บริษัท น้ำตาลครบุรี จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
6.40
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4949 out_tok=2198 at=2026-07-25T18:19:23 -->
# KBS พลิกขาดทุนปี 63 สู่กำไรสุทธิ 332.4 ล้านบาทปี 64 รับอานิสงส์ราคา-ปริมาณขายน้ำตาลพุ่ง
## รายได้-กำไรโตแรงจากราคา-ปริมาณขายน้ำตาลที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้นแต่บริหารจัดการได้
บริษัท น้ำตาลครบุรี จำกัด (มหาชน) หรือ KBS พลิกผลประกอบการจากขาดทุนสุทธิในปี 2563 มาเป็นกำไรสุทธิ 332.4 ล้านบาทในปี 2564 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้และกำไรขั้นต้นในส่วนของการผลิตและจำหน่ายน้ำตาลทรายและบริการ รวมถึงการขายกากน้ำตาลและสาธารณูปโภค แม้ว่าต้นทุนวัตถุดิบจะปรับตัวสูงขึ้นตามราคาอ้อย แต่การบริหารจัดการปริมาณการขายและราคาขายที่เพิ่มขึ้นช่วยชดเชยผลกระทบได้
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ KBS พลิกจากขาดทุนในปี 2563 มามีกำไรสุทธิ 332.4 ล้านบาทในปี 2564 คือ **การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของกำไรขั้นต้นในส่วนงานผลิตและจำหน่ายน้ำตาลทรายและบริการ** ซึ่งเติบโตถึง 207.1% หรือ 401.4 ล้านบาท โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากรายได้จากการขายน้ำตาลที่เพิ่มขึ้น 38.9% และรายได้จากการขายกากน้ำตาลที่เพิ่มขึ้น 33.8%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของรายได้และกำไรขั้นต้นดังกล่าวเกิดจากหลายปัจจัยประการแรก **ราคาขายเฉลี่ยของน้ำตาลทรายเพิ่มขึ้น 22.0% และปริมาณการขายเพิ่มขึ้น 13.8%** ซึ่งสะท้อนถึงอุปสงค์ที่แข็งแกร่งและการบริหารจัดการด้านราคาที่ดี ประการที่สอง **ราคาขายเฉลี่ยของกากน้ำตาลเพิ่มขึ้น 21.9% และปริมาณการขายเพิ่มขึ้น 9.9%** ซึ่งช่วยเสริมรายได้โดยรวม นอกจากนี้ รายได้จากการจำหน่ายสินค้าทางการเกษตร น้ำมัน และค่าบริการจักรกลหนักทางการเกษตรก็เพิ่มขึ้น 41.2% จากปริมาณผลผลิตและการส่งเสริมการปลูกอ้อยที่เพิ่มขึ้น
แม้ว่าต้นทุนวัตถุดิบจะเพิ่มขึ้นตามราคาอ้อยที่สูงขึ้น 20.4% และต้นทุนค่าขนส่งอ้อยที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณอ้อยที่เข้าสู่กระบวนการผลิตซึ่งเพิ่มขึ้น 15.7% แต่การเพิ่มขึ้นของราคาขายและปริมาณการขายสินค้าหลักสามารถชดเชยต้นทุนที่สูงขึ้นได้ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นโดยรวมปรับตัวดีขึ้นอย่างมาก
ส่วนงานสาธารณูปโภคก็มีส่วนช่วยเช่นกัน โดยมีกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 58.9% จากรายได้จากการขายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น 14.9% ซึ่งมาจากการขายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นทั้งปริมาณและราคาขายเฉลี่ย
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาปัจจัยด้านต้นทุนและราคาวัตถุดิบ** จากเอกสารระบุว่าปริมาณอ้อยที่เข้าสู่กระบวนการผลิตสำหรับฤดูการผลิตปี 2563/64 เพิ่มขึ้น และราคาอ้อยก็สูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อต้นทุนวัตถุดิบ อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทสามารถบริหารจัดการราคาขายและปริมาณการขายสินค้าหลักให้เพิ่มขึ้นได้ดีในปี 2564 เป็นสัญญาณที่ดี หากแนวโน้มราคาและปริมาณการขายยังคงแข็งแกร่ง ประกอบกับการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ จะเป็นปัจจัยสนับสนุนผลประกอบการในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **พลิกมีกำไรสุทธิ:** KBS มีกำไรสุทธิ 332.4 ล้านบาทในปี 2564 เทียบกับขาดทุนสุทธิ 302.2 ล้านบาทในปี 2563 คิดเป็นการพลิกฟื้นกว่า 47.6%
* **EBITDA เติบโตโดดเด่น:** กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) อยู่ที่ 573.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 181.8% จากปีก่อน
* **กำไรขั้นต้นพุ่ง 610.6%:** กำไรขั้นต้นจากการขายและบริการรวมอยู่ที่ 383.1 ล้านบาท จากปีก่อนที่ขาดทุน 75 ล้านบาท
* **รายได้น้ำตาลและกากน้ำตาลโต:** รายได้จากการขายน้ำตาลเพิ่มขึ้น 38.9% จากราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น 22.0% และปริมาณขายเพิ่มขึ้น 13.8% ขณะที่รายได้กากน้ำตาลเพิ่มขึ้น 33.8% จากราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น 21.9% และปริมาณขายเพิ่มขึ้น 9.9%
* **ต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น:** ราคาอ้อยเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 20.4% และปริมาณอ้อยเข้าหีบเพิ่มขึ้น 15.7% ส่งผลให้ต้นทุนวัตถุดิบโดยรวมเพิ่มขึ้น
* **ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน:** มีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 42.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2564 บริษัท น้ำตาลครบุรี จำกัด (มหาชน) มีผลขาดทุนสุทธิรวม 332.4 ล้านบาท ซึ่งลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปี 2563 ที่ขาดทุนสุทธิ 302.2 ล้านบาท หรือคิดเป็นการลดลง 47.6% กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) อยู่ที่ 573.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 181.8% จากปีก่อนหน้า
## โอกาส
* **ราคาและปริมาณขายสินค้าหลัก:** การเพิ่มขึ้นของราคาขายเฉลี่ยและปริมาณการขายทั้งน้ำตาลทรายและกากน้ำตาล เป็นโอกาสสำคัญในการสร้างรายได้และกำไร
* **ธุรกิจสาธารณูปโภค:** การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายไฟฟ้าให้กับภาครัฐ เป็นอีกช่องทางที่สร้างรายได้และกำไรอย่างต่อเนื่อง
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นด้วยการเพิ่มราคาขายและปริมาณการขาย แสดงถึงศักยภาพในการปรับตัว
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ราคาอ้อยซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักมีความผันผวนตามปัจจัยตลาดและฤดูกาล ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** การมีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนแสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงิน ซึ่งอาจกระทบต่อผลกำไร
* **ต้นทุนทางการเงิน:** ค่าใช้จ่ายต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในบริษัทย่อย อาจเป็นภาระต่อผลประกอบการ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาและปริมาณการขายน้ำตาลทรายและกากน้ำตาลในฤดูกาลผลิตถัดไป
* การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ (ราคาอ้อยและค่าขนส่ง)
* ผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนต่อผลประกอบการ
* การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน โดยเฉพาะในบริษัทย่อย
* แผนการดำเนินงานและกลยุทธ์การเติบโตของบริษัท
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาวัตถุดิบ:** ราคาอ้อยในปีการผลิต 2563/64 อยู่ที่ 1,010.7 บาทต่อตันอ้อย เพิ่มขึ้น 20.4% จากปีก่อนหน้า
* **ปริมาณการผลิต:** ปริมาณอ้อยเข้าสู่กระบวนการผลิตสำหรับฤดูการผลิตปี 2563/64 อยู่ที่ 1.97 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 15.7% จากปีก่อน
* **ราคาขายสินค้า:** ราคาขายเฉลี่ยน้ำตาลทรายเพิ่มขึ้น 22.0% และกากน้ำตาลเพิ่มขึ้น 21.9%
* **ปริมาณขายสินค้า:** ปริมาณการขายน้ำตาลทรายเพิ่มขึ้น 13.8% และกากน้ำตาลเพิ่มขึ้น 9.9%
* **ธุรกิจสาธารณูปโภค:** รายได้จากการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 14.9% จากปริมาณหน่วยขายที่เพิ่มขึ้น 5.6% และราคาขายเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้น 2.6%
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
(เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสด)
## สรุปท้าย
KBS สามารถพลิกฟื้นผลประกอบการได้อย่างน่าประทับใจในปี 2564 ด้วยกำไรสุทธิ 332.4 ล้านบาท โดยมีหัวใจสำคัญมาจากการเพิ่มขึ้นของราคาและปริมาณการขายน้ำตาลทรายและกากน้ำตาล ซึ่งสามารถชดเชยต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นได้ แม้จะมีความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและต้นทุนทางการเงิน แต่แนวโน้มการเติบโตของรายได้และกำไรขั้นต้นจากธุรกิจหลัก รวมถึงธุรกิจสาธารณูปโภค ชี้ให้เห็นถึงโอกาสในการเติบโตอย่างต่อเนื่อง หากบริษัทสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงด้านต้นทุนและราคาวัตถุดิบได้อย่างมีประสิทธิภาพ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ KBS ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
2,138.89
ล้านบาท
↑ 5.8% YoY
กำไรขั้นต้น
-130.14
ล้านบาท
↓ 306.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-6.08
%
กำไรสุทธิ
-289.69
ล้านบาท
↑ 80.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-13.54
%
D/E Ratio
1.44
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,139
↑ + 5.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-130
↓ -306.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-290
↑ + 80.4%
YoY
D/E Ratio
1.44
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — KBS
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.44
ROE (%)
12.59
ROA (%)
8.77
Book Value/หุ้น
8.78
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — KBS
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+4,759
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+170
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — KBS
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
4,759.16
-7.06%
|
5,120.55
+72.06%
|
2,975.98
-57.91%
|
7,070.05
+64.07%
|
4,309.13
+495.97%
|
723.05
-38.02%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
169.92
+2.37%
|
165.98
-12.71%
|
190.15
-41.43%
|
324.64
-26.78%
|
443.37
-123.64%
|
-1,875.47
+342.82%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-4,794.62
-4.92%
|
-5,042.64
+68.14%
|
-2,999.13
-59.70%
|
-7,441.13
+57.17%
|
-4,734.55
-509.53%
|
1,156.08
-250.95%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
134.45
-44.87%
|
243.90
+46.05%
|
167.00
-459.53%
|
-46.45
-359.06%
|
17.93
+389.89%
|
3.66
-116.00%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
107.16
-43.47%
|
189.55
+128.95%
|
82.79
+11.04%
|
74.56
+44.47%
|
51.61
+7.63%
|
47.95
-24.77%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
169.01
+57.72%
|
107.16
-43.47%
|
189.55
+128.95%
|
82.79
+11.04%
|
74.56
+44.47%
|
51.61
+7.63%
|