บริษัท ไทยฮา จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.63
0.02 (3.08%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3251 out_tok=2109 at=2026-07-25T18:41:29 -->
# KASET พลิกขาดทุนลดลง 23% ใน 9 เดือนแรกปี 65 รับ GPM ขยับ-คุมค่าขาย
## รายได้หดตามกำลังซื้อโลก แต่คุมต้นทุน-ค่าใช้จ่ายได้ดี หนุนผลขาดทุนสุทธิลดลง
บริษัท ไทยฮา จำกัด (มหาชน) หรือ KASET รายงานผลประกอบการ 9 เดือนแรกปี 2565 มีผลขาดทุนสุทธิ 39.19 ล้านบาท ลดลง 23.40% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 51.17 ล้านบาท แม้ว่ายอดขายรวมจะปรับตัวลดลง แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลขาดทุนสุทธิของ KASET ในงวด 9 เดือนแรกปี 2565 ลดลง 23.40% มาจาก **การบริหารจัดการต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายที่มีประสิทธิภาพ** แม้ว่ายอดขายรวมจะลดลงถึง 8.39% แต่บริษัทสามารถเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ได้ และลดค่าใช้จ่ายในการขายลงได้อย่างมีนัยสำคัญ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ยอดขายลดลง:** สาเหตุหลักมาจากอัตราเงินเฟ้อทั่วโลกที่ส่งผลให้ลูกค้าชะลอคำสั่งซื้อ ทั้งจากช่องทางการขายในประเทศและต่างประเทศ ทำให้ยอดขายรวมลดลงจาก 376.57 ล้านบาท ในงวด 9 เดือนแรกปี 2564 เป็น 344.99 ล้านบาท ในปี 2565 คิดเป็นการลดลง 31.58 ล้านบาท หรือ -8.39%
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เพิ่มขึ้น:** GPM ปรับตัวสูงขึ้นจาก 15.79% ในงวด 9 เดือนแรกปี 2564 เป็น 16.82% ในปี 2565 การเพิ่มขึ้นนี้บ่งชี้ว่าบริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบหรือต้นทุนการผลิตได้ดีขึ้นเมื่อเทียบกับราคาขายสินค้า
* **ค่าใช้จ่ายในการขายลดลง:** ค่าใช้จ่ายในการขายลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 10.64 ล้านบาท หรือ -17.89% จาก 59.48 ล้านบาท เป็น 48.84 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของค่าโฆษณาและรายการส่งเสริมการขาย ซึ่งสะท้อนถึงการปรับกลยุทธ์การตลาดและการขายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น:** ในทางตรงกันข้าม ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 3.78 ล้านบาท หรือ 8% จาก 47.18 ล้านบาท เป็น 50.96 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากค่าตัดจำหน่ายฮาร์ดแวร์และระบบปฏิบัติการ Vendos สำหรับ VDM ซึ่งเป็นรายการที่อาจเกิดขึ้นจากการลงทุนในระบบเทคโนโลยี
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** การที่ยอดขายลดลงเนื่องจากปัจจัยภายนอกอย่างอัตราเงินเฟ้อทั่วโลกและกำลังซื้อที่ชะลอตัว เป็นปัจจัยที่บริษัทควบคุมได้ยาก และอาจส่งผลกระทบต่อเนื่องได้ในระยะสั้นถึงปานกลาง อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทสามารถบริหารจัดการ GPM และค่าใช้จ่ายในการขายได้ดีขึ้นนั้น เป็นสัญญาณเชิงบวกที่เกิดจากการดำเนินงานภายใน ซึ่งหากสามารถรักษาประสิทธิภาพนี้ไว้ได้ ก็มีโอกาสที่จะช่วยลดผลขาดทุน หรือผลักดันให้กลับมามีกำไรได้ในอนาคต แต่ยังต้องจับตาแนวโน้มกำลังซื้อและภาวะเศรษฐกิจโลกอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **ผลขาดทุนสุทธิลดลง:** งวด 9 เดือนแรกปี 2565 ขาดทุนสุทธิ 39.19 ล้านบาท ลดลง 23.40% จากขาดทุน 51.17 ล้านบาท ในปีก่อน
* **ยอดขายรวมหดตัว:** ลดลง 8.39% มาอยู่ที่ 344.99 ล้านบาท จาก 376.57 ล้านบาท ในปีก่อน
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ดีขึ้น:** เพิ่มขึ้นจาก 15.79% เป็น 16.82%
* **ค่าใช้จ่ายในการขายลดลง:** หายไป 17.89% จากการลดค่าโฆษณาและส่งเสริมการขาย
* **ค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มขึ้น:** เพิ่ม 8% จากค่าตัดจำหน่ายระบบ Vendos
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2565 บริษัท ไทยฮา จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายรวม 344.99 ล้านบาท ลดลง 8.39% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 376.57 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากกำลังซื้อที่ชะลอตัวทั่วโลก อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนขายได้ดีขึ้น ทำให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับเพิ่มขึ้นจาก 15.79% เป็น 16.82% ประกอบกับการลดค่าใช้จ่ายในการขายลง 17.89% จากการลดค่าโฆษณาและส่งเสริมการขาย ทำให้ผลขาดทุนสุทธิลดลง 23.40% มาอยู่ที่ 39.19 ล้านบาท จาก 51.17 ล้านบาท ในปีก่อน แม้ว่าจะมีค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น 8% จากการตัดจำหน่ายระบบใหม่ก็ตาม
## โอกาส
* **การบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** ความสามารถในการบริหาร GPM และค่าใช้จ่ายในการขายที่ลดลง เป็นโอกาสสำคัญในการลดผลขาดทุนและสร้างผลกำไรในอนาคต หากสามารถรักษาประสิทธิภาพนี้ไว้ได้
* **การปรับกลยุทธ์การขาย:** การลดค่าโฆษณาและส่งเสริมการขาย อาจสะท้อนถึงการปรับกลยุทธ์ไปสู่ช่องทางที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น หรือการเน้นผลิตภัณฑ์ที่มีมาร์จิ้นสูง
## ความเสี่ยง
* **ภาวะเศรษฐกิจโลกและกำลังซื้อ:** อัตราเงินเฟ้อทั่วโลกที่ยังคงสูงและแนวโน้มการชะลอตัวของเศรษฐกิจ อาจส่งผลกระทบต่อเนื่องต่อยอดขายของบริษัท เนื่องจากลูกค้ามีแนวโน้มชะลอการสั่งซื้อ
* **ต้นทุนวัตถุดิบผันผวน:** แม้ GPM จะดีขึ้น แต่หากต้นทุนวัตถุดิบหลักปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในอนาคต อาจกดดันอัตรากำไรได้อีกครั้ง
* **การลงทุนในระบบ:** ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นจากการตัดจำหน่ายระบบ Vendos อาจส่งผลกระทบต่อกำไรในระยะสั้น จนกว่าระบบจะสามารถสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่าได้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มยอดขายในไตรมาส 4/2565 และปี 2566 ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลก
* ความสามารถในการรักษาอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ในระดับปัจจุบัน หรือปรับตัวดีขึ้นได้อีก
* ผลกระทบจากการลงทุนในระบบ Vendos ต่อค่าใช้จ่ายบริหารและประสิทธิภาพการดำเนินงานในระยะยาว
* การปรับกลยุทธ์การขายและการตลาดเพื่อรับมือกับกำลังซื้อที่ชะลอตัว
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
ในส่วนของผลประกอบการ 9 เดือนแรกปี 2565 ของ KASET พบว่าได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกที่ทำให้ยอดขายรวมลดลง 8.39% ซึ่งสอดคล้องกับภาพรวมอุตสาหกรรมอาหารบางส่วนที่อาจเผชิญกับกำลังซื้อที่อ่อนแอลง อย่างไรก็ตาม บริษัทแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนภายใน โดยอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้นจาก 15.79% เป็น 16.82% ซึ่งอาจเกิดจากการบริหารจัดการราคาวัตถุดิบ หรือการปรับปรุงกระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ การลดลงของค่าใช้จ่ายในการขายถึง 17.89% บ่งชี้ถึงการควบคุมค่าใช้จ่ายทางการตลาดและการขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นปัจจัยบวกสำคัญที่ช่วยชดเชยยอดขายที่ลดลงได้บางส่วน แม้ว่าจะมีค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนในระบบใหม่ก็ตาม
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัท
## สรุปท้าย
KASET ในงวด 9 เดือนแรกปี 2565 สามารถพลิกสถานการณ์จากผลขาดทุนที่ลดลงได้อย่างน่าสนใจ แม้จะเผชิญกับยอดขายที่หดตัวจากปัจจัยภายนอก แต่การบริหารจัดการต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะการเพิ่มขึ้นของ GPM และการลดลงของค่าใช้จ่ายในการขาย เป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยลดผลขาดทุนลงได้อย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจโลกและกำลังซื้อที่ชะลอตัวยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ KASET ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
78.43
ล้านบาท
↓ 41.5% YoY
กำไรขั้นต้น
-1.06
ล้านบาท
↓ 109.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-1.36
%
กำไรสุทธิ
-21.96
ล้านบาท
↓ 9.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-28.00
%
D/E Ratio
1.99
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
78
↓ -41.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-1
↓ -109.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-22
↓ -9.5%
YoY
D/E Ratio
1.99
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — KASET
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.99
ROE (%)
-27.61
ROA (%)
-7.99
Book Value/หุ้น
0.72
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — KASET
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+133
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-2
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — KASET
| รายการ | 2569 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2562 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — | — |
133.18
+2,058.51%
|
6.17
-90.47%
|
64.77
+66.33%
|
38.94
-157.97%
|
-67.17
-458.05%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — | — |
-1.60
-118.08%
|
8.85
-128.15%
|
-31.44
-41.76%
|
-53.98
+361.37%
|
-11.70
-35.78%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — | — |
-161.76
+232.57%
|
-48.64
+152.15%
|
-19.29
+1,791.18%
|
-1.02
-100.86%
|
117.98
-8,527.14%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — | — |
-31.02
-11.04%
|
-34.87
-352.68%
|
13.80
-185.98%
|
-16.05
-141.05%
|
39.10
-4,868.29%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — | — |
17.12
-45.02%
|
31.14
-14.33%
|
36.35
-30.63%
|
52.40
+300.31%
|
13.09
-5.90%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — | — |
19.09
+11.51%
|
17.12
-45.02%
|
31.14
-14.33%
|
36.35
-30.63%
|
52.40
+300.31%
|