บริษัท ไทยฮา จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.63
0.02 (3.08%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3165 out_tok=1986 at=2026-07-25T18:49:46 -->
# KASET พลิกขาดทุนลด 27.80% รับ GPM ขยายตัว แม้รายได้หดเล็กน้อย Q2/65
## ฝ่ายบริหาร KASET ชี้ GPM ที่ดีขึ้นช่วยลดผลขาดทุนสุทธิ แม้ภาพรวมยอดขายยังทรงตัว
บริษัท ไทยฮา จำกัด (มหาชน) หรือ KASET รายงานผลประกอบการ 6 เดือนแรกปี 2565 มีการขาดทุนสุทธิลดลง 27.80% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากการบริหารจัดการต้นทุนที่ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้น แม้ว่ายอดขายรวมจะปรับตัวลดลงเล็กน้อยก็ตาม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลขาดทุนสุทธิของ KASET ใน 6 เดือนแรกปี 2565 ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การปรับตัวดีขึ้นอย่างโดดเด่นของอัตรากำไรขั้นต้น (GPM)** ซึ่งสามารถชดเชยผลกระทบจากยอดขายที่ลดลงได้
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ส่งผลต่อผลประกอบการของ KASET ในช่วง 6 เดือนแรกปี 2565 คือ **การเพิ่มขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้น (GPM)** จาก 14.69% ในปีก่อนหน้า เป็น 18.00% ในปีนี้ ซึ่งช่วยลดผลขาดทุนสุทธิลง 27.80% จาก 34.79 ล้านบาท เหลือ 25.12 ล้านบาท แม้ว่ายอดขายรวมจะลดลง 0.89% หรือ 2.20 ล้านบาท จาก 246.28 ล้านบาท เป็น 244.08 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของ GPM เกิดจากการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและสินค้าที่ดีขึ้นของบริษัทฯ ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนขายต่อหน่วยลดลงเมื่อเทียบกับราคาขาย แม้ว่าเอกสารจะไม่ได้ระบุรายละเอียดของสินค้าหรือวัตถุดิบที่เฉพาะเจาะจง แต่การที่ GPM ขยายตัวได้ดี สะท้อนถึงความสามารถในการควบคุมต้นทุนการผลิตและจัดซื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะเดียวกัน ค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้น 8.73% หรือ 2.99 ล้านบาท ส่วนใหญ่เกิดจากค่าขนส่งระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่อาจควบคุมได้ยากกว่า แต่ก็ยังสามารถบริหารจัดการภาพรวมให้ GPM ดีขึ้นได้
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและ GPM ที่ฝ่ายจัดการได้แสดงให้เห็นในงวดนี้ อย่างไรก็ตาม การที่ยอดขายรวมยังคงลดลงเล็กน้อย และค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้นจากปัจจัยภายนอก (ค่าขนส่งระหว่างประเทศ) เป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่าบริษัทฯ จะสามารถพลิกฟื้นยอดขายให้กลับมาเติบโตได้หรือไม่ และจะสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นได้ต่อเนื่องเพียงใด
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิลดลง 27.80%:** จาก 34.79 ล้านบาท ใน 6 เดือนแรกปี 2564 เป็น 25.12 ล้านบาท ใน 6 เดือนแรกปี 2565
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เพิ่มขึ้น:** ขยายตัวจาก 14.69% เป็น 18.00%
* **ยอดขายรวมลดลงเล็กน้อย 0.89%:** จาก 246.28 ล้านบาท เป็น 244.08 ล้านบาท
* **ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 8.73%:** ส่วนใหญ่มาจากค่าขนส่งระหว่างประเทศ
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 2.37%:** จาก 34.17 ล้านบาท เป็น 33.36 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับผลการดำเนินงาน 6 เดือนแรกปี 2565 บริษัท ไทยฮา จำกัด (มหาชน) หรือ KASET มีรายได้จากการขายรวม 244.08 ล้านบาท ลดลง 0.89% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าที่มีรายได้ 246.28 ล้านบาท โดยการลดลงนี้เกิดจากช่องทางการขายหลักทั้งในประเทศและต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 14.69% เป็น 18.00% ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารจัดการต้นทุนที่ดีขึ้น ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 8.73% จาก 34.26 ล้านบาท เป็น 37.25 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากค่าขนส่งระหว่างประเทศ และค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 2.37% จาก 34.17 ล้านบาท เป็น 33.36 ล้านบาท ด้วยปัจจัยเหล่านี้ ทำให้บริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิลดลง 27.80% จาก 34.79 ล้านบาท ใน 6 เดือนแรกปี 2564 เป็น 25.12 ล้านบาท ใน 6 เดือนแรกปี 2565
## โอกาส
* **การบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ:** การที่ GPM สามารถปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ สะท้อนถึงความสามารถของฝ่ายบริหารในการควบคุมต้นทุนการผลิตและจัดซื้อ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการบริโภค:** หากเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจในประเทศฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง อาจส่งผลดีต่อยอดขายของบริษัทฯ ในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของค่าขนส่งระหว่างประเทศ:** ค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้นจากค่าขนส่งระหว่างประเทศเป็นความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรของบริษัทฯ หากไม่สามารถบริหารจัดการหรือผลักภาระต้นทุนไปยังผู้บริโภคได้
* **การแข่งขันในตลาด:** ธุรกิจเกษตรและอาหารมีการแข่งขันสูง ซึ่งอาจส่งผลต่อราคาขายและส่วนแบ่งทางการตลาด
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** แม้ว่า GPM จะดีขึ้น แต่ราคาวัตถุดิบที่ผันผวนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มยอดขาย:** จะสามารถพลิกกลับมาเติบโตได้หรือไม่ และจะเติบโตในช่องทางใดบ้าง
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขาย:** ความสามารถในการควบคุมค่าขนส่งระหว่างประเทศและค่าใช้จ่ายอื่นๆ
* **การบริหาร GPM:** จะสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นในระดับสูงต่อไปได้หรือไม่
* **ผลกระทบจากปัจจัยภายนอก:** เช่น สถานการณ์เศรษฐกิจโลก, อัตราแลกเปลี่ยน, และราคาวัตถุดิบ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
ในส่วนของกลุ่มธุรกิจเกษตรและอุตสาหกรรมอาหารของ KASET พบว่า ยอดขายรวมใน 6 เดือนแรกปี 2565 อยู่ที่ 244.08 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.89% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยกดดันจากทั้งช่องทางในประเทศและต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม จุดเด่นที่สำคัญคือการเพิ่มขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) จาก 14.69% เป็น 18.00% ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตและจัดซื้อวัตถุดิบได้ดีขึ้น แม้ว่าค่าใช้จ่ายในการขายจะเพิ่มขึ้น 8.73% โดยมีสาเหตุหลักมาจากค่าขนส่งระหว่างประเทศ แต่การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ลดลง 2.37% ก็ช่วยลดแรงกดดันต่อผลประกอบการโดยรวมได้ ส่งผลให้ผลขาดทุนสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
(เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสด)
## สรุปท้าย
KASET ในช่วง 6 เดือนแรกปี 2565 สามารถพลิกสถานการณ์จากผลขาดทุนสุทธิที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การบริหารจัดการต้นทุนที่ทำให้ GPM ขยายตัวได้อย่างโดดเด่น แม้จะเผชิญกับยอดขายที่ลดลงเล็กน้อยและค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้นจากปัจจัยภายนอก อย่างไรก็ตาม ความสามารถในการรักษา GPM และการควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหาร เป็นสัญญาณบวกที่บ่งชี้ถึงศักยภาพในการดำเนินงานของบริษัทฯ นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มยอดขายและการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่ผันผวน เพื่อประเมินโอกาสในการกลับมาทำกำไรได้อย่างต่อเนื่องในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ KASET ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
78.43
ล้านบาท
↓ 41.5% YoY
กำไรขั้นต้น
-1.06
ล้านบาท
↓ 109.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-1.36
%
กำไรสุทธิ
-21.96
ล้านบาท
↓ 9.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-28.00
%
D/E Ratio
1.99
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
78
↓ -41.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-1
↓ -109.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-22
↓ -9.5%
YoY
D/E Ratio
1.99
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — KASET
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.99
ROE (%)
-27.61
ROA (%)
-7.99
Book Value/หุ้น
0.72
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — KASET
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+133
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-2
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — KASET
| รายการ | 2569 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2562 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — | — |
133.18
+2,058.51%
|
6.17
-90.47%
|
64.77
+66.33%
|
38.94
-157.97%
|
-67.17
-458.05%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — | — |
-1.60
-118.08%
|
8.85
-128.15%
|
-31.44
-41.76%
|
-53.98
+361.37%
|
-11.70
-35.78%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — | — |
-161.76
+232.57%
|
-48.64
+152.15%
|
-19.29
+1,791.18%
|
-1.02
-100.86%
|
117.98
-8,527.14%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — | — |
-31.02
-11.04%
|
-34.87
-352.68%
|
13.80
-185.98%
|
-16.05
-141.05%
|
39.10
-4,868.29%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — | — |
17.12
-45.02%
|
31.14
-14.33%
|
36.35
-30.63%
|
52.40
+300.31%
|
13.09
-5.90%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — | — |
19.09
+11.51%
|
17.12
-45.02%
|
31.14
-14.33%
|
36.35
-30.63%
|
52.40
+300.31%
|