บริษัท ธนบุรี เมดิเคิล เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน)
SET · การแพทย์
84.50
0.50 (0.59%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3421 out_tok=2048 at=2026-07-25T18:55:36 -->
# KDH กำไร Q1/2566 หด 22.9% รับรายได้ผู้ป่วยนอกวูบ แม้ศัลยกรรมความงามฟื้นตัว
## รายได้ผู้ป่วยนอกลดกระทบกำไร แม้ศัลยกรรมความงามกลับมาคึกคักหลังโควิดคลี่คลาย
บริษัท ธนบุรี เมดิเคิล เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ KDH รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 20.4 ล้านบาท ลดลง 6.1 ล้านบาท หรือ 22.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากรายได้ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอกที่ลดลง แม้ว่ารายได้ผู้ป่วยในจากกลุ่มศัลยกรรมความงามจะปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้กำไรสุทธิของ KDH ในไตรมาส 1 ปี 2566 ลดลง 22.9% เมื่อเทียบกับปีก่อน คือ **การลดลงของรายได้จากค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก** แม้ว่าจะมีปัจจัยบวกจากรายได้ผู้ป่วยในที่เพิ่มขึ้นอย่างมากก็ตาม โดยกำไรสุทธิอยู่ที่ 20.4 ล้านบาท เทียบกับ 26.4 ล้านบาทในปีก่อน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การลดลงของรายได้ผู้ป่วยนอก 3.9 ล้านบาท หรือ 3.5% มาจากการให้บริการตรวจ COVID-19 และการให้บริการคลินิกโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ (ARI Clinic) ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของ COVID-19 ในปี 2565 ที่สูงกว่า
ในทางกลับกัน รายได้จากค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยในเพิ่มขึ้นถึง 51.7 ล้านบาท หรือ 42.9% ซึ่งส่วนใหญ่มาจากแผนกศัลยกรรมความงาม โดยได้รับแรงหนุนจากการที่สถานการณ์ COVID-19 คลี่คลายและการผ่อนปรนการเดินทางระหว่างประเทศ ทำให้มีผู้ใช้บริการชาวต่างชาติเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 57.1 ล้านบาท หรือ 23.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากต้นทุนค่ารักษาพยาบาลที่เพิ่มขึ้น 24.2 ล้านบาท (16.4%) ตามสัดส่วนรายได้ที่เพิ่มขึ้น และค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น 32.9 ล้านบาท (63.5%) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นค่า Referral fee ที่เพิ่มขึ้นตามจำนวนผู้ใช้บริการ และค่าไฟฟ้าที่ปรับสูงขึ้นตามนโยบายรัฐ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** โดยมีโอกาสที่รายได้จากผู้ป่วยนอกจะฟื้นตัวได้ในอนาคต แต่การลดลงในไตรมาสนี้มีสาเหตุมาจากปัจจัยเฉพาะหน้าคือการลดลงของการให้บริการที่เกี่ยวข้องกับ COVID-19 ซึ่งเป็นบริการที่มีความผันผวนสูงตามสถานการณ์การระบาด
ในขณะที่การฟื้นตัวของรายได้ผู้ป่วยในจากกลุ่มศัลยกรรมความงาม โดยเฉพาะผู้ใช้บริการชาวต่างชาติ มีแนวโน้มที่จะต่อเนื่อง หากสถานการณ์การเดินทางระหว่างประเทศยังคงผ่อนคลายและมีเสถียรภาพ อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการบริหาร โดยเฉพาะค่า Referral fee ที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณผู้ใช้บริการ อาจเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาในการควบคุมต้นทุน
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 22.9% YoY:** อยู่ที่ 20.4 ล้านบาท จาก 26.4 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวมเพิ่มขึ้น 12.2% YoY:** อยู่ที่ 437.5 ล้านบาท จาก 389.6 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้ผู้ป่วยในเติบโตโดดเด่น:** เพิ่มขึ้น 42.9% YoY จากแผนกศัลยกรรมความงาม รับอานิสงส์การเดินทางระหว่างประเทศฟื้นตัว
* **รายได้ผู้ป่วยนอกลดลง:** หดตัว 3.5% YoY จากการให้บริการ COVID-19 และ ARI Clinic ที่ลดลง
* **ต้นทุนค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 23.7% YoY:** เป็น 382.4 ล้านบาท จาก 309.3 ล้านบาทในปีก่อน
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารพุ่งสูง:** เพิ่มขึ้น 63.5% YoY โดยเฉพาะค่า Referral fee ที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณผู้ใช้บริการ
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัทฯ มีรายได้รวมในไตรมาส 1 ปี 2566 จำนวน 437.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47.9 ล้านบาท หรือ 12.2% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 389.6 ล้านบาท โดยรายได้หลักมาจากค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยในที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิกลับลดลง 6.1 ล้านบาท หรือ 22.9% มาอยู่ที่ 20.4 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนค่าใช้จ่ายรวมที่เพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่สูงกว่ารายได้
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการแพทย์:** การผ่อนคลายมาตรการเดินทางระหว่างประเทศส่งผลดีต่อการกลับมาใช้บริการของชาวต่างชาติ โดยเฉพาะในกลุ่มศัลยกรรมความงาม
* **การขยายบริการทางการแพทย์:** การพัฒนาและเพิ่มศักยภาพของแผนกต่างๆ เพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า
## ความเสี่ยง
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมบริการทางการแพทย์:** การแข่งขันที่สูงอาจส่งผลต่อการกำหนดราคาและส่วนแบ่งทางการตลาด
* **ความผันผวนของสถานการณ์โรคระบาด:** แม้สถานการณ์จะคลี่คลาย แต่การกลับมาระบาดของโรคอาจส่งผลกระทบต่อรูปแบบการให้บริการและรายได้
* **ต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น:** ค่าเวชภัณฑ์ ค่าบุคลากร และค่าสาธารณูปโภคที่ปรับตัวสูงขึ้น อาจกดดันอัตรากำไร
* **การพึ่งพารายได้จากบริการเฉพาะ:** การพึ่งพารายได้จากบริการ COVID-19 หรือ ARI Clinic ในอดีต แสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงจากบริการที่มีความผันผวน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มรายได้จากผู้ป่วยนอก โดยเฉพาะบริการที่เกี่ยวข้องกับโรคระบบทางเดินหายใจ
* การบริหารจัดการต้นทุนค่าใช้จ่ายในการบริหาร โดยเฉพาะค่า Referral fee เพื่อรักษาอัตรากำไร
* การเติบโตของรายได้จากกลุ่มศัลยกรรมความงาม และการรักษาฐานลูกค้าชาวต่างชาติ
* ผลกระทบจากอัตราเงินเฟ้อและต้นทุนพลังงานต่อค่าไฟฟ้าและค่าใช้จ่ายดำเนินงาน
* แผนการขยายธุรกิจ หรือการลงทุนใหม่ๆ ของบริษัทฯ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**รายได้:** รายได้รวมเติบโต 12.2% YoY โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากรายได้ผู้ป่วยในที่เพิ่มขึ้น 42.9% YoY จากแผนกศัลยกรรมความงาม ซึ่งสะท้อนถึงการกลับมาของนักท่องเที่ยวเพื่อการรักษาพยาบาลหลังสถานการณ์โควิดคลี่คลาย อย่างไรก็ตาม รายได้ผู้ป่วยนอกลดลง 3.5% YoY เนื่องจากการให้บริการที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 และ ARI Clinic ที่ลดลงตามสถานการณ์การระบาดที่เบาบางลง
**ต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** ต้นทุนค่ารักษาพยาบาลเพิ่มขึ้น 16.4% YoY ตามสัดส่วนรายได้ที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 63.5% YoY โดยมีสาเหตุหลักจากค่า Referral fee ที่เพิ่มขึ้น 30.3 ล้านบาท ตามจำนวนผู้ใช้บริการที่เพิ่มขึ้น และค่าไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น 1.5 ล้านบาท จากการปรับอัตราค่าไฟฟ้าต่อหน่วย
**อัตรากำไร:** แม้รายได้รวมจะเติบโต แต่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่สูงกว่า ทำให้ความสามารถในการทำกำไรลดลง โดยกำไรสุทธิหดตัว 22.9% YoY
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
(เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลส่วนนี้)
## สรุปท้าย
KDH ในไตรมาส 1 ปี 2566 เผชิญกับแรงกดดันด้านกำไรสุทธิที่ลดลง 22.9% YoY แม้รายได้รวมจะเติบโต 12.2% จากการฟื้นตัวของรายได้ผู้ป่วยในกลุ่มศัลยกรรมความงาม แต่ถูกหักล้างด้วยการลดลงของรายได้ผู้ป่วยนอก และการเพิ่มขึ้นของต้นทุนค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการบริหารที่พุ่งสูงขึ้น ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าส่วนใหญ่เป็นค่า Referral fee ที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณผู้ใช้บริการ การบริหารจัดการต้นทุนและการรักษาฐานลูกค้าในระยะยาวจะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนผลประกอบการให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ KDH ไตรมาส 1/2566
รายได้รวม
283.59
ล้านบาท
↑ 8.6% YoY
กำไรขั้นต้น
88.86
ล้านบาท
↑ 0.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
31.34
%
กำไรสุทธิ
25.73
ล้านบาท
↑ 9.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
9.07
%
D/E Ratio
0.23
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
284
↑ + 8.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
89
↑ + 0.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
26
↑ + 9.8%
YoY
D/E Ratio
0.23
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — KDH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.23
ROE (%)
17.83
ROA (%)
17.94
Book Value/หุ้น
48.37
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — KDH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-124
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+8
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — KDH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-123.89
-7.49%
|
-133.92
-33.61%
|
-201.71
+16.33%
|
-173.40
+164.05%
|
-65.67
-257.90%
|
41.59
+85.42%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
8.24
-103.60%
|
-229.03
+385.23%
|
-47.20
-43.40%
|
-83.39
+68.91%
|
-49.37
+298.79%
|
-12.38
-73.24%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
50.67
+21.25%
|
41.79
+150.09%
|
16.71
+509.85%
|
2.74
-2,383.33%
|
-0.12
-36.84%
|
-0.19
-99.63%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-64.98
-79.77%
|
-321.16
+38.32%
|
-232.19
-8.61%
|
-254.07
+120.62%
|
-115.16
-496.83%
|
29.02
+62.49%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
149.88
-6.54%
|
160.36
-4.66%
|
168.20
-5.69%
|
178.35
+14.14%
|
156.26
+22.81%
|
127.24
+40.50%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
134.64
-10.17%
|
149.88
-6.54%
|
160.36
-4.66%
|
168.20
-5.69%
|
178.35
+14.14%
|
156.26
+22.81%
|