแบรนด์หลัก ได้แก่ THE KLINIQUE, L.A.B.X และ THE KLINIQUE SURGERY CENTER รวมถึงทุกแผนกบริการ ทั้งแผนกผิวหนังและความงาม, แผนกลดน้ำหนักและดูแลรูปร่าง, แผนกชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ และแผนกศัลยกรรมตกแต่ง โดยเฉพาะแผนกศัลยกรรมที่เติบโตสูงถึง 554.1% จากการเปิดศูนย์ศัลยกรรมใหม่
* **Same Store Sales Growth (SSSG):** SSSG ในไตรมาส 4/2565 เทียบกับไตรมาส 3/2565 อยู่ที่ 16% และ SSSG ของทั้งปี 2565 เทียบกับปี 2564 อยู่ที่ 65% บ่งชี้ถึงการเติบโตของยอดขายจากสาขาเดิมที่มีอยู่แล้ว
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจาก:
* **แผนการขยายสาขา:** บริษัทฯ มีแผนขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยเพิ่มฐานรายได้ในอนาคต
* **การเปิดตัวแบรนด์ใหม่:** การเปิดตัวแบรนด์ L.A.B.X ในช่วงไตรมาส 3/2565 ที่เน้นตลาดกลุ่ม Premium และการเปิดศูนย์ศัลยกรรม THE KLINIQUE SURGERY CENTER ในช่วงปลายไตรมาส 2/2565 เป็นการกระจายฐานลูกค้าและเพิ่มแหล่งรายได้ใหม่
* **เทรนด์การดูแลสุขภาพและความงาม:** เทรนด์การใส่ใจสุขภาพและความงามจากภายในสู่ภายนอกยังคงได้รับความนิยมและมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง
* **การลงทุนในเครื่องมือแพทย์:** การลงทุนในเครื่องมือแพทย์เพิ่มเติมช่วยเพิ่มศักยภาพในการให้บริการและดึงดูดลูกค้า
อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงเล็กน้อยจาก 58.7% ในปี 2564 เป็น 56.3% ในปี 2565 เนื่องจากต้นทุนค่าแพทย์สำหรับแผนกศัลยกรรมที่สูงขึ้น และต้นทุนยาบางรายการที่ปรับตัวขึ้นเล็กน้อย รวมถึงการยกเลิกส่วนลดค่าเช่าบางส่วน อาจเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการขายและบริการปี 2565 เติบโต 72.5%** แตะ 1,639.03 ล้านบาท
* **กำไรสุทธิปี 2565 เพิ่มขึ้น 59.0%** อยู่ที่ 205.57 ล้านบาท
* **ไตรมาส 4/2565 ทำสถิติกำไรสูงสุด** นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทฯ
* **จำนวนสาขาเพิ่มขึ้น 33.3%** เป็น 40 สาขา ณ สิ้นปี 2565
* **SSSG ปี 2565 เติบโต 65%** เทียบกับปีก่อนหน้า
* **อัตรากำไรขั้นต้นปี 2565 อยู่ที่ 56.3%** ลดลงเล็กน้อยจาก 58.7% ในปีก่อน
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2565 KLINIQ มีรายได้จากการขายและบริการรวม 1,639.03 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 72.5% จาก 949.93 ล้านบาทในปี 2564 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการขยายสาขา การจัดซื้อเครื่องมือแพทย์เพิ่มเติม และสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ที่เริ่มคลี่คลาย ทำให้ความต้องการใช้บริการเพิ่มขึ้นในทุกแผนกและทุกแบรนด์
ด้านต้นทุนขายและบริการอยู่ที่ 716.07 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 83.1% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 922.97 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 65.1% แต่อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อยจาก 58.7% เป็น 56.3% เนื่องจากต้นทุนค่าแพทย์แผนกศัลยกรรมที่สูงขึ้น ต้นทุนยาและเวชภัณฑ์บางรายการที่ปรับตัวขึ้น และการยกเลิกส่วนลดค่าเช่า
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 65.3% เป็น 674.27 ล้านบาท จากการขยายสาขาและการตลาดเพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์ใหม่ แต่สัดส่วนค่าใช้จ่ายรวมต่อยอดขายลดลงเล็กน้อย
ส่งผลให้กำไรสุทธิปี 2565 อยู่ที่ 205.57 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 59.0% จาก 129.26 ล้านบาทในปี 2564 โดยมีกำไรสุทธิไตรมาส 4/2565 สูงสุดถึง 60.70 ล้านบาท
## โอกาส
* **การขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง:** การเพิ่มจำนวนสาขาจะช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าและขยายฐานรายได้
* **การเปิดตัวแบรนด์ใหม่และการขยายบริการ:** การมีแบรนด์ที่หลากหลายและบริการที่ครอบคลุม เช่น L.A.B.X และศูนย์ศัลยกรรม ช่วยตอบสนองความต้องการของตลาดที่แตกต่างกัน
* **เทรนด์การดูแลสุขภาพและความงาม:** ความต้องการบริการด้านความงามและสุขภาพที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปัจจัยบวกสำคัญ
* **การลงทุนในเทคโนโลยีและเครื่องมือแพทย์:** การนำเครื่องมือแพทย์ที่ทันสมัยมาใช้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความน่าสนใจของบริการ
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว:** หากเศรษฐกิจฟื้นตัวและภาคการท่องเที่ยวกลับมาคึกคัก จะส่งผลดีต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค
## ความเสี่ยง
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** ธุรกิจบริการสุขภาพและความงามมีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้ประกอบการรายเดิมและรายใหม่
* **ต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น:** ต้นทุนค่าแพทย์ ค่าเช่า ค่าวัสดุทางการแพทย์ และค่าเงินบาทที่อ่อนค่า อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไร
* **การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค:** ความต้องการและเทรนด์ความงามอาจเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว
* **กฎระเบียบและข้อบังคับ:** การเปลี่ยนแปลงกฎหมายหรือข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจบริการทางการแพทย์และความงาม
* **ความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจ:** ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวอาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แผนการขยายสาขาในปี 2566:** จำนวนสาขาที่จะเพิ่มขึ้นและทำเลที่ตั้ง
* **ผลประกอบการของแบรนด์ L.A.B.X และศูนย์ศัลยกรรม:** การเติบโตและผลตอบรับจากตลาด
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของต้นทุนค่าแพทย์และต้นทุนยา
* **การบริหารจัดการต้นทุนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** ประสิทธิภาพในการควบคุมค่าใช้จ่ายเมื่อเทียบกับการเติบโตของรายได้
* **SSSG ในไตรมาสถัดไป:** การเติบโตของยอดขายจากสาขาเดิม
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้:** รายได้จากการขายและบริการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง 72.5% โดยมีสัดส่วนรายได้หลักมาจากแผนกผิวหนังและความงาม (84.7%) และแบรนด์ THE KLINIQUE (95.0%) ซึ่งเป็นกลุ่ม Luxury Segment การเปิดตัวแบรนด์ L.A.B.X และศูนย์ศัลยกรรม THE KLINIQUE SURGERY CENTER เป็นปัจจัยเสริมที่สำคัญ
* **จำนวนสาขา:** การเพิ่มขึ้นของจำนวนสาขา 33.3% เป็น 40 สาขา สะท้อนการขยายธุรกิจเชิงรุก
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** ปรับตัวลดลงเล็กน้อยจาก 58.7% เป็น 56.3% เนื่องจากต้นทุนค่าแพทย์แผนกศัลยกรรมที่สูงขึ้น และต้นทุนยาบางรายการที่ปรับขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** เพิ่มขึ้น 65.3% สอดคล้องกับการขยายตัวของธุรกิจ แต่สัดส่วนต่อยอดขายลดลงเล็กน้อย
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** เพิ่มขึ้น 218.1% เป็น 2,590.25 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการระดมทุน IPO และเงินรับจากกิจกรรมดำเนินงาน
* **หนี้สินรวม:** เพิ่มขึ้น 44.5% เป็น 944.50 ล้านบาท จากรายได้ค่าบริการรับล่วงหน้าและหนี้สินตามสัญญาเช่าที่เพิ่มขึ้น
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 1,485.25 ล้านบาท เป็น 1,645.75 ล้านบาท จากการเพิ่มทุน IPO และกำไรสะสม
* **กระแสเงินสด:** เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงานเพิ่มขึ้น 71.0% เป็น 407.96 ล้านบาท จากการเติบโตของยอดขายและกำไร แต่เงินสดสุทธิใช้ไปจากกิจกรรมลงทุนเพิ่มขึ้นมากถึง 2,287.5% เป็น 1,226.44 ล้านบาท เนื่องจากการลงทุนในเงินลงทุนชั่วคราว 1,000 ล้านบาท เงินสดรับจากกิจกรรมจัดหาเงินเพิ่มขึ้น 1,101.1% จากการ IPO
* **วงจรเงินสด:** อยู่ที่ -30.57 วัน ซึ่งเป็นการพัฒนาที่ดีขึ้นจากปีก่อนหน้า (-14.67 วัน)
* **อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนผู้ถือหุ้น:** อยู่ที่ 0.14 เท่า ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับต่ำ
## สรุปท้าย
KLINIQ โชว์ผลประกอบการปี 2565 เติบโตอย่างโดดเด่น โดยมีรายได้และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากการขยายสาขาอย่างแข็งแกร่ง การฟื้นตัวของอุปสงค์ในอุตสาหกรรมบริการสุขภาพและความงาม และการเปิดตัวผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะปรับลดลงเล็กน้อยจากปัจจัยด้านต้นทุน แต่การเติบโตของรายได้และการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่ดี ส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตต่อเนื่อง การขยายธุรกิจเชิงรุกและการตอบรับที่ดีจากตลาดบ่งชี้ถึงโอกาสในการเติบโตอย่างต่อเนื่องในอนาคต อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาปัจจัยด้านการแข่งขันและต้นทุนที่อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรในระยะยาว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ KLINIQ ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
8.18
ล้านบาท
↑ 0.3% YoY
กำไรขั้นต้น
517.92
ล้านบาท
↑ 51.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
6,328.41
%
กำไรสุทธิ
110.89
ล้านบาท
↑ 42.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1,355.01
%
D/E Ratio
0.87
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
8
↑ + 0.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
518
↑ + 51.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
111
↑ + 42.3%
YoY
D/E Ratio
0.87
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — KLINIQ
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| รายได้รวม | — |
8.18
|
— |
8.16
+100.52%
|
4.07
+89.13%
|
2.15
|
| กำไรขั้นต้น | — |
517.92
|
— |
342.03
-26.36%
|
464.48
-1.46%
|
471.36
|
| ค่าใช้จ่ายรวม | — |
380.76
|
— |
262.16
-22.10%
|
336.54
-17.45%
|
407.68
|
| กำไรสุทธิ | — |
110.89
|
— |
77.96
-26.70%
|
106.35
-17.72%
|
129.26
|
| กำไรต่อหุ้น | — |
0.50
|
— |
0.35
-26.71%
|
0.48
-17.86%
|
0.59
|
| กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ | — |
0.00
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ROE(%) | — |
20.84
|
— |
17.24
-24.22%
|
22.75
|
0.00
|
| ROA(%) | — |
15.10
|
— |
13.44
-10.64%
|
15.04
|
0.00
|
| หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น | — |
0.87
|
— |
0.67
+17.54%
|
0.57
|
0.00
|
| P/E | — |
13.39
|
— |
34.05
-20.41%
|
42.78
+165.88%
|
16.09
|
| P/BV | — |
2.83
|
— |
5.68
+7.98%
|
5.26
+54.71%
|
3.40
|
| BV | — |
7.56
|
— |
7.39
+0.27%
|
7.37
-14.40%
|
8.61
|
| YIELD(%) | — |
6.54
|
— |
1.19
-76.01%
|
4.96
|
4.96
|
| ราคาหุ้น | — |
21.40
|
— |
42.00
+8.39%
|
38.75
+32.48%
|
29.25
|
| อัตรากำไรขั้นต้น(%) | — |
6,328.41
|
— |
4,191.08
-63.28%
|
11,412.16
-47.90%
|
21,903.11
|
| อัตราค่าใช้จ่าย(%) | — |
4,652.48
|
— |
3,212.36
-61.15%
|
8,268.77
-56.35%
|
18,944.28
|
| อัตรากำไรสุทธิ(%) | — |
1,355.01
|
— |
955.21
-63.44%
|
2,613.05
-56.49%
|
6,006.27
|
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.87
ROE (%)
20.84
ROA (%)
15.10
Book Value/หุ้น
8.61
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — KLINIQ
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-236
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+133
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — KLINIQ
| รายการ | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 |
|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-236.23
-10,282.33%
|
2.32
-99.03%
|
238.56
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
132.90
-113.25%
|
-1,003.11
+1,852.72%
|
-51.37
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
156.58
-88.61%
|
1,374.40
-1,239.92%
|
-120.57
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
53.24
-85.75%
|
373.62
+460.82%
|
66.62
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|