บริษัท น้ำตาลครบุรี จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
6.40
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4296 out_tok=2190 at=2026-07-25T19:23:50 -->
# KBS กำไร Q1/2565 พุ่ง 60.8% รับยอดขายน้ำตาล-กากน้ำตาลโตแรง
## รายได้-กำไร เติบโตโดดเด่นตามราคาตลาดโลก ขณะที่ต้นทุนอ้อยปรับสูงขึ้น
บริษัท น้ำตาลครบุรี จำกัด (มหาชน) หรือ KBS รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 347.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 60.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้จากการขายน้ำตาลและกากน้ำตาลที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม ต้นทุนค่าอ้อยและค่าใช้จ่ายในการขายก็ปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน ซึ่งฝ่ายจัดการได้อธิบายถึงสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจากราคาสินค้า/วัตถุดิบ, volume ขาย-ผลิต, GPM, FX/ส่งออก, ฤดูกาล, หรือ stock gain/loss
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ KBS ในไตรมาส 1 ปี 2565 ให้เติบโตถึง 60.8% (131.3 ล้านบาท) มาจาก **การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากการขายน้ำตาลและกากน้ำตาล** ซึ่งสูงขึ้นถึง 93.8% หรือ 1,230.2 ล้านบาท โดยมีปัจจัยสนับสนุนทั้งจากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นและราคาขายที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาตลาดโลก
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **รายได้จากการขายน้ำตาลและกากน้ำตาล:** ปัจจัยหลักคือปริมาณการขายน้ำตาลทรายที่เพิ่มขึ้นถึง 128.9% (63,786 ตัน) ประกอบกับราคาขายที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาตลาดโลก นอกจากนี้ ปริมาณการขายกากน้ำตาลยังเพิ่มขึ้น 18.8%
* **ต้นทุนการขายและการบริการ:** ปรับตัวสูงขึ้นตามต้นทุนค่าอ้อยที่เพิ่มขึ้นจากการปรับราคาอ้อยขั้นต้นสำหรับปีผลิต 2564/2565 และปริมาณการหีบอ้อยของบริษัทที่เพิ่มขึ้นถึง 86.8% (1.7 ล้านตัน)
* **ค่าใช้จ่ายในการขาย:** เพิ่มขึ้นตามปริมาณการขายน้ำตาลทรายที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการขนส่งและค่าใช้จ่ายส่งออก
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่เกิดจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับพนักงาน
* **ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนและสัญญาซื้อขายล่วงหน้า:** บริษัทมีผลขาดทุนรวม 67 ล้านบาท
* **ต้นทุนทางการเงิน:** เพิ่มขึ้น 30.5 ล้านบาท จากการกู้ยืมเพื่อลงทุนในโรงงานใหม่และการใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในช่วงการหีบอ้อย
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว (สำหรับปัจจัยด้านราคา) / มีโอกาสต่อเนื่อง (สำหรับปัจจัยด้านปริมาณและต้นทุนการผลิต)**
ราคาขายน้ำตาลที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาตลาดโลกมีลักษณะเป็นวัฏจักรและอาจผันผวนได้ในอนาคต อย่างไรก็ตาม ปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นจากการดำเนินงานปกติ และการลงทุนในโรงงานใหม่ อาจส่งผลดีต่อปริมาณการขายในระยะยาว ส่วนต้นทุนค่าอ้อยที่สูงขึ้นและปริมาณการหีบอ้อยที่เพิ่มขึ้น เป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในฤดูกาลผลิตถัดไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q1/2565 เติบโต 60.8% YoY** อยู่ที่ 347.4 ล้านบาท
* **รายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้น 76.7% YoY** แตะ 3,089.1 ล้านบาท
* **รายได้น้ำตาลและกากน้ำตาลโต 93.8% YoY** จากปริมาณขายและราคาที่สูงขึ้น
* **ต้นทุนค่าอ้อยและปริมาณการหีบอ้อยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ**
* **มีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนและสัญญาซื้อขายล่วงหน้า 67 ล้านบาท**
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 30.5 ล้านบาท** จากการลงทุนและเงินทุนหมุนเวียน
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและบริการรวม 3,089.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 76.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายน้ำตาลและกากน้ำตาลเพิ่มขึ้น 1,230.2 ล้านบาท หรือ 93.8% ซึ่งเป็นผลมาจากปริมาณการขายน้ำตาลทรายที่เพิ่มขึ้น 128.9% และราคาขายที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาตลาดโลก รวมถึงปริมาณการขายกากน้ำตาลที่เพิ่มขึ้น 18.8%
กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 79.3% มาอยู่ที่ 676.1 ล้านบาท ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นทรงตัวที่ 21.8% (จาก 21.6% ในปีก่อน) กำไรสุทธิสำหรับงวดอยู่ที่ 347.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 60.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **ราคาตลาดโลกของน้ำตาลที่ปรับตัวสูงขึ้น:** เป็นปัจจัยบวกต่อรายได้จากการขายน้ำตาล
* **ปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น:** ทั้งน้ำตาลทรายและกากน้ำตาล แสดงถึงความสามารถในการขยายตลาดและตอบสนองความต้องการ
* **การลงทุนในโรงงานแห่งใหม่:** ที่อำเภอสีคิ้ว อาจช่วยเพิ่มกำลังการผลิตและประสิทธิภาพในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาอ้อย:** ราคาอ้อยขั้นต้นที่ปรับสูงขึ้นส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการผลิต
* **ความผันผวนของราคาตลาดโลก:** ราคาขายน้ำตาลที่อิงกับตลาดโลกอาจมีความไม่แน่นอน
* **ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนและสัญญาซื้อขายล่วงหน้า:** เป็นปัจจัยที่กระทบต่อผลกำไร
* **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น:** จากการกู้ยืมเพื่อการลงทุนและใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาอ้อยและนโยบายราคาอ้อยขั้นต้น:** ในฤดูกาลผลิตถัดไป
* **ทิศทางราคาตลาดโลกของน้ำตาล:** และผลกระทบต่อราคาขายของบริษัท
* **ประสิทธิภาพการดำเนินงานของโรงงานแห่งใหม่:** และผลต่อต้นทุนและกำลังการผลิต
* **การบริหารจัดการความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน:** และผลขาดทุนจากสัญญาซื้อขายล่วงหน้า
* **ปริมาณการหีบอ้อย:** ในฤดูกาลผลิตปัจจุบันและฤดูกาลถัดไป
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** ราคาขายน้ำตาลที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาตลาดโลกเป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้หลัก ในขณะที่ต้นทุนค่าอ้อยก็ปรับสูงขึ้นเช่นกัน
* **Volume:** ปริมาณการขายน้ำตาลทรายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 128.9% และปริมาณการขายกากน้ำตาลเพิ่มขึ้น 18.8% ปริมาณการหีบอ้อยของบริษัทสำหรับปีการผลิต 2564/2565 สูงกว่าปีก่อนถึง 86.8%
* **GPM:** อัตราส่วนกำไรขั้นต้นทรงตัวใกล้เคียงเดิมที่ 21.8% แม้ว่ารายได้จะเติบโตสูง แต่ต้นทุนก็ปรับสูงขึ้นตามสัดส่วน
* **ช่องทางขาย/ส่งออก:** ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้นจากการขนส่งและค่าใช้จ่ายส่งออกที่สูงขึ้นตามปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น
* **สต็อก:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับสต็อกสินค้า
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** มีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนและสัญญาซื้อขายล่วงหน้ารวม 67 ล้านบาท
* **ฤดูกาลผลิต:** การหีบอ้อยสำหรับปีการผลิต 2564/2565 มีปริมาณสูงกว่าปีก่อน ซึ่งส่งผลต่อปริมาณวัตถุดิบและต้นทุน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง แต่ระบุว่าต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นจากการกู้ยืมเงินเพื่อลงทุนในการสร้างโรงงานแห่งใหม่และใช้เป็นทุนหมุนเวียนในช่วงการหีบอ้อย
## สรุปท้าย
KBS โชว์ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากรายได้น้ำตาลและกากน้ำตาลที่พุ่งสูงขึ้นตามราคาตลาดโลกและปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น แม้ว่าต้นทุนค่าอ้อยและค่าใช้จ่ายต่างๆ จะปรับสูงขึ้นตามไปด้วย แต่การบริหารจัดการต้นทุนและปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นยังคงส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตอย่างโดดเด่น อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความผันผวนของราคาวัตถุดิบและสินค้า รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินและการลงทุนในอนาคตอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ KBS ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
2,138.89
ล้านบาท
↑ 5.8% YoY
กำไรขั้นต้น
-130.14
ล้านบาท
↓ 306.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-6.08
%
กำไรสุทธิ
-289.69
ล้านบาท
↑ 80.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-13.54
%
D/E Ratio
1.44
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,139
↑ + 5.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-130
↓ -306.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-290
↑ + 80.4%
YoY
D/E Ratio
1.44
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — KBS
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.44
ROE (%)
12.59
ROA (%)
8.77
Book Value/หุ้น
8.78
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — KBS
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+4,759
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+170
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — KBS
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
4,759.16
-7.06%
|
5,120.55
+72.06%
|
2,975.98
-57.91%
|
7,070.05
+64.07%
|
4,309.13
+495.97%
|
723.05
-38.02%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
169.92
+2.37%
|
165.98
-12.71%
|
190.15
-41.43%
|
324.64
-26.78%
|
443.37
-123.64%
|
-1,875.47
+342.82%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-4,794.62
-4.92%
|
-5,042.64
+68.14%
|
-2,999.13
-59.70%
|
-7,441.13
+57.17%
|
-4,734.55
-509.53%
|
1,156.08
-250.95%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
134.45
-44.87%
|
243.90
+46.05%
|
167.00
-459.53%
|
-46.45
-359.06%
|
17.93
+389.89%
|
3.66
-116.00%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
107.16
-43.47%
|
189.55
+128.95%
|
82.79
+11.04%
|
74.56
+44.47%
|
51.61
+7.63%
|
47.95
-24.77%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
169.01
+57.72%
|
107.16
-43.47%
|
189.55
+128.95%
|
82.79
+11.04%
|
74.56
+44.47%
|
51.61
+7.63%
|