บริษัท ธนบุรี เมดิเคิล เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน)
SET · การแพทย์
84.50
0.50 (0.59%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3577 out_tok=2256 at=2026-07-25T19:46:04 -->
# KDH กำไรสุทธิ Q2/2565 พุ่ง 135.6% รับแรงหนุนรายได้ผู้ป่วยใน-นอกฟื้นตัว
## รายได้ผู้ป่วยใน-นอกฟื้นตัวชัดเจน หนุนกำไร KDH โตแรง ขณะที่ค่าใช้จ่ายเพิ่มตามสัดส่วน
บริษัท ธนบุรี เมดิเคิล เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ KDH รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 19.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 135.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของรายได้ค่ารักษาพยาบาลทั้งผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน รวมถึงการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่สอดคล้องกับการเติบโตของรายได้
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ KDH ในไตรมาส 2 ปี 2565 เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 135.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน มาจาก **การฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญของรายได้ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน** ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากการที่สถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายลง ทำให้โรงพยาบาลสามารถกลับมาให้บริการผู้ป่วยได้อย่างเต็มที่
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ฝ่ายจัดการระบุว่า รายได้รวมเพิ่มขึ้น 53.3 ล้านบาท โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักดังนี้:
1. **รายได้ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอกเพิ่มขึ้น 8.2 ล้านบาท (+8.1%)**: ส่วนหนึ่งมาจากการฟื้นตัวของแผนกศัลยกรรมความงาม โดยเฉพาะการผ่าตัดกระเพาะอาหารเพื่อลดน้ำหนัก (Sleeve Gastrectomy) ซึ่งได้รับอานิสงส์จากการที่ทั้งลูกค้าคนไทยและชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาใช้บริการมากขึ้นหลังสถานการณ์โควิด-19 ดีขึ้น
2. **รายได้ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยในเพิ่มขึ้น 44.1 ล้านบาท (+43.3%)**: การเพิ่มขึ้นนี้มาจากแผนกกระดูกและข้อ โดยเฉพาะกลุ่มคนไข้ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า หลังจากโรงพยาบาลกลับมาให้บริการผู้ป่วยตามปกติ และมีการจัดโปรโมชั่นพิเศษสำหรับโปรแกรมผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าและข้อสะโพกเทียมในช่วงวันที่ 1 พฤษภาคม - 31 กรกฎาคม 2565
แม้ว่าค่าใช้จ่ายรวมจะเพิ่มขึ้น 40.9 ล้านบาท โดยหลักมาจากต้นทุนค่ารักษาพยาบาลที่เพิ่มขึ้น 24.4 ล้านบาท (+17.3%) ตามสัดส่วนรายได้ที่เพิ่มขึ้น และค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น 16.5 ล้านบาท (ส่วนใหญ่เป็นค่าโฆษณาประชาสัมพันธ์ที่เพิ่มขึ้นตามจำนวนผู้ใช้บริการ) แต่การเพิ่มขึ้นของรายได้นั้นมีสัดส่วนที่สูงกว่า ทำให้ภาพรวมอัตรากำไรยังคงปรับตัวดีขึ้น
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการที่สถานการณ์โควิด-19 มีแนวโน้มคลี่คลายอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้ป่วยกล้ากลับมาเข้ารับการรักษาและผ่าตัดมากขึ้น ประกอบกับการที่ฝ่ายจัดการได้จัดโปรโมชั่นพิเศษสำหรับโปรแกรมผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าและข้อสะโพกเทียม ซึ่งจะส่งผลดีต่อรายได้ในระยะสั้นถึงกลาง นอกจากนี้ การฟื้นตัวของกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาใช้บริการมากขึ้น ก็เป็นอีกปัจจัยที่สนับสนุนการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q2/2565 เติบโต 135.6% YoY** อยู่ที่ 19.7 ล้านบาท จาก 8.4 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวมเพิ่มขึ้น 53.3 ล้านบาท** จากการฟื้นตัวของรายได้ผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน
* **รายได้ผู้ป่วยนอกเพิ่ม 8.2 ล้านบาท (+8.1%)** หนุนโดยศัลยกรรมความงาม โดยเฉพาะการผ่าตัดลดน้ำหนัก
* **รายได้ผู้ป่วยในเพิ่ม 44.1 ล้านบาท (+43.3%)** จากแผนกกระดูกและข้อ โดยเฉพาะการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า
* **ต้นทุนค่ารักษาพยาบาลเพิ่ม 24.4 ล้านบาท (+17.3%)** ตามสัดส่วนรายได้ที่เพิ่มขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่ม 16.5 ล้านบาท** ส่วนใหญ่เป็นค่าโฆษณาประชาสัมพันธ์
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัท ธนบุรี เมดิเคิล เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ KDH มีผลประกอบการที่โดดเด่น โดยมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 19.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 135.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 8.4 ล้านบาท การเติบโตนี้เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้รวม 53.3 ล้านบาท ซึ่งขับเคลื่อนโดยรายได้ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอกที่เพิ่มขึ้น 8.2 ล้านบาท และรายได้ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยในที่เพิ่มขึ้นถึง 44.1 ล้านบาท แม้ว่าต้นทุนค่ารักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายในการบริหารจะปรับตัวสูงขึ้นตามการดำเนินงาน แต่การเพิ่มขึ้นของรายได้มีสัดส่วนที่มากกว่า ทำให้ภาพรวมอัตรากำไรสุทธิปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคบริการทางการแพทย์:** สถานการณ์โควิด-19 ที่คลี่คลายลง ทำให้ผู้ป่วยกลับมาเข้ารับการรักษาและผ่าตัดมากขึ้น ทั้งการผ่าตัดที่จำเป็นและการผ่าตัดทางเลือก
* **โปรโมชั่นทางการตลาด:** การจัดโปรโมชั่นพิเศษสำหรับโปรแกรมผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าและข้อสะโพกเทียม รวมถึงการส่งเสริมศัลยกรรมความงาม จะช่วยดึงดูดผู้ใช้บริการและเพิ่มรายได้
* **การกลับมาของนักท่องเที่ยว:** การที่ลูกค้าชาวต่างชาติกลับมาใช้บริการมากขึ้น จะเป็นปัจจัยบวกสำคัญต่อรายได้ โดยเฉพาะในกลุ่มศัลยกรรมความงาม
## ความเสี่ยง
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** ธุรกิจโรงพยาบาลมีการแข่งขันสูง ทั้งจากโรงพยาบาลรัฐและเอกชน รวมถึงโรงพยาบาลเฉพาะทาง
* **ต้นทุนบุคลากรทางการแพทย์:** ค่าตอบแทนแพทย์และพยาบาลมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการดำเนินงาน
* **ความผันผวนของเศรษฐกิจ:** ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวอาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค และการตัดสินใจเข้ารับการรักษาที่ไม่จำเป็นเร่งด่วน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้ผู้ป่วยในและนอกในไตรมาสถัดไป:** จะยังคงเติบโตต่อเนื่องตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวหรือไม่
* **ผลตอบรับจากโปรโมชั่นทางการตลาด:** โปรแกรมผ่าตัดเปลี่ยนข้อและการส่งเสริมศัลยกรรมความงาม จะสามารถสร้างรายได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ได้เพียงใด
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** บริษัทจะสามารถควบคุมต้นทุนค่ารักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายในการบริหารให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมกับการเติบโตของรายได้ได้หรือไม่
* **การกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ:** ปริมาณนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาใช้บริการทางการแพทย์จะเพิ่มขึ้นมากน้อยเพียงใด
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**รายได้:** รายได้รวมเติบโต 53.3 ล้านบาท โดยมีสัดส่วนการเติบโตที่น่าสนใจจากทั้งผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน
* **ผู้ป่วยนอก:** การเพิ่มขึ้น 8.2 ล้านบาท (+8.1%) สะท้อนถึงการกลับมาของบริการที่ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล โดยเฉพาะกลุ่มศัลยกรรมความงาม เช่น การผ่าตัดลดน้ำหนัก ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการผ่อนคลายมาตรการเดินทางและสถานการณ์โควิด-19
* **ผู้ป่วยใน:** การเพิ่มขึ้น 44.1 ล้านบาท (+43.3%) เป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนการเติบโต โดยเฉพาะจากแผนกกระดูกและข้อ ซึ่งได้รับอานิสงส์จากการกลับมาให้บริการตามปกติและการจัดโปรโมชั่นผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าและข้อสะโพกเทียม
**ต้นทุน:** ต้นทุนค่ารักษาพยาบาลเพิ่มขึ้น 24.4 ล้านบาท (+17.3%) สอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของรายได้และปริมาณผู้ป่วย รวมถึงการเพิ่มขึ้นของค่ายาและเวชภัณฑ์ ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 16.5 ล้านบาท โดยมีค่าโฆษณาประชาสัมพันธ์เพิ่มขึ้นตามจำนวนผู้ใช้บริการที่เพิ่มขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
(เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัทฯ ในงวดนี้ จึงไม่สามารถสรุปในส่วนนี้ได้)
## สรุปท้าย
KDH โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิพุ่งขึ้น 135.6% จากการฟื้นตัวของรายได้ค่ารักษาพยาบาลทั้งผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน ซึ่งเป็นผลจากการคลี่คลายของสถานการณ์โควิด-19 และการจัดโปรโมชั่นทางการตลาดที่ได้ผล แม้ต้นทุนจะปรับสูงขึ้นตามการดำเนินงาน แต่การเติบโตของรายได้ที่มากกว่าทำให้ภาพรวมอัตรากำไรดีขึ้น โดยมีโอกาสที่จะเติบโตต่อเนื่องจากแนวโน้มการฟื้นตัวของภาคบริการทางการแพทย์และการกลับมาของนักท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาการแข่งขันในอุตสาหกรรมและแนวโน้มต้นทุนบุคลากรทางการแพทย์อย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ KDH ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
283.59
ล้านบาท
↑ 8.6% YoY
กำไรขั้นต้น
88.86
ล้านบาท
↑ 0.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
31.34
%
กำไรสุทธิ
25.73
ล้านบาท
↑ 9.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
9.07
%
D/E Ratio
0.23
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
284
↑ + 8.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
89
↑ + 0.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
26
↑ + 9.8%
YoY
D/E Ratio
0.23
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — KDH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.23
ROE (%)
17.83
ROA (%)
17.94
Book Value/หุ้น
48.37
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — KDH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-124
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+8
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — KDH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-123.89
-7.49%
|
-133.92
-33.61%
|
-201.71
+16.33%
|
-173.40
+164.05%
|
-65.67
-257.90%
|
41.59
+85.42%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
8.24
-103.60%
|
-229.03
+385.23%
|
-47.20
-43.40%
|
-83.39
+68.91%
|
-49.37
+298.79%
|
-12.38
-73.24%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
50.67
+21.25%
|
41.79
+150.09%
|
16.71
+509.85%
|
2.74
-2,383.33%
|
-0.12
-36.84%
|
-0.19
-99.63%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-64.98
-79.77%
|
-321.16
+38.32%
|
-232.19
-8.61%
|
-254.07
+120.62%
|
-115.16
-496.83%
|
29.02
+62.49%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
149.88
-6.54%
|
160.36
-4.66%
|
168.20
-5.69%
|
178.35
+14.14%
|
156.26
+22.81%
|
127.24
+40.50%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
134.64
-10.17%
|
149.88
-6.54%
|
160.36
-4.66%
|
168.20
-5.69%
|
178.35
+14.14%
|
156.26
+22.81%
|