บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน)
SET · พาณิชย์
7.60
+0.20 (+2.70%)
สรุปสั้น
กำไรเพิ่มขึ้นเกิดจากรายได้จากการขาย 11.00% เป็นผลมาจากยอดขายของสาขาเดิมที่เพิ่มขึ้น และการเปิดสาขาใหม่เพิ่ม 3 สาขา รายได้อื่นจํานวน 171.44 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.81 ล้านบาท หรือ เพิ่มขึ้น 14.57% เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของ รายได้จากการบริหารคลังสินค้าของศูนย์กระจายสินค้าวังน้อย และรายได้ส่งเสริมการขาย
กําไรขั้นต้น เพิ่มขึ้น 13.86% และคิดเป็นอัตรา 26.12% ของรายได้จากการขาย ซึ่งมีสัดส่วนเพิ่มขึ้น 0.65% เมื่อเทียบ กับระยะเวลาเดียวกันของปี 2564 เนื่องมาจากการปรับสัดส่วนและกระตุ้นยอดขายสินค้ากลุ่ม House Brand
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6512 out_tok=2917 at=2026-07-25T15:03:14 -->
# GLOBAL กำไร Q3/2566 ดิ่ง 32.3% รับยอดขายวูบ-ต้นทุนพุ่ง
## รายได้หด-ต้นทุนบานฉายภาพ Q3 GLOBAL กำไรสุทธิวูบ 32.3% จับตาแรงกดดันต้นทุนสินค้า-ค่าใช้จ่ายดำเนินงาน
บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ GLOBAL รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 527.30 ล้านบาท ลดลง 32.30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายที่ลดลง 10.16% ประกอบกับต้นทุนขายที่ปรับตัวสูงขึ้น และค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายและบริหารที่เพิ่มขึ้น แม้จะมีการเปิดสาขาใหม่เพิ่มขึ้นก็ตาม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ GLOBAL ในไตรมาส 3 ปี 2566 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ มาจาก **การหดตัวของรายได้จากการขาย** ควบคู่ไปกับ **แรงกดดันด้านต้นทุนสินค้าและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น**
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
1. **รายได้จากการขายลดลง:** สาเหตุหลักมาจากการลดลงของยอดขายจากสาขาเดิม (Same Store Sales - SSS) แม้ว่าบริษัทฯ จะมีการเปิดสาขาใหม่เพิ่มขึ้น 4 สาขาในช่วงเวลาดังกล่าว สะท้อนถึงกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อปริมาณการขายสินค้าของบริษัทฯ
2. **อัตรากำไรขั้นต้นปรับลดลง:** แม้ว่าต้นทุนขายโดยรวมจะลดลงตามยอดขาย แต่เมื่อคิดเป็นสัดส่วนต่อรายได้จากการขาย กลับพบว่าอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 25.75% ในปีก่อน มาอยู่ที่ 25.40% ในงวด 9 เดือน และ 25.86% ในไตรมาส 3 ปีนี้ ปัจจัยสำคัญคือการปรับลดราคาสินค้ากลุ่มเหล็กตามราคาตลาดโลก ซึ่งกดดันอัตรากำไรให้ต่ำลง
3. **ค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายและบริหารเพิ่มขึ้น:** ค่าใช้จ่ายกลุ่มนี้เพิ่มขึ้นทั้งในเชิงมูลค่าและสัดส่วนต่อยอดขาย โดยเฉพาะในงวด 9 เดือนที่เพิ่มขึ้น 8.77% และในไตรมาส 3 ที่เพิ่มขึ้น 8.13% สาเหตุหลักมาจากค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเปิดสาขาใหม่ 4 สาขา ได้แก่ เงินเดือนพนักงาน ค่าไฟฟ้าและสาธารณูปโภค และค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขาย รวมถึงต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืม
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม**
* **รายได้จากการขาย:** การฟื้นตัวของกำลังซื้อผู้บริโภคเป็นปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลต่อยอดขายสาขาเดิม ซึ่งยังคงมีความไม่แน่นอนตามภาวะเศรษฐกิจ
* **ต้นทุนสินค้า:** การปรับลดราคาสินค้ากลุ่มเหล็กตามราคาตลาดโลกเป็นปัจจัยที่อาจผันผวนตามสภาวะตลาดโลก
* **ค่าใช้จ่ายดำเนินงาน:** ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเปิดสาขาใหม่มีแนวโน้มจะคงอยู่ แต่หากยอดขายสาขาใหม่สามารถเติบโตได้ดี จะช่วยกระจายต้นทุนได้ดีขึ้น
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/2566 ลดลง 32.30% YoY** อยู่ที่ 527.30 ล้านบาท จาก 778.84 ล้านบาทในปีก่อน
* **กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2566 ลดลง 28.76% YoY** อยู่ที่ 2,118.61 ล้านบาท จาก 2,973.96 ล้านบาท
* **รายได้จากการขาย Q3/2566 หดตัว 10.16% YoY** อยู่ที่ 7,340.46 ล้านบาท และ **9 เดือนแรกหดตัว 8.31% YoY** อยู่ที่ 24,777.14 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) งวด 9 เดือน อยู่ที่ 25.40%** ลดลงจาก 26.12% ในปีก่อน
* **ค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายและบริหาร (SG&A) งวด 9 เดือน เพิ่มขึ้น 8.77% YoY** คิดเป็น 12.90% ของยอดขาย
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 44.88% YoY** ในงวด 9 เดือนแรก จากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
* **บริษัทฯ เปิดสาขาใหม่เพิ่ม 4 สาขา** ในช่วง 9 เดือนแรก ทำให้มีจำนวนสาขารวม 81 สาขา
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ GLOBAL รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 527.30 ล้านบาท ลดลง 32.30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยคิดเป็น 7.18% ของยอดขาย สำหรับงวดเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2566 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 2,118.61 ล้านบาท ลดลง 28.76% YoY คิดเป็น 8.55% ของยอดขาย
รายได้จากการขายในไตรมาส 3/2566 อยู่ที่ 7,340.46 ล้านบาท ลดลง 10.16% YoY และสำหรับงวดเก้าเดือนอยู่ที่ 24,777.14 ล้านบาท ลดลง 8.31% YoY ซึ่งเป็นผลมาจากการลดลงของยอดขายจากสาขาเดิม แม้จะมีการเปิดสาขาใหม่เพิ่มขึ้นก็ตาม
อัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาส 3/2566 อยู่ที่ 25.86% และงวดเก้าเดือนอยู่ที่ 25.40% ปรับลดลงจากปีก่อน โดยมีสาเหตุมาจากการปรับลดราคาสินค้ากลุ่มเหล็กตามราคาตลาดโลก
ในขณะที่ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายการบริหาร (ไม่รวมค่าเสื่อมราคาและรายการพิเศษ) ในไตรมาส 3/2566 เพิ่มขึ้น 8.13% YoY และงวดเก้าเดือนเพิ่มขึ้น 8.77% YoY คิดเป็นสัดส่วนต่อยอดขายที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายเงินเดือนพนักงาน ค่าไฟฟ้า และค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขายที่เกี่ยวข้องกับการเปิดสาขาใหม่
ต้นทุนทางการเงินในไตรมาส 3/2566 เพิ่มขึ้น 52.47% YoY และงวดเก้าเดือนเพิ่มขึ้น 44.88% YoY เนื่องจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืม
## โอกาส
* **การขยายสาขา:** การเปิดสาขาใหม่ 4 สาขาในช่วง 9 เดือนแรก เป็นการเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าและขยายฐานรายได้ในระยะยาว
* **การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง:** อัตราส่วนสภาพคล่องที่คงที่สะท้อนถึงการบริหารจัดการสินค้าคงคลังตามนโยบายที่วางไว้
* **การปรับโครงสร้างหนี้:** การลดลงของอัตราส่วนหนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) จาก 0.77 เป็น 0.64 สะท้อนถึงการบริหารจัดการหนี้สินที่มีประสิทธิภาพ
## ความเสี่ยง
* **กำลังซื้อผู้บริโภคชะลอตัว:** ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่กดดันยอดขายของบริษัทฯ
* **ความผันผวนของราคาเหล็ก:** การปรับลดราคาสินค้ากลุ่มเหล็กตามราคาตลาดโลกส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น:** การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืมส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินของบริษัทฯ เพิ่มสูงขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น:** ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเปิดสาขาใหม่และค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภคยังคงเป็นแรงกดดันต่ออัตรากำไร
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มกำลังซื้อผู้บริโภค:** การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและกำลังซื้อจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อยอดขายสาขาเดิม
* **การบริหารจัดการต้นทุนสินค้า:** ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนสินค้า โดยเฉพาะกลุ่มเหล็ก ท่ามกลางความผันผวนของราคาตลาดโลก
* **ประสิทธิภาพของสาขาใหม่:** การเติบโตของยอดขายจากสาขาที่เปิดใหม่ 4 สาขา จะช่วยกระจายต้นทุนและเพิ่มผลกำไรในระยะยาว
* **ทิศทางอัตราดอกเบี้ย:** การเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยจะส่งผลต่อต้นทุนทางการเงินของบริษัทฯ
* **แผนการเปิดสาขาในอนาคต:** กลยุทธ์การขยายสาขาและการบริหารจัดการเครือข่ายสาขา
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้จากการขาย:** ลดลง 10.16% YoY ใน Q3/2566 และ 8.31% YoY ใน 9 เดือนแรก เป็นผลจากยอดขายสาขาเดิมที่ลดลง แม้จะมีการเปิดสาขาใหม่ 4 สาขา
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM):** ลดลงเล็กน้อยในงวด 9 เดือน (25.40% vs 26.12%) เนื่องจากมีการปรับลดราคาสินค้ากลุ่มเหล็กตามราคาตลาดโลก
* **ต้นทุนขาย:** ลดลงตามยอดขาย แต่สัดส่วนต่อรายได้ยังคงเป็นปัจจัยกดดัน GPM
* **ค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายและบริหาร (SG&A):** เพิ่มขึ้นทั้งมูลค่าและสัดส่วนต่อยอดขาย (14.78% ใน Q3/2566 vs 12.28% ใน Q3/2565) จากค่าใช้จ่ายพนักงาน ค่าไฟฟ้า และค่าส่งเสริมการขายของสาขาใหม่
* **จำนวนสาขา:** ณ สิ้น Q3/2566 มี 81 สาขา เพิ่มขึ้น 4 สาขาจากปีก่อน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ 30 ก.ย. 2566 อยู่ที่ 37,786.57 ล้านบาท ลดลง 3.48% จากสิ้นปี 2565 ส่วนใหญ่มาจากการลดลงของสินค้าคงเหลือและเงินสด
* **หนี้สินรวม:** อยู่ที่ 14,710.34 ล้านบาท ลดลง 13.76% จากสิ้นปี 2565 โดยมีการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะสั้นและยาว
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** เพิ่มขึ้น 4.46% จากสิ้นปี 2565 อยู่ที่ 23,076.22 ล้านบาท
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio):** ลดลงจาก 0.77 เป็น 0.64 สะท้อนการบริหารจัดการหนี้สินที่ดีขึ้น
* **กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน:** 9 เดือนแรกปี 2566 อยู่ที่ 5,658.27 ล้านบาท
* **กระแสเงินสดจากการลงทุน:** ใช้ไป 1,859.35 ล้านบาท ส่วนใหญ่เพื่อซื้อที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์
* **กระแสเงินสดจากการจัดหาเงิน:** ใช้ไป 4,148.08 ล้านบาท ส่วนใหญ่เพื่อชำระคืนเงินกู้ยืมและจ่ายเงินปันผล
* **เงินสดและรายการเทียบเท่า:** ณ 30 ก.ย. 2566 อยู่ที่ 818.05 ล้านบาท
## สรุปท้าย
GLOBAL เผชิญแรงกดดันจากกำลังซื้อผู้บริโภคที่ชะลอตัว ส่งผลให้รายได้จากการขายในไตรมาส 3 ปี 2566 หดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับต้นทุนสินค้ากลุ่มเหล็กที่ปรับลดลงตามตลาดโลก และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นจากการขยายสาขาใหม่ ทำให้กำไรสุทธิลดลง 32.30% YoY แม้บริษัทฯ จะมีการบริหารจัดการหนี้สินที่ดีขึ้นและมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง แต่ความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจและทิศทางราคาเหล็กยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ GLOBAL ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
7,829.45
ล้านบาท
↑ 0.5% YoY
กำไรขั้นต้น
2,046.37
ล้านบาท
↑ 2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
26.14
%
กำไรสุทธิ
429.49
ล้านบาท
↓ 18% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
5.49
%
D/E Ratio
0.56
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
7,829
↑ + 0.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
2,046
↑ + 2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
429
↓ -18%
YoY
D/E Ratio
0.56
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — GLOBAL
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.56
ROE (%)
7.82
ROA (%)
6.57
Book Value/หุ้น
4.65
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — GLOBAL
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+4,299
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1,098
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — GLOBAL
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
4,299.19
-372.15%
|
-1,579.73
-80.84%
|
-8,244.04
+938.07%
|
-794.17
-86.93%
|
-6,075.85
-225.80%
|
4,829.93
+1,189.29%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
1,097.92
+24.75%
|
880.08
-39.48%
|
1,454.13
+58.24%
|
918.95
+97.23%
|
465.92
-118.86%
|
-2,469.85
+190.19%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-3,840.05
-952.06%
|
450.68
-93.29%
|
6,718.51
+1,286.46%
|
484.58
-92.11%
|
6,138.36
-352.43%
|
-2,431.75
-271.58%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
1,560.91
-692.87%
|
-263.28
+166.91%
|
-98.64
-57.08%
|
-229.83
-146.64%
|
492.80
-757.24%
|
-74.98
-111.76%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,661.20
+57.80%
|
1,052.70
-8.26%
|
1,147.44
-32.27%
|
1,694.12
+38.38%
|
1,224.29
-5.77%
|
1,299.27
+96.38%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
2,029.30
+22.16%
|
1,661.20
+57.80%
|
1,052.70
-8.26%
|
1,147.44
-32.27%
|
1,694.12
+38.38%
|
1,224.29
-5.77%
|