บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน)
SET · พาณิชย์
7.60
+0.20 (+2.70%)
สรุปสั้น
กำไรเพิ่มขึ้นเกิดจากรายได้จากการขาย 11.00% เป็นผลมาจากยอดขายของสาขาเดิมที่เพิ่มขึ้น และการเปิดสาขาใหม่เพิ่ม 3 สาขา รายได้อื่นจํานวน 171.44 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.81 ล้านบาท หรือ เพิ่มขึ้น 14.57% เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของ รายได้จากการบริหารคลังสินค้าของศูนย์กระจายสินค้าวังน้อย และรายได้ส่งเสริมการขาย
กําไรขั้นต้น เพิ่มขึ้น 13.86% และคิดเป็นอัตรา 26.12% ของรายได้จากการขาย ซึ่งมีสัดส่วนเพิ่มขึ้น 0.65% เมื่อเทียบ กับระยะเวลาเดียวกันของปี 2564 เนื่องมาจากการปรับสัดส่วนและกระตุ้นยอดขายสินค้ากลุ่ม House Brand
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5484 out_tok=2407 at=2026-07-25T16:51:02 -->
GLOBAL กำไรสุทธิ Q1/2566 ดิ่ง 23.8% รับยอดขายวูบ-เหล็กราคาลง
ฝ่ายจัดการชี้ปัจจัยหลักจากสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและการปรับลดราคาสินค้ากลุ่มเหล็กตามตลาดโลก ส่งผลกระทบต่อภาพรวมยอดขายและกำไรขั้นต้น ขณะที่ต้นทุนค่าใช้จ่ายการบริหารเพิ่มขึ้นจากการขยายสาขาใหม่
บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ GLOBAL รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 886.25 ล้านบาท ลดลง 23.82% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้รวม 9,103.87 ล้านบาท ลดลง 7.15% เป็นผลมาจากยอดขายที่ลดลง ประกอบกับการปรับลดราคาสินค้ากลุ่มเหล็กตามราคาตลาดโลก ซึ่งส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 11.08% ขณะที่ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายการบริหารปรับเพิ่มขึ้น 6.41% จากการเปิดสาขาใหม่ 2 แห่ง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ GLOBAL ในไตรมาส 1 ปี 2566 ปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ มาจาก **การหดตัวของรายได้จากการขายและอัตรากำไรขั้นต้น** ซึ่งเป็นผลกระทบโดยตรงจากสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และการปรับลดราคาสินค้ากลุ่มเหล็กตามราคาตลาดโลก
ปัจจัยที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนี้ เริ่มต้นจากการที่สภาวะเศรษฐกิจโดยรวมชะลอตัว ส่งผลให้กำลังซื้อของผู้บริโภคลดลง ความต้องการสินค้าก่อสร้างและวัสดุตกแต่งบ้านจึงลดลงตามไปด้วย ประกอบกับราคาเหล็กในตลาดโลกที่ปรับตัวลดลง ทำให้บริษัทฯ ต้องปรับลดราคาสินค้ากลุ่มเหล็กเพื่อรักษาส่วนแบ่งทางการตลาด ซึ่งทั้งสองปัจจัยนี้ส่งผลให้ **ยอดขายรวมลดลง 7.27%** และ **กำไรขั้นต้นลดลง 11.08%** โดยอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) หดตัวจาก 26.12% ในปีก่อน เหลือ 25.05% ในไตรมาสนี้ นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยด้าน **ต้นทุนค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายการบริหารที่เพิ่มขึ้น 6.41%** ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการเปิดสาขาใหม่ 2 แห่ง ทำให้มีค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรเพิ่มขึ้น
สำหรับโอกาสที่จะเกิดขึ้นต่อเนื่องนั้น **ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** เนื่องจากปัจจัยหลักที่กดดันผลประกอบการในไตรมาสนี้ คือ สภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยาก และการปรับลดราคาสินค้ากลุ่มเหล็กก็ขึ้นอยู่กับทิศทางราคาตลาดโลก หากสภาวะเศรษฐกิจยังคงชะลอตัวต่อเนื่อง และราคาเหล็กยังคงทรงตัวในระดับต่ำ ก็อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในระยะต่อไปได้ อย่างไรก็ตาม การขยายสาขาใหม่ 2 แห่ง อาจเป็นปัจจัยหนุนการเติบโตในระยะยาว หากสามารถบริหารจัดการต้นทุนและสร้างยอดขายได้ตามเป้า
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 23.82%** อยู่ที่ 886.25 ล้านบาท จาก 1,163.36 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวมลดลง 7.15%** อยู่ที่ 9,103.87 ล้านบาท จาก 9,805.13 ล้านบาท
* **กำไรขั้นต้นลดลง 11.08%** อยู่ที่ 2,237.79 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) หดตัวจาก 26.12% เป็น 25.05%
* **ต้นทุนขายลดลง 5.92%** อยู่ที่ 6,695.63 ล้านบาท
* **ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายการบริหารเพิ่มขึ้น 6.41%** อยู่ที่ 991.94 ล้านบาท
* **EBITDA ลดลง 18.94%** อยู่ที่ 1,446.59 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัทฯ มีผลกำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 1 ปี 2566 เท่ากับ 886.25 ล้านบาท ลดลง 23.82% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยคิดเป็น 9.92% ของยอดขายรวม รายได้รวมอยู่ที่ 9,103.87 ล้านบาท ลดลง 7.15% จากปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากรายได้จากการขายที่ลดลง 7.27% และรายได้อื่นที่ลดลงเล็กน้อย กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 2,237.79 ล้านบาท ลดลง 11.08% คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 25.05% ซึ่งลดลงจาก 26.12% ในปีก่อน ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายการบริหารเพิ่มขึ้น 6.41% เป็น 991.94 ล้านบาท คิดเป็น 11.10% ของยอดขาย โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายเงินเดือนพนักงานของสาขาที่เปิดใหม่ ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 41.40% เป็น 63.78 ล้านบาท เนื่องจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืม
## โอกาส
* **การขยายสาขา:** การเปิดสาขาใหม่ 2 แห่งในปี 2566 เป็นการเพิ่มศักยภาพในการเข้าถึงลูกค้าและขยายฐานรายได้ในระยะยาว
* **นโยบายบริหารจัดการสินค้าคงเหลือ:** การปรับปรุงนโยบายการบริหารจัดการสินค้าคงเหลือ อาจช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานและลดต้นทุนในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **สภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว:** เป็นปัจจัยภายนอกที่ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและความต้องการสินค้าโดยรวม
* **ความผันผวนของราคาเหล็ก:** การปรับลดราคาสินค้ากลุ่มเหล็กตามราคาตลาดโลกส่งผลโดยตรงต่อรายได้และกำไรขั้นต้น
* **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น:** การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืมส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มสูงขึ้น
* **การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายการบริหาร:** การเปิดสาขาใหม่ส่งผลให้มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยและกำลังซื้อของผู้บริโภค
* ทิศทางราคาเหล็กในตลาดโลก และผลกระทบต่อกลยุทธ์การตั้งราคาของบริษัท
* ผลการดำเนินงานของสาขาที่เปิดใหม่ 2 แห่ง และความสามารถในการสร้างยอดขายและกำไร
* การบริหารจัดการต้นทุนค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายการบริหาร
* แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืมของสถาบันการเงิน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**รายได้และยอดขายสาขาเดิม (SSS):** แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุตัวเลข SSS โดยตรง แต่การที่รายได้รวมลดลง 7.15% และรายได้จากการขายลดลง 7.27% บ่งชี้ถึงแรงกดดันต่อยอดขายโดยรวม ซึ่งอาจรวมถึงยอดขายจากสาขาเดิมที่อาจไม่เติบโตหรือหดตัวตามสภาวะเศรษฐกิจ
**จำนวนสาขา/Capacity:** บริษัทฯ มีจำนวนสาขารวม 78 สาขา เพิ่มขึ้น 2 สาขาจากปีก่อน การขยายสาขาใหม่นี้เป็นการเพิ่ม Capacity ในการให้บริการและเข้าถึงลูกค้าในพื้นที่ใหม่ๆ
**อัตรากำไรขั้นต้น (GPM):** อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 26.12% เป็น 25.05% ซึ่งเป็นผลกระทบโดยตรงจากการปรับลดราคาสินค้ากลุ่มเหล็กตามราคาตลาดโลก และอาจรวมถึงการบริหารจัดการสต็อกสินค้าที่ต้องมีการปรับลดราคาเพื่อระบายสินค้า
**ต้นทุนแรงงาน:** มีการกล่าวถึงค่าใช้จ่ายกลุ่มเงินเดือนพนักงานของสาขาที่เปิดใหม่ 2 สาขา เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายการบริหารที่เพิ่มขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 38,369.11 ล้านบาท ลดลง 1.99% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของสินค้าคงเหลือ 1,582.86 ล้านบาท ตามนโยบายการบริหารจัดการสินค้าคงเหลือ หนี้สินรวมอยู่ที่ 15,399.73 ล้านบาท ลดลง 9.72% จากสิ้นปี 2565 โดยมีการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะสั้นและระยะยาว ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 3.97% เป็น 22,969.38 ล้านบาท อัตราส่วนหนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้นรวม (D/E Ratio) ลดลงจาก 0.77 เป็น 0.67 ซึ่งสะท้อนถึงการลดลงของภาระหนี้สิน
ในส่วนของกระแสเงินสด สำหรับงวด 3 เดือนแรกปี 2566 บริษัทมีกระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมการดำเนินงาน 3,421.44 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากปีก่อน ซึ่งส่วนใหญ่ใช้ไปในการชำระคืนเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินทั้งระยะสั้นและระยะยาว ทำให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ณ สิ้นไตรมาสอยู่ที่ 1,400.64 ล้านบาท
## สรุปท้าย
ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 ของ GLOBAL ได้รับแรงกดดันจากปัจจัยภายนอกอย่างสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและการปรับลดราคาสินค้ากลุ่มเหล็ก ส่งผลให้รายได้และกำไรขั้นต้นลดลง แม้จะมีการขยายสาขาใหม่เพื่อเพิ่มศักยภาพการเติบโตในอนาคต แต่ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาตลาดและแนวโน้มเศรษฐกิจยังคงเป็นสิ่งที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด การบริหารจัดการต้นทุนและสต็อกสินค้า รวมถึงการสร้างยอดขายจากสาขาใหม่ จะเป็นกุญแจสำคัญในการฟื้นฟูผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ GLOBAL ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
7,829.45
ล้านบาท
↑ 0.5% YoY
กำไรขั้นต้น
2,046.37
ล้านบาท
↑ 2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
26.14
%
กำไรสุทธิ
429.49
ล้านบาท
↓ 18% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
5.49
%
D/E Ratio
0.56
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
7,829
↑ + 0.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
2,046
↑ + 2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
429
↓ -18%
YoY
D/E Ratio
0.56
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — GLOBAL
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.56
ROE (%)
7.82
ROA (%)
6.57
Book Value/หุ้น
4.65
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — GLOBAL
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+4,299
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1,098
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — GLOBAL
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
4,299.19
-372.15%
|
-1,579.73
-80.84%
|
-8,244.04
+938.07%
|
-794.17
-86.93%
|
-6,075.85
-225.80%
|
4,829.93
+1,189.29%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
1,097.92
+24.75%
|
880.08
-39.48%
|
1,454.13
+58.24%
|
918.95
+97.23%
|
465.92
-118.86%
|
-2,469.85
+190.19%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-3,840.05
-952.06%
|
450.68
-93.29%
|
6,718.51
+1,286.46%
|
484.58
-92.11%
|
6,138.36
-352.43%
|
-2,431.75
-271.58%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
1,560.91
-692.87%
|
-263.28
+166.91%
|
-98.64
-57.08%
|
-229.83
-146.64%
|
492.80
-757.24%
|
-74.98
-111.76%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,661.20
+57.80%
|
1,052.70
-8.26%
|
1,147.44
-32.27%
|
1,694.12
+38.38%
|
1,224.29
-5.77%
|
1,299.27
+96.38%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
2,029.30
+22.16%
|
1,661.20
+57.80%
|
1,052.70
-8.26%
|
1,147.44
-32.27%
|
1,694.12
+38.38%
|
1,224.29
-5.77%
|