บริษัท ไทยฮา จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.63
0.02 (3.08%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3340 out_tok=1858 at=2026-07-25T18:06:17 -->
# KASET พลิกขาดทุนลดลง 59% ปี 2565 รับแรงหนุน GPM สูงขึ้นจากธุรกิจใหม่
## ยอดขายข้าวหดฉุดรายได้รวม แต่ GPM TIF พยุงผลประกอบการให้ดีขึ้น
บริษัท ไทยฮา จำกัด (มหาชน) หรือ KASET รายงานผลประกอบการปี 2565 พลิกจากขาดทุนสุทธิ 69.01 ล้านบาทในปี 2564 มาอยู่ที่ขาดทุนสุทธิ 28.14 ล้านบาทในปี 2565 คิดเป็นการลดลงถึง 59.22% แม้ว่ายอดขายรวมจะลดลง แต่การเพิ่มขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) จากธุรกิจใหม่และการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดผลขาดทุนลง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ KASET ในปี 2565 ดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน คือ **การเพิ่มขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) จากการเริ่มดำเนินงานของธุรกิจ TIF และการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ** แม้ว่ายอดขายรวมจะลดลง 12.78% หรือ 68.50 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่มาจากการขายข้าวในประเทศที่ลดลง แต่การปรับปรุง GPM และการควบคุมค่าใช้จ่ายได้ช่วยลดผลขาดทุนสุทธิลงถึง 59.22%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **GPM ที่สูงขึ้น:** การที่ TIF ซึ่งเป็นธุรกิจใหม่เริ่มทำการผลิตและขายในปี 2565 ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมของบริษัทเพิ่มขึ้นจาก 15.23% ในปี 2564 เป็น 16.24% ในปี 2565
* **กำไรจากการซื้อธุรกิจ:** บริษัทยังมีกำไรจากการซื้อธุรกิจจำนวน 20.84 ล้านบาท ซึ่งเกิดจากการซื้อธุรกิจในราคาที่ต่ำกว่ามูลค่ายุติธรรม
* **ค่าใช้จ่ายในการขายลดลง:** ค่าใช้จ่ายในการขายลดลง 23.22 ล้านบาท หรือ 28.79% เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการส่งออกลดลง ประกอบกับการยกเลิกสัญญาการบริหารสินค้าและจัดจำหน่ายกับบริษัทแห่งหนึ่ง ทำให้ค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายลดลง
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้นเล็กน้อย:** ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 2.98 ล้านบาท หรือ 4.56% เนื่องมาจากการเริ่มดำเนินงานของ TIF
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยปัจจัยหลักคือการเริ่มดำเนินงานของธุรกิจ TIF ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีกว่า คาดว่าจะยังคงเป็นแรงหนุนต่อ GPM ในอนาคต อย่างไรก็ตาม การลดลงของยอดขายข้าวในประเทศยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด และการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพจะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาผลประกอบการให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิลดลง 59.22%:** จาก 69.01 ล้านบาทในปี 2564 เป็น 28.14 ล้านบาทในปี 2565
* **ยอดขายรวมลดลง 12.78%:** เหลือ 467.62 ล้านบาทในปี 2565 จาก 536.12 ล้านบาทในปี 2564
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เพิ่มขึ้น:** จาก 15.23% เป็น 16.24% โดยได้แรงหนุนจากธุรกิจ TIF
* **ค่าใช้จ่ายในการขายลดลง 28.79%:** จากการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการส่งออกและจัดจำหน่าย
* **กำไรจากการซื้อธุรกิจ:** จำนวน 20.84 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2565 บริษัท ไทยฮา จำกัด (มหาชน) มีผลขาดทุนสุทธิ 28.14 ล้านบาท ลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปี 2564 ที่ขาดทุนสุทธิ 69.01 ล้านบาท แม้ว่ายอดขายรวมจะลดลง 12.78% มาอยู่ที่ 467.62 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของการขายข้าวในประเทศ อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมปรับตัวดีขึ้นเป็น 16.24% จาก 15.23% ในปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลมาจากการเริ่มดำเนินงานของธุรกิจ TIF นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายยังลดลงอย่างมากถึง 28.79% ช่วยลดแรงกดดันต่อผลประกอบการโดยรวม
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจ TIF:** การเริ่มดำเนินงานของ TIF ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นที่ดี คาดว่าจะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตของ GPM ในอนาคต
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** การลดลงของค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่าย แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
* **กำไรจากการซื้อธุรกิจ:** การรับรู้กำไรจากการซื้อธุรกิจในราคาที่ต่ำกว่ามูลค่ายุติธรรม เป็นปัจจัยบวกที่เข้ามาเสริมผลประกอบการ
## ความเสี่ยง
* **ยอดขายข้าวลดลง:** การลดลงของการขายข้าวในประเทศยังคงเป็นความเสี่ยงที่ต้องจับตา เนื่องจากเป็นส่วนสำคัญของรายได้รวม
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** แม้จะไม่ได้ระบุในเอกสาร แต่ธุรกิจเกษตรและอาหารมักเผชิญความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อ GPM หากไม่สามารถส่งผ่านต้นทุนไปยังผู้บริโภคได้
* **การแข่งขันในตลาด:** ธุรกิจอาหารมักมีการแข่งขันสูง ซึ่งอาจส่งผลต่อปริมาณการขายและราคาขาย
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มยอดขายข้าวในประเทศ และกลยุทธ์ในการเพิ่มยอดขาย
* ผลประกอบการและอัตรากำไรของธุรกิจ TIF ในระยะต่อไป
* ความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร
* ความคืบหน้าของแผนการดำเนินงานในปี 2566
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** เอกสารระบุว่ายอดขายข้าวลดลง ซึ่งอาจสะท้อนถึงราคาหรือปริมาณการขายที่ลดลง แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเชิงลึก
* **Volume:** ยอดขายรวมลดลง 68.50 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่มาจากการลดลงของการขายข้าวในประเทศ
* **GPM:** เพิ่มขึ้นจาก 15.23% เป็น 16.24% โดยได้แรงหนุนจากการขายสินค้าของ TIF
* **ช่องทางขาย:** ไม่ได้ระบุรายละเอียด แต่มีการกล่าวถึงการลดลงของค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่าย
* **สต็อก:** ไม่ได้มีการกล่าวถึงในเอกสาร
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** มีการกล่าวถึงค่าใช้จ่ายในการส่งออกลดลง แต่ไม่ได้ระบุผลกระทบต่อรายได้จากการส่งออกโดยตรง
* **ฤดูกาลผลิต:** ไม่ได้มีการกล่าวถึงในเอกสาร
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัท
## สรุปท้าย
KASET สามารถลดผลขาดทุนสุทธิลงได้อย่างมีนัยสำคัญในปี 2565 โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้นจากธุรกิจใหม่ TIF และการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายที่มีประสิทธิภาพ แม้ว่ายอดขายข้าวในประเทศจะลดลง แต่การปรับปรุง GPM และการควบคุมต้นทุนได้ช่วยพลิกผลประกอบการให้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แนวโน้มในอนาคตยังคงต้องจับตาการเติบโตของ TIF และกลยุทธ์ในการเพิ่มยอดขายข้าว ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการต้นทุนอย่างต่อเนื่อง
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ KASET ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
78.43
ล้านบาท
↓ 41.5% YoY
กำไรขั้นต้น
-1.06
ล้านบาท
↓ 109.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-1.36
%
กำไรสุทธิ
-21.96
ล้านบาท
↓ 9.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-28.00
%
D/E Ratio
1.99
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
78
↓ -41.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-1
↓ -109.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-22
↓ -9.5%
YoY
D/E Ratio
1.99
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — KASET
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.99
ROE (%)
-27.61
ROA (%)
-7.99
Book Value/หุ้น
0.72
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — KASET
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+133
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-2
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — KASET
| รายการ | 2569 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2562 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — | — |
133.18
+2,058.51%
|
6.17
-90.47%
|
64.77
+66.33%
|
38.94
-157.97%
|
-67.17
-458.05%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — | — |
-1.60
-118.08%
|
8.85
-128.15%
|
-31.44
-41.76%
|
-53.98
+361.37%
|
-11.70
-35.78%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — | — |
-161.76
+232.57%
|
-48.64
+152.15%
|
-19.29
+1,791.18%
|
-1.02
-100.86%
|
117.98
-8,527.14%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — | — |
-31.02
-11.04%
|
-34.87
-352.68%
|
13.80
-185.98%
|
-16.05
-141.05%
|
39.10
-4,868.29%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — | — |
17.12
-45.02%
|
31.14
-14.33%
|
36.35
-30.63%
|
52.40
+300.31%
|
13.09
-5.90%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — | — |
19.09
+11.51%
|
17.12
-45.02%
|
31.14
-14.33%
|
36.35
-30.63%
|
52.40
+300.31%
|