บริษัท อินฟราเซท จำกัด (มหาชน)
SET · เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
4.60
0.02 (0.43%)
สรุปสั้น
กําไรสุทธิของบริษัทฯ เพิ่มขึ้น ในขณะที่รายได้รวมลดลง เหตุผลหลักมาจากการปรับลดประมาณการต้นทุนโครงการให้เป็นไปตามต้นทุนที่ เกิดขึ้นจริงสําหรับโครงการที่ส่งมอบแล้วเกิน 90% หรือส่งมอบแล้วเสร็จ
โดยในงวดเก้าเดือนปีนี้บริษัทฯได้ปรับลดต้นทุนโครงการ 2 โครงการ ใหญ่ ได้แก่ โครงการ USO | เนื่องจากปิดโครงการ และโครงการ CAT Filter ที่มีการส่งมอบงานแล้วกว่า 90% ส่งผลให้บริษัทฯ มีอัตรากําไร ขั้นต้นร้อยละ 21.07 เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันปีก่อนซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 16.59
ปัจจุบันตุน backlog ไว้แล้วกว่า 1.8 พันล้านบาท ทยอยรับรู้รายได้ยาว ประเมินโค้งสุดท้ายปีนี้นโยบายเปิดประเทศ ช่วยหนุนการลงทุนคึกคัก เดินหน้าลุยประมูลงานใหม่เพียบ มั่นใจหนุนผลงานปี 64 โตทะลุเป้า 20%
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4227 out_tok=2860 at=2026-07-25T17:40:54 -->
# INSET กำไรสุทธิ Q3/2565 หดตัว 24% รับต้นทุนพุ่งฉุดมาร์จิ้น
## รายได้รวมโต 7.8% แต่ต้นทุนโครงการพุ่งสูง ฉุดกำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ฝ่ายจัดการชี้แจงเหตุปรับเพิ่มประมาณการต้นทุนหลายโครงการจากราคาวัตถุดิบและค่าขนส่งที่สูงขึ้น
บริษัท อินฟราเซท จำกัด (มหาชน) หรือ INSET รายงานผลประกอบการงวด 9 เดือนแรกปี 2565 มีรายได้รวม 1,090.44 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 99.33 ล้านบาท ลดลง 24.09% โดยมีสาเหตุหลักมาจากการปรับเพิ่มประมาณการต้นทุนโครงการหลายโครงการ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรของ INSET ในงวด 9 เดือนแรกปี 2565 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การปรับเพิ่มประมาณการต้นทุนโครงการหลายโครงการ** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงจาก 21.07% ในงวดเดียวกันของปีก่อน มาอยู่ที่ 15.19% ในงวดปัจจุบัน แม้ว่ารายได้รวมจะเติบโตขึ้น 7.8% ก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า สาเหตุหลักของการปรับเพิ่มประมาณการต้นทุนโครงการมาจาก **ราคาสินค้าและค่าขนส่งที่มีการปรับตัวสูงขึ้น** ในช่วงระยะเวลา 9 เดือนที่ผ่านมา ปัจจัยนี้ส่งผลกระทบต่อต้นทุนของโครงการที่บริษัทฯ ดำเนินการอยู่ โดยเฉพาะในธุรกิจก่อสร้างศูนย์ข้อมูลและระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งมีสัดส่วนรายได้เพิ่มขึ้นอย่างมากในปีนี้ แต่ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นก็ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรโดยรวมของบริษัทฯ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร **ยังไม่ชัดเจนว่าจะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่** ฝ่ายจัดการได้กล่าวถึง "ราคาสินค้าและค่าขนส่งมีการปรับตัวสูงขึ้นในช่วงระยะเวลา 9 เดือนที่ผ่านมา" ซึ่งบ่งชี้ว่าเป็นปัจจัยที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าว แต่ไม่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับแนวโน้มในอนาคต หรือการบริหารจัดการต้นทุนเพื่อลดผลกระทบในระยะยาว นักลงทุนจึงควรติดตามสถานการณ์ราคาวัตถุดิบและค่าขนส่ง รวมถึงกลยุทธ์การบริหารต้นทุนของบริษัทฯ ในรอบถัดไปอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม 9 เดือนแรกปี 2565 เพิ่มขึ้น 7.8%** เป็น 1,090.44 ล้านบาท จาก 1,011.07 ล้านบาทในปีก่อน
* **กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2565 ลดลง 24.09%** อยู่ที่ 99.33 ล้านบาท จาก 130.84 ล้านบาทในปีก่อน
* **อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ** จาก 21.07% ในงวด 9 เดือนแรกปี 2564 เป็น 15.19% ในงวด 9 เดือนแรกปี 2565
* **ธุรกิจก่อสร้างศูนย์ข้อมูลฯ มีรายได้และกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น** จากการส่งมอบงานโครงการใหญ่หลายโครงการ
* **ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานฯ มีรายได้และกำไรขั้นต้นลดลง** จากโครงการหลักที่มีการรับรู้รายได้ในปีนี้
* **ต้นทุนค่าใช้จ่ายพนักงานและค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง** จากการกลับรายการค่าแรงจูงใจและค่าคอมมิชชั่น
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2565 บริษัท อินฟราเซท จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 1,090.44 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.8% เมื่อเทียบกับ 1,011.07 ล้านบาทในงวดเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้หลักมาจากธุรกิจก่อสร้างศูนย์ข้อมูลและระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (50%), ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานโครงข่ายโทรคมนาคมและคมนาคมขนส่ง (36%) และธุรกิจงานซ่อมบำรุงและบริการ (14%)
อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิสำหรับงวดเก้าเดือนแรกปี 2565 อยู่ที่ 99.33 ล้านบาท ลดลง 24.09% เมื่อเทียบกับ 130.84 ล้านบาทในปีก่อน คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิที่ลดลงจาก 12.94% เป็น 9.11% สาเหตุหลักมาจากการปรับเพิ่มประมาณการต้นทุนโครงการหลายโครงการ เนื่องจากราคาสินค้าและค่าขนส่งที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 21.07% เป็น 15.19%
เมื่อพิจารณาแยกตามธุรกิจ:
* **ธุรกิจก่อสร้างศูนย์ข้อมูลฯ:** มีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างมากเป็น 548.78 ล้านบาท จาก 115.92 ล้านบาท และมีผลกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 87.82 ล้านบาท จาก 58.81 ล้านบาท โดยมีโครงการหลักที่ส่งผล เช่น EEC Data Center
* **ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานฯ:** มีรายได้ลดลงเหลือ 389.41 ล้านบาท จาก 735.02 ล้านบาท และผลกำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 44.56 ล้านบาท จาก 132.18 ล้านบาท โดยโครงการหลักคือโครงการนำสายไฟลงใต้ดิน
* **ธุรกิจงานซ่อมบำรุงและบริการ:** มีรายได้ลดลงเล็กน้อยเป็น 149.79 ล้านบาท จาก 159.44 ล้านบาท แต่มีผลกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 56.96 ล้านบาท จาก 51.34 ล้านบาท จากการปรับลดประมาณการต้นทุนโครงการที่ดำเนินการแล้วเสร็จ
ในส่วนของค่าใช้จ่าย ฝ่ายจัดการมีต้นทุนค่าใช้จ่ายพนักงานลดลงจากการกลับรายการค่าแรงจูงใจ ขณะที่ต้นทุนในการจัดจำหน่ายลดลงจากค่าคอมมิชชั่น และค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลงจากค่าบำเหน็จกรรมการบริหารและค่าแรงจูงใจพนักงานฝ่ายบริหาร แต่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากค่าธรรมเนียมการตรวจสอบและค่าธรรมเนียมนายทะเบียนหลักทรัพย์
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจก่อสร้างศูนย์ข้อมูลและระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ:** การส่งมอบงานโครงการใหญ่หลายโครงการ เช่น EEC Data Center และโครงการติดตั้งระบบประกอบอาคาร Data Center แสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความสามารถในการรับงานขนาดใหญ่ของบริษัทฯ
* **การบริหารจัดการต้นทุนในธุรกิจซ่อมบำรุงและบริการ:** แม้รายได้จะลดลงเล็กน้อย แต่การที่ผลกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น แสดงถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนโครงการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
* **การลดลงของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน:** การลดลงของต้นทุนค่าใช้จ่ายพนักงาน ค่าคอมมิชชั่น และค่าใช้จ่ายในการบริหารบางรายการ ช่วยลดแรงกดดันต่ออัตรากำไรโดยรวม
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่ง:** การที่ต้นทุนโครงการเพิ่มขึ้นจากการปรับตัวสูงขึ้นของราคาสินค้าและค่าขนส่ง เป็นความเสี่ยงสำคัญที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทฯ
* **การพึ่งพิงโครงการขนาดใหญ่:** การที่รายได้และกำไรมีความผันผวนตามการรับรู้รายได้ของโครงการใหญ่ อาจส่งผลต่อความสม่ำเสมอของผลประกอบการในแต่ละช่วงเวลา
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** แม้จะไม่ได้ระบุโดยตรงในเอกสาร แต่การดำเนินธุรกิจในกลุ่มเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานมักมีการแข่งขันสูง ซึ่งอาจส่งผลต่อการตั้งราคาและอัตรากำไร
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบและค่าขนส่ง:** ติดตามสถานการณ์ราคาวัตถุดิบและค่าขนส่งว่ามีแนวโน้มทรงตัว ลดลง หรือสูงขึ้นต่อไป เพื่อประเมินผลกระทบต่อต้นทุนโครงการ
* **กลยุทธ์การบริหารต้นทุน:** บริษัทฯ จะมีมาตรการหรือกลยุทธ์ในการบริหารจัดการต้นทุนเพื่อลดผลกระทบจากราคาวัตถุดิบและค่าขนส่งที่สูงขึ้นได้อย่างไร
* **การรับรู้รายได้และกำไรจากโครงการใหม่:** โครงการใหม่ๆ ที่จะเข้ามาในอนาคตจะมีลักษณะอย่างไร และจะสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นได้ดีเพียงใด
* **การเติบโตของธุรกิจซ่อมบำรุงและบริการ:** แม้กำไรขั้นต้นจะดีขึ้น แต่รายได้ในส่วนนี้ลดลง ควรติดตามการเติบโตของธุรกิจนี้ในระยะยาว
* **การบริหารจัดการ backlog:** ติดตามมูลค่างานในมือ (backlog) และแผนการส่งมอบงาน เพื่อประเมินรายได้ในอนาคต
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี)
ในกลุ่มเทคโนโลยี INSET มีการดำเนินธุรกิจที่หลากหลาย โดยมีรายได้หลักมาจาก **ธุรกิจก่อสร้างศูนย์ข้อมูลและระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ** ซึ่งในงวด 9 เดือนแรกปี 2565 มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมีรายได้สูงถึง 548.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 115.92 ล้านบาทในปี 2564 การเติบโตนี้มาจากโครงการใหญ่หลายโครงการที่เริ่มมีการส่งมอบงานตามความสำเร็จของงาน (percentage of completion) ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถของบริษัทฯ ในการบริหารจัดการโครงการขนาดใหญ่และซับซ้อนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี
อย่างไรก็ตาม แม้รายได้จะเติบโต แต่ **อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจนี้ก็ได้รับผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้น** เช่นเดียวกับภาพรวมของบริษัทฯ โดยมีผลกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 87.82 ล้านบาท จาก 58.81 ล้านบาท แต่สัดส่วนอัตรากำไรขั้นต้นอาจไม่ได้เพิ่มขึ้นตามสัดส่วนรายได้ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว
ในส่วนของ **ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานโครงข่ายโทรคมนาคมและคมนาคมขนส่ง** ซึ่งเคยเป็นรายได้หลักของบริษัทฯ ในปีก่อน มีรายได้ลดลงอย่างมากในปีนี้ โดยมีรายได้ 389.41 ล้านบาท จาก 735.02 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน ซึ่งสะท้อนถึงการสิ้นสุดหรือการรับรู้รายได้ที่ลดลงของโครงการหลักในปีนี้
สำหรับ **ธุรกิจงานซ่อมบำรุงและบริการ** แม้รายได้จะลดลงเล็กน้อย แต่บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้ดีขึ้น ส่งผลให้ผลกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีในการรักษาความสามารถในการทำกำไรของธุรกิจบริการ
โดยรวมแล้ว INSET มีการปรับเปลี่ยนสัดส่วนรายได้ที่ชัดเจน โดยธุรกิจศูนย์ข้อมูลฯ มีบทบาทสำคัญมากขึ้น ขณะที่ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานฯ มีสัดส่วนลดลง การบริหารจัดการต้นทุนท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อจึงเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องจับตาสำหรับธุรกิจเทคโนโลยีที่ต้องใช้วัตถุดิบและแรงงานจำนวนมาก
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสาร MD&A ที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง เช่น งบดุล งบกระแสเงินสด หรืออัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญ (เช่น D/E ratio, Net Debt, Cash Flow from Operations) จึงไม่สามารถสรุปในส่วนนี้ได้
## สรุปท้าย
INSET ในไตรมาส 3 ปี 2565 เผชิญกับแรงกดดันด้านต้นทุนที่ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้รายได้รวมจะเติบโตได้จากการส่งมอบงานโครงการใหญ่ในธุรกิจก่อสร้างศูนย์ข้อมูลฯ แต่การปรับเพิ่มประมาณการต้นทุนโครงการจากราคาวัตถุดิบและค่าขนส่งที่สูงขึ้น ได้ฉุดกำไรสุทธิให้ลดลง 24.09% เมื่อเทียบกับปีก่อน ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในรอบถัดไป ควบคู่ไปกับการติดตามแนวโน้มการรับรู้รายได้จากโครงการใหม่ๆ และกลยุทธ์การรักษาอัตรากำไรของบริษัทฯ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ INSET ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
428.17
ล้านบาท
↓ 29.6% YoY
กำไรขั้นต้น
21.05
ล้านบาท
↓ 45.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
4.92
%
กำไรสุทธิ
3.94
ล้านบาท
↓ 65.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
0.92
%
D/E Ratio
0.43
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
428
↓ -29.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
21
↓ -45.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
4
↓ -65.5%
YoY
D/E Ratio
0.43
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — INSET
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.43
ROE (%)
2.51
ROA (%)
2.36
Book Value/หุ้น
1.78
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — INSET
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,051
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+455
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — INSET
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,050.91
+112.80%
|
-493.84
-202.63%
|
481.20
+133.91%
|
205.72
-34.30%
|
313.14
-276.38%
|
-177.54
-296.35%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
455.35
+6.89%
|
425.99
-284.47%
|
-230.93
+77.19%
|
-130.33
+7.49%
|
-121.25
-174.57%
|
162.59
-163.85%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
382.50
+50.76%
|
253.71
-181.83%
|
-310.03
-11.20%
|
-349.15
-775.99%
|
51.65
-153.11%
|
-97.25
-127.15%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-213.05
-214.64%
|
185.85
-410.99%
|
-59.76
-78.17%
|
-273.77
-436.91%
|
81.26
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
117.86
-47.65%
|
225.13
+358.33%
|
49.12
-64.72%
|
139.24
+25.61%
|
110.85
-50.30%
|
223.05
+28.09%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
21.76
-81.54%
|
117.86
-47.65%
|
225.13
+358.33%
|
49.12
-64.72%
|
139.24
+25.61%
|
110.85
-50.30%
|