บริษัท ธนบุรี เมดิเคิล เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน)
SET · การแพทย์
84.50
0.50 (0.59%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3404 out_tok=2047 at=2026-07-25T19:34:19 -->
# KDH พลิกขาดทุนเป็นกำไร Q3/2564 รับอานิสงส์ผู้ป่วยโควิด-19 พุ่ง
## รายได้-กำไรฟื้นตัวแรงจากผู้ป่วยนอก-ในที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ฝ่ายจัดการคุมต้นทุนบริหารได้ดี
บริษัท ธนบุรี เมดิเคิล เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ KDH รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 15.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 189.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 17.2 ล้านบาท การเปลี่ยนแปลงนี้มีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการรักษาพยาบาลผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน รวมถึงการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ลดลง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ KDH พลิกจากขาดทุนเป็นกำไรในไตรมาส 3 ปี 2564 คือ **การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากการรักษาพยาบาลผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน** ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการให้บริการที่เกี่ยวข้องกับการระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลให้กำไรสุทธิปรับตัวดีขึ้น 32.5 ล้านบาท หรือ 189.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของรายได้เกิดจากหลายปัจจัยที่เชื่อมโยงกับการระบาดของโควิด-19 ในช่วงไตรมาส 3 ปี 2564 โดยเฉพาะ:
* **รายได้จากผู้ป่วยนอก (OPD) เพิ่มขึ้น 6.5 ล้านบาท หรือ 7.0%**: ได้รับแรงหนุนจากการให้บริการตรวจหาเชื้อโควิด-19 และการให้บริการคลินิกโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ (ARI Clinic)
* **รายได้จากผู้ป่วยใน (IPD) เพิ่มขึ้น 24.2 ล้านบาท หรือ 36.5%**: เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาโรคโควิด-19 ในแผนกผู้ป่วยวิกฤต (ICU) และแผนกห้องพักฟื้นที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการให้บริการกักกันโรคแบบทางเลือก (Alternative Quarantine: AQ)
นอกจากนี้ ฝ่ายจัดการยังสามารถบริหารจัดการ **ค่าใช้จ่ายรวมของบริษัทฯ ให้ลดลง 2.1 ล้านบาท** เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน แม้ว่าต้นทุนค่ารักษาพยาบาลจะเพิ่มขึ้น 16.6 ล้านบาท (14.0%) ตามสัดส่วนรายได้ที่เพิ่มขึ้นก็ตาม การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ลดลงจึงเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนผลกำไร
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาปัจจัยภายนอก** การเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยโควิด-19 และบริการที่เกี่ยวข้องเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักในไตรมาสนี้ ซึ่งสถานการณ์การระบาดของโรคยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อปริมาณผู้ป่วยและการให้บริการของโรงพยาบาล อย่างไรก็ตาม การให้บริการ AQ และการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 อาจเป็นรายได้ที่ผันผวนตามสถานการณ์การระบาดและนโยบายของภาครัฐ การบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพจะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาความสามารถในการทำกำไรในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **พลิกมีกำไรสุทธิ 15.3 ล้านบาท**: เทียบกับขาดทุน 17.2 ล้านบาทใน Q3/2563 คิดเป็นการเติบโต 189.2%
* **รายได้รวมเพิ่มขึ้น 31.3 ล้านบาท**: จากการรักษาพยาบาลผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยในที่เพิ่มขึ้น
* **รายได้ผู้ป่วยนอก (OPD) โต 7.0%**: จากบริการตรวจโควิด-19 และคลินิก ARI
* **รายได้ผู้ป่วยใน (IPD) โต 36.5%**: จากผู้ป่วยโควิด-19 ใน ICU และ AQ
* **ค่าใช้จ่ายรวมลดลง 2.1 ล้านบาท**: แม้ต้นทุนรักษาพยาบาลเพิ่มขึ้น แต่บริหารค่าใช้จ่ายบริหารได้ดี
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท ธนบุรี เมดิเคิล เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ KDH มีผลประกอบการในไตรมาส 3 ปี 2564 ที่โดดเด่น โดยสามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 15.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 32.5 ล้านบาท หรือ 189.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 17.2 ล้านบาท การเปลี่ยนแปลงนี้เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้รวม 31.3 ล้านบาท ซึ่งขับเคลื่อนโดยรายได้จากการรักษาพยาบาลผู้ป่วยนอกที่เติบโต 7.0% และผู้ป่วยในที่เติบโตถึง 36.5% ในขณะเดียวกัน บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายรวมให้ลดลง 2.1 ล้านบาท แม้ต้นทุนการรักษาพยาบาลจะปรับตัวสูงขึ้นตามปริมาณผู้ป่วย
## โอกาส
* **การให้บริการที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19**: การตรวจหาเชื้อ, คลินิก ARI, การรักษาผู้ป่วยใน ICU และบริการ AQ ยังคงเป็นโอกาสในการสร้างรายได้
* **การบริหารจัดการต้นทุน**: ความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ลดลง เป็นปัจจัยบวกต่ออัตรากำไร
* **การฟื้นตัวของบริการปกติ**: หากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย จะส่งผลดีต่อการกลับมาใช้บริการทางการแพทย์ทั่วไปของผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของสถานการณ์โควิด-19**: การระบาดระลอกใหม่ หรือการเปลี่ยนแปลงนโยบายของภาครัฐ อาจส่งผลกระทบต่อปริมาณผู้ป่วยและรูปแบบการให้บริการ
* **การแข่งขันในธุรกิจโรงพยาบาล**: การแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรมบริการสุขภาพ
* **ต้นทุนบุคลากรทางการแพทย์**: การเพิ่มขึ้นของค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับบุคลากรทางการแพทย์
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มผู้ป่วยโควิด-19 และบริการที่เกี่ยวข้อง**: จะยังคงเป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้หลักในระยะสั้นหรือไม่
* **การบริหารจัดการต้นทุนค่ารักษาพยาบาล**: การควบคุมต้นทุนยา เวชภัณฑ์ และค่าบริการทางการแพทย์
* **การกลับมาของรายได้จากบริการปกติ**: การฟื้นตัวของจำนวนผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยในที่ไม่เกี่ยวข้องกับโควิด-19
* **แผนการขยาย Capacity หรือการลงทุนใหม่ๆ**: หากมีในอนาคต
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
ในไตรมาส 3 ปี 2564 KDH ได้รับอานิสงส์โดยตรงจากการระบาดของโควิด-19 ซึ่งส่งผลให้ **รายได้จากค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก (OPD) เพิ่มขึ้น 7.0%** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการให้บริการตรวจหาเชื้อโควิด-19 และการให้บริการคลินิกโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ (ARI Clinic) ขณะที่ **รายได้จากค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยใน (IPD) เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 36.5%** ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยที่เข้ารักษาโรคโควิด-19 ในแผนกผู้ป่วยวิกฤต (ICU) และแผนกห้องพักฟื้นที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการให้บริการกักกันโรคแบบทางเลือก (AQ) การเพิ่มขึ้นของรายได้ในส่วนนี้สะท้อนถึงการใช้ **Capacity** ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 ที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ในด้าน **ต้นทุน** แม้ต้นทุนค่ารักษาพยาบาลจะเพิ่มขึ้น 14.0% ตามสัดส่วนรายได้ที่เพิ่มขึ้น แต่บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการ **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร** ได้ลดลง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้บริษัทฯ พลิกกลับมามีกำไรได้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
(เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสด จึงขอข้ามส่วนนี้ไป)
## สรุปท้าย
KDH โชว์ผลงานไตรมาส 3 ปี 2564 พลิกขาดทุนเป็นกำไรได้อย่างน่าประทับใจ โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการรักษาพยาบาลผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการให้บริการที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์โควิด-19 ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนค่าใช้จ่ายในการบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ว่าปัจจัยขับเคลื่อนหลักในรอบนี้จะมาจากสถานการณ์ภายนอก แต่ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและโอกาสในการให้บริการที่เกี่ยวข้องกับโรคระบาด ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาเพื่อประเมินความต่อเนื่องของผลประกอบการในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ KDH ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
283.59
ล้านบาท
↑ 8.6% YoY
กำไรขั้นต้น
88.86
ล้านบาท
↑ 0.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
31.34
%
กำไรสุทธิ
25.73
ล้านบาท
↑ 9.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
9.07
%
D/E Ratio
0.23
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
284
↑ + 8.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
89
↑ + 0.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
26
↑ + 9.8%
YoY
D/E Ratio
0.23
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — KDH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.23
ROE (%)
17.83
ROA (%)
17.94
Book Value/หุ้น
48.37
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — KDH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-124
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+8
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — KDH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-123.89
-7.49%
|
-133.92
-33.61%
|
-201.71
+16.33%
|
-173.40
+164.05%
|
-65.67
-257.90%
|
41.59
+85.42%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
8.24
-103.60%
|
-229.03
+385.23%
|
-47.20
-43.40%
|
-83.39
+68.91%
|
-49.37
+298.79%
|
-12.38
-73.24%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
50.67
+21.25%
|
41.79
+150.09%
|
16.71
+509.85%
|
2.74
-2,383.33%
|
-0.12
-36.84%
|
-0.19
-99.63%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-64.98
-79.77%
|
-321.16
+38.32%
|
-232.19
-8.61%
|
-254.07
+120.62%
|
-115.16
-496.83%
|
29.02
+62.49%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
149.88
-6.54%
|
160.36
-4.66%
|
168.20
-5.69%
|
178.35
+14.14%
|
156.26
+22.81%
|
127.24
+40.50%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
134.64
-10.17%
|
149.88
-6.54%
|
160.36
-4.66%
|
168.20
-5.69%
|
178.35
+14.14%
|
156.26
+22.81%
|