บริษัท น้ำตาลครบุรี จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
6.40
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4333 out_tok=2023 at=2026-07-25T18:54:20 -->
# KBS กำไรสุทธิ Q1/2566 พุ่ง 147% รับยอดขายน้ำตาล-กากน้ำตาลโตแรง
## รายได้-กำไร KBS ไตรมาสแรกโตเด่น รับอานิสงส์ราคาน้ำตาลโลกสูง-ปริมาณขายเพิ่ม ขณะที่ต้นทุนอ้อย-ขนส่งปรับตัวขึ้น
บริษัท น้ำตาลครบุรี จำกัด (มหาชน) หรือ KBS รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 859.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 147.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้จากการขายน้ำตาลและกากน้ำตาลที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายต่างๆ จะปรับตัวสูงขึ้นตามราคาวัตถุดิบและราคาน้ำมันก็ตาม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ KBS ในไตรมาส 1 ปี 2566 คือ **การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้จากการขายน้ำตาลและกากน้ำตาล** ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 147.4% หรือ 512 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายและบริการรวม 5,235.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 69.5%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้ดังกล่าวมีสาเหตุหลักมาจาก 2 ปัจจัย คือ:
* **ปริมาณการขายน้ำตาลทรายที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก:** ปริมาณการขายน้ำตาลทรายเพิ่มขึ้นถึง 105,561 ตัน หรือ 93.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน
* **ราคาขายที่ปรับตัวสูงขึ้น:** ราคาขายน้ำตาลทรายปรับตัวสูงขึ้นตามราคาตลาดโลก
* **ปริมาณการขายกากน้ำตาลที่เพิ่มขึ้น:** ปริมาณการขายกากน้ำตาลเพิ่มขึ้น 10,125 ตัน หรือ 7.6%
* **รายได้จากส่วนงานสาธารณูปโภคที่เติบโต:** เพิ่มขึ้น 162.2 ล้านบาท หรือ 76.0%
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนการขายและการบริการก็ปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน โดยมีสาเหตุหลักมาจากต้นทุนค่าอ้อยที่สูงขึ้นสำหรับปีผลิต 2565/2566 และราคาน้ำมันที่สูงขึ้นซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนค่าขนส่งอ้อย แม้ปริมาณการหีบอ้อยจะเพิ่มขึ้น 7.3% ก็ตาม นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายก็เพิ่มขึ้นตามปริมาณการขายที่สูงขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาปัจจัยด้านต้นทุน:** จากข้อมูลที่ระบุว่าราคาขายน้ำตาลปรับตัวสูงขึ้นตามราคาตลาดโลก และปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น บ่งชี้ว่าปัจจัยด้านรายได้มีแนวโน้มที่ดี อย่างไรก็ตาม ต้นทุนค่าอ้อยและราคาน้ำมันที่สูงขึ้นยังคงเป็นปัจจัยกดดันที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ฝ่ายจัดการไม่ได้ระบุถึงปัจจัยพิเศษที่ส่งผลให้ราคาขายสูงขึ้นในลักษณะครั้งเดียว แต่การอ้างอิงราคาตลาดโลกบ่งชี้ว่าอาจมีความผันผวนได้
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพุ่ง 147.4%:** กำไรสุทธิสำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2566 อยู่ที่ 859.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 512 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
* **รายได้รวมเติบโต 70.5%:** รายได้รวมอยู่ที่ 5,307.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,194.1 ล้านบาท
* **รายได้ขายน้ำตาล-กากน้ำตาลโต 78.2%:** เป็นปัจจัยหลักหนุนรายได้รวม โดยมีปริมาณขายน้ำตาลทรายเพิ่มขึ้น 93.2% และราคาขายสูงขึ้นตามตลาดโลก
* **ต้นทุนอ้อยและค่าขนส่งปรับสูงขึ้น:** ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการขาย แม้ปริมาณการหีบอ้อยจะเพิ่มขึ้น
* **กำไร EBITDA เพิ่ม 108.6%:** อยู่ที่ 1,295.4 ล้านบาท สะท้อนการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัทฯ มีผลการดำเนินงานในไตรมาส 1 ปี 2566 ที่โดดเด่น โดยมีกำไรสุทธิ 859.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 147.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 347.4 ล้านบาท รายได้จากการขายและบริการอยู่ที่ 5,235.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 69.5% จาก 3,089.1 ล้านบาทในปีก่อน ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 5,307.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 70.5% อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นจาก 22.5% เป็น 27.1% และอัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจาก 11.2% เป็น 16.2%
## โอกาส
* **ราคาตลาดโลกน้ำตาลที่สูง:** เป็นปัจจัยบวกสำคัญที่ช่วยหนุนราคาขายและรายได้
* **ปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น:** ทั้งน้ำตาลทรายและกากน้ำตาล แสดงถึงความสามารถในการขยายตลาดและตอบสนองความต้องการ
* **การเติบโตของรายได้จากสาธารณูปโภค:** เป็นอีกแหล่งรายได้ที่สำคัญและมีแนวโน้มเติบโต
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนค่าอ้อยที่สูงขึ้น:** เป็นความเสี่ยงหลักที่อาจกดดันอัตรากำไร
* **ราคาน้ำมันที่สูงขึ้น:** ส่งผลกระทบต่อต้นทุนค่าขนส่ง
* **ความผันผวนของราคาตลาดโลก:** แม้ปัจจุบันจะสูง แต่ก็อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้
* **ผลขาดทุนจากสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำตาล:** จำนวน 12.3 ล้านบาท
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาอ้อยและราคาขายน้ำตาลในตลาดโลก
* ต้นทุนค่าขนส่งและราคาน้ำมัน
* ปริมาณการขายน้ำตาลและกากน้ำตาลในไตรมาสถัดไป
* ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน (แม้ในงวดนี้มีผลบวกจากรับเงินค่าสินค้า)
* การบริหารจัดการต้นทุนการผลิต
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
**ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** ราคาขายน้ำตาลทรายปรับตัวสูงขึ้นตามราคาตลาดโลก ซึ่งเป็นปัจจัยบวกหลักที่หนุนรายได้ ในขณะที่ต้นทุนค่าอ้อยก็ปรับสูงขึ้นเช่นกันสำหรับปีผลิต 2565/2566
**Volume:** ปริมาณการขายน้ำตาลทรายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 93.2% และปริมาณการขายกากน้ำตาลเพิ่มขึ้น 7.6% ปริมาณการหีบอ้อยเพิ่มขึ้น 7.3%
**GPM:** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจนจาก 22.5% เป็น 27.1% สะท้อนการบริหารจัดการที่สามารถส่งผ่านต้นทุนที่สูงขึ้นไปยังราคาขายได้ในระดับหนึ่ง
**ช่องทางขาย/ส่งออก:** การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายส่งออกบ่งชี้ถึงการขยายตัวของตลาดส่งออก
**สต็อก:** ไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับสต็อกในเอกสาร
**อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** มีผลกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจากการรับเงินค่าสินค้า แต่มีผลขาดทุนสุทธิจากสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำตาล
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ข้อมูลเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดไม่ได้ถูกระบุไว้ในเอกสาร MD&A ที่ให้มา
## สรุปท้าย
KBS โชว์ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 แข็งแกร่งด้วยกำไรสุทธิที่พุ่งสูงถึง 147.4% โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การเติบโตของรายได้จากการขายน้ำตาลและกากน้ำตาล ซึ่งได้แรงหนุนจากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมากและราคาขายที่ปรับตัวสูงขึ้นตามตลาดโลก แม้ต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งจะปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย แต่บริษัทฯ ก็สามารถบริหารจัดการอัตรากำไรขั้นต้นให้ดีขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มราคาอ้อย ราคาตลาดโลก และต้นทุนพลังงานอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป เพื่อประเมินโอกาสในการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ KBS ไตรมาส 1/2566
รายได้รวม
2,138.89
ล้านบาท
↑ 5.8% YoY
กำไรขั้นต้น
-130.14
ล้านบาท
↓ 306.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-6.08
%
กำไรสุทธิ
-289.69
ล้านบาท
↑ 80.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-13.54
%
D/E Ratio
1.44
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,139
↑ + 5.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-130
↓ -306.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-290
↑ + 80.4%
YoY
D/E Ratio
1.44
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — KBS
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.44
ROE (%)
12.59
ROA (%)
8.77
Book Value/หุ้น
8.78
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — KBS
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+4,759
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+170
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — KBS
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
4,759.16
-7.06%
|
5,120.55
+72.06%
|
2,975.98
-57.91%
|
7,070.05
+64.07%
|
4,309.13
+495.97%
|
723.05
-38.02%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
169.92
+2.37%
|
165.98
-12.71%
|
190.15
-41.43%
|
324.64
-26.78%
|
443.37
-123.64%
|
-1,875.47
+342.82%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-4,794.62
-4.92%
|
-5,042.64
+68.14%
|
-2,999.13
-59.70%
|
-7,441.13
+57.17%
|
-4,734.55
-509.53%
|
1,156.08
-250.95%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
134.45
-44.87%
|
243.90
+46.05%
|
167.00
-459.53%
|
-46.45
-359.06%
|
17.93
+389.89%
|
3.66
-116.00%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
107.16
-43.47%
|
189.55
+128.95%
|
82.79
+11.04%
|
74.56
+44.47%
|
51.61
+7.63%
|
47.95
-24.77%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
169.01
+57.72%
|
107.16
-43.47%
|
189.55
+128.95%
|
82.79
+11.04%
|
74.56
+44.47%
|
51.61
+7.63%
|