บริษัท เดอะคลีนิกค์ คลินิกเวชกรรม จำกัด (มหาชน)
SET ·
29.25
+1.25 (+4.46%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8626 out_tok=2908 at=2026-07-25T19:39:08 -->
# KLINIQ Q3/2565 กำไรสุทธิพุ่ง 201.4% รับอานิสงส์เศรษฐกิจฟื้น-รายได้บริการโตแรง
## รายได้บริการโต 172.8% หนุนกำไรสุทธิพุ่งเกิน 200% ขณะที่ต้นทุนและค่าใช้จ่ายเพิ่มตามการดำเนินงานปกติ
บริษัท เดอะคลีนิกค์ คลินิกเวชกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ KLINIQ รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 44.54 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 201.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจหลังโควิด-19 และการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรค ส่งผลให้รายได้จากการขายและให้บริการเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 172.8%
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ KLINIQ ในไตรมาส 3 ปี 2565 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการขายคอร์สบริการ โดยเฉพาะกลุ่ม Energy Based Devices (เลเซอร์) และกลุ่มยาฉีด (Filler, Botox) รวมถึงรายได้จากศูนย์ศัลยกรรมที่เปิดใหม่** ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตถึง 201.4% YoY โดยมีรายได้จากการขายและให้บริการรวม 432.41 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 172.8% YoY
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้ดังกล่าวเป็นผลโดยตรงจากการ **ฟื้นตัวทางเศรษฐกิจภายหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 และการสิ้นสุดคำสั่งปิดเมือง** ทำให้ผู้บริโภคมีความต้องการกลับมาใช้บริการด้านความงามมากขึ้น นอกจากนี้ การเปิดสาขาใหม่และการขยายธุรกิจไปยังแบรนด์ต่างๆ เช่น ศูนย์ศัลยกรรม, Nail Palette และ LAB.X ก็มีส่วนช่วยเสริมรายได้ให้เติบโตตามไปด้วย
อย่างไรก็ตาม การเติบโตของรายได้ที่สูงขึ้นนี้มาพร้อมกับการเพิ่มขึ้นของต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยต้นทุนขายและต้นทุนการให้บริการเพิ่มขึ้น 171.2% YoY เนื่องจากต้นทุนยา เวชภัณฑ์ และค่าธรรมเนียมแพทย์ที่สูงขึ้นตามปริมาณการให้บริการที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มยาฉีดและเลเซอร์ รวมถึงค่าเช่าและค่าบริการสาขาที่กลับมาดำเนินการปกติและการขยายสาขา
ต้นทุนในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 184.4% YoY หลักๆ มาจากค่าคอมมิชชั่นที่เพิ่มขึ้นตามยอดขาย และค่าใช้จ่ายประชาสัมพันธ์และสื่อการตลาดที่กลับมาดำเนินการเต็มรูปแบบหลังจากชะลอตัวไปในช่วงโควิด-19
ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 124.5% YoY จากการเพิ่มขึ้นของเงินเดือนพนักงานส่วนกลาง ค่าที่ปรึกษาต่างๆ ที่กลับมาเรียกเก็บตามปกติ และค่าธรรมเนียมบัตรเครดิตที่เพิ่มขึ้นตามยอดขาย
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการระบุว่ารายได้เฉลี่ยต่อวันต่อสาขาสำหรับงวด 9 เดือนปี 2565 เติบโต 29.81% (ไม่รวม Nail Palette) ซึ่งบ่งชี้ถึงแนวโน้มการเติบโตของรายได้ต่อสาขาที่แข็งแกร่ง ประกอบกับการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่คาดว่าจะส่งผลดีต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคในภาคบริการด้านความงาม อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่สัมพันธ์กับการเติบโตของรายได้ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/2565 พุ่ง 201.4% YoY** แตะ 44.54 ล้านบาท จาก 14.78 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการขายและให้บริการ Q3/2565 โต 172.8% YoY** อยู่ที่ 432.41 ล้านบาท
* **รายได้ Cash sales เติบโตโดดเด่น 246.2% YoY** ในไตรมาส 3/2565
* **ต้นทุนและค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นตามการดำเนินงาน** โดยต้นทุนขายฯ เพิ่ม 171.2% YoY, ต้นทุนจัดจำหน่ายเพิ่ม 184.4% YoY, และค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่ม 124.5% YoY
* **สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 31.0%** จากการขยายสาขาและซื้อหัวเลเซอร์ใหม่
* **หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 50.4%** โดยหลักมาจากเจ้าหนี้ซื้อทรัพย์สิน (เครื่องมือแพทย์) และรายได้ค่าบริการรับล่วงหน้า
## ภาพรวมผลประกอบการ
KLINIQ รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีรายได้จากการขายและให้บริการรวม 432.41 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 172.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจหลังโควิด-19 และการสิ้นสุดมาตรการปิดเมือง ส่งผลให้รายได้จากการขายคอร์สบริการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะกลุ่ม Energy Based Devices (เลเซอร์) และกลุ่มยาฉีด (Filler, Botox) รวมถึงรายได้จากศูนย์ศัลยกรรมที่เปิดใหม่
ต้นทุนขายและต้นทุนการให้บริการเพิ่มขึ้น 171.2% YoY สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น โดยมีต้นทุนยา เวชภัณฑ์ และค่าธรรมเนียมแพทย์ที่สูงขึ้นตามปริมาณการให้บริการ รวมถึงค่าเช่าและค่าบริการสาขาที่กลับมาดำเนินการปกติและการขยายสาขา
ต้นทุนในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 184.4% YoY จากค่าคอมมิชชั่นที่เพิ่มขึ้นตามยอดขาย และค่าใช้จ่ายประชาสัมพันธ์และสื่อการตลาดที่กลับมาดำเนินการเต็มที่
ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 124.5% YoY จากการเพิ่มขึ้นของเงินเดือนพนักงานส่วนกลาง ค่าที่ปรึกษา และค่าธรรมเนียมบัตรเครดิต
ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 174.1% YoY อยู่ที่ 238.94 ล้านบาท และกำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 237.2% YoY อยู่ที่ 56.32 ล้านบาท
เมื่อหักค่าใช้จ่ายทางการเงินและภาษีเงินได้แล้ว กำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 3 ปี 2565 อยู่ที่ 44.54 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 201.4% YoY
สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2565 บริษัทมีรายได้จากการขายและให้บริการรวม 1,147.13 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 88.0% YoY และมีกำไรสุทธิ 144.75 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 93.6% YoY
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและกำลังซื้อ:** การผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย คาดว่าจะส่งผลดีต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคในภาคบริการด้านความงาม
* **การขยายสาขาและแบรนด์:** การเปิดสาขาใหม่และการขยายธุรกิจไปยังแบรนด์ต่างๆ เช่น ศูนย์ศัลยกรรม, Nail Palette และ LAB.X เป็นการเพิ่มช่องทางการสร้างรายได้และเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่
* **เทรนด์ความงามที่เติบโต:** ความต้องการบริการด้านความงามและสุขภาพยังคงมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีการแพทย์และหัตถการที่ทันสมัย
* **รายได้เฉลี่ยต่อสาขาที่เพิ่มขึ้น:** การเติบโตของรายได้เฉลี่ยต่อวันต่อสาขา บ่งชี้ถึงประสิทธิภาพในการดำเนินงานและการตอบรับของบริการ
## ความเสี่ยง
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** ธุรกิจบริการด้านความงามมีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้ประกอบการรายเดิมและรายใหม่
* **ต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น:** ต้นทุนยา เวชภัณฑ์ ค่าเช่า และค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่อาจปรับตัวสูงขึ้น อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไร
* **การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค:** ความนิยมในบริการและผลิตภัณฑ์อาจเปลี่ยนแปลงไปตามเทรนด์ ทำให้ต้องมีการปรับตัวและลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง
* **ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ:** การเปลี่ยนแปลงกฎหมายหรือข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจบริการทางการแพทย์และความงาม อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้บริการ:** การเติบโตของรายได้จากการขายคอร์สบริการ โดยเฉพาะกลุ่ม Energy Based Devices และยาฉีด จะยังคงเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก
* **การควบคุมต้นทุน:** ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนขาย ต้นทุนจัดจำหน่าย และค่าใช้จ่ายในการบริหาร ให้สอดคล้องกับการเติบโตของรายได้
* **การขยายสาขาและการเปิดตัวแบรนด์ใหม่:** ความสำเร็จของการขยายสาขาและการเปิดตัวแบรนด์ใหม่ จะส่งผลต่อการเติบโตในระยะยาว
* **อัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิ:** การรักษาหรือปรับปรุงอัตรากำไรให้อยู่ในระดับที่น่าพอใจ ท่ามกลางต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
* **การบริหารสินค้าคงเหลือ:** โดยเฉพาะหัวเลเซอร์และเวชภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับบริการหลัก
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้จากการขายคอร์สบริการ (Cash Sales):** เติบโตอย่างก้าวกระโดด 246.2% YoY ในไตรมาส 3/2565 และ 117.0% YoY ในงวด 9 เดือนแรกปี 2565 สะท้อนถึงความต้องการบริการที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก
* **รายได้เฉลี่ยต่อวันต่อสาขา:** เพิ่มขึ้น 29.81% ในงวด 9 เดือนแรกปี 2565 (ไม่รวม Nail Palette) แสดงถึงประสิทธิภาพการสร้างรายได้ของแต่ละสาขาที่สูงขึ้น
* **ต้นทุนขายและต้นทุนบริการ:** เพิ่มขึ้นในทิศทางเดียวกับรายได้ โดยเฉพาะต้นทุนยา เวชภัณฑ์ และหัวเลเซอร์ที่เกี่ยวข้องกับบริการกลุ่มเลเซอร์และยาฉีด
* **ต้นทุนในการจัดจำหน่าย:** เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการกลับมาทำกิจกรรมการตลาดและการเพิ่มค่าคอมมิชชั่นตามยอดขาย
* **สินค้าคงเหลือ:** เพิ่มขึ้น 31.0% YoY โดยส่วนหนึ่งมาจากการซื้อหัวเลเซอร์ใหม่เพื่อรองรับการให้บริการที่เพิ่มขึ้น
* **วงจรเงินสด:** ดีขึ้นอย่างมากจาก (15) วัน เป็น (60) วัน ในงวด 9 เดือนปี 2565 ซึ่งบ่งชี้ถึงการบริหารจัดการเงินทุนหมุนเวียนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 1,150.83 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.5% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 37.0% จากสินค้าคงเหลือที่เพิ่มขึ้นตามสาขาใหม่และหัวเลเซอร์ รวมถึงค่าใช้จ่ายจ่ายล่วงหน้าจากการทำการตลาด ส่วนสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 40.4% จากการลงทุนในที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ และสินทรัพย์สิทธิการใช้ที่เพิ่มขึ้นจากการขยายสาขาและซื้อเครื่องมือแพทย์
หนี้สินรวมอยู่ที่ 998.66 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50.4% จากสิ้นปี 2564 โดยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่น ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการซื้อเครื่องมือแพทย์ใหม่ และรายได้ค่าบริการรับล่วงหน้าที่มีการเติบโต รวมถึงหนี้สินตามสัญญาเช่าที่เพิ่มขึ้นตามการขยายสาขา
ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 5.2% อยู่ที่ 152.17 ล้านบาท
## สรุปท้าย
KLINIQ โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 เติบโตอย่างโดดเด่น โดยมี "หัวใจกำไร" มาจากการฟื้นตัวของรายได้บริการที่แข็งแกร่ง จากการกลับมาใช้จ่ายของผู้บริโภคหลังโควิด-19 ประกอบกับการขยายสาขาและแบรนด์ใหม่ แม้ต้นทุนและค่าใช้จ่ายจะเพิ่มขึ้นตามการดำเนินงาน แต่การบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะวงจรเงินสดที่ปรับตัวดีขึ้น สะท้อนโอกาสในการเติบโตอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาการแข่งขันในอุตสาหกรรมและการบริหารจัดการต้นทุนเพื่อรักษาอัตรากำไรในระยะยาว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ KLINIQ ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
8.18
ล้านบาท
↑ 0.3% YoY
กำไรขั้นต้น
517.92
ล้านบาท
↑ 51.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
6,328.41
%
กำไรสุทธิ
110.89
ล้านบาท
↑ 42.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1,355.01
%
D/E Ratio
0.87
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
8
↑ + 0.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
518
↑ + 51.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
111
↑ + 42.3%
YoY
D/E Ratio
0.87
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — KLINIQ
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| รายได้รวม | — |
8.18
|
— |
8.16
+100.52%
|
4.07
+89.13%
|
2.15
|
| กำไรขั้นต้น | — |
517.92
|
— |
342.03
-26.36%
|
464.48
-1.46%
|
471.36
|
| ค่าใช้จ่ายรวม | — |
380.76
|
— |
262.16
-22.10%
|
336.54
-17.45%
|
407.68
|
| กำไรสุทธิ | — |
110.89
|
— |
77.96
-26.70%
|
106.35
-17.72%
|
129.26
|
| กำไรต่อหุ้น | — |
0.50
|
— |
0.35
-26.71%
|
0.48
-17.86%
|
0.59
|
| กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ | — |
0.00
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ROE(%) | — |
20.84
|
— |
17.24
-24.22%
|
22.75
|
0.00
|
| ROA(%) | — |
15.10
|
— |
13.44
-10.64%
|
15.04
|
0.00
|
| หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น | — |
0.87
|
— |
0.67
+17.54%
|
0.57
|
0.00
|
| P/E | — |
13.39
|
— |
34.05
-20.41%
|
42.78
+165.88%
|
16.09
|
| P/BV | — |
2.83
|
— |
5.68
+7.98%
|
5.26
+54.71%
|
3.40
|
| BV | — |
7.56
|
— |
7.39
+0.27%
|
7.37
-14.40%
|
8.61
|
| YIELD(%) | — |
6.54
|
— |
1.19
-76.01%
|
4.96
|
4.96
|
| ราคาหุ้น | — |
21.40
|
— |
42.00
+8.39%
|
38.75
+32.48%
|
29.25
|
| อัตรากำไรขั้นต้น(%) | — |
6,328.41
|
— |
4,191.08
-63.28%
|
11,412.16
-47.90%
|
21,903.11
|
| อัตราค่าใช้จ่าย(%) | — |
4,652.48
|
— |
3,212.36
-61.15%
|
8,268.77
-56.35%
|
18,944.28
|
| อัตรากำไรสุทธิ(%) | — |
1,355.01
|
— |
955.21
-63.44%
|
2,613.05
-56.49%
|
6,006.27
|
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.87
ROE (%)
20.84
ROA (%)
15.10
Book Value/หุ้น
8.61
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — KLINIQ
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-236
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+133
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — KLINIQ
| รายการ | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 |
|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-236.23
-10,282.33%
|
2.32
-99.03%
|
238.56
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
132.90
-113.25%
|
-1,003.11
+1,852.72%
|
-51.37
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
156.58
-88.61%
|
1,374.40
-1,239.92%
|
-120.57
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
53.24
-85.75%
|
373.62
+460.82%
|
66.62
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|