บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน)
SET · พาณิชย์
7.60
+0.20 (+2.70%)
สรุปสั้น
กำไรเพิ่มขึ้นเกิดจากรายได้จากการขาย 11.00% เป็นผลมาจากยอดขายของสาขาเดิมที่เพิ่มขึ้น และการเปิดสาขาใหม่เพิ่ม 3 สาขา รายได้อื่นจํานวน 171.44 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.81 ล้านบาท หรือ เพิ่มขึ้น 14.57% เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของ รายได้จากการบริหารคลังสินค้าของศูนย์กระจายสินค้าวังน้อย และรายได้ส่งเสริมการขาย
กําไรขั้นต้น เพิ่มขึ้น 13.86% และคิดเป็นอัตรา 26.12% ของรายได้จากการขาย ซึ่งมีสัดส่วนเพิ่มขึ้น 0.65% เมื่อเทียบ กับระยะเวลาเดียวกันของปี 2564 เนื่องมาจากการปรับสัดส่วนและกระตุ้นยอดขายสินค้ากลุ่ม House Brand
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5725 out_tok=2397 at=2026-07-25T16:17:26 -->
# GLOBAL กำไรสุทธิปี 64 พุ่ง 70% รับรายได้โต-บริหารต้นทุนดี
## รายได้จากการขายและกำไรขั้นต้นที่สูงขึ้น หนุนผลงานปี 64 โตเด่น ขณะที่ต้นทุนทางการเงินลดลง
บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ GLOBAL รายงานผลประกอบการปี 2564 มีกำไรสุทธิรวม 3,358.97 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 70.03% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้จากการขายที่แข็งแกร่ง ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการต้นทุนสินค้าและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการลดลงของต้นทุนทางการเงิน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการให้เติบโตอย่างโดดเด่นในปีที่ผ่านมา
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ GLOBAL ในปี 2564 คือ **การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น 24.98%** ประกอบกับการ **ปรับปรุงอัตรากำไรขั้นต้นให้สูงขึ้น 1.28%** ซึ่งส่งผลให้กำไรขั้นต้นรวมเพิ่มขึ้นถึง 31.69% นอกจากนี้ การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินที่ลดลง 26.62% ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยเสริมให้กำไรสุทธิเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้จากการขายมาจากสองส่วนหลัก คือ **ยอดขายของสาขาเดิมที่เพิ่มขึ้น** และ **การเปิดสาขาใหม่ 4 แห่งในปี 2564** ซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์การปรับปรุงร้านให้ทันสมัยเพื่อดึงดูดลูกค้า และการพัฒนาช่องทางการจำหน่ายออนไลน์เพื่อเพิ่มการเข้าถึงสินค้าและบริการ การที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวสูงขึ้นนั้น มาจากการ **บริหารจัดการสินค้ากลุ่ม House Brand** ที่มีมาร์จิ้นดีขึ้น และ **ราคาเหล็กที่ปรับตัวสูงขึ้นในบางช่วง** ซึ่งเป็นสินค้าหลักของบริษัทฯ ด้านต้นทุนทางการเงินที่ลดลง เกิดจากการ **ชำระคืนเงินกู้ยืมและหุ้นกู้** ที่ครบกำหนด ทำให้ภาระดอกเบี้ยจ่ายลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยปัจจัยด้านการเติบโตของรายได้จากการขายมีแนวโน้มที่จะได้รับแรงหนุนจากการขยายสาขาอย่างต่อเนื่องตามแผน และการปรับปรุงร้านค้าให้ทันสมัยเพื่อตอบรับพฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงการพัฒนาช่องทางออนไลน์ที่ยังคงเป็นเทรนด์สำคัญ นอกจากนี้ การบริหารจัดการสินค้า House Brand และการติดตามแนวโน้มราคาวัสดุก่อสร้าง เช่น เหล็ก ยังคงเป็นกลยุทธ์ที่สามารถนำมาใช้เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้นได้ อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินที่ลดลงอาจมีข้อจำกัดหากบริษัทฯ มีแผนการลงทุนหรือขยายธุรกิจที่ต้องพึ่งพาเงินกู้ในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิปี 2564 เติบโต 70.03%** อยู่ที่ 3,358.97 ล้านบาท จาก 1,975.52 ล้านบาทในปี 2563
* **รายได้จากการขายปี 2564 เพิ่มขึ้น 24.98%** แตะ 33,497.80 ล้านบาท จาก 26,802.96 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 1.28%** อยู่ที่ 25.17% ของยอดขาย จากการบริหารสินค้า House Brand และราคาเหล็ก
* **ต้นทุนทางการเงินลดลง 26.62%** จากการชำระคืนเงินกู้และหุ้นกู้
* **เปิดสาขาใหม่ 4 แห่งในปี 2564** รวมเป็น 75 สาขาในประเทศ
* **ขยายการลงทุนในต่างประเทศ** โดยจัดตั้งบริษัทย่อยในจีนและฟิลิปปินส์ และเข้าถือหุ้นในบริษัทที่อินโดนีเซีย
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัทมีกำไรสุทธิประจำปี 2564 เท่ากับ 3,358.97 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 70.03% เมื่อเทียบกับปี 2563 โดยคิดเป็น 10.03% ของยอดขาย รายได้รวมอยู่ที่ 34,116.11 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.72% จากปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขาย 24.98% และรายได้อื่น 12.23% กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 31.69% เป็น 8,430.81 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 25.17% ของยอดขาย เพิ่มขึ้น 1.28% จากปีก่อน ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายการบริหารเพิ่มขึ้น 12.78% เป็น 3,536.36 ล้านบาท คิดเป็น 10.56% ของยอดขาย ต้นทุนทางการเงินลดลง 26.62% เป็น 180.42 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 72.24% เป็น 783.31 ล้านบาท EBITDA เพิ่มขึ้น 46.30% เป็น 5,583.59 ล้านบาท
## โอกาส
* **การขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง:** การเปิดสาขาใหม่ 4 แห่งในปี 2564 และแผนการขยายสาขาในอนาคต จะช่วยเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดและเข้าถึงลูกค้าในพื้นที่ใหม่ๆ
* **การพัฒนาช่องทางออนไลน์:** การให้ความสำคัญกับการจำหน่ายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์จะช่วยเพิ่มยอดขายและอำนวยความสะดวกให้ลูกค้า
* **การบริหารจัดการสินค้า House Brand:** การเน้นสินค้ากลุ่ม House Brand ที่มีอัตรากำไรสูง จะช่วยหนุนการทำกำไรของบริษัท
* **การขยายธุรกิจในต่างประเทศ:** การลงทุนในประเทศจีน ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย เป็นโอกาสในการสร้างการเติบโตในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** ธุรกิจค้าวัสดุก่อสร้างและตกแต่งบ้านมีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้ประกอบการรายใหญ่และรายย่อย
* **ความผันผวนของราคาวัสดุก่อสร้าง:** ราคาวัสดุก่อสร้าง เช่น เหล็ก อาจมีความผันผวนตามสภาวะตลาดโลก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนและราคาขาย
* **ผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19:** แม้สถานการณ์จะคลี่คลาย แต่การแพร่ระบาดของโรคอาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและพฤติกรรมของผู้บริโภค
* **ความเสี่ยงจากการลงทุนในต่างประเทศ:** การขยายธุรกิจในต่างประเทศมีความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ สภาพเศรษฐกิจ และการแข่งขันในแต่ละประเทศ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ยอดขายสาขาเดิม (SSS) ในปี 2565:** จะยังคงเติบโตต่อเนื่องหรือไม่ ท่ามกลางการแข่งขันและภาวะเศรษฐกิจ
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** จะสามารถรักษาหรือปรับปรุงให้ดีขึ้นได้หรือไม่ โดยเฉพาะเมื่อราคาเหล็กอาจมีความผันผวน
* **ความคืบหน้าการจัดตั้งบริษัทย่อยในฟิลิปปินส์:** และแผนการดำเนินงานในประเทศอินโดนีเซีย
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่าย:** โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายการบริหาร ท่ามกลางการขยายสาขา
* **แนวโน้มต้นทุนทางการเงิน:** หากบริษัทมีแผนการลงทุนที่ต้องพึ่งพาเงินกู้ในอนาคต
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้จากการขาย:** เพิ่มขึ้น 24.98% เป็น 33,497.80 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของยอดขายสาขาเดิมและการเปิดสาขาใหม่ 4 แห่ง
* **รายได้อื่น:** เพิ่มขึ้น 12.23% เป็น 618.31 ล้านบาท จากรายได้ส่งเสริมการขายและรายได้ค่าขนส่ง
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** เพิ่มขึ้น 1.28% เป็น 25.17% ของยอดขาย จากการบริหารจัดการสินค้า House Brand และราคาเหล็กที่ปรับตัวสูงขึ้น
* **ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายการบริหาร:** เพิ่มขึ้น 12.78% เป็น 3,536.36 ล้านบาท คิดเป็น 10.56% ของยอดขาย จากค่าใช้จ่ายเงินเดือนสาขาใหม่และค่าปรับปรุงร้าน
* **จำนวนสาขา:** สิ้นปี 2564 มี 75 สาขาในประเทศ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ 31 ธันวาคม 2564 สินทรัพย์รวมอยู่ที่ 39,274.60 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.03% โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือ 13.29% และเงินลงทุนในการร่วมค้า 79.81% หนี้สินรวมอยู่ที่ 19,438.55 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.36% ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 19,836.05 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.23% กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมการดำเนินงานเท่ากับ 3,204.31 ล้านบาท ใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 2,602.72 ล้านบาท ส่วนใหญ่เพื่อซื้อที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ รวมถึงเงินลงทุนในการร่วมค้า กระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมจัดหาเงิน 142.88 ล้านบาท ส่งผลให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ณ สิ้นปีเท่ากับ 1,694.11 ล้านบาท
## สรุปท้าย
GLOBAL โชว์ผลประกอบการปี 2564 เติบโตอย่างแข็งแกร่งด้วยกำไรสุทธิที่พุ่งสูงถึง 70% จากการขับเคลื่อนของรายได้จากการขายที่เติบโตอย่างโดดเด่น ควบคู่กับการบริหารจัดการอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้น และการลดลงของต้นทุนทางการเงิน แม้จะมีความเสี่ยงจากการแข่งขันและผันผวนของราคาวัสดุ แต่การขยายสาขา การพัฒนาช่องทางออนไลน์ และการลงทุนในต่างประเทศ ยังคงเป็นโอกาสสำคัญที่จะผลักดันการเติบโตของบริษัทในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ GLOBAL ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
7,829.45
ล้านบาท
↑ 0.5% YoY
กำไรขั้นต้น
2,046.37
ล้านบาท
↑ 2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
26.14
%
กำไรสุทธิ
429.49
ล้านบาท
↓ 18% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
5.49
%
D/E Ratio
0.56
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
7,829
↑ + 0.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
2,046
↑ + 2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
429
↓ -18%
YoY
D/E Ratio
0.56
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — GLOBAL
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.56
ROE (%)
7.82
ROA (%)
6.57
Book Value/หุ้น
4.65
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — GLOBAL
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+4,299
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1,098
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — GLOBAL
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
4,299.19
-372.15%
|
-1,579.73
-80.84%
|
-8,244.04
+938.07%
|
-794.17
-86.93%
|
-6,075.85
-225.80%
|
4,829.93
+1,189.29%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
1,097.92
+24.75%
|
880.08
-39.48%
|
1,454.13
+58.24%
|
918.95
+97.23%
|
465.92
-118.86%
|
-2,469.85
+190.19%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-3,840.05
-952.06%
|
450.68
-93.29%
|
6,718.51
+1,286.46%
|
484.58
-92.11%
|
6,138.36
-352.43%
|
-2,431.75
-271.58%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
1,560.91
-692.87%
|
-263.28
+166.91%
|
-98.64
-57.08%
|
-229.83
-146.64%
|
492.80
-757.24%
|
-74.98
-111.76%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,661.20
+57.80%
|
1,052.70
-8.26%
|
1,147.44
-32.27%
|
1,694.12
+38.38%
|
1,224.29
-5.77%
|
1,299.27
+96.38%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
2,029.30
+22.16%
|
1,661.20
+57.80%
|
1,052.70
-8.26%
|
1,147.44
-32.27%
|
1,694.12
+38.38%
|
1,224.29
-5.77%
|