บริษัท ไทยฮา จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.63
0.02 (3.08%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3324 out_tok=1993 at=2026-07-25T18:01:18 -->
# KASET พลิกขาดทุนเพิ่ม Q3/66 ต้นทุนพุ่งฉุด GPM หด
## ต้นทุนผลิตพุ่งกดดัน GPM ชี้ขาดทุนสุทธิ 9 เดือนแรกปี 66 เพิ่มขึ้น 43.58%
บริษัท ไทยฮา จำกัด (มหาชน) หรือ KASET รายงานผลประกอบการงวดเก้าเดือนแรกปี 2566 พลิกขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 56.27 ล้านบาท จากเดิมขาดทุน 39.19 ล้านบาทในปี 2565 โดยมีปัจจัยหลักมาจากอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่ายอดขายจะทรงตัวและค่าใช้จ่ายในการขายลดลงอย่างมากก็ตาม ฝ่ายจัดการระบุว่าต้นทุนการผลิตต่อหน่วยที่เพิ่มขึ้นเป็นสาเหตุหลักที่กดดันอัตรากำไร
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรของ KASET ในงวดเก้าเดือนแรกปี 2566 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การเพิ่มขึ้นของต้นทุนการผลิตต่อหน่วย ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงจาก 16.73% ในปีก่อนหน้า เหลือเพียง 11.25%** แม้ว่ายอดขายจะทรงตัวที่ 345.49 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 0.14%) และค่าใช้จ่ายในการขายลดลงถึง 52.83% แต่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนนี้ได้กลบปัจจัยบวกอื่นๆ ไปทั้งหมด ทำให้บริษัทขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 43.58% เป็น 56.27 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่าการเพิ่มขึ้นของต้นทุนการผลิตต่อหน่วยเป็นสาเหตุหลักที่ส่งผลโดยตรงต่อ GPM ที่ลดลง กลไกที่เกิดขึ้นคือ ต้นทุนวัตถุดิบหรือปัจจัยการผลิตอื่นๆ ที่สูงขึ้น ทำให้ต้นทุนสินค้าที่ขาย (COGS) เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับรายได้จากการขาย ส่งผลให้ส่วนต่างของกำไรขั้นต้นแคบลง แม้ว่าบริษัทจะสามารถลดค่าใช้จ่ายในการขายลงได้อย่างมากถึง 25.81 ล้านบาท จากการยกเลิกสัญญาบริหารสินค้าและจัดจำหน่ายกับบริษัทแห่งหนึ่งในปี 2565 แต่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนการผลิตได้ส่งผลกระทบต่อ GPM มากกว่า ทำให้ภาพรวมผลประกอบการขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการบริหารยังเพิ่มขึ้น 14.24 ล้านบาท (27.89%) เนื่องจากการเริ่มดำเนินการของบริษัทย่อยและการเพิ่มทรัพยากรบุคคลเพื่อรองรับการขยายธุรกิจ ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่เพิ่มภาระต้นทุน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร **ยังไม่ชัดเจนว่าการเพิ่มขึ้นของต้นทุนการผลิตจะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่** เนื่องจากเอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับแนวโน้มราคาวัตถุดิบ หรือปัจจัยเฉพาะที่ทำให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นในรอบนี้ อย่างไรก็ตาม การที่ฝ่ายจัดการระบุว่าเป็นการเพิ่มขึ้นของ "ต้นทุนการผลิตต่อหน่วย" อาจบ่งชี้ถึงปัจจัยเชิงโครงสร้างหรือราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น ซึ่งต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในงวดถัดไปว่าบริษัทจะมีมาตรการในการบริหารจัดการต้นทุน หรือสามารถปรับราคาสินค้าเพื่อชดเชยผลกระทบนี้ได้มากน้อยเพียงใด
## Highlight สำคัญ
* **ยอดขายทรงตัว:** รายได้จากการขายรวม 9 เดือนแรกปี 2566 อยู่ที่ 345.49 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเพียง 0.14% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
* **GPM หดตัวแรง:** อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 16.73% ใน 9 เดือนแรกปี 2565 เหลือ 11.25% ในปี 2566
* **ต้นทุนผลิตพุ่ง:** สาเหตุหลักที่กดดัน GPM คือการเพิ่มขึ้นของต้นทุนการผลิตต่อหน่วย
* **ค่าใช้จ่ายขายลดลง:** ค่าใช้จ่ายในการขายลดลง 52.83% หรือ 25.81 ล้านบาท จากการยกเลิกสัญญาบริหารสินค้าและจัดจำหน่าย
* **ค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่ม:** ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 27.89% หรือ 14.24 ล้านบาท จากการเริ่มดำเนินการของบริษัทย่อยและการขยายธุรกิจ
* **ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น:** ขาดทุนสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2566 อยู่ที่ 56.27 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 43.58% จากปีก่อน
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 พฤศจิกายน 2566 บริษัท ไทยฮา จำกัด (มหาชน) หรือ KASET มีรายได้จากการขายรวม 345.49 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.14% เมื่อเทียบกับ 344.99 ล้านบาท ในงวดเดียวกันของปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวลดลงอย่างมากจาก 16.73% ในปีก่อนหน้า เหลือเพียง 11.25% ในปีนี้ ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนการผลิตต่อหน่วย แม้ว่าค่าใช้จ่ายในการขายจะลดลงถึง 52.83% จากการยกเลิกสัญญาบริหารสินค้าและจัดจำหน่าย แต่ค่าใช้จ่ายในการบริหารกลับเพิ่มขึ้น 27.89% จากการเริ่มดำเนินการของบริษัทย่อยและการขยายธุรกิจ ส่งผลให้กลุ่มบริษัทฯ ขาดทุนสุทธิในงวดเก้าเดือนแรกปี 2566 เพิ่มขึ้น 43.58% เป็น 56.27 ล้านบาท จากเดิมขาดทุน 39.19 ล้านบาทในปี 2565
## โอกาส
เอกสาร MD&A ฉบับนี้ไม่ได้ระบุถึงโอกาสในการเติบโตหรือปัจจัยบวกที่ชัดเจนสำหรับงวดเก้าเดือนแรกปี 2566 โดยเน้นไปที่การชี้แจงผลประกอบการที่เปลี่ยนแปลงไป
## ความเสี่ยง
ความเสี่ยงหลักที่ปรากฏในเอกสารคือ **ความผันผวนของต้นทุนการผลิต** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้น (GPM) และความสามารถในการทำกำไรของบริษัท นอกจากนี้ การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการบริหารจากการขยายธุรกิจและการเริ่มดำเนินการของบริษัทย่อย อาจเป็นภาระต้นทุนที่ต้องบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มต้นทุนการผลิตต่อหน่วยในไตรมาสถัดไป และความสามารถของบริษัทในการบริหารจัดการต้นทุน
* ผลประกอบการของบริษัทย่อยที่เริ่มดำเนินการ และการควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารให้เป็นไปตามแผน
* กลยุทธ์ของบริษัทในการเพิ่มยอดขาย หรือการปรับปรุง GPM เพื่อชดเชยต้นทุนที่สูงขึ้น
* ความคืบหน้าของการขยายธุรกิจที่ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มขึ้น
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
ในกลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อผลประกอบการของ KASET ในงวดเก้าเดือนแรกปี 2566 คือ **ต้นทุนวัตถุดิบและต้นทุนการผลิต** ที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งส่งผลโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จาก 16.73% เหลือ 11.25% แม้ว่ายอดขายจะทรงตัว แต่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนนี้เป็นแรงกดดันหลักที่ทำให้ผลขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น การลดลงของค่าใช้จ่ายในการขาย 52.83% เป็นผลดีจากการปรับโครงสร้างการดำเนินงาน แต่การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการบริหาร 27.89% จากการขยายธุรกิจและการเริ่มบริษัทย่อย เป็นอีกปัจจัยที่ต้องพิจารณาถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุนโดยรวม
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสาร MD&A ฉบับนี้ไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัท
## สรุปท้าย
KASET เผชิญกับแรงกดดันด้านต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้นในงวดเก้าเดือนแรกปี 2566 ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่ายอดขายจะทรงตัวและค่าใช้จ่ายในการขายลดลง แต่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายในการบริหารจากการขยายธุรกิจ ทำให้บริษัทขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มต้นทุนการผลิตและกลยุทธ์การบริหารจัดการต้นทุนของบริษัทในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ KASET ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
78.43
ล้านบาท
↓ 41.5% YoY
กำไรขั้นต้น
-1.06
ล้านบาท
↓ 109.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-1.36
%
กำไรสุทธิ
-21.96
ล้านบาท
↓ 9.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-28.00
%
D/E Ratio
1.99
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
78
↓ -41.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-1
↓ -109.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-22
↓ -9.5%
YoY
D/E Ratio
1.99
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — KASET
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.99
ROE (%)
-27.61
ROA (%)
-7.99
Book Value/หุ้น
0.72
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — KASET
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+133
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-2
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — KASET
| รายการ | 2569 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2562 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — | — |
133.18
+2,058.51%
|
6.17
-90.47%
|
64.77
+66.33%
|
38.94
-157.97%
|
-67.17
-458.05%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — | — |
-1.60
-118.08%
|
8.85
-128.15%
|
-31.44
-41.76%
|
-53.98
+361.37%
|
-11.70
-35.78%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — | — |
-161.76
+232.57%
|
-48.64
+152.15%
|
-19.29
+1,791.18%
|
-1.02
-100.86%
|
117.98
-8,527.14%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — | — |
-31.02
-11.04%
|
-34.87
-352.68%
|
13.80
-185.98%
|
-16.05
-141.05%
|
39.10
-4,868.29%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — | — |
17.12
-45.02%
|
31.14
-14.33%
|
36.35
-30.63%
|
52.40
+300.31%
|
13.09
-5.90%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — | — |
19.09
+11.51%
|
17.12
-45.02%
|
31.14
-14.33%
|
36.35
-30.63%
|
52.40
+300.31%
|