บริษัท เดอะคลีนิกค์ คลินิกเวชกรรม จำกัด (มหาชน)
SET ·
29.25
+1.25 (+4.46%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5797 out_tok=2502 at=2026-07-25T19:16:57 -->
# KLINIQ กำไรสุทธิปี 64 หดตัว 13.58% รับผลกระทบโควิด-19 ฉุดรายได้บริการวูบ
## รายได้บริการหดตัวแรงจากการปิดคลินิกยาวนาน แต่รายได้ต่อวันต่อสาขายังทรงตัว ฝ่ายบริหารชี้ต้นทุนเพิ่มจากเครื่องมือแพทย์ใหม่
บริษัท เดอะคลีนิกค์ คลินิกเวชกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ KLINIQ รายงานผลประกอบการปี 2564 มีรายได้จากการให้บริการลดลง 11.63% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีสาเหตุหลักมาจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ที่รุนแรงขึ้น ทำให้ภาครัฐมีคำสั่งปิดคลินิกเวชกรรมเสริมความงามเป็นเวลานานกว่าปี 2563 ส่งผลให้ปริมาณการซื้อคอร์สการรักษาปรับตัวลดลง อย่างไรก็ตาม รายได้จากการให้บริการเฉลี่ยต่อวันต่อสาขายังคงทรงตัวอยู่ที่ 0.10 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิลดลง 13.58% จากผลกระทบดังกล่าวและต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนเครื่องมือแพทย์ใหม่
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ KLINIQ ในปี 2564 ลดลงจาก 14.34% ในปี 2563 เป็น 13.58% นั้น มาจาก **รายได้จากการให้บริการที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ** อันเป็นผลโดยตรงจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้ภาครัฐต้องมีมาตรการปิดคลินิกเวชกรรมเสริมความงามเป็นเวลานานกว่าปีก่อน ประกอบกับ **ต้นทุนขายและต้นทุนการให้บริการรักษาพยาบาลที่ปรับสูงขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับรายได้** โดยเฉพาะจากค่าเสื่อมราคาเครื่องมือแพทย์ที่เพิ่มขึ้นจากการซื้อเครื่องมือใหม่เพื่อรองรับการขยายสาขา
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ในปี 2564 ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อธุรกิจบริการเสริมความงาม โดยเฉพาะการที่ภาครัฐต้องมีคำสั่งปิดคลินิกเวชกรรมเสริมความงามเป็นเวลานานกว่าปี 2563 ทำให้วันเปิดทำการเฉลี่ยของบริษัทลดลงจาก 296 วันในปี 2563 เหลือเพียง 272 วันในปี 2564 ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อปริมาณการซื้อคอร์สการรักษาของลูกค้าที่ลดลง แม้ว่ารายได้จากการให้บริการเฉลี่ยต่อวันต่อสาขาจะยังคงเท่าเดิมที่ 0.10 ล้านบาท แต่ปริมาณการให้บริการที่ลดลงก็ส่งผลให้รายได้รวมจากการให้บริการลดลง 120.32 ล้านบาท หรือ 11.63% เมื่อเทียบกับปีก่อน
ในส่วนของต้นทุนขายและต้นทุนการให้บริการรักษาพยาบาล แม้จะลดลงตามรายได้จากการให้บริการ แต่เมื่อคิดเป็นสัดส่วนต่อรายได้กลับสูงขึ้นเล็กน้อย สาเหตุหลักมาจาก **การเพิ่มขึ้นของค่าเสื่อมราคาเครื่องมือแพทย์** ซึ่งเป็นผลมาจากการที่บริษัทได้มีการซื้อเครื่องมือแพทย์ใหม่เพื่อรองรับการขยายสาขาในปี 2564 นอกจากนี้ การรับรู้รายได้จากการแลกเปลี่ยนบริการ (Barter Trade) เข้ามาในรายได้รวม ทำให้รายได้สูงขึ้น 16.36 ล้านบาท แต่เมื่อหักรายการนี้ออกไปแล้ว อัตรากำไรขั้นต้นที่แท้จริงกลับลดลงจาก 59.37% ในปี 2563 เป็น 58.10% ในปี 2564
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** โดยมีแนวโน้มดีขึ้นในปีถัดไป ฝ่ายจัดการระบุว่ารายได้จากการให้บริการลดลงเป็นผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 และมาตรการปิดคลินิก ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่คาดว่าจะคลี่คลายลงเมื่อสถานการณ์การแพร่ระบาดดีขึ้นและมาตรการผ่อนคลายลง นอกจากนี้ บริษัทได้ยุติการรับรู้รายได้จากการแลกเปลี่ยนบริการ (Barter Trade) ในปี 2565 และจะรับรู้เป็นค่าใช้จ่ายทางการตลาดแทน ซึ่งจะทำให้การรับรู้รายได้มีความชัดเจนมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การลงทุนในเครื่องมือแพทย์ใหม่เพื่อรองรับการขยายสาขาจะส่งผลให้ค่าเสื่อมราคาเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งเป็นต้นทุนที่ต้องบริหารจัดการต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการให้บริการลดลง 11.63%** หรือ 120.32 ล้านบาท ในปี 2564 เทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีสาเหตุหลักจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 และมาตรการปิดคลินิกที่ยาวนานขึ้น
* **รายได้เฉลี่ยต่อวันต่อสาขายังคงทรงตัว** ที่ 0.10 ล้านบาท แม้ภาพรวมรายได้จะลดลง
* **กำไรสุทธิลดลง 13.58%** จาก 14.34% ในปี 2563 เป็น 13.58% ในปี 2564
* **ต้นทุนขายและบริการต่อรายได้เพิ่มขึ้นเล็กน้อย** จากการเพิ่มขึ้นของค่าเสื่อมราคาเครื่องมือแพทย์ใหม่เพื่อรองรับการขยายสาขา
* **ยุติการรับรู้รายได้จากการแลกเปลี่ยนบริการ (Barter Trade)** ในปี 2565 โดยจะบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายทางการตลาดแทน
* **สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 52.59 ล้านบาท** จากการลงทุนในอาคารและอุปกรณ์ เครื่องมือแพทย์ และการขยายสาขาใหม่
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2564 บริษัทมีรายได้จากการให้บริการรวม 912.03 ล้านบาท ลดลง 120.32 ล้านบาท หรือ 11.63% เมื่อเทียบกับปี 2563 ที่มีรายได้ 1,032.35 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 และมาตรการปิดคลินิกที่ยาวนานขึ้น ส่งผลให้วันเปิดทำการเฉลี่ยลดลงจาก 296 วัน เป็น 272 วัน
ในส่วนของต้นทุนขายและต้นทุนการให้บริการรักษาพยาบาลลดลง 15.39 ล้านบาท คิดเป็น 3.79% แต่เมื่อคิดเป็นสัดส่วนต่อรายได้กลับสูงขึ้นเล็กน้อย จาก 40.63% ในปี 2563 เป็น 41.90% ในปี 2564 ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของค่าเสื่อมราคาเครื่องมือแพทย์
ต้นทุนในการจัดจำหน่ายลดลงเล็กน้อย 0.71 ล้านบาท หรือ 0.25% ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 22.74 ล้านบาท หรือ 15.39%
ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับปี 2564 อยู่ที่ 129.26 ล้านบาท ลดลงจาก 149.27 ล้านบาทในปี 2563 คิดเป็นการลดลง 13.58% และอัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 14.34% เป็น 13.58%
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคบริการ:** เมื่อสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายและมาตรการต่างๆ ผ่อนคลายลง คาดว่าความต้องการบริการเสริมความงามจะกลับมาฟื้นตัว
* **การขยายสาขา:** การลงทุนในเครื่องมือแพทย์ใหม่และการขยายสาขาใหม่เป็นการเตรียมพร้อมเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต
* **การปรับกลยุทธ์การตลาด:** การยุติ Barter Trade และการใช้ที่ปรึกษาที่มีความเชี่ยวชาญในการโฆษณาผ่านสื่อต่างๆ คาดว่าจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพทางการตลาด
## ความเสี่ยง
* **การระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่:** ความไม่แน่นอนของการแพร่ระบาดอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานและกำลังซื้อของลูกค้า
* **มาตรการควบคุมโรค:** การประกาศใช้มาตรการควบคุมโรคที่เข้มงวดขึ้นอาจส่งผลให้ต้องปิดคลินิกอีกครั้ง
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** ธุรกิจบริการเสริมความงามมีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้ประกอบการรายเดิมและรายใหม่
* **ต้นทุนการดำเนินงาน:** ค่าเสื่อมราคาเครื่องมือแพทย์ที่เพิ่มขึ้นและต้นทุนอื่นๆ อาจเป็นแรงกดดันต่ออัตรากำไร
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มรายได้จากการให้บริการในไตรมาสถัดไป หลังการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ
* ผลกระทบจากการยุติ Barter Trade ต่อรายได้และค่าใช้จ่ายทางการตลาด
* การบริหารจัดการต้นทุน โดยเฉพาะค่าเสื่อมราคาเครื่องมือแพทย์ใหม่
* การเติบโตของจำนวนลูกค้าและสาขาใหม่
* การเปลี่ยนแปลงของกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจบริการทางการแพทย์เสริมความงาม
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้บริการ:** แม้รายได้รวมจะลดลง แต่รายได้เฉลี่ยต่อวันต่อสาขายังคงที่ สะท้อนถึงความสามารถในการรักษาฐานลูกค้าและราคาบริการได้ดีภายใต้สถานการณ์ที่ท้าทาย
* **ต้นทุนบริการ:** สัดส่วนต้นทุนขายและบริการต่อรายได้ที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย ส่วนใหญ่มาจากค่าเสื่อมราคาเครื่องมือแพทย์ใหม่ ซึ่งเป็นต้นทุนคงที่ที่เกิดขึ้นจากการลงทุนเพื่อการเติบโตในอนาคต
* **ต้นทุนการจัดจำหน่ายและบริหาร:** มีการปรับลดลงตามผลกระทบจากโควิด-19 เช่น เงินเดือนพนักงานขายและผู้บริหาร แต่ค่าใช้จ่ายการตลาดมีการปรับเพิ่มขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** เพิ่มขึ้น 52.59 ล้านบาท เป็นผลมาจากการลงทุนในอาคารและอุปกรณ์ (เครื่องมือแพทย์) การขยายสาขา และเงินสดที่เพิ่มขึ้นจากการดำเนินงาน
* **หนี้สินรวม:** เพิ่มขึ้น 3.33 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากหนี้สินตามสัญญาเช่าพื้นที่สำหรับสาขาใหม่ และรายได้บริการรับล่วงหน้าที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามจำนวนลูกค้าและสาขา
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** เพิ่มขึ้น จากกำไรสุทธิในปี 2564 และการจ่ายเงินปันผล
## สรุปท้าย
KLINIQ เผชิญความท้าทายในปี 2564 จากผลกระทบของโควิด-19 ที่ทำให้รายได้บริการลดลงและส่งผลต่อกำไรสุทธิ อย่างไรก็ตาม การที่รายได้เฉลี่ยต่อวันต่อสาขายังคงทรงตัว และการลงทุนเพื่อขยายสาขาและเครื่องมือแพทย์ใหม่ แสดงให้เห็นถึงการเตรียมพร้อมสำหรับการฟื้นตัวและการเติบโตในอนาคต การบริหารจัดการต้นทุนและติดตามแนวโน้มการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมจะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนผลประกอบการในปีถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ KLINIQ ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
8.18
ล้านบาท
↑ 0.3% YoY
กำไรขั้นต้น
517.92
ล้านบาท
↑ 51.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
6,328.41
%
กำไรสุทธิ
110.89
ล้านบาท
↑ 42.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1,355.01
%
D/E Ratio
0.87
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
8
↑ + 0.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
518
↑ + 51.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
111
↑ + 42.3%
YoY
D/E Ratio
0.87
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — KLINIQ
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| รายได้รวม | — |
8.18
|
— |
8.16
+100.52%
|
4.07
+89.13%
|
2.15
|
| กำไรขั้นต้น | — |
517.92
|
— |
342.03
-26.36%
|
464.48
-1.46%
|
471.36
|
| ค่าใช้จ่ายรวม | — |
380.76
|
— |
262.16
-22.10%
|
336.54
-17.45%
|
407.68
|
| กำไรสุทธิ | — |
110.89
|
— |
77.96
-26.70%
|
106.35
-17.72%
|
129.26
|
| กำไรต่อหุ้น | — |
0.50
|
— |
0.35
-26.71%
|
0.48
-17.86%
|
0.59
|
| กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ | — |
0.00
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ROE(%) | — |
20.84
|
— |
17.24
-24.22%
|
22.75
|
0.00
|
| ROA(%) | — |
15.10
|
— |
13.44
-10.64%
|
15.04
|
0.00
|
| หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น | — |
0.87
|
— |
0.67
+17.54%
|
0.57
|
0.00
|
| P/E | — |
13.39
|
— |
34.05
-20.41%
|
42.78
+165.88%
|
16.09
|
| P/BV | — |
2.83
|
— |
5.68
+7.98%
|
5.26
+54.71%
|
3.40
|
| BV | — |
7.56
|
— |
7.39
+0.27%
|
7.37
-14.40%
|
8.61
|
| YIELD(%) | — |
6.54
|
— |
1.19
-76.01%
|
4.96
|
4.96
|
| ราคาหุ้น | — |
21.40
|
— |
42.00
+8.39%
|
38.75
+32.48%
|
29.25
|
| อัตรากำไรขั้นต้น(%) | — |
6,328.41
|
— |
4,191.08
-63.28%
|
11,412.16
-47.90%
|
21,903.11
|
| อัตราค่าใช้จ่าย(%) | — |
4,652.48
|
— |
3,212.36
-61.15%
|
8,268.77
-56.35%
|
18,944.28
|
| อัตรากำไรสุทธิ(%) | — |
1,355.01
|
— |
955.21
-63.44%
|
2,613.05
-56.49%
|
6,006.27
|
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.87
ROE (%)
20.84
ROA (%)
15.10
Book Value/หุ้น
8.61
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — KLINIQ
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-236
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+133
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — KLINIQ
| รายการ | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 |
|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-236.23
-10,282.33%
|
2.32
-99.03%
|
238.56
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
132.90
-113.25%
|
-1,003.11
+1,852.72%
|
-51.37
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
156.58
-88.61%
|
1,374.40
-1,239.92%
|
-120.57
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
53.24
-85.75%
|
373.62
+460.82%
|
66.62
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|