บริษัท ธนบุรี เมดิเคิล เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน)
SET · การแพทย์
84.50
0.50 (0.59%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3380 out_tok=1868 at=2026-07-25T18:07:50 -->
# KDH กำไรสุทธิปี 2565 พุ่ง 114.8% รับอานิสงส์รายได้ผู้ป่วยนอก-ในโต สวนทางต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
## รายได้-กำไร KDH เติบโตโดดเด่นในปี 2565 หลังผู้ป่วยนอก-ในฟื้นตัว ขณะที่ฝ่ายจัดการเน้นการควบคุมต้นทุนเพื่อรักษาอัตรากำไร
บริษัท ธนบุรี เมดิเคิล เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ KDH รายงานผลประกอบการปี 2565 มีกำไรสุทธิ 81.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 43.3 ล้านบาท หรือคิดเป็น 114.8% เมื่อเทียบกับปี 2564 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของรายได้ค่ารักษาพยาบาลทั้งผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน รวมถึงการเติบโตของแผนกศัลยกรรมความงาม อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายรวมของบริษัทฯ ปรับตัวสูงขึ้นตามรายได้ที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ KDH ในปี 2565 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการรักษาพยาบาลผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน** ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 114.8% หรือ 43.3 ล้านบาท โดยมีรายได้รวมเพิ่มขึ้น 317.6 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของรายได้มาจากหลายปัจจัยหลัก ได้แก่:
* **รายได้จากค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก:** เพิ่มขึ้น 39.0 ล้านบาท (9.7%) จากการให้บริการตรวจหา COVID-19 และการให้บริการคลินิกโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ (ARI Clinic) ซึ่งมีผู้ป่วยเข้ารับการรักษาเพิ่มขึ้น
* **รายได้จากค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยใน:** เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 272.0 ล้านบาท (77.7%) โดยเฉพาะจากแผนกอายุรกรรมที่ได้รับแรงหนุนจากผู้ป่วย COVID-19 และแผนกศัลยกรรมความงามที่เติบโตจากการกลับมาของผู้ใช้บริการชาวไทยและชาวต่างชาติหลังสถานการณ์ COVID-19 คลี่คลายและการผ่อนปรนการเดินทาง
แม้ว่ารายได้จะเติบโต แต่ต้นทุนรวมของบริษัทฯ ก็เพิ่มขึ้น 262.8 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากต้นทุนค่ารักษาพยาบาลที่สูงขึ้น 130.3 ล้านบาท (23.8%) อันเนื่องมาจากค่าแพทย์ บุคลากรทางการแพทย์ เวชภัณฑ์ ยา วัคซีน COVID-19 และค่าซ่อมบำรุงอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่เพิ่มขึ้นตามสัดส่วนรายได้ นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการบริหารยังเพิ่มขึ้น 94.0 ล้านบาท ตามจำนวนผู้ใช้บริการที่เพิ่มขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัด ต้องติดตาม** แม้ว่าการฟื้นตัวของรายได้ในปี 2565 จะเป็นสัญญาณที่ดี แต่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนค่ารักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายในการบริหารที่สูงขึ้นตามสัดส่วนรายได้ อาจเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาดูในระยะต่อไป การระบาดของ COVID-19 ที่คลี่คลายและการกลับมาของนักท่องเที่ยวเป็นปัจจัยบวกที่สนับสนุนการเติบโตของรายได้ โดยเฉพาะแผนกศัลยกรรมความงาม แต่ความสามารถในการควบคุมต้นทุนจะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาอัตรากำไรในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิปี 2565 เติบโต 114.8%** หรือ 43.3 ล้านบาท เป็น 81.0 ล้านบาท
* **รายได้รวมปี 2565 เพิ่มขึ้น 317.6 ล้านบาท** จากการฟื้นตัวของรายได้ผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน
* **รายได้ผู้ป่วยในโตเด่น 77.7%** จากแผนกอายุรกรรม (COVID-19, ARI Clinic) และศัลยกรรมความงาม
* **ต้นทุนค่ารักษาพยาบาลเพิ่มขึ้น 23.8%** จากค่าแพทย์ บุคลากร เวชภัณฑ์ และยา
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้นตามจำนวนผู้ใช้บริการ**
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับปี 2565 บริษัท ธนบุรี เมดิเคิล เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) มีกำไรสุทธิ 81.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 43.3 ล้านบาท หรือ 114.8% เมื่อเทียบกับปี 2564 รายได้รวมเพิ่มขึ้น 317.6 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนหลักจากรายได้ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอกที่เพิ่มขึ้น 39.0 ล้านบาท (9.7%) และรายได้ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยในที่เพิ่มขึ้นถึง 272.0 ล้านบาท (77.7%) อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายรวมของบริษัทฯ ก็ปรับตัวสูงขึ้น 262.8 ล้านบาท ตามการเพิ่มขึ้นของรายได้และต้นทุนที่เกี่ยวข้อง
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคบริการและการท่องเที่ยว:** การผ่อนปรนมาตรการเดินทางระหว่างประเทศและการกลับมาของนักท่องเที่ยวเป็นโอกาสสำคัญในการเพิ่มรายได้ โดยเฉพาะจากแผนกศัลยกรรมความงาม
* **การให้บริการเฉพาะทาง:** การให้บริการตรวจหา COVID-19 และคลินิกโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ (ARI Clinic) ยังคงเป็นแหล่งรายได้ที่สำคัญในช่วงที่สถานการณ์โรคระบาดยังคงมีอยู่
* **การขยายฐานลูกค้า:** การเพิ่มขึ้นของผู้ใช้บริการทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติบ่งชี้ถึงศักยภาพในการขยายฐานลูกค้าของโรงพยาบาล
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น:** ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรทางการแพทย์ เวชภัณฑ์ และยาที่ปรับตัวสูงขึ้น อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรหากไม่สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
* **การแข่งขันในธุรกิจโรงพยาบาล:** ธุรกิจโรงพยาบาลมีการแข่งขันสูง ทั้งจากโรงพยาบาลรัฐและเอกชน รวมถึงการเติบโตของโรงพยาบาลเฉพาะทาง
* **ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ COVID-19:** แม้สถานการณ์จะคลี่คลาย แต่การระบาดของโรคอุบัติใหม่หรือสายพันธุ์ที่รุนแรงขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานและรายได้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มรายได้จากแผนกศัลยกรรมความงาม โดยเฉพาะจากผู้ใช้บริการชาวต่างชาติ
* การบริหารจัดการต้นทุนค่ารักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายในการบริหาร เพื่อรักษาอัตรากำไร
* ผลกระทบจากการแข่งขันในอุตสาหกรรมโรงพยาบาลต่อส่วนแบ่งการตลาดและราคา
* การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์โรคระบาด และการให้บริการที่เกี่ยวข้อง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้:** รายได้รวมปี 2565 เพิ่มขึ้น 317.6 ล้านบาท โดยมีสัดส่วนการเพิ่มขึ้นจากผู้ป่วยในสูงกว่าผู้ป่วยนอกอย่างมีนัยสำคัญ
* **ต้นทุน:** ต้นทุนค่ารักษาพยาบาลเพิ่มขึ้น 130.3 ล้านบาท คิดเป็น 23.8% ซึ่งสูงกว่าการเพิ่มขึ้นของรายได้ผู้ป่วยนอก แต่ต่ำกว่าการเพิ่มขึ้นของรายได้ผู้ป่วยใน
* **ค่าใช้จ่ายบริหาร:** เพิ่มขึ้น 94.0 ล้านบาท สอดคล้องกับปริมาณผู้ใช้บริการที่เพิ่มขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
(เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลส่วนนี้)
## สรุปท้าย
KDH โชว์ผลประกอบการปี 2565 เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การฟื้นตัวของรายได้จากผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอกที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะแผนกศัลยกรรมความงามที่ได้รับอานิสงส์จากการเปิดประเทศ อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการต้องให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาอัตรากำไรและสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนในระยะยาว โดยต้องจับตาแนวโน้มการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวและการแข่งขันในอุตสาหกรรมเป็นสำคัญ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ KDH ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
283.59
ล้านบาท
↑ 8.6% YoY
กำไรขั้นต้น
88.86
ล้านบาท
↑ 0.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
31.34
%
กำไรสุทธิ
25.73
ล้านบาท
↑ 9.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
9.07
%
D/E Ratio
0.23
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
284
↑ + 8.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
89
↑ + 0.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
26
↑ + 9.8%
YoY
D/E Ratio
0.23
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — KDH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.23
ROE (%)
17.83
ROA (%)
17.94
Book Value/หุ้น
48.37
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — KDH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-124
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+8
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — KDH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-123.89
-7.49%
|
-133.92
-33.61%
|
-201.71
+16.33%
|
-173.40
+164.05%
|
-65.67
-257.90%
|
41.59
+85.42%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
8.24
-103.60%
|
-229.03
+385.23%
|
-47.20
-43.40%
|
-83.39
+68.91%
|
-49.37
+298.79%
|
-12.38
-73.24%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
50.67
+21.25%
|
41.79
+150.09%
|
16.71
+509.85%
|
2.74
-2,383.33%
|
-0.12
-36.84%
|
-0.19
-99.63%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-64.98
-79.77%
|
-321.16
+38.32%
|
-232.19
-8.61%
|
-254.07
+120.62%
|
-115.16
-496.83%
|
29.02
+62.49%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
149.88
-6.54%
|
160.36
-4.66%
|
168.20
-5.69%
|
178.35
+14.14%
|
156.26
+22.81%
|
127.24
+40.50%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
134.64
-10.17%
|
149.88
-6.54%
|
160.36
-4.66%
|
168.20
-5.69%
|
178.35
+14.14%
|
156.26
+22.81%
|