บริษัท ไทยฮา จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.63
0.02 (3.08%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3241 out_tok=2441 at=2026-07-25T18:19:04 -->
# KASET พลิกขาดทุนหนักปี 64 รับยอดขายวูบ-ค่าใช้จ่ายพุ่ง
## รายได้หด 12% ฉุดผลงานขาดทุนสุทธิพุ่ง 69 ล้านบาท ฝ่ายบริหารชี้ปัจจัยหลักจากโควิด-19 และค่าใช้จ่ายการตลาดที่เพิ่มขึ้น
บริษัท ไทยฮา จำกัด (มหาชน) หรือ KASET รายงานผลประกอบการปี 2564 พลิกขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 69.01 ล้านบาท จากเดิมที่ขาดทุน 23.59 ล้านบาทในปี 2563 โดยมีปัจจัยหลักมาจากยอดขายที่ลดลง 12.02% และค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ฝ่ายบริหารระบุว่าสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลกระทบต่อช่องทางการขายทั้งในและต่างประเทศ ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการตลาดและการส่งเสริมการขายที่เพิ่มขึ้นเพื่อขยายฐานลูกค้าและช่องทางใหม่ๆ ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่กดดันผลประกอบการ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ KASET ในปี 2564 พลิกขาดทุนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ มาจาก **ยอดขายที่ลดลง 12.02%** ประกอบกับ **ค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้นถึง 74.53%** ซึ่งส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น (GPM) และกดดันผลกำไรสุทธิโดยรวม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ยอดขายลดลง:** ฝ่ายบริหารระบุว่ายอดขายที่ลดลงจาก 609.36 ล้านบาทในปี 2563 เป็น 536.12 ล้านบาทในปี 2564 เกิดจากผลกระทบของสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อช่องทางการขายทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทำให้ปริมาณการขายสินค้าโดยรวมลดลง
* **ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น:** ในขณะที่ยอดขายลดลง ค่าใช้จ่ายในการขายกลับเพิ่มขึ้นอย่างมากจาก 46.21 ล้านบาท เป็น 80.65 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานในต่างประเทศ (ค่า ธ๐ฏ) ค่าธรรมเนียมในสัญญาการค้า ค่าส่งเสริมการขายผ่านช่องทาง 7-11 และส่วนลดราคาที่เพิ่มขึ้นในประเทศ ซึ่งสะท้อนถึงความพยายามในการขยายตลาดและช่องทางการจัดจำหน่าย แม้จะเผชิญกับภาวะตลาดที่ท้าทาย
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** โดยมีแนวโน้มดีขึ้นในปีถัดไป
ฝ่ายบริหารได้ระบุถึงผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่คาดว่าจะคลี่คลายลง ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายนั้น เป็นการลงทุนเพื่อการเติบโตในระยะยาว โดยเฉพาะการขยายช่องทาง 7-11 และการทำการตลาดในต่างประเทศ ซึ่งหากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายลงและกิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัว ยอดขายมีแนวโน้มที่จะปรับตัวดีขึ้น ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้นนี้ หากสามารถสร้างยอดขายที่เติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็จะส่งผลดีต่อ GPM และผลประกอบการในระยะต่อไป อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการบริหารจากค่าเสื่อมราคาและค่าที่ปรึกษาเพื่อพัฒนาบุคลากร เป็นค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นต่อเนื่อง
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น:** ปี 2564 ขาดทุนสุทธิ 69.01 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 23.59 ล้านบาทในปี 2563
* **ยอดขายลดลง 12.02%:** รายได้จากการขายปี 2564 อยู่ที่ 536.12 ล้านบาท ลดลงจาก 609.36 ล้านบาทในปี 2563
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ดีขึ้น:** GPM เพิ่มขึ้นจาก 13.06% เป็น 15.23%
* **ค่าใช้จ่ายในการขายพุ่ง 74.53%:** เพิ่มขึ้นจาก 46.21 ล้านบาท เป็น 80.65 ล้านบาท
* **ค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มขึ้นเล็กน้อย:** เพิ่มขึ้น 2.94% จาก 63.54 ล้านบาท เป็น 65.41 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
ผลการดำเนินงานของ บริษัท ไทยฮา จำกัด (มหาชน) ในปี 2564 เมื่อเทียบกับปี 2563 พบว่ามียอดขายลดลง 73.24 ล้านบาท หรือคิดเป็น -12.02% โดยมีรายได้จากการขายอยู่ที่ 536.12 ล้านบาท จากเดิม 609.36 ล้านบาท การลดลงนี้เกิดจากผลกระทบของสถานการณ์โควิด-19 ที่ส่งผลต่อช่องทางการขายทั้งในประเทศและต่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ของบริษัทฯ ปรับตัวดีขึ้น โดยเพิ่มขึ้นจาก 13.06% ในปี 2563 เป็น 15.23% ในปี 2564
ในด้านค่าใช้จ่าย ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 74.53% หรือ 34.44 ล้านบาท จาก 46.21 ล้านบาท เป็น 80.65 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานในต่างประเทศ ค่าธรรมเนียมในสัญญาการค้า ค่าส่งเสริมการขายในช่องทาง 7-11 และส่วนลดราคาที่เพิ่มขึ้นในประเทศ
ส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 2.94% หรือ 1.87 ล้านบาท จาก 63.54 ล้านบาท เป็น 65.41 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากค่าเสื่อมราคาของตู้แช่เย็น อุปกรณ์ตกแต่งติดตั้งในการปรับปรุงอาคารสำนักงาน และค่าที่ปรึกษาเพื่อพัฒนาบุคลากร
จากปัจจัยข้างต้น ส่งผลให้บริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิในปี 2564 จำนวน 69.01 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2563 ที่ขาดทุนสุทธิ 23.59 ล้านบาท
## โอกาส
* **การขยายช่องทางการขาย:** การเพิ่มค่าส่งเสริมการขายในช่องทาง 7-11 และการทำการตลาดในต่างประเทศ แสดงถึงความพยายามในการขยายฐานลูกค้าและช่องทางการจัดจำหน่าย ซึ่งหากประสบความสำเร็จจะสามารถสร้างการเติบโตของยอดขายในอนาคต
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ:** หากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายลง กิจกรรมทางเศรษฐกิจและการบริโภคมีแนวโน้มที่จะฟื้นตัว ซึ่งจะเป็นผลดีต่อยอดขายสินค้าของบริษัทฯ
## ความเสี่ยง
* **ผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19:** ความไม่แน่นอนของสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่อาจส่งผลกระทบต่อยอดขายและกำลังซื้อของผู้บริโภค
* **การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่าย:** การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและค่าใช้จ่ายในการบริหาร หากไม่สามารถสร้างรายได้ที่เติบโตได้ทัน อาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรของบริษัทฯ
* **การแข่งขันในตลาด:** ธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคมีการแข่งขันสูง การรักษาฐานลูกค้าและการขยายส่วนแบ่งทางการตลาดต้องอาศัยกลยุทธ์ที่เหมาะสมและต้นทุนที่แข่งขันได้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มยอดขายในไตรมาสถัดไป โดยเฉพาะการฟื้นตัวจากผลกระทบของโควิด-19
* ประสิทธิภาพของการลงทุนในค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขายและการตลาดใหม่ๆ ว่าจะสามารถสร้างยอดขายที่เติบโตได้ตามเป้าหมายหรือไม่
* การบริหารจัดการต้นทุนค่าใช้จ่ายในการขายและค่าใช้จ่ายในการบริหาร เพื่อควบคุมไม่ให้กระทบต่อผลกำไร
* ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนต่อรายได้และต้นทุนจากการดำเนินงานในต่างประเทศ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับราคาวัตถุดิบหรือราคาสินค้าที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ แต่ระบุถึงส่วนลดราคาที่เพิ่มขึ้นในประเทศ ซึ่งอาจส่งผลต่อ GPM หากต้นทุนวัตถุดิบไม่ได้ลดลงตาม
* **Volume:** ยอดขายโดยรวมลดลง 12.02% สะท้อนถึงปริมาณการขายที่ลดลง เนื่องจากผลกระทบจากโควิด-19
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นจาก 13.06% เป็น 15.23% ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดี แม้ว่ายอดขายรวมจะลดลง
* **ช่องทางขาย:** มีการกล่าวถึงการเพิ่มค่าส่งเสริมการขายในช่องทาง 7-11 และการทำการตลาดในต่างประเทศ ซึ่งเป็นความพยายามในการขยายช่องทางขาย
* **สต็อก:** ไม่มีการกล่าวถึงข้อมูลเกี่ยวกับสต็อกสินค้า
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** มีการกล่าวถึง "ค่า ธ๐ฏในต่างประเทศ" ซึ่งบ่งชี้ว่ามีผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือต้นทุนการดำเนินงานในต่างประเทศ แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม
* **ฤดูกาลผลิต:** ไม่มีการกล่าวถึงปัจจัยด้านฤดูกาลผลิต
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสาร MD&A ที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัทฯ ในงวดปี 2564
## สรุปท้าย
ปี 2564 เป็นปีที่ท้าทายสำหรับ KASET โดยมีปัจจัยหลักมาจากยอดขายที่ลดลง 12.02% จากผลกระทบของโควิด-19 ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายถึง 74.53% ซึ่งกดดันให้บริษัทฯ พลิกขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 69.01 ล้านบาท แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะปรับตัวดีขึ้นก็ตาม อย่างไรก็ตาม การลงทุนเพิ่มในค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขายและการตลาดใหม่ๆ โดยเฉพาะช่องทาง 7-11 และตลาดต่างประเทศ แสดงถึงความมุ่งมั่นในการสร้างการเติบโตในอนาคต ซึ่งต้องจับตาดูว่าการลงทุนเหล่านี้จะสามารถสร้างยอดขายที่แข็งแกร่งขึ้นและพลิกผลประกอบการให้กลับมามีกำไรได้หรือไม่ ท่ามกลางความเสี่ยงจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ยังคงอยู่
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ KASET ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
78.43
ล้านบาท
↓ 41.5% YoY
กำไรขั้นต้น
-1.06
ล้านบาท
↓ 109.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-1.36
%
กำไรสุทธิ
-21.96
ล้านบาท
↓ 9.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-28.00
%
D/E Ratio
1.99
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
78
↓ -41.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-1
↓ -109.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-22
↓ -9.5%
YoY
D/E Ratio
1.99
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — KASET
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.99
ROE (%)
-27.61
ROA (%)
-7.99
Book Value/หุ้น
0.72
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — KASET
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+133
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-2
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — KASET
| รายการ | 2569 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2562 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — | — |
133.18
+2,058.51%
|
6.17
-90.47%
|
64.77
+66.33%
|
38.94
-157.97%
|
-67.17
-458.05%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — | — |
-1.60
-118.08%
|
8.85
-128.15%
|
-31.44
-41.76%
|
-53.98
+361.37%
|
-11.70
-35.78%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — | — |
-161.76
+232.57%
|
-48.64
+152.15%
|
-19.29
+1,791.18%
|
-1.02
-100.86%
|
117.98
-8,527.14%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — | — |
-31.02
-11.04%
|
-34.87
-352.68%
|
13.80
-185.98%
|
-16.05
-141.05%
|
39.10
-4,868.29%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — | — |
17.12
-45.02%
|
31.14
-14.33%
|
36.35
-30.63%
|
52.40
+300.31%
|
13.09
-5.90%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — | — |
19.09
+11.51%
|
17.12
-45.02%
|
31.14
-14.33%
|
36.35
-30.63%
|
52.40
+300.31%
|