บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน)
SET · พาณิชย์
7.60
+0.20 (+2.70%)
สรุปสั้น
กำไรเพิ่มขึ้นเกิดจากรายได้จากการขาย 11.00% เป็นผลมาจากยอดขายของสาขาเดิมที่เพิ่มขึ้น และการเปิดสาขาใหม่เพิ่ม 3 สาขา รายได้อื่นจํานวน 171.44 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.81 ล้านบาท หรือ เพิ่มขึ้น 14.57% เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของ รายได้จากการบริหารคลังสินค้าของศูนย์กระจายสินค้าวังน้อย และรายได้ส่งเสริมการขาย
กําไรขั้นต้น เพิ่มขึ้น 13.86% และคิดเป็นอัตรา 26.12% ของรายได้จากการขาย ซึ่งมีสัดส่วนเพิ่มขึ้น 0.65% เมื่อเทียบ กับระยะเวลาเดียวกันของปี 2564 เนื่องมาจากการปรับสัดส่วนและกระตุ้นยอดขายสินค้ากลุ่ม House Brand
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6315 out_tok=2946 at=2026-07-27T09:51:44 -->
# GLOBAL กำไร Q2/64 พุ่ง 90% รับยอดขาย-กำไรขั้นต้นโต สวนทางต้นทุนการเงินลด
## รายได้-กำไรสุทธิโตแรงตามคาด ฝ่ายจัดการชี้ปัจจัยหลักจากยอดขายสาขาเดิม-สาขาใหม่หนุน พร้อมปรับกลยุทธ์สินค้า House Brand
บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ GLOBAL รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีกำไรสุทธิรวม 974.05 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 89.85% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากรายได้จากการขายที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการต้นทุนและอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้น ขณะที่ต้นทุนทางการเงินปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ GLOBAL ในไตรมาส 2 ปี 2564 เติบโตอย่างโดดเด่น มาจาก **การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้จากการขาย ประกอบกับการบริหารจัดการอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin - GPM) ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น**
### 1) หัวใจคืออะไร
ปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ GLOBAL ในไตรมาส 2 ปี 2564 คือ **รายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น 42.93% YoY** สู่ระดับ 8,887.84 ล้านบาท และ **อัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวสูงขึ้น 0.68%** สู่ระดับ 25.89% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นถึง 46.79%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้จากการขายมาจากสองส่วนหลัก คือ **ยอดขายของสาขาเดิม (Same Store Sales - SSS) ที่เพิ่มขึ้น** และ **การเปิดสาขาใหม่เพิ่มอีก 5 สาขา** ซึ่งเป็นการขยายกำลังการขาย (Capacity) ของบริษัทฯ นอกจากนี้ ฝ่ายจัดการยังได้ปรับกลยุทธ์ในการบริหารสินค้ากลุ่ม House Brand และการกระตุ้นยอดขายผ่านช่องทางต่างๆ ซึ่งส่งผลดีต่อการเพิ่มขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้น
ในขณะเดียวกัน ต้นทุนทางการเงินของบริษัทฯ ลดลง 26.08% YoY สู่ระดับ 45.77 ล้านบาท เนื่องจากการชำระคืนเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินในไตรมาสนี้ ซึ่งช่วยลดภาระดอกเบี้ยจ่ายและส่งผลบวกต่อกำไรสุทธิโดยตรง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยปัจจัยด้านการเติบโตของรายได้จากการขายมีแนวโน้มที่จะได้รับแรงหนุนจากการเปิดสาขาใหม่และการขยายกำลังการขายอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ การบริหารจัดการสินค้า House Brand และการกระตุ้นยอดขายผ่านช่องทางต่างๆ ที่ฝ่ายจัดการได้ดำเนินการไปแล้ว คาดว่าจะยังคงเป็นปัจจัยบวกต่ออัตรากำไรขั้นต้นในระยะต่อไป อย่างไรก็ตาม การเติบโตของ SSS อาจต้องพิจารณาถึงปัจจัยภายนอก เช่น สถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 และกำลังซื้อของผู้บริโภค
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิรวม Q2/64 พุ่ง 89.85% YoY** แตะ 974.05 ล้านบาท
* **รายได้จากการขาย Q2/64 เติบโต 42.93% YoY** สู่ 8,887.84 ล้านบาท จากยอดขายสาขาเดิมและสาขาใหม่
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับเพิ่มขึ้น 0.68%** สู่ 25.89% จากการบริหารสินค้า House Brand
* **ต้นทุนทางการเงินลดลง 26.08% YoY** หลังชำระคืนเงินกู้ยืม
* **EBITDA Q2/64 เพิ่มขึ้น 57.27% YoY** เป็น 1,569.70 ล้านบาท
* **ฐานะการเงินแข็งแกร่ง** หนี้สินรวมลดลง 8.40% จากสิ้นปี 2563
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 2 ปี 2564 GLOBAL มีผลกำไรสุทธิรวม 974.05 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 89.85% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยคิดเป็น 10.96% ของยอดขาย ในขณะที่งวด 6 เดือนแรกของปี 2564 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิรวม 1,946.06 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 71.56% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็น 11.08% ของยอดขาย
รายได้จากการขายในไตรมาส 2/64 อยู่ที่ 8,887.84 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42.93% YoY และสำหรับงวด 6 เดือน อยู่ที่ 17,566.55 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.19% YoY โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการเพิ่มขึ้นของยอดขายสาขาเดิมและการเปิดสาขาใหม่ 5 สาขา
อัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาส 2/64 อยู่ที่ 25.89% เพิ่มขึ้น 0.68% เมื่อเทียบกับปีก่อน และสำหรับงวด 6 เดือน อยู่ที่ 25.68% เพิ่มขึ้น 1.07% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับสัดส่วนและกระตุ้นยอดขายสินค้ากลุ่ม House Brand
ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายการบริหารในไตรมาส 2/64 อยู่ที่ 931.93 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.20% YoY คิดเป็น 10.49% ของยอดขาย และสำหรับงวด 6 เดือน อยู่ที่ 1,751.19 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.50% YoY คิดเป็น 9.97% ของยอดขาย โดยการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายดังกล่าวเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายเงินเดือนพนักงานของสาขาที่เปิดใหม่
ต้นทุนทางการเงินในไตรมาส 2/64 อยู่ที่ 45.77 ล้านบาท ลดลง 26.08% YoY และสำหรับงวด 6 เดือน อยู่ที่ 94.03 ล้านบาท ลดลง 29.25% YoY เนื่องจากการชำระคืนเงินกู้ยืม
EBITDA ในไตรมาส 2/64 อยู่ที่ 1,569.70 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 57.27% YoY และสำหรับงวด 6 เดือน อยู่ที่ 3,105.31 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49.30% YoY
## โอกาส
* **การขยายสาขา:** การเปิดสาขาใหม่ 5 สาขาในปี 2564 เป็นการเพิ่มศักยภาพในการเข้าถึงลูกค้าและเพิ่มยอดขายในระยะยาว
* **การบริหารสินค้า House Brand:** การปรับสัดส่วนและกระตุ้นยอดขายสินค้ากลุ่ม House Brand ช่วยเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ:** หากสถานการณ์ COVID-19 คลี่คลายและเศรษฐกิจฟื้นตัว จะส่งผลดีต่อกำลังซื้อและการใช้จ่ายของผู้บริโภคในสินค้ากลุ่มวัสดุก่อสร้างและของตกแต่งบ้าน
* **การเพิ่มช่องทางการขาย:** การกระตุ้นยอดขายผ่านช่องทางต่างๆ มากขึ้น ช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้า
## ความเสี่ยง
* **สถานการณ์ COVID-19:** การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 และมาตรการควบคุมต่างๆ อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานและกำลังซื้อของผู้บริโภค
* **กำลังซื้อของผู้บริโภค:** ความผันผวนของภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภค อาจส่งผลต่อยอดขาย
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจค้าปลีกวัสดุก่อสร้างและของตกแต่งบ้าน อาจส่งผลต่อส่วนแบ่งการตลาดและอัตรากำไร
* **ต้นทุนวัตถุดิบ:** ความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตสินค้า อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนสินค้าและอัตรากำไร
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSS):** ติดตามแนวโน้มการเติบโตของ SSS ในไตรมาสถัดไป เพื่อประเมินความแข็งแกร่งของอุปสงค์
* **ผลกระทบจากมาตรการควบคุม COVID-19:** ประเมินผลกระทบของมาตรการล็อกดาวน์หรือข้อจำกัดต่างๆ ต่อการดำเนินงานของสาขา
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ติดตามแนวโน้มต้นทุนค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายและบริหาร รวมถึงต้นทุนสินค้า เพื่อรักษาอัตรากำไร
* **แผนการขยายสาขา:** ติดตามความคืบหน้าและการเปิดสาขาใหม่ตามแผนที่วางไว้
* **การบริหารจัดการสินค้า House Brand:** ประเมินผลสำเร็จของการปรับกลยุทธ์สินค้า House Brand ต่ออัตรากำไร
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**รายได้จากการขาย:** เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ 42.93% YoY ในไตรมาส 2/64 ซึ่งเป็นผลมาจากทั้งการเพิ่มขึ้นของยอดขายจากสาขาเดิม (SSS) และการเปิดสาขาใหม่ 5 สาขา สะท้อนถึงการขยายกำลังการขาย (Capacity) และความสามารถในการดึงดูดลูกค้า
**อัตรากำไรขั้นต้น (GPM):** ปรับตัวดีขึ้น 0.68% สู่ 25.89% ในไตรมาส 2/64 ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารจัดการสินค้ากลุ่ม House Brand ที่มีมาร์จิ้นสูงขึ้น และการกระตุ้นยอดขายผ่านช่องทางต่างๆ
**ต้นทุนการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายการบริหาร:** เพิ่มขึ้น 32.20% YoY ในไตรมาส 2/64 โดยคิดเป็น 10.49% ของยอดขาย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลมาจากค่าใช้จ่ายเงินเดือนพนักงานของสาขาที่เปิดใหม่ การเพิ่มขึ้นนี้สอดคล้องกับการขยายธุรกิจ
**ต้นทุนทางการเงิน:** ลดลงอย่างต่อเนื่อง 26.08% YoY ในไตรมาส 2/64 จากการชำระคืนเงินกู้ยืม ซึ่งช่วยลดภาระดอกเบี้ยจ่าย
**EBITDA:** เติบโตแข็งแกร่ง 57.27% YoY ในไตรมาส 2/64 สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2564 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 35,608.48 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 1.14% จากสิ้นปี 2563 โดยมีสินค้าคงเหลือ 13,950.90 ล้านบาท และที่ดินอาคารและอุปกรณ์ 17,587.06 ล้านบาท
หนี้สินรวมอยู่ที่ 17,227.32 ล้านบาท ลดลง 8.40% จากสิ้นปี 2563 โดยมีเงินกู้ยืมระยะสั้น 9,230.26 ล้านบาท และเงินกู้ยืมระยะยาว 1,860.99 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 18,381.16 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.78% จากสิ้นปี 2563
สำหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 2564 บริษัทฯ มีกระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมการดำเนินงาน 3,776.34 ล้านบาท ใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 1,071.87 ล้านบาท ส่วนใหญ่เพื่อซื้อที่ดินอาคารและอุปกรณ์ และใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน 2,809.21 ล้านบาท ส่วนใหญ่เพื่อชำระคืนเงินกู้ยืมและจ่ายเงินปันผล ส่งผลให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ณ สิ้นงวดอยู่ที่ 1,141.38 ล้านบาท
## สรุปท้าย
GLOBAL โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 แข็งแกร่ง ด้วยกำไรสุทธิที่พุ่งสูงถึง 89.85% จากการเติบโตของรายได้จากการขายที่แข็งแกร่งจากการขยายสาขาและการเพิ่มขึ้นของยอดขายสาขาเดิม ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้นจากการเน้นสินค้า House Brand และการลดลงของต้นทุนทางการเงิน ปัจจัยเหล่านี้ล้วนเป็นสัญญาณบวกที่บ่งชี้ถึงการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาปัจจัยภายนอก เช่น สถานการณ์ COVID-19 และกำลังซื้อของผู้บริโภค รวมถึงการแข่งขันในอุตสาหกรรม เพื่อประเมินแนวโน้มการเติบโตในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ GLOBAL ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
7,829.45
ล้านบาท
↑ 0.5% YoY
กำไรขั้นต้น
2,046.37
ล้านบาท
↑ 2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
26.14
%
กำไรสุทธิ
429.49
ล้านบาท
↓ 18% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
5.49
%
D/E Ratio
0.56
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
7,829
↑ + 0.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
2,046
↑ + 2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
429
↓ -18%
YoY
D/E Ratio
0.56
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — GLOBAL
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.56
ROE (%)
7.82
ROA (%)
6.57
Book Value/หุ้น
4.65
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — GLOBAL
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+4,299
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1,098
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — GLOBAL
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
4,299.19
-372.15%
|
-1,579.73
-80.84%
|
-8,244.04
+938.07%
|
-794.17
-86.93%
|
-6,075.85
-225.80%
|
4,829.93
+1,189.29%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
1,097.92
+24.75%
|
880.08
-39.48%
|
1,454.13
+58.24%
|
918.95
+97.23%
|
465.92
-118.86%
|
-2,469.85
+190.19%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-3,840.05
-952.06%
|
450.68
-93.29%
|
6,718.51
+1,286.46%
|
484.58
-92.11%
|
6,138.36
-352.43%
|
-2,431.75
-271.58%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
1,560.91
-692.87%
|
-263.28
+166.91%
|
-98.64
-57.08%
|
-229.83
-146.64%
|
492.80
-757.24%
|
-74.98
-111.76%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,661.20
+57.80%
|
1,052.70
-8.26%
|
1,147.44
-32.27%
|
1,694.12
+38.38%
|
1,224.29
-5.77%
|
1,299.27
+96.38%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
2,029.30
+22.16%
|
1,661.20
+57.80%
|
1,052.70
-8.26%
|
1,147.44
-32.27%
|
1,694.12
+38.38%
|
1,224.29
-5.77%
|