บริษัท ธนบุรี เมดิเคิล เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน)
SET · การแพทย์
84.50
0.50 (0.59%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3422 out_tok=2412 at=2026-07-25T19:36:59 -->
# KDH กำไร Q3/2565 พุ่ง 112% รับรายได้ผ่าตัดลดน้ำหนัก-ศัลยกรรมความงามบูม
## รายได้ผู้ป่วยใน-นอกโตเด่น รับดีมานด์รักษาพยาบาลฟื้นตัวหลังโควิดคลี่คลาย
บริษัท ธนบุรี เมดิเคิล เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ KDH รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 32.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 112.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากรายได้ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยในที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะจากกลุ่มผู้ป่วยศัลยกรรมความงามและการผ่าตัดกระเพาะอาหารเพื่อลดน้ำหนัก ซึ่งสะท้อนถึงการฟื้นตัวของภาคบริการด้านสุขภาพหลังสถานการณ์โควิด-19 เริ่มคลี่คลาย
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ KDH ในไตรมาส 3 ปี 2565 เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 112.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน มาจาก **การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของรายได้ค่ารักษาพยาบาล โดยเฉพาะจากกลุ่มผู้ป่วยใน** ซึ่งได้รับแรงหนุนหลักจากการผ่าตัดกระเพาะอาหารเพื่อลดน้ำหนัก (Sleeve Gastrectomy) และการศัลยกรรมความงาม รวมถึงการตรวจสุขภาพตามโปรแกรม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า การเพิ่มขึ้นของรายได้ดังกล่าวเป็นผลโดยตรงจากการที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 คลี่คลายลง ทำให้ผู้ป่วยทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติกลับมาเข้ารับการรักษาพยาบาลและการผ่าตัดมากขึ้น โดยเฉพาะการผ่าตัดกระเพาะอาหารเพื่อลดน้ำหนักและการศัลยกรรมความงาม ซึ่งเป็นบริการที่มีรายได้สูง ส่งผลให้รายได้จากผู้ป่วยในเพิ่มขึ้นถึง 94.7 ล้านบาท หรือ 104.9% ขณะที่รายได้จากผู้ป่วยนอกก็ปรับตัวเพิ่มขึ้น 10.8 ล้านบาท หรือ 10.8% จากการตรวจสุขภาพตามโปรแกรม
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนค่ารักษาพยาบาลก็เพิ่มขึ้นตามสัดส่วนรายได้ที่เพิ่มขึ้นถึง 44.6 ล้านบาท หรือ 32.9% โดยมีสาเหตุจากค่าแพทย์ ต้นทุนเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ และค่ายา วัคซีนต่างๆ ที่สูงขึ้น นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการบริหารก็เพิ่มขึ้น 43.5 ล้านบาท หรือ 114.5% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นค่าเสื่อมราคาที่เพิ่มขึ้นตามจำนวนผู้ใช้บริการ และค่าประชาสัมพันธ์ทางการตลาดที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับผลิตภัณฑ์ใหม่และการฟื้นตัวของตลาด
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องติดตามปัจจัยสนับสนุน** จากถ้อยคำของฝ่ายจัดการที่ระบุว่า การเพิ่มขึ้นของรายได้มาจากสถานการณ์โควิด-19 ที่คลี่คลายลง และการออกผลิตภัณฑ์ใหม่พร้อมประชาสัมพันธ์เพิ่มขึ้นหลังโรคระบาดคลี่คลาย บ่งชี้ว่าปัจจัยบวกเหล่านี้มีแนวโน้มที่จะส่งผลดีต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของรายได้จากกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติอาจยังขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยาก เช่น นโยบายการเดินทางระหว่างประเทศ และการแข่งขันในตลาดบริการสุขภาพ
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพุ่ง 112.1% YoY:** KDH รายงานกำไรสุทธิ 32.5 ล้านบาทใน Q3/2565 เทียบกับ 15.3 ล้านบาทใน Q3/2564
* **รายได้รวมโต 109.7 ล้านบาท:** ได้แรงหนุนหลักจากรายได้ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยในที่เพิ่มขึ้น
* **Sleeve Gastrectomy และศัลยกรรมความงามเด่น:** การผ่าตัดกระเพาะอาหารเพื่อลดน้ำหนักและการศัลยกรรมความงามสร้างรายได้เพิ่มขึ้นประมาณ 89.1 ล้านบาท
* **ลูกค้าไทย-ต่างชาติกลับมาใช้บริการ:** สถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายหนุนดีมานด์การรักษาพยาบาลและการตรวจสุขภาพ
* **ต้นทุนและค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มขึ้น:** ค่าแพทย์ เวชภัณฑ์ ค่าเสื่อมราคา และค่าการตลาดปรับตัวสูงขึ้นตามการดำเนินงาน
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท ธนบุรี เมดิเคิล เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ KDH มีผลประกอบการในไตรมาส 3 ปี 2565 เติบโตอย่างโดดเด่น โดยมีกำไรสุทธิ 32.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.2 ล้านบาท หรือ 112.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 15.3 ล้านบาท การเติบโตนี้เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้รวม 109.7 ล้านบาท ซึ่งขับเคลื่อนโดยรายได้ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอกที่เพิ่มขึ้น 10.8 ล้านบาท (10.8%) และรายได้ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยในที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 94.7 ล้านบาท (104.9%) อย่างไรก็ตาม ต้นทุนค่ารักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายในการบริหารก็ปรับตัวสูงขึ้นตามการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคบริการสุขภาพ:** การคลี่คลายของสถานการณ์โควิด-19 เป็นปัจจัยบวกสำคัญที่ส่งเสริมให้ผู้ป่วยกลับมาใช้บริการด้านการรักษาพยาบาล การผ่าตัด และการตรวจสุขภาพมากขึ้น
* **ศักยภาพบริการเฉพาะทาง:** บริการผ่าตัดกระเพาะอาหารเพื่อลดน้ำหนัก (Sleeve Gastrectomy) และการศัลยกรรมความงาม เป็นบริการที่มีรายได้สูงและมีแนวโน้มเติบโตได้ดี
* **การขยายฐานลูกค้า:** การกลับมาของลูกค้าชาวต่างชาติและการเพิ่มขึ้นของลูกค้าคนไทยช่วยเพิ่มโอกาสในการขยายฐานรายได้
* **การออกผลิตภัณฑ์ใหม่:** การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่และการเพิ่มการประชาสัมพันธ์ทางการตลาดหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย อาจช่วยกระตุ้นรายได้ในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น:** ค่าแพทย์ ต้นทุนเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ ยา และวัคซีนที่ปรับตัวสูงขึ้น อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรหากไม่สามารถปรับราคาบริการได้ทัน
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น:** ค่าเสื่อมราคาที่เพิ่มขึ้นตามจำนวนผู้ใช้บริการ และค่าใช้จ่ายด้านการตลาดที่เพิ่มขึ้น อาจเป็นภาระต่อผลกำไร
* **ความไม่แน่นอนของลูกค้าชาวต่างชาติ:** การเดินทางระหว่างประเทศและปัจจัยภายนอกอื่นๆ อาจส่งผลต่อจำนวนลูกค้าชาวต่างชาติที่จะเข้ามาใช้บริการ
* **การแข่งขันในธุรกิจบริการสุขภาพ:** ธุรกิจโรงพยาบาลและการแพทย์มีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้ให้บริการรายเดิมและผู้ให้บริการรายใหม่
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้จากบริการผ่าตัดลดน้ำหนักและศัลยกรรมความงาม:** จะยังคงเติบโตต่อเนื่องหรือชะลอตัวลง
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนค่าแพทย์ เวชภัณฑ์ และยา เพื่อรักษาระดับอัตรากำไร
* **การฟื้นตัวของลูกค้าชาวต่างชาติ:** สัดส่วนและจำนวนลูกค้าชาวต่างชาติที่จะกลับเข้ามาใช้บริการอย่างมีนัยสำคัญ
* **ผลตอบรับจากผลิตภัณฑ์ใหม่:** ประสิทธิภาพของการตลาดและการตอบรับของผลิตภัณฑ์ใหม่ต่อรายได้
* **การเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์โควิด-19:** ผลกระทบหากมีการระบาดระลอกใหม่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
ในไตรมาส 3 ปี 2565 KDH แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งในภาคบริการสุขภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของ **รายได้จากผู้ป่วยใน** ซึ่งเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 104.9% คิดเป็น 94.7 ล้านบาท ปัจจัยขับเคลื่อนหลักคือ **การผ่าตัดกระเพาะอาหารเพื่อลดน้ำหนัก (Sleeve Gastrectomy)** และ **การศัลยกรรมความงาม** ซึ่งเป็นบริการที่มีมูลค่าสูงและได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายลง การที่ลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติกลับมาใช้บริการเหล่านี้ สะท้อนถึงความต้องการที่อัดอั้น (pent-up demand) และความเชื่อมั่นในบริการของโรงพยาบาล
ขณะเดียวกัน **รายได้จากผู้ป่วยนอก** ก็มีการเติบโตที่น่าพอใจ 10.8% หรือ 10.8 ล้านบาท ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการตรวจสุขภาพตามโปรแกรม การเพิ่มขึ้นของรายได้นี้สอดคล้องกับ **การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการบริหาร** โดยเฉพาะค่าเสื่อมราคาที่เพิ่มขึ้น 33.5 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากการที่จำนวนผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้น ทำให้โรงพยาบาลต้องรองรับผู้ป่วยที่มากขึ้น
อย่างไรก็ตาม **ต้นทุนค่ารักษาพยาบาล** ก็ปรับตัวสูงขึ้นตามสัดส่วนรายได้ที่เพิ่มขึ้นถึง 32.9% หรือ 44.6 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากค่าแพทย์ ต้นทุนเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ และค่ายาต่างๆ ที่มีราคาสูงขึ้น ซึ่งเป็นแนวโน้มที่พบได้ทั่วไปในอุตสาหกรรมบริการสุขภาพ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสาร MD&A ที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัทฯ ในงวดไตรมาส 3 ปี 2565 จึงไม่สามารถวิเคราะห์ในส่วนนี้ได้
## สรุปท้าย
KDH โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 เติบโตอย่างน่าประทับใจ โดยมีกำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 112.1% จากแรงหนุนหลักของรายได้ค่ารักษาพยาบาลที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะบริการผ่าตัดลดน้ำหนักและศัลยกรรมความงาม ซึ่งสะท้อนถึงการฟื้นตัวของภาคบริการสุขภาพหลังโควิด-19 คลี่คลาย แม้ต้นทุนและค่าใช้จ่ายจะปรับตัวสูงขึ้นตามการดำเนินงาน แต่โอกาสจากการกลับมาของดีมานด์และศักยภาพของบริการเฉพาะทางยังคงเป็นปัจจัยบวกที่น่าจับตา ขณะที่ความเสี่ยงด้านต้นทุนและการแข่งขันยังคงเป็นประเด็นที่ต้องบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ KDH ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
283.59
ล้านบาท
↑ 8.6% YoY
กำไรขั้นต้น
88.86
ล้านบาท
↑ 0.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
31.34
%
กำไรสุทธิ
25.73
ล้านบาท
↑ 9.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
9.07
%
D/E Ratio
0.23
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
284
↑ + 8.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
89
↑ + 0.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
26
↑ + 9.8%
YoY
D/E Ratio
0.23
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — KDH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.23
ROE (%)
17.83
ROA (%)
17.94
Book Value/หุ้น
48.37
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — KDH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-124
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+8
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — KDH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-123.89
-7.49%
|
-133.92
-33.61%
|
-201.71
+16.33%
|
-173.40
+164.05%
|
-65.67
-257.90%
|
41.59
+85.42%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
8.24
-103.60%
|
-229.03
+385.23%
|
-47.20
-43.40%
|
-83.39
+68.91%
|
-49.37
+298.79%
|
-12.38
-73.24%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
50.67
+21.25%
|
41.79
+150.09%
|
16.71
+509.85%
|
2.74
-2,383.33%
|
-0.12
-36.84%
|
-0.19
-99.63%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-64.98
-79.77%
|
-321.16
+38.32%
|
-232.19
-8.61%
|
-254.07
+120.62%
|
-115.16
-496.83%
|
29.02
+62.49%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
149.88
-6.54%
|
160.36
-4.66%
|
168.20
-5.69%
|
178.35
+14.14%
|
156.26
+22.81%
|
127.24
+40.50%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
134.64
-10.17%
|
149.88
-6.54%
|
160.36
-4.66%
|
168.20
-5.69%
|
178.35
+14.14%
|
156.26
+22.81%
|