บริษัท ไทยฮา จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.63
0.02 (3.08%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3300 out_tok=2297 at=2026-07-25T18:53:56 -->
# KASET พลิกขาดทุนหนัก Q1/2566 รับต้นทุนพุ่ง-ยอดขายวูบ
## ยอดขายต่างประเทศหด-ต้นทุนผลิตพุ่ง กดดัน GPM วูบหนัก ฉุดผลประกอบการขาดทุนเพิ่ม
บริษัท ไทยฮา จำกัด (มหาชน) หรือ KASET รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 พลิกขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 54.21% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากยอดขายที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะจากช่องทางต่างประเทศ ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของต้นทุนการผลิตต่อหน่วยที่ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวลดลงอย่างมาก แม้จะมีมาตรการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขาย แต่ค่าใช้จ่ายในการบริหารกลับปรับตัวสูงขึ้นเพื่อรองรับการขยายธุรกิจ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจากราคาสินค้า/วัตถุดิบ, volume ขาย-ผลิต, GPM, FX/ส่งออก, ฤดูกาล, หรือ stock gain/loss
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการของ KASET ในไตรมาส 1 ปี 2566 คือ **การหดตัวของยอดขาย โดยเฉพาะจากช่องทางต่างประเทศ และการเพิ่มขึ้นของต้นทุนการผลิตต่อหน่วย ซึ่งส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ** ทำให้บริษัทขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้นจาก 15.05 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2565 เป็น 23.21 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2566
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ยอดขายลดลง 21.78%** จาก 122.24 ล้านบาท เป็น 95.62 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจาก **การลดลงของช่องทางการขายต่างประเทศ** ซึ่งสะท้อนถึงความท้าทายในการทำตลาดหรือความต้องการสินค้าในตลาดต่างประเทศที่ลดลง
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงอย่างมาก** จาก 19.55% เหลือเพียง 9.10% ปัจจัยสำคัญคือ **การเพิ่มขึ้นของต้นทุนการผลิตต่อหน่วย** ซึ่งอาจเกิดจากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น ค่าขนส่ง หรือต้นทุนการผลิตอื่นๆ ที่ปรับตัวสูงขึ้น
* แม้ว่า **ค่าใช้จ่ายในการขายจะลดลง 67.92%** จาก 22.20 ล้านบาท เป็น 7.12 ล้านบาท เนื่องจากปริมาณการขายที่ลดลงและการยกเลิกสัญญาบริหารสินค้าบางส่วน แต่ **ค่าใช้จ่ายในการบริหารกลับเพิ่มขึ้น 34.68%** จาก 16.35 ล้านบาท เป็น 22.02 ล้านบาท เนื่องจากการเริ่มดำเนินงานของ TIF และการเพิ่มทรัพยากรบุคคลเพื่อรองรับการขยายธุรกิจ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม**
เอกสารระบุว่ายอดขายที่ลดลงส่วนใหญ่เกิดจากช่องทางการขายต่างประเทศ และการเพิ่มขึ้นของต้นทุนการผลิตต่อหน่วย ซึ่งอาจเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบในระยะสั้นหรือระยะยาวได้ ขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดโลกและต้นทุนวัตถุดิบในอนาคต ขณะที่การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการบริหารเป็นการลงทุนเพื่อการขยายธุรกิจ ซึ่งหากสามารถสร้างรายได้และกำไรในอนาคตได้ ก็จะเป็นผลดีต่อบริษัทในระยะยาว แต่ในระยะสั้นยังคงเป็นแรงกดดันต่อผลประกอบการ
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 54.21%** ในไตรมาส 1 ปี 2566 เป็น 23.21 ล้านบาท จากขาดทุน 15.05 ล้านบาทในปีก่อน
* **ยอดขายรวมลดลง 21.78%** อยู่ที่ 95.62 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของช่องทางการขายต่างประเทศ
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) วูบหนัก** จาก 19.55% เหลือ 9.10% เนื่องจากต้นทุนการผลิตต่อหน่วยเพิ่มขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการขายลดลง 67.92%** ตามปริมาณการขายที่ลดลงและการยกเลิกสัญญาบางส่วน
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 34.68%** เพื่อรองรับการขยายธุรกิจและการดำเนินงานของ TIF
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2566 บริษัท ไทยฮา จำกัด (มหาชน) หรือ KASET มีผลประกอบการที่น่ากังวล โดยมียอดขายรวม 95.62 ล้านบาท ลดลง 21.78% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 122.24 ล้านบาท การลดลงนี้มีสาเหตุหลักมาจากช่องทางการขายในต่างประเทศที่หดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ลดลงอย่างมากจาก 19.55% เหลือเพียง 9.10% ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนการผลิตต่อหน่วย แม้ว่าบริษัทจะสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายให้ลดลงได้ถึง 67.92% แต่ค่าใช้จ่ายในการบริหารกลับปรับตัวสูงขึ้น 34.68% เพื่อรองรับการขยายธุรกิจและการดำเนินงานใหม่ ส่งผลให้บริษัทขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 54.21% เป็น 23.21 ล้านบาท จากเดิมที่ขาดทุน 15.05 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2565
## โอกาส
* การลงทุนในทรัพยากรบุคคลและการดำเนินงานของ TIF อาจเป็นโอกาสในการขยายธุรกิจและสร้างรายได้ในอนาคต
* การปรับปรุงกระบวนการผลิตหรือการบริหารจัดการต้นทุนอาจช่วยเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นได้ในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **ความเสี่ยงด้านยอดขาย:** การพึ่งพิงช่องทางการขายต่างประเทศที่ลดลง อาจส่งผลกระทบต่อรายได้ในระยะยาว หากไม่สามารถหาตลาดทดแทนหรือฟื้นฟูตลาดเดิมได้
* **ความเสี่ยงด้านต้นทุน:** การเพิ่มขึ้นของต้นทุนการผลิตต่อหน่วยเป็นปัจจัยกดดัน GPM และอาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไร หากไม่สามารถส่งผ่านต้นทุนไปยังผู้บริโภคได้ หรือไม่สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
* **ความเสี่ยงด้านค่าใช้จ่าย:** การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการบริหาร แม้จะเพื่อการขยายธุรกิจ แต่หากไม่สามารถสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่า อาจเป็นภาระต่อผลประกอบการ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มยอดขายในช่องทางต่างประเทศ และความสามารถในการฟื้นฟูหรือหาตลาดใหม่
* การบริหารจัดการต้นทุนการผลิตต่อหน่วย และผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น (GPM)
* ความคืบหน้าและการสร้างผลตอบแทนจากการดำเนินงานของ TIF และการลงทุนในทรัพยากรบุคคล
* แผนการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร เพื่อให้สอดคล้องกับรายได้ที่เกิดขึ้น
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
ในไตรมาส 1 ปี 2566 กลุ่มธุรกิจเกษตรและอุตสาหกรรมอาหารของ KASET เผชิญกับความท้าทายสำคัญ โดยเฉพาะในด้าน **ราคาวัตถุดิบและต้นทุนการผลิต** ที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลโดยตรงต่อ **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM)** ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จาก 19.55% เหลือเพียง 9.10% ซึ่งเป็นอัตราที่ต่ำกว่าเกณฑ์ปกติอย่างชัดเจน ปัจจัยนี้บั่นทอนความสามารถในการทำกำไรของบริษัทอย่างมาก
ในส่วนของ **Volume การขาย** พบว่ามียอดขายรวมลดลง 21.78% โดยมีสาเหตุหลักมาจาก **ช่องทางขายต่างประเทศ** ที่หดตัวลง ซึ่งอาจสะท้อนถึงสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว หรือการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดส่งออก การลดลงของ Volume การขายนี้ส่งผลให้ **ค่าใช้จ่ายในการขาย** ลดลงตามไปด้วยถึง 67.92% ซึ่งเป็นผลดีในแง่การควบคุมค่าใช้จ่าย แต่ก็สะท้อนถึงภาพรวมธุรกิจที่ยังไม่เติบโต
ในขณะเดียวกัน **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร** กลับปรับตัวเพิ่มขึ้น 34.68% เนื่องจากการเริ่มดำเนินงานของ TIF และการเพิ่มบุคลากรเพื่อรองรับการขยายธุรกิจ ซึ่งเป็นการลงทุนเพื่ออนาคต แต่ในระยะสั้นก็เป็นแรงกดดันต่อผลประกอบการโดยรวม
โดยรวมแล้ว ธุรกิจเกษตรและอุตสาหกรรมอาหารของ KASET ในไตรมาสนี้ได้รับผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้นและยอดขายที่ลดลง โดยเฉพาะจากตลาดต่างประเทศ ทำให้ GPM หดตัว และส่งผลให้บริษัทขาดทุนเพิ่มขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
(เอกสาร MD&A ที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัท จึงไม่สามารถสรุปในส่วนนี้ได้)
## สรุปท้าย
KASET ในไตรมาส 1 ปี 2566 เผชิญกับความท้าทายอย่างหนัก โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่ **ต้นทุนการผลิตที่พุ่งสูงขึ้นและยอดขายจากต่างประเทศที่ลดลง** ซึ่งส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) หดตัวลงอย่างรุนแรง จนทำให้บริษัทขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น แม้จะมีการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขาย แต่การลงทุนเพื่อขยายธุรกิจผ่าน TIF และการเพิ่มบุคลากรได้ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบและสภาวะตลาดต่างประเทศ รวมถึงความสามารถของบริษัทในการสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนใหม่ๆ เพื่อพลิกฟื้นผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ KASET ไตรมาส 1/2566
รายได้รวม
78.43
ล้านบาท
↓ 41.5% YoY
กำไรขั้นต้น
-1.06
ล้านบาท
↓ 109.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-1.36
%
กำไรสุทธิ
-21.96
ล้านบาท
↓ 9.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-28.00
%
D/E Ratio
1.99
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
78
↓ -41.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-1
↓ -109.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-22
↓ -9.5%
YoY
D/E Ratio
1.99
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — KASET
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.99
ROE (%)
-27.61
ROA (%)
-7.99
Book Value/หุ้น
0.72
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — KASET
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+133
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-2
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — KASET
| รายการ | 2569 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2562 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — | — |
133.18
+2,058.51%
|
6.17
-90.47%
|
64.77
+66.33%
|
38.94
-157.97%
|
-67.17
-458.05%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — | — |
-1.60
-118.08%
|
8.85
-128.15%
|
-31.44
-41.76%
|
-53.98
+361.37%
|
-11.70
-35.78%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — | — |
-161.76
+232.57%
|
-48.64
+152.15%
|
-19.29
+1,791.18%
|
-1.02
-100.86%
|
117.98
-8,527.14%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — | — |
-31.02
-11.04%
|
-34.87
-352.68%
|
13.80
-185.98%
|
-16.05
-141.05%
|
39.10
-4,868.29%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — | — |
17.12
-45.02%
|
31.14
-14.33%
|
36.35
-30.63%
|
52.40
+300.31%
|
13.09
-5.90%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — | — |
19.09
+11.51%
|
17.12
-45.02%
|
31.14
-14.33%
|
36.35
-30.63%
|
52.40
+300.31%
|