บริษัท น้ำตาลครบุรี จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
6.40
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5712 out_tok=2344 at=2026-07-25T07:02:21 -->
# KBS กำไร Q2/2566 พุ่ง 129% รับอานิสงส์ราคาน้ำตาล-น้ำตาลทรายตลาดโลกพุ่ง
## รายได้-กำไรโตเด่น รับปริมาณขายน้ำตาลทรายเพิ่ม-ราคาตลาดโลกหนุน ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบยังทรงตัว
บริษัท น้ำตาลครบุรี จำกัด (มหาชน) หรือ KBS รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 921.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 129.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายและบริการรวม 7,577.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.5% ปัจจัยหลักมาจากปริมาณการขายน้ำตาลทรายที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับราคาตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ KBS ในไตรมาส 2 ปี 2566 ให้เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 129.3% มาจาก **การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายน้ำตาลทรายและน้ำตาลทรายดิบ** ซึ่งได้รับแรงหนุนจาก **ปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น** และ **ราคาขายที่สูงขึ้นตามราคาตลาดโลกและอัตราแลกเปลี่ยนที่แข็งค่า** โดยมีรายได้รวมเพิ่มขึ้น 27.5% ขณะที่กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นถึง 63.2% และกำไรก่อนหักภาษีเพิ่มขึ้นถึง 112.5%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้หลักมาจาก **น้ำตาลทรายดิบ** ที่ปริมาณขายเพิ่มขึ้น 68,974 ตัน คิดเป็นการเติบโต 27.2% และราคาขายที่ปรับสูงขึ้นตามราคาตลาดโลกและอัตราแลกเปลี่ยนที่แข็งค่า นอกจากนี้ **น้ำตาลทรายขาวบริโภคในประเทศ** ก็เติบโตได้ดีเช่นกัน โดยปริมาณขายเพิ่มขึ้น 54.2% แม้ว่าต้นทุนวัตถุดิบ (อ้อย) จะสูงขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของราคาอ้อยสำหรับปีเพาะปลูก 2565/2566 และราคาน้ำมันที่สูงขึ้น แต่ผลกระทบต่อต้นทุนค่าอ้อยถูกชดเชยด้วยปริมาณการหีบอ้อยที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในฤดูกาลผลิต 2565/2566 ซึ่งสูงกว่าปีก่อนถึง 7.3% ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ทำได้ดี ทำให้ภาพรวมอัตรากำไรขั้นต้นและกำไรก่อนหักภาษีปรับตัวดีขึ้นอย่างมาก
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่องในระดับหนึ่ง แต่ต้องจับตาปัจจัยราคาตลาดโลก** จากเอกสารระบุว่าราคาขายที่ปรับสูงขึ้นตามราคาตลาดโลกและอัตราแลกเปลี่ยนที่แข็งค่า ซึ่งปัจจัยเหล่านี้มีความผันผวนสูง อย่างไรก็ตาม ปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นจากการบริหารจัดการที่ดี และการหีบอ้อยที่เพิ่มขึ้นในฤดูกาลผลิต 2565/2566 เป็นปัจจัยเชิงบวกที่น่าจะส่งผลต่อเนื่องไปในระยะสั้นถึงกลาง แต่การเติบโตในอัตราที่สูงเช่นนี้อาจเป็นลักษณะเฉพาะของช่วงเวลานี้
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพุ่ง 129.3%** แตะ 921.7 ล้านบาท ในไตรมาส 2/2566
* **รายได้จากการขายและบริการโต 27.5%** เป็น 7,577.6 ล้านบาท
* **กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 63.2%** เป็น 1,740.0 ล้านบาท
* **กำไรก่อนหักภาษีเพิ่มขึ้น 112.5%** เป็น 1,254.3 ล้านบาท
* **ปริมาณขายน้ำตาลทรายดิบเพิ่มขึ้น 27.2%** และ **น้ำตาลทรายขาวบริโภคในประเทศเพิ่มขึ้น 54.2%**
* **ราคาขายน้ำตาลทรายปรับสูงขึ้น** ตามราคาตลาดโลกและอัตราแลกเปลี่ยนที่แข็งค่า
* **ปริมาณการหีบอ้อยฤดูกาล 2565/2566 เพิ่มขึ้น 7.3%**
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและบริการจำนวน 7,577.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,635.5 ล้านบาท หรือ 27.5% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากรายได้จากการขายน้ำตาลทรายและน้ำตาลทรายดิบที่เติบโตเพิ่มขึ้น 1,369 ล้านบาท หรือ 27.2% จากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น 68,974 ตัน และราคาขายที่ปรับสูงขึ้นตามราคาตลาดโลกและอัตราแลกเปลี่ยนที่แข็งค่า รวมถึงรายได้จากธุรกิจอาหารที่เติบโตเพิ่มขึ้น 227 ล้านบาท หรือ 54.2%
ในขณะที่ต้นทุนขายและบริการรวมเพิ่มขึ้น 993.3 ล้านบาท หรือ 20.5% เป็น 5,837.6 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นสำหรับปีเพาะปลูก 2565/2566 และราคาน้ำมันที่สูงขึ้น แต่ได้รับผลกระทบจากการบริหารจัดการต้นทุนค่าอ้อยที่ลดลงจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการหีบอ้อย
กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 674.2 ล้านบาท หรือ 63.2% เป็น 1,740.0 ล้านบาท โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 17.8% เป็น 22.6%
กำไรก่อนหักภาษีเพิ่มขึ้น 590.3 ล้านบาท หรือ 112.5% เป็น 1,254.3 ล้านบาท โดยมีอัตรากำไรก่อนหักภาษีเพิ่มขึ้นจาก 16.3% เป็น 22.6%
กำไรสุทธิสำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2566 มีจำนวน 921.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 519.7 ล้านบาท หรือ 129.3% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **ราคาตลาดโลกของน้ำตาลที่ยังอยู่ในระดับสูง:** เป็นปัจจัยบวกสำคัญต่อรายได้และกำไร
* **ปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น:** จากการบริหารจัดการที่ดีและการขยายตลาด
* **การเติบโตของธุรกิจอาหาร:** เป็นอีกช่องทางสร้างรายได้และกระจายความเสี่ยง
* **อัตราแลกเปลี่ยนที่แข็งค่า:** ส่งผลดีต่อรายได้จากการส่งออก
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาตลาดโลก:** ราคาโภคภัณฑ์มีความอ่อนไหวต่อปัจจัยเศรษฐกิจโลกและอุปทาน-อุปสงค์
* **ต้นทุนวัตถุดิบที่อาจสูงขึ้น:** หากราคาอ้อยและปัจจัยการผลิตอื่นๆ ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
* **สภาพอากาศ:** อาจส่งผลกระทบต่อปริมาณผลผลิตอ้อย
* **การเปลี่ยนแปลงนโยบายภาครัฐ:** ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมน้ำตาล
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาตลาดโลกของน้ำตาลในไตรมาสถัดไป
* ปริมาณผลผลิตอ้อยและต้นทุนการผลิตในฤดูกาลเพาะปลูกถัดไป
* ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร
* ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนต่อรายได้และต้นทุน
* ความคืบหน้าและผลประกอบการของธุรกิจอาหาร
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
**ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** ราคาขายน้ำตาลทรายดิบและน้ำตาลทรายขาวปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญตามราคาตลาดโลก ซึ่งเป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้หลัก ในขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบ (อ้อย) มีการปรับตัวสูงขึ้น แต่ถูกชดเชยด้วยปริมาณการหีบอ้อยที่เพิ่มขึ้น
**Volume:** ปริมาณการขายน้ำตาลทรายดิบเพิ่มขึ้น 27.2% และน้ำตาลทรายขาวบริโภคในประเทศเพิ่มขึ้น 54.2% ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้รายได้รวมเติบโต
**GPM:** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้นอย่างมาก จาก 17.8% เป็น 22.6% เนื่องจากราคาขายที่สูงขึ้นและการบริหารต้นทุนอ้อยที่มีประสิทธิภาพ
**ช่องทางขาย/ส่งออก:** การส่งออกน้ำตาลทรายดิบได้รับประโยชน์จากราคาตลาดโลกและอัตราแลกเปลี่ยนที่แข็งค่า ขณะที่ตลาดในประเทศสำหรับน้ำตาลทรายขาวก็เติบโตได้ดี
**สต็อก:** ไม่ได้ระบุข้อมูลสต็อกในเอกสาร
**อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** อัตราแลกเปลี่ยนที่แข็งค่าส่งผลดีต่อรายได้จากการส่งออก
**ฤดูกาลผลิต:** ปริมาณการหีบอ้อยในฤดูกาลผลิต 2565/2566 เพิ่มขึ้น 7.3% ซึ่งช่วยลดผลกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดในส่วนนี้
## สรุปท้าย
KBS โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 อย่างน่าประทับใจ ด้วยกำไรสุทธิที่พุ่งสูงถึง 129.3% เป็นผลมาจากปัจจัยบวกด้านราคาขายน้ำตาลทรายที่ปรับตัวขึ้นตามตลาดโลกและอัตราแลกเปลี่ยนที่แข็งค่า ประกอบกับปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นทั้งในส่วนของน้ำตาลทรายดิบและน้ำตาลทรายขาว แม้ต้นทุนวัตถุดิบจะสูงขึ้น แต่การบริหารจัดการปริมาณการหีบอ้อยที่เพิ่มขึ้นช่วยลดผลกระทบได้ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความผันผวนของราคาตลาดโลกและปัจจัยด้านต้นทุนการผลิตในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ KBS ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
2,138.89
ล้านบาท
↑ 5.8% YoY
กำไรขั้นต้น
-130.14
ล้านบาท
↓ 306.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-6.08
%
กำไรสุทธิ
-289.69
ล้านบาท
↑ 80.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-13.54
%
D/E Ratio
1.44
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,139
↑ + 5.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-130
↓ -306.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-290
↑ + 80.4%
YoY
D/E Ratio
1.44
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — KBS
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.44
ROE (%)
12.59
ROA (%)
8.77
Book Value/หุ้น
8.78
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — KBS
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+4,759
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+170
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — KBS
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
4,759.16
-7.06%
|
5,120.55
+72.06%
|
2,975.98
-57.91%
|
7,070.05
+64.07%
|
4,309.13
+495.97%
|
723.05
-38.02%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
169.92
+2.37%
|
165.98
-12.71%
|
190.15
-41.43%
|
324.64
-26.78%
|
443.37
-123.64%
|
-1,875.47
+342.82%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-4,794.62
-4.92%
|
-5,042.64
+68.14%
|
-2,999.13
-59.70%
|
-7,441.13
+57.17%
|
-4,734.55
-509.53%
|
1,156.08
-250.95%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
134.45
-44.87%
|
243.90
+46.05%
|
167.00
-459.53%
|
-46.45
-359.06%
|
17.93
+389.89%
|
3.66
-116.00%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
107.16
-43.47%
|
189.55
+128.95%
|
82.79
+11.04%
|
74.56
+44.47%
|
51.61
+7.63%
|
47.95
-24.77%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
169.01
+57.72%
|
107.16
-43.47%
|
189.55
+128.95%
|
82.79
+11.04%
|
74.56
+44.47%
|
51.61
+7.63%
|