บริษัท เกียรติธนา ขนส่ง จำกัด (มหาชน)
SET · ขนส่งและโลจิสติกส์
0.33
+0.01 (+3.13%)
สรุปสั้น
กําไรสุทธิลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อน เท่ากับ 11.94 ล้านบาท หรือลดลงคิดเป็นร้อย ละ 38.12 เนื่องจากสถานะการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิค-19 ระลอกใหม่ และสัญญารับจ้างขนส่งบางสัญญาของ บริษัทฯครบกําหนด
ในขณะที่ ต้นทุนรวมเพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน เท่ากับ 6.24 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.89 ปัจจัย หลักมาจากการที่บริษัทย่อยเริ่มดําเนินการขนส่งสินค้าทางรถไฟไตรมาส 3 ปี 2563 ประกอบกับต้นทุนสินค้ามีการ ปรับราคาสูงขึ้น
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5323 out_tok=2400 at=2026-07-25T18:03:57 -->
# KIAT กำไรสุทธิ Q3/2566 หดตัว 39.45% รับรายได้รวมวูบ 28%
## รายได้จากการขายสินค้า-ขนส่งต่างประเทศลดฉุดผลประกอบการ ขณะที่ต้นทุนบริการและค่าใช้จ่ายบริหารปรับลดตาม
บริษัท เกียรติธนา ขนส่ง จำกัด (มหาชน) หรือ KIAT รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีรายได้รวม 189.07 ล้านบาท ลดลง 28.08% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้กำไรสุทธิอยู่ที่ 19.67 ล้านบาท ลดลง 39.45% โดยปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายสินค้าที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และรายได้บริการขนส่งสินค้าไปยังต่างประเทศที่ครบกำหนดสัญญา แม้จะมีความพยายามชดเชยด้วยการเพิ่มปริมาณงานขนส่งภายในประเทศและบริการอื่นๆ แต่ยังไม่สามารถทดแทนรายได้ที่หายไปทั้งหมดได้
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการของ KIAT ในไตรมาส 3 ปี 2566 คือ **การลดลงอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากการขายสินค้าและรายได้บริการขนส่งสินค้าไปยังต่างประเทศ** ซึ่งส่งผลให้รายได้รวมลดลงถึง 28.08% และกำไรสุทธิหดตัว 39.45% โดยรายได้จากการขายสินค้าลดลงถึง 88.90% ขณะที่รายได้บริการขนส่งสินค้าลดลง 6.90%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า การลดลงของรายได้จากการขายสินค้ามีสาเหตุหลักมาจาก **ปริมาณการสั่งซื้อสินค้าของลูกค้าที่ปรับตัวลดลงตามสภาวะเศรษฐกิจ** ส่วนรายได้บริการขนส่งสินค้าไปยังต่างประเทศที่ลดลงนั้น เกิดจากการ **ครบกำหนดสัญญาบริการ** แม้บริษัทจะพยายามชดเชยด้วยการเพิ่มปริมาณงานขนส่งสินค้าให้กับลูกค้ารายเดิมในประเทศ และมีรายได้ขนส่งทางรางจากบริษัทย่อยที่เพิ่มขึ้น รวมถึงรายได้บริการอื่นๆ เช่น การให้เช่าสินทรัพย์ การตรวจสอบพฤติกรรมคนขับรถ และดอกเบี้ยรับตามสัญญาเช่าซื้อที่เติบโตเล็กน้อย แต่ก็ไม่สามารถชดเชยรายได้ที่หายไปจากสองปัจจัยหลักได้ทั้งหมด
นอกจากนี้ ต้นทุนรวมและค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหารก็ปรับลดลงตามปริมาณรายได้ที่ลดลง โดยต้นทุนบริการที่ลดลงส่วนหนึ่งมาจาก **ต้นทุนเชื้อเพลิงที่ลดลงตามราคาน้ำมันในตลาดโลก** และค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหารที่ลดลงส่วนใหญ่มาจากต้นทุนในการจำหน่ายสินค้าที่สัมพันธ์กับยอดขายที่ลดลง อย่างไรก็ตาม การที่รายได้รวมลดลงมากกว่าต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่ลดลง ส่งผลให้กำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิปรับตัวลดลง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัด ต้องติดตาม** จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร ฝ่ายจัดการระบุว่าบริษัทฯ ยังคงมุ่งผลักดันการให้บริการขนส่งสินค้าอย่างต่อเนื่อง และมีรายได้ขนส่งทางรางของบริษัทย่อยที่ปริมาณงานเพิ่มขึ้น รวมถึงรายได้บริการอื่นๆ ที่เติบโตเล็กน้อย ซึ่งเป็นปัจจัยเชิงบวก อย่างไรก็ตาม การที่รายได้จากการขายสินค้าลดลงตามสภาวะเศรษฐกิจ และการครบกำหนดสัญญาบริการขนส่งต่างประเทศ เป็นปัจจัยที่ต้องจับตาดูว่าบริษัทจะสามารถหาแหล่งรายได้ใหม่หรือขยายฐานลูกค้าเพื่อชดเชยรายได้ที่หายไปได้มากน้อยเพียงใดในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมลดลง 28.08%** อยู่ที่ 189.07 ล้านบาท จาก 262.91 ล้านบาทในปีก่อน
* **กำไรสุทธิลดลง 39.45%** อยู่ที่ 19.67 ล้านบาท จาก 32.49 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้บริการขนส่งสินค้าลดลง 6.90%** อยู่ที่ 162.28 ล้านบาท เป็นผลจากการครบกำหนดสัญญาบริการขนส่งต่างประเทศ
* **รายได้จากการขายสินค้าลดลง 88.90%** อยู่ที่ 7.28 ล้านบาท เนื่องจากลูกค้ามีปริมาณสั่งซื้อลดลงตามสภาวะเศรษฐกิจ
* **ต้นทุนรวมลดลง 26.87%** สอดคล้องกับปริมาณรายได้ที่ลดลง และได้รับผลดีจากราคาเชื้อเพลิงที่ปรับตัวลง
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 25.93%** ส่วนใหญ่มาจากต้นทุนจำหน่ายสินค้าที่ลดลงตามยอดขาย
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัท เกียรติธนา ขนส่ง จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 189.07 ล้านบาท ลดลง 28.08% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มี 262.91 ล้านบาท โดยรายได้หลักมาจากการให้บริการขนส่งสินค้า ซึ่งลดลง 6.90% อยู่ที่ 162.28 ล้านบาท ขณะที่รายได้จากการขายสินค้าลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 88.90% อยู่ที่ 7.28 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม รายได้บริการอื่นๆ ปรับเพิ่มขึ้น 6.22% อยู่ที่ 19.46 ล้านบาท
ต้นทุนรวมอยู่ที่ 132.65 ล้านบาท ลดลง 26.87% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 56.38 ล้านบาท ลดลง 26.66% คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 29.82% ซึ่งใกล้เคียงกับปีก่อนที่ 29.24% ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 25.93% อยู่ที่ 30.26 ล้านบาท
เมื่อหักดอกเบี้ยจ่ายและภาษีเงินได้นิติบุคคลแล้ว กำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 3 ปี 2566 อยู่ที่ 19.67 ล้านบาท ลดลง 39.45% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่ 32.49 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 10.40%
## โอกาส
* **การเพิ่มปริมาณงานขนส่งภายในประเทศ:** บริษัทพยายามผลักดันการให้บริการขนส่งสินค้าอย่างต่อเนื่อง โดยมีสัญญาใหม่กับลูกค้ารายเดิม และปริมาณงานขนส่งต่อเดือนของบริษัทย่อยแห่งหนึ่งเพิ่มขึ้น
* **การเติบโตของรายได้บริการอื่นๆ:** รายได้จากการให้เช่าสินทรัพย์ การตรวจสอบพฤติกรรมคนขับรถ และดอกเบี้ยรับตามสัญญาเช่าซื้อ มีแนวโน้มเติบโตเล็กน้อยจากการรักษามาตรฐานการให้บริการและปริมาณงานที่เพิ่มขึ้น
* **การปรับกลยุทธ์ด้านการขายสินค้า:** แม้รายได้จากการขายสินค้าจะลดลง แต่บริษัทยังคงดำเนินการปรับกลยุทธ์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจนำไปสู่โอกาสในการฟื้นฟูรายได้ในส่วนนี้
## ความเสี่ยง
* **สภาวะเศรษฐกิจ:** สภาวะเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศที่ปรับตัวส่งผลกระทบต่อปริมาณการสั่งซื้อสินค้าของลูกค้า และอาจกระทบต่อปริมาณงานขนส่งในอนาคต
* **การครบกำหนดสัญญา:** การครบกำหนดสัญญาบริการขนส่งสินค้าไปยังต่างประเทศ เป็นปัจจัยที่ทำให้รายได้ลดลง และต้องอาศัยการหาลูกค้าใหม่หรือสัญญาใหม่มาทดแทน
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** แม้จะไม่ได้ระบุโดยตรง แต่การแข่งขันในอุตสาหกรรมขนส่งและโลจิสติกส์ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้จากการขายสินค้า:** การปรับกลยุทธ์ของบริษัทจะสามารถกระตุ้นยอดขายให้ฟื้นตัวได้หรือไม่
* **การหาลูกค้าใหม่สำหรับบริการขนส่ง:** บริษัทจะสามารถขยายฐานลูกค้าเพื่อชดเชยรายได้จากการครบกำหนดสัญญาบริการขนส่งต่างประเทศได้มากน้อยเพียงใด
* **ปริมาณงานขนส่งทางราง:** การเติบโตของปริมาณงานขนส่งจากบริษัทย่อยในส่วนนี้จะต่อเนื่องหรือไม่
* **การบริหารต้นทุน:** แม้ต้นทุนจะลดลงตามปริมาณงาน แต่การบริหารต้นทุนคงที่ยังคงเป็นสิ่งสำคัญเมื่อรายได้ลดลง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้บริการ-ขนส่งสินค้า:** ลดลง 6.90% เป็นผลจากการครบกำหนดสัญญาบริการขนส่งต่างประเทศ แต่ยังคงมีปริมาณงานขนส่งเพิ่มขึ้นกับลูกค้ารายเดิมในประเทศ และรายได้ขนส่งทางรางจากบริษัทย่อยที่เพิ่มขึ้น
* **รายได้บริการอื่นๆ:** เพิ่มขึ้น 6.22% จากการให้บริการเช่าสินทรัพย์ การตรวจสอบพฤติกรรมคนขับรถ และดอกเบี้ยรับตามสัญญาเช่าซื้อ โดยมีปริมาณงานเพิ่มขึ้นและทำสัญญาต่อเนื่องกับลูกค้ารายเดิม
* **รายได้จากการขายสินค้า:** ลดลง 88.90% เนื่องจากลูกค้ามีปริมาณการสั่งซื้อลดลงตามสภาวะเศรษฐกิจ บริษัทอยู่ระหว่างการปรับกลยุทธ์
* **ต้นทุนบริการ:** ลดลง 2.78% สอดคล้องกับปริมาณรายได้ที่ลดลง และได้รับผลดีจากราคาเชื้อเพลิงที่ลดลง
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** อยู่ที่ 29.82% ลดลงเล็กน้อยจาก 29.24% ในปีก่อน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
(เอกสาร MD&A ที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัทฯ ในงวดนี้ จึงไม่สามารถสรุปในส่วนนี้ได้)
## สรุปท้าย
KIAT เผชิญความท้าทายในไตรมาส 3 ปี 2566 จากรายได้รวมที่ลดลง 28.08% และกำไรสุทธิที่หดตัว 39.45% เป็นผลหลักจากรายได้จากการขายสินค้าที่ลดลงตามสภาวะเศรษฐกิจและการครบกำหนดสัญญาบริการขนส่งต่างประเทศ แม้บริษัทจะพยายามชดเชยด้วยการเพิ่มปริมาณงานขนส่งภายในประเทศและบริการอื่นๆ แต่ยังไม่เพียงพอที่จะทดแทนรายได้ที่หายไปทั้งหมด อย่างไรก็ตาม การบริหารต้นทุนที่สอดคล้องกับรายได้ที่ลดลง รวมถึงการเติบโตเล็กน้อยของรายได้บริการอื่นๆ เป็นปัจจัยที่ต้องจับตาดูว่าบริษัทจะสามารถพลิกฟื้นสถานการณ์และหาโอกาสในการเติบโตได้อย่างไรในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ KIAT ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
172.68
ล้านบาท
↓ 11.6% YoY
กำไรขั้นต้น
31.25
ล้านบาท
↓ 35.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
18.10
%
กำไรสุทธิ
-6.73
ล้านบาท
↓ 536.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-3.90
%
D/E Ratio
0.14
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
173
↓ -11.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
31
↓ -35.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-7
↓ -536.6%
YoY
D/E Ratio
0.14
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — KIAT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.14
ROE (%)
3.08
ROA (%)
3.60
Book Value/หุ้น
0.36
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — KIAT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-101
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+50
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — KIAT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-101.42
+173.37%
|
-37.10
-122.63%
|
163.95
+936.35%
|
15.82
-106.99%
|
-226.47
|
0.00
-100.00%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
49.99
-22.18%
|
64.24
-73.02%
|
238.06
+818.80%
|
25.91
-106.88%
|
-376.45
+37.26%
|
-274.26
+2,226.21%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
41.99
+12.91%
|
37.19
-19.64%
|
46.28
-54.10%
|
100.83
+51.19%
|
66.69
-150.67%
|
-131.61
+101.86%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-9.43
-116.11%
|
58.55
-2,634.63%
|
-2.31
-101.09%
|
211.13
-139.37%
|
-536.23
+539.05%
|
-83.91
-233.96%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
104.22
+63.30%
|
63.82
-79.68%
|
314.05
-11.50%
|
354.84
+303.69%
|
87.90
-49.24%
|
173.16
+363.86%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
82.79
-20.56%
|
104.22
+63.30%
|
63.82
-79.68%
|
314.05
-11.50%
|
354.84
+303.69%
|
87.90
-49.24%
|