บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน)
SET · พาณิชย์
7.60
+0.20 (+2.70%)
สรุปสั้น
กำไรเพิ่มขึ้นเกิดจากรายได้จากการขาย 11.00% เป็นผลมาจากยอดขายของสาขาเดิมที่เพิ่มขึ้น และการเปิดสาขาใหม่เพิ่ม 3 สาขา รายได้อื่นจํานวน 171.44 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.81 ล้านบาท หรือ เพิ่มขึ้น 14.57% เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของ รายได้จากการบริหารคลังสินค้าของศูนย์กระจายสินค้าวังน้อย และรายได้ส่งเสริมการขาย
กําไรขั้นต้น เพิ่มขึ้น 13.86% และคิดเป็นอัตรา 26.12% ของรายได้จากการขาย ซึ่งมีสัดส่วนเพิ่มขึ้น 0.65% เมื่อเทียบ กับระยะเวลาเดียวกันของปี 2564 เนื่องมาจากการปรับสัดส่วนและกระตุ้นยอดขายสินค้ากลุ่ม House Brand
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6629 out_tok=2425 at=2026-07-25T05:42:27 -->
# GLOBAL กำไร Q2/66 ดิ่ง 31.66% รับยอดขายวูบ-ต้นทุนพุ่ง
## รายได้-กำไรหดตัวแรง YoY เหตุยอดขายสาขาเดิมลด-ต้นทุนพุ่ง ฝ่ายจัดการชี้ปัจจัยเหล็กกดดันมาร์จิ้น
บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ GLOBAL รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 705.06 ล้านบาท ลดลง 31.66% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากยอดขายที่ลดลงทั้งจากสาขาเดิมและผลกระทบจากการปรับลดราคาสินค้ากลุ่มเหล็กตามราคาตลาดโลก ขณะที่ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายบริหารปรับสูงขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ GLOBAL ในไตรมาส 2/2566 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ มาจาก **รายได้จากการขายที่หดตัวลงอย่างต่อเนื่อง** ประกอบกับ **อัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง** ซึ่งเป็นผลกระทบโดยตรงจากการปรับลดราคาสินค้ากลุ่มเหล็กตามราคาตลาดโลก
ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อรายได้จากการขายคือ **ยอดขายของสาขาเดิม (Same Store Sales หรือ SSS) ที่ลดลง** แม้ว่าบริษัทจะมีการเปิดสาขาใหม่เพิ่มขึ้น 3 สาขาในช่วงไตรมาสนี้ก็ตาม การลดลงของ SSS สะท้อนถึงกำลังซื้อที่อาจชะลอตัว หรือการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในตลาดวัสดุก่อสร้างและของตกแต่งบ้าน
ขณะเดียวกัน อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ก็ปรับลดลงจาก 26.45% ในไตรมาส 2/2565 มาอยู่ที่ 25.39% ในไตรมาส 2/2566 คิดเป็นการลดลง 1.06% ซึ่งฝ่ายจัดการระบุชัดเจนว่ามีสาเหตุมาจากการ **ปรับลดราคาสินค้ากลุ่มเหล็กตามราคาตลาดโลก** ทำให้รายได้จากการขายที่ลดลงส่งผลกระทบต่อกำไรขั้นต้นโดยตรง
นอกจากนี้ ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายบริหาร (ไม่รวมค่าเสื่อมราคาฯ) ยังปรับเพิ่มขึ้น 11.61% ในไตรมาส 2/2566 เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากค่าใช้จ่ายกลุ่มเงินเดือนพนักงานของสาขาที่เปิดใหม่ ค่าไฟฟ้าที่ปรับเพิ่มขึ้นตามค่า FT และค่าใช้จ่ายทางการตลาด ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันกำไรสุทธิเพิ่มเติม
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:** ปัจจัยด้านการปรับลดราคาสินค้ากลุ่มเหล็กตามราคาตลาดโลกนั้น **มีลักษณะเป็นครั้งคราว** ขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดโลก อย่างไรก็ตาม การที่ยอดขายสาขาเดิมลดลงนั้น **ยังไม่ชัดเจนว่าจะต่อเนื่องหรือไม่** ต้องติดตามแนวโน้มกำลังซื้อและกลยุทธ์การบริหารจัดการสินค้าของบริษัทในไตรมาสถัดไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 31.66% YoY:** ในไตรมาส 2/2566 มีกำไรสุทธิ 705.06 ล้านบาท ลดลง 326.70 ล้านบาท จาก 1,031.76 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการขายหดตัว 7.77% YoY:** ไตรมาส 2/2566 ทำรายได้จากการขาย 8,503.26 ล้านบาท ลดลง 716.28 ล้านบาท จาก 9,219.54 ล้านบาทในปีก่อน
* **อัตรากำไรขั้นต้นลดลง:** อยู่ที่ 25.39% ลดลง 1.06% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีสาเหตุจากการปรับลดราคาสินค้ากลุ่มเหล็ก
* **ต้นทุนขายและบริหารเพิ่มขึ้น:** ต้นทุนขายลดลงตามยอดขาย แต่ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มขึ้น 11.61% YoY
* **เปิดสาขาใหม่ 3 แห่ง:** จำนวนสาขารวมเพิ่มเป็น 79 สาขา ณ สิ้นไตรมาส 2/2566
* **หนี้สินรวมลดลง:** อัตราส่วนหนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้นรวม (D/E Ratio) อยู่ที่ 0.68 เท่า ลดลงจาก 0.77 เท่า ณ สิ้นปี 2565
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับผลประกอบการไตรมาส 2/2566 บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) มีกำไรสุทธิรวม 705.06 ล้านบาท ลดลง 31.66% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขาย 8,503.26 ล้านบาท ลดลง 7.77% ซึ่งเป็นผลมาจากยอดขายของสาขาเดิมที่ลดลง แม้จะมีการเปิดสาขาใหม่เพิ่มขึ้นก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นลดลงมาอยู่ที่ 25.39% เนื่องจากผลกระทบจากการปรับลดราคาสินค้ากลุ่มเหล็กตามราคาตลาดโลก ขณะที่ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายบริหารปรับเพิ่มขึ้น 11.61% จากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายเงินเดือนพนักงาน ค่าไฟฟ้า และค่าการตลาด
สำหรับงวดหกเดือนแรกของปี 2566 บริษัทมีกำไรสุทธิรวม 1,591.31 ล้านบาท ลดลง 27.51% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขาย 17,436.68 ล้านบาท ลดลง 7.51% และอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 25.21% ลดลง 1.07%
## โอกาส
* **การขยายสาขา:** การเปิดสาขาใหม่ 3 แห่งในไตรมาสนี้ แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการขยายฐานลูกค้าและเพิ่มรายได้ในระยะยาว
* **การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง:** การลดลงของสินค้าคงเหลือ 14.61% จากสิ้นปี 2565 และการเปลี่ยนแปลงในสินค้าคงคลังที่ส่งผลบวกต่อกระแสเงินสด บ่งชี้ถึงการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
* **การบริหารหนี้สิน:** การชำระคืนเงินกู้ยืมระยะสั้นและระยะยาว ส่งผลให้ D/E Ratio ลดลง สะท้อนถึงฐานะการเงินที่แข็งแกร่งขึ้น
## ความเสี่ยง
* **กำลังซื้อชะลอตัว:** ยอดขายสาขาเดิมที่ลดลง อาจสะท้อนถึงกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่
* **ความผันผวนของราคาเหล็ก:** การปรับลดราคาสินค้ากลุ่มเหล็กตามราคาตลาดโลกส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* **ต้นทุนค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น:** การปรับเพิ่มค่า FT ส่งผลกระทบต่อต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายบริหาร
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันที่รุนแรงอาจกดดันราคาขายและส่วนแบ่งการตลาด
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มยอดขายสาขาเดิม (SSS):** จะสามารถกลับมาเติบโตได้หรือไม่ในไตรมาสถัดไป
* **ทิศทางราคาเหล็กในตลาดโลก:** จะส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทอย่างไร
* **ผลกระทบจากค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น:** จะมีมาตรการบริหารจัดการต้นทุนอย่างไร
* **แผนการตลาดและการส่งเสริมการขาย:** เพื่อกระตุ้นยอดขายและรักษาส่วนแบ่งการตลาด
* **การบริหารจัดการต้นทุนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับสาขาใหม่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**รายได้จากการขาย:** ลดลง 7.77% YoY เป็นผลมาจากยอดขายของสาขาเดิมที่ลดลง แม้จะมีการเปิดสาขาใหม่ 3 แห่ง ซึ่งสะท้อนถึงความท้าทายในการรักษาฐานลูกค้าเดิมและกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย
**อัตรากำไรขั้นต้น:** ลดลง 1.06% YoY เนื่องจากผลกระทบจากการปรับลดราคาสินค้ากลุ่มเหล็กตามราคาตลาดโลก ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยาก
**ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายบริหาร:** เพิ่มขึ้น 11.61% YoY โดยมีสาเหตุหลักจากค่าใช้จ่ายเงินเดือนพนักงานสาขาใหม่ ค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น และค่าใช้จ่ายทางการตลาด ซึ่งเป็นต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากการขยายธุรกิจและการปรับตัวตามสภาวะเศรษฐกิจ
**จำนวนสาขา:** เพิ่มขึ้นเป็น 79 สาขา ณ สิ้นไตรมาส 2/2566 แสดงถึงการลงทุนเพื่อการเติบโตในระยะยาว
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 37,817.21 ล้านบาท ลดลง 3.40% จากสิ้นปี 2565 โดยหลักมาจากการลดลงของสินค้าคงเหลือ 14.61% และการเพิ่มขึ้นของที่ดินอาคารและอุปกรณ์ หนี้สินรวมอยู่ที่ 15,307.30 ล้านบาท ลดลง 10.26% จากสิ้นปี 2565 โดยเฉพาะการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะสั้นและยาว ส่งผลให้ D/E Ratio ลดลงมาอยู่ที่ 0.68 เท่า
กระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมการดำเนินงาน 4,977.65 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการบริหารจัดการสินค้าคงคลังที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ บริษัทใช้เงินสดไปในกิจกรรมลงทุน 1,279.14 ล้านบาท เพื่อซื้อที่ดินอาคารและอุปกรณ์ และใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน 3,623.43 ล้านบาท ส่วนใหญ่เพื่อชำระคืนเงินกู้ยืมและจ่ายเงินปันผล ทำให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ณ สิ้นไตรมาสอยู่ที่ 1,227.53 ล้านบาท
## สรุปท้าย
ผลประกอบการของ GLOBAL ในไตรมาส 2/2566 ได้รับแรงกดดันจากยอดขายที่ลดลงและอัตรากำไรขั้นต้นที่หดตัวจากการปรับลดราคาสินค้ากลุ่มเหล็ก แม้ว่าบริษัทจะมีการขยายสาขาและบริหารจัดการต้นทุนบางส่วนได้ดี แต่ปัจจัยภายนอกและความท้าทายด้านกำลังซื้อยังคงเป็นความเสี่ยงสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ GLOBAL ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
7,829.45
ล้านบาท
↑ 0.5% YoY
กำไรขั้นต้น
2,046.37
ล้านบาท
↑ 2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
26.14
%
กำไรสุทธิ
429.49
ล้านบาท
↓ 18% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
5.49
%
D/E Ratio
0.56
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
7,829
↑ + 0.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
2,046
↑ + 2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
429
↓ -18%
YoY
D/E Ratio
0.56
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — GLOBAL
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.56
ROE (%)
7.82
ROA (%)
6.57
Book Value/หุ้น
4.65
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — GLOBAL
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+4,299
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1,098
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — GLOBAL
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
4,299.19
-372.15%
|
-1,579.73
-80.84%
|
-8,244.04
+938.07%
|
-794.17
-86.93%
|
-6,075.85
-225.80%
|
4,829.93
+1,189.29%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
1,097.92
+24.75%
|
880.08
-39.48%
|
1,454.13
+58.24%
|
918.95
+97.23%
|
465.92
-118.86%
|
-2,469.85
+190.19%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-3,840.05
-952.06%
|
450.68
-93.29%
|
6,718.51
+1,286.46%
|
484.58
-92.11%
|
6,138.36
-352.43%
|
-2,431.75
-271.58%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
1,560.91
-692.87%
|
-263.28
+166.91%
|
-98.64
-57.08%
|
-229.83
-146.64%
|
492.80
-757.24%
|
-74.98
-111.76%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,661.20
+57.80%
|
1,052.70
-8.26%
|
1,147.44
-32.27%
|
1,694.12
+38.38%
|
1,224.29
-5.77%
|
1,299.27
+96.38%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
2,029.30
+22.16%
|
1,661.20
+57.80%
|
1,052.70
-8.26%
|
1,147.44
-32.27%
|
1,694.12
+38.38%
|
1,224.29
-5.77%
|