บริษัท น้ำตาลครบุรี จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
6.40
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5224 out_tok=2160 at=2026-07-25T18:06:39 -->
# KBS พลิกขาดทุนยับปี 65 สู่กำไร 917 ล้าน รับอานิสงส์ราคาน้ำตาล-กากน้ำตาลพุ่ง
## รายได้-กำไรโตแรง YoY จากราคาขายสินค้าเกษตรที่สูงขึ้น ขณะที่ฝ่ายจัดการชี้ปัจจัยต้นทุนและอัตราแลกเปลี่ยนยังเป็นแรงกดดัน
บริษัท น้ำตาลครบุรี จำกัด (มหาชน) หรือ KBS รายงานผลประกอบการปี 2565 พลิกจากขาดทุนสุทธิ 332.4 ล้านบาทในปี 2564 กลับมามีกำไรสุทธิ 917 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 375.9% โดยมีปัจจัยหลักมาจากกำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นและผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนยังเป็นประเด็นที่ต้องจับตา
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้ KBS พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 917 ล้านบาทในปี 2565 มาจาก **กำไรขั้นต้นจากการขายและบริการที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 1,871.8 ล้านบาท หรือ 488.6%** เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลมาจากทั้งส่วนงานผลิตและจำหน่ายน้ำตาลทรายและบริการ รวมถึงส่วนงานสาธารณูปโภคที่เติบโตโดดเด่น
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ส่วนงานผลิตและจำหน่ายน้ำตาลทรายและบริการ:** กำไรขั้นต้นในส่วนนี้เพิ่มขึ้นถึง 1,408.4 ล้านบาท หรือ 678.4% โดยมีปัจจัยหนุนหลักจาก **ราคาขายน้ำตาลเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้น 17.4%** และ **ปริมาณการขายน้ำตาลที่เพิ่มขึ้นถึง 64.0%** นอกจากนี้ รายได้จากการขายกากน้ำตาลก็ปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน จากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น 51.0% และราคาขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 3.8% แม้ว่าปริมาณอ้อยเข้าหีบจะเพิ่มขึ้น 86.6% และราคาน้ำตาลต่อตันอ้อยสูงขึ้น 11.9% จะทำให้ต้นทุนวัตถุดิบโดยรวมเพิ่มขึ้น แต่ผลบวกจากราคาขายสินค้าที่สูงกว่าก็สามารถชดเชยได้
* **ส่วนงานสาธารณูปโภค:** กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 464.7 ล้านบาท หรือ 289.7% โดยมีปัจจัยหลักมาจาก **รายได้จากการขายไฟฟ้าให้กับภาครัฐที่เพิ่มขึ้น 52.9%** ซึ่งเกิดจากปริมาณการขายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยและ **อัตราการขายเฉลี่ยที่สูงขึ้นถึง 77.0%**
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยลบที่กดดันผลประกอบการคือ **ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 240.0 ล้านบาท** ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 463.3% และ **ผลขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของสัญญาซื้อขายน้ำตาลล่วงหน้า 57.9 ล้านบาท** นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่าย รวมถึงค่าใช้จ่ายในการบริหารก็ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าราคาขายน้ำตาลและกากน้ำตาลจะปรับตัวสูงขึ้นในปี 2565 ซึ่งเป็นปัจจัยบวกสำคัญ แต่เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลแนวโน้มราคาขายสินค้าเกษตรในปีถัดไปอย่างชัดเจน ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนยังเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **พลิกกำไรสุทธิ:** ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 917 ล้านบาท เทียบกับขาดทุน 332.4 ล้านบาทในปี 2564 (เพิ่มขึ้น 375.9%)
* **กำไรขั้นต้นพุ่ง:** กำไรขั้นต้นจากการขายและบริการเพิ่มขึ้น 1,871.8 ล้านบาท หรือ 488.6%
* **ราคาขายสินค้าเกษตรหนุน:** รายได้จากการขายน้ำตาลเพิ่มขึ้น 92.5% จากราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น 17.4% และปริมาณขายเพิ่มขึ้น 64.0%
* **สาธารณูปโภคเติบโต:** รายได้จากการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 52.9% จากราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น 77.0%
* **ต้นทุนและ FX กดดัน:** ค่าใช้จ่ายขาย-บริหารเพิ่มขึ้น 72.4% และ 68.3% ตามลำดับ และมีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 240.0 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับปี 2565 บริษัทมีกำไรสุทธิ 917 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,249.4 ล้านบาท หรือ 375.9% เมื่อเทียบกับปี 2564 ที่มีผลขาดทุน 332.4 ล้านบาท กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) อยู่ที่ 2,033.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,460.5 ล้านบาท หรือ 254.7% โดยมีปัจจัยหลักมาจากกำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## โอกาส
* **การเพิ่มขึ้นของปริมาณการผลิตและขาย:** ปริมาณอ้อยเข้าหีบเพิ่มขึ้น 86.6% และปริมาณการขายน้ำตาลและกากน้ำตาลที่เพิ่มขึ้น เป็นปัจจัยสนับสนุนรายได้
* **ราคาขายสินค้าเกษตรที่สูงขึ้น:** ราคาขายเฉลี่ยน้ำตาลและกากน้ำตาลที่ปรับตัวสูงขึ้น เป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มรายได้และกำไรขั้นต้น
* **การเติบโตของธุรกิจสาธารณูปโภค:** รายได้จากการขายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก อาจส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิ
* **ต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น:** ต้นทุนค่าขนส่งอ้อยและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น อาจกดดันอัตรากำไร
* **ความผันผวนของราคาสินค้าเกษตร:** แม้ปีนี้ราคาจะสูงขึ้น แต่ราคาสินค้าเกษตรมีความผันผวนสูงตามปัจจัยตลาดโลก
* **การเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของสัญญาซื้อขายล่วงหน้า:** การขาดทุนจากส่วนนี้อาจเกิดขึ้นได้อีกหากตลาดมีความผันผวน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาขายน้ำตาลและกากน้ำตาลในฤดูกาลผลิตถัดไป
* ทิศทางค่าเงินบาทเทียบกับสกุลเงินต่างประเทศ และผลกระทบต่อผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน
* การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
* ปริมาณอ้อยเข้าหีบและผลผลิตในฤดูกาลผลิตปี 2565/66
* การดำเนินงานของโรงงานสีคิ้วที่เริ่มเปิดดำเนินการ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ปริมาณอ้อยเข้าหีบ:** ฤดูการผลิตปี 2564/65 มีปริมาณอ้อยเข้าหีบ 3.68 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 86.6% จากปีก่อน
* **ราคาอ้อย:** ราคาอ้อยปี 2564/65 อยู่ที่ 1,131.24 บาทต่อตันอ้อย เพิ่มขึ้น 11.9% จากปีก่อน
* **ปริมาณและราคาขายน้ำตาล:** ปริมาณการขายเพิ่มขึ้น 64.0% และราคาขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 17.4%
* **ปริมาณและราคาขายกากน้ำตาล:** ปริมาณการขายเพิ่มขึ้น 51.0% และราคาขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 3.8%
* **ธุรกิจสาธารณูปโภค:** รายได้จากการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 52.9% จากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย และราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น 77.0%
* **ต้นทุน:** ต้นทุนค่าขนส่งอ้อยเพิ่มขึ้นเนื่องจากปริมาณอ้อยที่เพิ่มขึ้น ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 72.4% และค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 68.3%
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง
## สรุปท้าย
KBS พลิกเกมกลับมามีกำไรสุทธิอย่างแข็งแกร่งในปี 2565 ด้วยปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากราคาขายน้ำตาลและกากน้ำตาลที่สูงขึ้น ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของปริมาณการขายและรายได้จากธุรกิจสาธารณูปโภค อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น และแนวโน้มราคาวัตถุดิบในอนาคต เพื่อประเมินทิศทางผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ KBS ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
2,138.89
ล้านบาท
↑ 5.8% YoY
กำไรขั้นต้น
-130.14
ล้านบาท
↓ 306.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-6.08
%
กำไรสุทธิ
-289.69
ล้านบาท
↑ 80.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-13.54
%
D/E Ratio
1.44
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,139
↑ + 5.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-130
↓ -306.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-290
↑ + 80.4%
YoY
D/E Ratio
1.44
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — KBS
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.44
ROE (%)
12.59
ROA (%)
8.77
Book Value/หุ้น
8.78
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — KBS
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+4,759
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+170
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — KBS
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
4,759.16
-7.06%
|
5,120.55
+72.06%
|
2,975.98
-57.91%
|
7,070.05
+64.07%
|
4,309.13
+495.97%
|
723.05
-38.02%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
169.92
+2.37%
|
165.98
-12.71%
|
190.15
-41.43%
|
324.64
-26.78%
|
443.37
-123.64%
|
-1,875.47
+342.82%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-4,794.62
-4.92%
|
-5,042.64
+68.14%
|
-2,999.13
-59.70%
|
-7,441.13
+57.17%
|
-4,734.55
-509.53%
|
1,156.08
-250.95%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
134.45
-44.87%
|
243.90
+46.05%
|
167.00
-459.53%
|
-46.45
-359.06%
|
17.93
+389.89%
|
3.66
-116.00%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
107.16
-43.47%
|
189.55
+128.95%
|
82.79
+11.04%
|
74.56
+44.47%
|
51.61
+7.63%
|
47.95
-24.77%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
169.01
+57.72%
|
107.16
-43.47%
|
189.55
+128.95%
|
82.79
+11.04%
|
74.56
+44.47%
|
51.61
+7.63%
|