INSET
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
INSET
บริษัท อินฟราเซท จำกัด (มหาชน)
SET · เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
4.60
0.02 (0.43%)

สรุปสั้น

กําไรสุทธิของบริษัทฯ เพิ่มขึ้น ในขณะที่รายได้รวมลดลง เหตุผลหลักมาจากการปรับลดประมาณการต้นทุนโครงการให้เป็นไปตามต้นทุนที่ เกิดขึ้นจริงสําหรับโครงการที่ส่งมอบแล้วเกิน 90% หรือส่งมอบแล้วเสร็จ โดยในงวดเก้าเดือนปีนี้บริษัทฯได้ปรับลดต้นทุนโครงการ 2 โครงการ ใหญ่ ได้แก่ โครงการ USO | เนื่องจากปิดโครงการ และโครงการ CAT Filter ที่มีการส่งมอบงานแล้วกว่า 90% ส่งผลให้บริษัทฯ มีอัตรากําไร ขั้นต้นร้อยละ 21.07 เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันปีก่อนซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 16.59 ปัจจุบันตุน backlog ไว้แล้วกว่า 1.8 พันล้านบาท ทยอยรับรู้รายได้ยาว ประเมินโค้งสุดท้ายปีนี้นโยบายเปิดประเทศ ช่วยหนุนการลงทุนคึกคัก เดินหน้าลุยประมูลงานใหม่เพียบ มั่นใจหนุนผลงานปี 64 โตทะลุเป้า 20%

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5193 out_tok=2441 at=2026-07-25T18:44:23 --> # INSET พลิกขาดทุน Q2/65 รับแรงกดดันต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง ## รายได้หดตัวต่อเนื่องจากปีก่อน ขณะที่ต้นทุนพุ่งกระทบกำไรขั้นต้นอย่างมีนัยสำคัญ บริษัท อินฟราเซท จำกัด (มหาชน) หรือ INSET รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 พลิกกลับมาขาดทุนสุทธิ 28 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 145 ล้านบาท โดยรายได้จากการขายและการบริการลดลง 9.6% เป็นผลจากยอดขายที่ลดลงในเกือบทุกผลิตภัณฑ์และทุกตลาด ยกเว้นตู้เย็นที่ส่งออกไปญี่ปุ่น อย่างไรก็ตาม ปัจจัยหลักที่กดดันผลประกอบการคือต้นทุนวัตถุดิบและชิ้นส่วนที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลงกว่า 50% ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรของ INSET ในไตรมาส 2 ปี 2565 เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การเพิ่มขึ้นอย่างมากของต้นทุนวัตถุดิบและชิ้นส่วน ประกอบกับการลดลงของรายได้จากการขายและการบริการ** ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลงถึง 50.3% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน จาก 404 ล้านบาท เหลือเพียง 201 ล้านบาท และทำให้บริษัทพลิกกลับมาขาดทุนสุทธิ 28 ล้านบาท จากเดิมที่เคยมีกำไร 145 ล้านบาท ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ฝ่ายจัดการระบุว่า **ราคาวัตถุดิบและชิ้นส่วนที่เพิ่มขึ้นมาก** เป็นสาเหตุหลักที่กดดันกำไรขั้นต้น โดยได้รับผลกระทบจากปัญหาความขาดแคลนชิ้นส่วนและวัตถุดิบในตลาดโลก ประกอบกับ **รายได้จากการขายและการบริการที่ลดลง 9.6%** มาอยู่ที่ 2,250 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เกิดจากยอดขายผลิตภัณฑ์ตู้เย็นที่ส่งออกไปญี่ปุ่นและยอดส่งออกไปประเทศอื่นๆ ลดลง ซึ่งการที่รายได้ลดลงในขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น ทำให้ความสามารถในการทำกำไรขั้นต้นลดลงอย่างชัดเจน นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายและบริหารที่เพิ่มขึ้น 22 ล้านบาท ส่วนใหญ่เกิดจากค่าใช้จ่ายในการส่งออกที่สูงขึ้น ก็เป็นอีกปัจจัยที่ซ้ำเติมผลประกอบการ ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **ลักษณะครั้งคราว** จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร ฝ่ายจัดการไม่ได้ให้แนวโน้มที่ชัดเจนว่าต้นทุนวัตถุดิบจะลดลงเมื่อใด แต่การที่ระบุว่าเป็น "ปัญหาความขาดแคลนชิ้นส่วนและวัตถุดิบ" อาจบ่งชี้ว่าเป็นปัจจัยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ภายนอกที่อาจคลี่คลายได้ในอนาคต อย่างไรก็ตาม การที่รายได้ลดลงในหลายตลาดอาจเป็นสัญญาณที่ต้องจับตา หากสถานการณ์การส่งออกยังไม่ฟื้นตัว ก็อาจกดดันผลประกอบการในระยะต่อไปได้ ## Highlight สำคัญ * **พลิกขาดทุนสุทธิ:** INSET รายงานผลขาดทุนสุทธิ 28 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2565 เทียบกับกำไร 145 ล้านบาทในปีก่อน * **รายได้หดตัว:** รายได้จากการขายและการบริการลดลง 9.6% YoY อยู่ที่ 2,250 ล้านบาท * **กำไรขั้นต้นทรุด:** กำไรขั้นต้นลดลง 50.3% YoY อยู่ที่ 201 ล้านบาท * **ต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง:** สาเหตุหลักมาจากราคาวัตถุดิบและชิ้นส่วนที่เพิ่มขึ้นมาก * **ค่าใช้จ่ายส่งออกเพิ่ม:** ค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายและบริหารเพิ่มขึ้น 22 ล้านบาท ส่วนใหญ่จากค่าใช้จ่ายส่งออก ## ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัท อินฟราเซท จำกัด (มหาชน) หรือ INSET มีรายได้จากการขายและการบริการรวม 2,250 ล้านบาท ลดลง 9.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ซึ่งมีรายได้ 2,490 ล้านบาท โดยสาเหตุหลักมาจากยอดขายที่ลดลงในเกือบทุกผลิตภัณฑ์และเกือบทุกตลาด ยกเว้นตู้เย็นที่ส่งออกไปประเทศญี่ปุ่นมียอดขายเพิ่มขึ้น ในขณะที่กำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 50.3% YoY จาก 404 ล้านบาท เหลือ 201 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบและชิ้นส่วนที่เพิ่มสูงขึ้นมาก ส่งผลให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 28 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 145 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) รายได้จากการขายและการบริการลดลง 9.6% จาก 2,490 ล้านบาท เป็น 2,250 ล้านบาท ขณะที่กำไรขั้นต้นลดลง 13.7% จาก 233 ล้านบาท เป็น 201 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 28 ล้านบาท จากไตรมาสก่อนหน้าที่ขาดทุน 59 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการลดลงของค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายและบริหาร 59 ล้านบาท โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และค่าใช้จ่ายในการส่งออกที่ลดลง รวมถึงผลกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้น ## โอกาส * **ยอดขายตู้เย็นในญี่ปุ่นเติบโต:** เป็นสัญญาณบวกที่แสดงให้เห็นว่ายังมีตลาดที่บริษัทสามารถรักษาหรือเพิ่มส่วนแบ่งได้ * **การบริหารจัดการค่าใช้จ่าย:** การลดลงของค่าใช้จ่ายในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และค่าใช้จ่ายในการส่งออกในไตรมาสนี้ แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการควบคุมต้นทุน ## ความเสี่ยง * **ต้นทุนวัตถุดิบผันผวน:** ความไม่แน่นอนของราคาวัตถุดิบและชิ้นส่วนที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก เป็นความเสี่ยงหลักที่กดดันอัตรากำไร * **การส่งออกที่ชะลอตัว:** ยอดขายที่ลดลงในหลายตลาดต่างประเทศอาจส่งผลกระทบต่อรายได้รวมของบริษัท * **ปัญหาขาดแคลนชิ้นส่วน:** สถานการณ์ความขาดแคลนชิ้นส่วนและวัตถุดิบยังคงเป็นปัจจัยกดดันการผลิตและการส่งมอบ ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มราคาวัตถุดิบ:** การเปลี่ยนแปลงของราคาวัตถุดิบและชิ้นส่วนในตลาดโลกจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการฟื้นตัวของกำไรขั้นต้น * **สถานการณ์การส่งออก:** การฟื้นตัวของยอดขายในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดหลักที่เคยชะลอตัว * **การบริหารจัดการค่าใช้จ่าย:** ความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายและบริหาร โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการส่งออก * **ผลกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน:** ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนอาจส่งผลต่อกำไรสุทธิ ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี) ในฐานะบริษัทที่อยู่ในกลุ่มเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงของผลประกอบการของ INSET ในไตรมาสนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางต่อปัจจัยภายนอกที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตโดยตรง แม้ว่าบริษัทจะมีการส่งออกผลิตภัณฑ์ตู้เย็นไปยังประเทศญี่ปุ่นที่ยังคงเติบโตได้ แต่ภาพรวมของรายได้จากการขายและการบริการกลับลดลง ซึ่งบ่งชี้ถึงความท้าทายในการขยายตลาดหรือรักษาฐานลูกค้าในตลาดอื่นๆ ประเด็นเรื่องต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ซึ่งในไตรมาสนี้ลดลงอย่างมากจาก 17.7% ในปีก่อน เหลือเพียง 9.3% ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่มักจะมีการบริหารจัดการต้นทุนและราคาขายได้ดีกว่านี้ การที่ฝ่ายจัดการระบุว่าเกิดจาก "ปัญหาความขาดแคลนชิ้นส่วนและวัตถุดิบ" อาจหมายถึงปัญหาเชิงโครงสร้างที่ต้องใช้เวลาในการแก้ไข หรืออาจเป็นผลกระทบชั่วคราวจากสถานการณ์โลก การที่บริษัทสามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิได้ในไตรมาสนี้เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า เป็นผลมาจากการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่ลดลง โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และค่าใช้จ่ายในการส่งออก ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีในการควบคุมค่าใช้จ่าย แต่ยังไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและรายได้ที่ลดลงได้ทั้งหมด ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 9,946 ล้านบาท ลดลง 3.0% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยมีรายการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือ เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลง 41.9% มาอยู่ที่ 429 ล้านบาท เนื่องจากมีการนำเงินสดไปฝากธนาคารเพิ่มขึ้น สินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนอื่นเพิ่มขึ้น 8.3% เป็น 3,280 ล้านบาท จากการฝากเงินระยะสั้นกับสถาบันการเงิน ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นลดลง 20.3% มาอยู่ที่ 981 ล้านบาท หนี้สินรวมอยู่ที่ 2,049 ล้านบาท ลดลง 8.6% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นลดลง 10.9% มาอยู่ที่ 1,365 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 7,897 ล้านบาท ลดลง 1.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจากการขาดทุนสุทธิในไตรมาสนี้ 28 ล้านบาท และขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่นจากการทบทวนมูลค่าเงินลงทุนอีก 87 ล้านบาท ## สรุปท้าย INSET เผชิญความท้าทายอย่างหนักในไตรมาส 2 ปี 2565 จากต้นทุนวัตถุดิบที่พุ่งสูงขึ้นและรายได้จากการส่งออกที่ชะลอตัว ส่งผลให้บริษัทพลิกกลับมาขาดทุนสุทธิ 28 ล้านบาท แม้จะมีการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แต่ก็ยังไม่สามารถชดเชยแรงกดดันด้านต้นทุนได้ ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบและสถานการณ์การส่งออกยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ INSET ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
428.17 ล้านบาท
↓ 29.6% YoY
กำไรขั้นต้น
21.05 ล้านบาท
↓ 45.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
4.92 %
กำไรสุทธิ
3.94 ล้านบาท
↓ 65.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
0.92 %
D/E Ratio
0.43
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
428
↓ -29.6% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
21
↓ -45.4% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
4
↓ -65.5% YoY
D/E Ratio
0.43

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — INSET

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
428.17
-29.65%
608.62
+205.08%
199.50
-11.36%
225.08
-26.29%
305.37
-31.19%
443.77
-5.59%
กำไรขั้นต้น
21.05
-45.35%
38.52
+59.92%
24.09
+47.63%
16.32
-74.19%
63.22
+11.45%
56.72
+66.48%
ค่าใช้จ่ายรวม
18.31
-45.02%
33.31
+81.95%
18.30
+69.20%
10.82
-22.47%
13.95
-6.24%
14.88
-38.02%
กำไรสุทธิ
3.94
-65.50%
11.42
+59.05%
7.18
+15.75%
6.20
-84.37%
39.69
+19.24%
33.29
-21.53%
กำไรต่อหุ้น
0.01
-64.29%
0.01
+55.56%
0.01
+12.50%
0.01
-83.67%
0.05
+19.51%
0.04
-21.15%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ROE(%)
2.51
-60.47%
6.35
-24.76%
8.44
-13.08%
9.71
-48.65%
18.91
+13.03%
16.73
+163.46%
ROA(%)
2.36
-58.01%
5.62
-36.14%
8.80
-11.47%
9.94
-40.83%
16.80
+17.15%
14.34
+155.16%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
0.43
-36.76%
0.68
+83.78%
0.37
+85.00%
0.20
-23.08%
0.26
-55.93%
0.59
-13.24%
P/E
32.44
+7.63%
30.14
+72.92%
17.43
+0.93%
17.27
-23.95%
22.71
+47.09%
15.44
+22.44%
P/BV
1.00
-44.75%
1.81
+31.16%
1.38
-31.00%
2.00
-50.37%
4.03
+65.84%
2.43
BV
1.73
-0.57%
1.74
+3.57%
1.68
+2.44%
1.64
+9.33%
1.50
+5.63%
1.42
YIELD(%)
4.69
+68.71%
2.78
-21.47%
3.54
-18.81%
4.36
+143.58%
1.79
-58.76%
4.34
ราคาหุ้น
1.72
-45.22%
3.14
+35.34%
2.32
-27.50%
3.20
-47.11%
6.05
+74.86%
3.46
+33.08%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
4.92
-22.27%
6.33
-47.56%
12.07
+66.48%
7.25
-64.98%
20.70
+61.97%
12.78
+76.28%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
4.28
-21.76%
5.47
-40.41%
9.18
+90.85%
4.81
+5.25%
4.57
+36.42%
3.35
-34.44%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
0.92
-51.06%
1.88
-47.78%
3.60
+30.43%
2.76
-78.77%
13.00
+73.33%
7.50
-16.94%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.43
ROE (%)
2.51
ROA (%)
2.36
Book Value/หุ้น
1.78

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — INSET

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
1,520.26
-20.49%
1,912.08
+42.94%
1,337.72
+31.57%
1,016.75
-2.97%
1,047.89
-10.73%
1,173.85
+30.02%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
462.24
-3.53%
479.13
-12.87%
549.90
+25.66%
437.59
+160.05%
168.27
+6.44%
158.09
+11.48%
รวมสินทรัพย์
1,982.50
-17.09%
2,391.21
+26.68%
1,887.62
+29.79%
1,454.34
+19.58%
1,216.16
-8.69%
1,331.94
+27.50%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
572.66
-35.59%
889.05
+136.89%
375.30
+67.67%
223.83
+0.40%
222.95
-52.07%
465.19
+118.95%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
25.03
-67.38%
76.73
-43.70%
136.29
+549.52%
20.98
-27.38%
28.89
+4.65%
27.61
-46.76%
รวมหนี้สิน
597.68
-38.11%
965.78
+88.78%
511.58
+108.97%
244.82
-2.79%
251.84
-48.90%
492.80
+86.44%
รวมส่วนของเจ้าของ
1,384.82
-2.85%
1,425.43
+3.59%
1,376.04
+13.77%
1,209.53
+25.43%
964.32
+14.92%
839.14
+7.54%
D/E
0.43
0.68
0.37
0.20
0.26
0.59
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
2.51
6.35
8.44
9.71
18.91
16.73
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
2.36
5.62
8.80
9.94
16.80
14.34
อัตราส่วนสภาพคล่อง
2.65
2.15
3.56
4.54
4.70
2.52
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
1.53
1.06
2.25
2.50
1.76
1.28
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
267.31
135.08
0.00
0.00
102.40
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
1.71
0.03
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
201.00
97.72
0.00
0.00
115.07
0.00
วงจรเงินสด
68.01
37.38
0.00
0.00
-12.67
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,051
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+455
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — INSET

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-1,050.91
+112.80%
-493.84
-202.63%
481.20
+133.91%
205.72
-34.30%
313.14
-276.38%
-177.54
-296.35%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
455.35
+6.89%
425.99
-284.47%
-230.93
+77.19%
-130.33
+7.49%
-121.25
-174.57%
162.59
-163.85%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
382.50
+50.76%
253.71
-181.83%
-310.03
-11.20%
-349.15
-775.99%
51.65
-153.11%
-97.25
-127.15%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
-213.05
-214.64%
185.85
-410.99%
-59.76
-78.17%
-273.77
-436.91%
81.26
0.00
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
117.86
-47.65%
225.13
+358.33%
49.12
-64.72%
139.24
+25.61%
110.85
-50.30%
223.05
+28.09%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
21.76
-81.54%
117.86
-47.65%
225.13
+358.33%
49.12
-64.72%
139.24
+25.61%
110.85
-50.30%