บริษัท น้ำตาลครบุรี จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
6.40
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5041 out_tok=2514 at=2026-07-25T18:42:00 -->
# KBS พลิกขาดทุนสุทธิ Q3/65 เหลือ 22.61 ล้านบาท รับรายได้ดอกเบี้ย-ค่านายหน้าพุ่ง
## รายได้ดอกเบี้ย-ค่านายหน้าโตแรงหนุนผลงาน Q3/65 ขณะที่ส่วนแบ่งขาดทุนบริษัทร่วมยังกดดัน
บริษัท น้ำตาลครบุรี จำกัด (มหาชน) หรือ KBS รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 พลิกกลับมามีผลขาดทุนสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีขาดทุนสุทธิ 22.61 ล้านบาท ลดลง 60.84 ล้านบาท หรือ 72.91% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีขาดทุนสุทธิ 83.45 ล้านบาท ปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยและรายได้ค่านายหน้า แม้จะยังคงมีส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วมที่เริ่มดำเนินงาน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ KBS ในไตรมาส 3 ปี 2565 พลิกกลับมามีผลขาดทุนลดลงอย่างมาก มาจาก **การเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นของรายได้ดอกเบี้ยและรายได้ค่านายหน้า** โดยรายได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นถึง 927.92% และรายได้ค่านายหน้าเพิ่มขึ้น 88.39% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ยังคงกดดันผลประกอบการคือ **ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม** ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **รายได้ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด:** เกิดจากดอกเบี้ยรับจากเงินให้กู้ยืมแก่บริษัท ไทยสมายล์บัส จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทร่วม โดยมีรายได้เพิ่มขึ้นจาก 2.83 ล้านบาท เป็น 29.09 ล้านบาท
* **รายได้ค่านายหน้าที่เพิ่มขึ้น:** เป็นผลมาจากมูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์ของลูกค้าที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของจำนวนลูกค้า ซึ่งเป็นไปตามแผนการตลาดของบริษัท โดยรายได้ค่านายหน้าเพิ่มขึ้นจาก 9.65 ล้านบาท เป็น 18.18 ล้านบาท
* **รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการที่เพิ่มขึ้น:** ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าธรรมเนียมด้านวาณิชธนกิจ โดยเพิ่มขึ้นจาก 2.29 ล้านบาท เป็น 16.72 ล้านบาท
* **กำไรและผลตอบแทนจากเครื่องมือทางการเงินที่พลิกเป็นบวก:** เพิ่มขึ้นจากขาดทุน 1.17 ล้านบาท เป็นกำไร 7.86 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากกำไรจากการซื้อขายหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพิ่มขึ้น
* **ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้น:** เกิดจากบริษัทร่วมมีผลการดำเนินงานขาดทุนจากการรับรู้ผลขาดทุนของกลุ่มบริษัท ไทยสมายล์บัส จำกัด ที่เพิ่งเริ่มดำเนินงานได้มากขึ้น อันเป็นผลมาจากการคลายล็อกดาวน์ตามคำสั่งของรัฐบาล ทำให้ส่วนแบ่งขาดทุนเพิ่มขึ้นจาก 48.06 ล้านบาท
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่ารายได้จากการดำเนินงานหลัก เช่น รายได้ดอกเบี้ยและค่านายหน้า จะมีแนวโน้มที่ดีจากการเพิ่มขึ้นของลูกค้าและมูลค่าการซื้อขาย รวมถึงการขยายตัวของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับบริษัทร่วม แต่การที่ส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วมยังคงมีจำนวนมากและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามการดำเนินงานของกลุ่มไทยสมายล์บัส ทำให้ผลประกอบการโดยรวมยังคงมีความผันผวนและต้องจับตาดูทิศทางของบริษัทร่วมอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิลดลง 72.91% YoY:** งวด Q3/65 ขาดทุนสุทธิ 22.61 ล้านบาท เทียบกับขาดทุน 83.45 ล้านบาทใน Q3/64
* **รายได้รวมเพิ่มขึ้น 4,654.39% YoY:** จาก 0.57 ล้านบาท เป็น 27.10 ล้านบาท
* **รายได้ดอกเบี้ยพุ่ง 927.92% YoY:** จาก 2.83 ล้านบาท เป็น 29.09 ล้านบาท จากเงินให้กู้ยืมแก่บริษัท ไทยสมายล์บัส จำกัด
* **รายได้ค่านายหน้าเพิ่ม 88.39% YoY:** จาก 9.65 ล้านบาท เป็น 18.18 ล้านบาท จากมูลค่าซื้อขายและจำนวนลูกค้าที่เพิ่มขึ้น
* **ส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น:** เป็น 48.06 ล้านบาท จากการรับรู้ผลขาดทุนของกลุ่มบริษัท ไทยสมายล์บัส จำกัด ที่เริ่มดำเนินงาน
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2565 บริษัทมีขาดทุนสุทธิ 22.61 ล้านบาท ขาดทุนลดลง 60.84 ล้านบาท หรือร้อยละ 72.91 เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีขาดทุนสุทธิ 83.45 ล้านบาท หากไม่รวมผลการดำเนินงานของบริษัทร่วม บริษัทจะมีกำไรสุทธิ 25.45 ล้านบาท
รายได้รวมเพิ่มขึ้นจาก 0.57 ล้านบาท เป็น 27.10 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.53 ล้านบาท หรือร้อยละ 4,654.39 โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้ค่านายหน้าเพิ่มขึ้น 88.39%, รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการเพิ่มขึ้น 630.13%, รายได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 927.92% และกำไรจากเครื่องมือทางการเงินเพิ่มขึ้น 771.79%
อย่างไรก็ตาม ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมเพิ่มขึ้นเป็น 48.06 ล้านบาท ซึ่งเกิดจากผลการดำเนินงานขาดทุนของกลุ่มบริษัท ไทยสมายล์บัส จำกัด ที่เพิ่งเริ่มดำเนินงาน
ค่าใช้จ่ายรวมลดลงจาก 84.11 ล้านบาท เป็น 49.75 ล้านบาท ลดลง 34.36 ล้านบาท หรือร้อยละ 40.85 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการประมาณการค่าใช้จ่ายจากคดีความลดลง 40.46 ล้านบาท
สำหรับงวดเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2565 บริษัทมีขาดทุนสุทธิ 105.04 ล้านบาท ขาดทุนลดลง 62.29 ล้านบาท หรือร้อยละ 37.23 เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีขาดทุนสุทธิ 167.33 ล้านบาท
รายได้รวมลดลงจาก 73.11 ล้านบาท เป็น 29.56 ล้านบาท ลดลง 43.55 ล้านบาท หรือร้อยละ 59.57 โดยมีปัจจัยหลักมาจากกำไรจากการขายเงินลงทุนในบริษัทร่วมลดลง 18.22 ล้านบาท และกำไรและผลตอบแทนจากเครื่องมือทางการเงินลดลง 14.67 ล้านบาท
ในขณะที่รายได้ค่านายหน้าเพิ่มขึ้น 57.25%, รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการเพิ่มขึ้น 245.78% และรายได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 236.34%
ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมเพิ่มขึ้นเป็น 89.95 ล้านบาท
ค่าใช้จ่ายรวมลดลงจาก 240.73 ล้านบาท เป็น 134.74 ล้านบาท ลดลง 105.99 ล้านบาท หรือร้อยละ 44.03 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการประมาณการค่าใช้จ่ายจากคดีความลดลง 38.06 ล้านบาท, ค่าปรับจากหน่วยงานกำกับดูแลภายนอกลดลง 7.03 ล้านบาท และการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์:** จากการเพิ่มขึ้นของมูลค่าการซื้อขายและจำนวนลูกค้าที่สอดคล้องกับแผนการตลาด
* **การขยายตัวของธุรกิจวาณิชธนกิจ:** ส่งผลให้รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการเพิ่มขึ้น
* **การรับรู้รายได้ดอกเบี้ยจากเงินให้กู้ยืม:** โดยเฉพาะแก่บริษัท ไทยสมายล์บัส จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทร่วม
* **โอกาสจากกำไรจากการซื้อขายหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า:** ที่มีแนวโน้มดีขึ้น
## ความเสี่ยง
* **ผลการดำเนินงานของบริษัทร่วม:** ส่วนแบ่งขาดทุนที่เพิ่มขึ้นจากกลุ่มบริษัท ไทยสมายล์บัส จำกัด ซึ่งเพิ่งเริ่มดำเนินงาน ยังคงเป็นปัจจัยกดดันผลประกอบการโดยรวม
* **ความผันผวนของตลาดทุน:** อาจส่งผลกระทบต่อกำไรและผลตอบแทนจากเครื่องมือทางการเงิน
* **ความเสี่ยงด้านคดีความ:** แม้จะมีการประมาณการค่าใช้จ่ายลดลง แต่ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตา
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ผลประกอบการของกลุ่มบริษัท ไทยสมายล์บัส จำกัด:** และผลกระทบต่อส่วนแบ่งขาดทุนของ KBS
* **แนวโน้มการเพิ่มขึ้นของมูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์และจำนวนลูกค้า:** เพื่อประเมินการเติบโตของธุรกิจนายหน้า
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่าย:** โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายอื่นที่ลดลงจากการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น
* **ความคืบหน้าของคดีความ:** และผลกระทบต่อประมาณการค่าใช้จ่ายในอนาคต
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
เอกสารที่ได้รับเป็นรายงานชี้แจงผลการดำเนินงานของบริษัทหลักทรัพย์บียอนด์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับบริการทางการเงิน ไม่ใช่บริษัท น้ำตาลครบุรี จำกัด (มหาชน) (KBS) ที่อยู่ในกลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร ดังนั้น ข้อมูลที่ได้รับจึงไม่สามารถนำมาวิเคราะห์ตามจุดโฟกัสเฉพาะ sector ของกลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหารได้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ข้อมูลเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัท น้ำตาลครบุรี จำกัด (มหาชน) (KBS) ไม่ได้ระบุไว้ในเอกสารที่ได้รับ
## สรุปท้าย
แม้ว่าบริษัท น้ำตาลครบุรี จำกัด (มหาชน) หรือ KBS จะยังคงรายงานผลขาดทุนสุทธิในไตรมาส 3 ปี 2565 แต่ก็เป็นสัญญาณที่ดีที่ขาดทุนลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีแรงหนุนหลักจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยและรายได้ค่านายหน้า ซึ่งสะท้อนถึงการเติบโตของธุรกิจที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงสำคัญยังคงอยู่ที่ผลประกอบการของบริษัทร่วม ซึ่งต้องติดตามอย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินแนวโน้มผลกำไรในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ KBS ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
2,138.89
ล้านบาท
↑ 5.8% YoY
กำไรขั้นต้น
-130.14
ล้านบาท
↓ 306.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-6.08
%
กำไรสุทธิ
-289.69
ล้านบาท
↑ 80.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-13.54
%
D/E Ratio
1.44
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,139
↑ + 5.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-130
↓ -306.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-290
↑ + 80.4%
YoY
D/E Ratio
1.44
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — KBS
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.44
ROE (%)
12.59
ROA (%)
8.77
Book Value/หุ้น
8.78
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — KBS
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+4,759
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+170
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — KBS
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
4,759.16
-7.06%
|
5,120.55
+72.06%
|
2,975.98
-57.91%
|
7,070.05
+64.07%
|
4,309.13
+495.97%
|
723.05
-38.02%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
169.92
+2.37%
|
165.98
-12.71%
|
190.15
-41.43%
|
324.64
-26.78%
|
443.37
-123.64%
|
-1,875.47
+342.82%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-4,794.62
-4.92%
|
-5,042.64
+68.14%
|
-2,999.13
-59.70%
|
-7,441.13
+57.17%
|
-4,734.55
-509.53%
|
1,156.08
-250.95%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
134.45
-44.87%
|
243.90
+46.05%
|
167.00
-459.53%
|
-46.45
-359.06%
|
17.93
+389.89%
|
3.66
-116.00%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
107.16
-43.47%
|
189.55
+128.95%
|
82.79
+11.04%
|
74.56
+44.47%
|
51.61
+7.63%
|
47.95
-24.77%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
169.01
+57.72%
|
107.16
-43.47%
|
189.55
+128.95%
|
82.79
+11.04%
|
74.56
+44.47%
|
51.61
+7.63%
|