บริษัท เอฟเอ็น แฟคตอรี่ เอ๊าท์เลท จำกัด (มหาชน)
SET · พาณิชย์
0.46
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7526 out_tok=2776 at=2026-07-25T14:58:40 -->
# FN กำไรสุทธิ Q3/2566 ขาดทุนเพิ่ม 38% รับรายได้หด-ค่าใช้จ่ายพุ่ง
## รายได้รวมชะลอตัว 10.7% ขณะที่ค่าใช้จ่ายดำเนินงานเพิ่มขึ้น ส่งผลขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
บริษัท เอฟเอ็น แฟคตอรี่ เอ๊าท์เลท จำกัด (มหาชน) หรือ FN รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีรายได้รวม 106.71 ล้านบาท ลดลง 10.70% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีผลขาดทุนสุทธิ 28.83 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38.09% ปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายที่ลดลง ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ปรับตัวสูงขึ้น ฝ่ายบริหารอยู่ระหว่างการปรับกลยุทธ์เพื่อพลิกฟื้นผลประกอบการ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรของ FN ในไตรมาส 3/2566 เปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่แย่ลง คือ **การลดลงของรายได้จากการขาย 10.83%** และ **การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร 6.16%** ซึ่งส่งผลให้ **ผลขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 38.09%** เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**รายได้จากการขายที่ลดลง** เกิดจากบริษัทให้ความสำคัญกับการยกเลิกช่องทางที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ เช่น การขายตรงโดยรถทันใจ และลดช่องทางการขายแบบค้าส่ง เพื่อลดต้นทุนและลดความเสี่ยงด้านลูกหนี้การค้า แม้จะมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น แต่ส่วนใหญ่เน้นการท่องเที่ยวและบริการมากกว่าการจับจ่ายใช้สอย นอกจากนี้ บริษัทกำลังอยู่ในช่วงทยอยนำสินค้าใหม่เข้ามาเติมสต็อกในช่วงไตรมาสถัดไป
**ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น** เป็นผลมาจากการที่สาขากลับมาเปิดให้บริการเต็ม 100% ทำให้ต้นทุนการดำเนินงาน เช่น ค่าขนส่ง ค่าโฆษณา ค่าธรรมเนียมธนาคาร และค่าคอมมิชชั่นช่องทางออนไลน์เพิ่มขึ้นตามยอดขายที่คาดว่าจะเติบโต นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เกิดจากค่า FT (ค่าไฟฟ้า) เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะสาขาที่ยังไม่มีการติดตั้งแผงโซล่าเซลล์
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าบริษัทจะมีการปรับกลยุทธ์เพื่อเพิ่มรายได้ในช่องทาง Digital Commerce และการบริหารจัดการสินค้าคงคลัง แต่การลดลงของรายได้จากการขายในไตรมาสนี้เป็นผลจากการปรับโครงสร้างช่องทางการขายเพื่อลดต้นทุนและลดความเสี่ยง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อรายได้ในระยะสั้น ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากการกลับมาเปิดสาขาเต็มรูปแบบ และการลงทุนในการปรับปรุงสาขาเพื่อสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัว
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมลดลง 10.70%** ในไตรมาส 3/2566 อยู่ที่ 106.71 ล้านบาท โดยรายได้จากการขายลดลง 10.83%
* **ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 38.09%** ในไตรมาส 3/2566 อยู่ที่ 28.83 ล้านบาท
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 6.16%** ในไตรมาส 3/2566 อยู่ที่ 80.83 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายลดลง** ในไตรมาส 3/2566 อยู่ที่ 39.84% จาก 42.93% ในปีก่อน
* **อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้รวมเพิ่มขึ้น** ในไตรมาส 3/2566 อยู่ที่ 75.74% จาก 63.71% ในปีก่อน
* บริษัทกำลังดำเนินการตามแผนกลยุทธ์ 5 ประการเพื่อปรับปรุงธุรกิจ ได้แก่ New Brand Architecture, New Brand Identity, New Communication, Space Utilization และ Inventory Management
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัท FN มีรายได้รวม 106.71 ล้านบาท ลดลง 10.70% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้จากการขาย 10.83% ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับโครงสร้างช่องทางการขายเพื่อลดต้นทุนและลดความเสี่ยงด้านลูกหนี้การค้า แม้ว่ารายได้อื่นจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 3.45% ในงวด 9 เดือน จากการมีผู้เช่ารายใหม่เข้ามาเช่าพื้นที่ แต่ไม่สามารถชดเชยรายได้จากการขายที่ลดลงได้
ต้นทุนขายลดลง 6.01% ตามรายได้ที่ลดลง ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายลดลงจาก 42.93% ในไตรมาส 3/2565 เป็น 39.84% ในไตรมาส 3/2566
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 6.16% ในไตรมาส 3/2566 อยู่ที่ 80.83 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการกลับมาเปิดสาขาเต็มรูปแบบ ทำให้ต้นทุนการดำเนินงานเพิ่มขึ้น รวมถึงค่าใช้จ่ายในการบริหารที่สูงขึ้นจากค่า FT ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้รวมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 63.71% เป็น 75.74%
ผลประกอบการโดยรวมส่งผลให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิในไตรมาส 3/2566 เท่ากับ 28.83 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38.09% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทมีรายได้รวม 349.59 ล้านบาท ลดลง 4.22% และมีผลขาดทุนสุทธิ 73.91 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44.81%
## โอกาส
* **การเพิ่มรายได้ในช่องทาง Digital Commerce:** บริษัทมุ่งเน้นการเพิ่มรายได้ในช่องทางออนไลน์ โดยมีการเพิ่มสินค้า รีวิวสินค้าผ่าน Influencer และพัฒนาเว็บไซต์ให้ลูกค้าสามารถซื้อขายได้สะดวก
* **การปรับปรุงสาขาเพื่อสร้างเอกลักษณ์:** การรีโนเวทสาขาหัวหินภายใต้ Greenery concept และการพัฒนาสาขาอื่นๆ ให้เป็น Landmark หรือจุดหมายปลายทาง (Destination) จะช่วยดึงดูดลูกค้าและสร้างประสบการณ์ที่ดี
* **การบริหารจัดการสินค้าคงคลังด้วย Big Data:** การนำข้อมูลมาใช้ในการจัดหาสินค้าใหม่ที่ตอบโจทย์ลูกค้า และการบริหารจัดการสินค้าคงคลังให้มีประสิทธิภาพ จะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มอัตรากำไร
* **การขยายช่องทางการขายใหม่ๆ:** การมองหาช่องทางการขายใหม่ๆ จะช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าและสร้างรายได้
## ความเสี่ยง
* **การแข่งขันในตลาดค้าปลีก:** ธุรกิจค้าปลีกมีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้ประกอบการรายเดิมและรายใหม่ รวมถึงการเติบโตของ E-commerce
* **ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว:** การบริโภคภาคเอกชนที่อาจได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ อาจส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค
* **ต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น:** ค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น ค่า FT, ค่าขนส่ง และค่าแรง อาจปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่ออัตรากำไร
* **การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง:** ความเสี่ยงจากการมีสินค้าคงค้างมากเกินไป หรือการบริหารจัดการที่ไม่เหมาะสม อาจส่งผลต่อต้นทุนและสภาพคล่อง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้จากการขาย:** การฟื้นตัวของรายได้จากการขายในช่องทาง Offline และ Online จะเป็นปัจจัยสำคัญในการพลิกฟื้นผลประกอบการ
* **ประสิทธิภาพของกลยุทธ์การตลาดและการสื่อสาร:** การสื่อสารผ่านช่องทาง Online และ Offline ที่มีประสิทธิภาพ จะช่วยสร้างการรับรู้และดึงดูดลูกค้า
* **ความคืบหน้าในการปรับปรุงสาขา:** การพัฒนาสาขาให้เป็น Destination และการใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด จะส่งผลต่อการดึงดูดลูกค้าและการสร้างรายได้จากค่าเช่า
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม จะส่งผลต่ออัตรากำไรสุทธิ
* **การนำเข้าสินค้าใหม่และสินค้า High Margin:** การจัดหาสินค้าใหม่ที่มีคุณภาพและมีอัตรากำไรสูง จะช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไร
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้จากการขาย:** ลดลง 10.83% ในไตรมาส 3/2566 เนื่องจากบริษัทปรับกลยุทธ์โดยยกเลิกช่องทางที่ไม่สร้างรายได้และลดช่องทางการขายแบบค้าส่ง เพื่อลดต้นทุนและลดความเสี่ยงด้านลูกหนี้การค้า
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** ลดลง 3.09% ในไตรมาส 3/2566 อยู่ที่ 39.84% เนื่องจากนโยบายเร่งระบายสินค้าคงค้าง อย่างไรก็ตาม บริษัทพยายามรักษาอัตรากำไรโดยการนำเข้าสินค้ากลุ่มใหม่ที่มี margin สูงเข้ามาจำหน่าย
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** เพิ่มขึ้น 6.16% ในไตรมาส 3/2566 เนื่องจากสาขากลับมาเปิดให้บริการเต็มที่ ทำให้ต้นทุนการดำเนินงานเพิ่มขึ้น รวมถึงค่าใช้จ่ายในการบริหารที่สูงขึ้นจากค่า FT
* **อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้รวม:** เพิ่มขึ้น 12.03% ในไตรมาส 3/2566 อยู่ที่ 75.74% ซึ่งสะท้อนถึงต้นทุนที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับรายได้ที่ลดลง
* **การใช้พื้นที่ (Space Utilization):** บริษัทมีแผนปรับปรุงสาขาที่เป็น Destination เช่น สาขาหัวหินให้เป็นพื้นที่สวนสำหรับการพักผ่อน เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวและสร้างรายได้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 สินทรัพย์รวมของบริษัทเท่ากับ 1,415.34 ล้านบาท ลดลง 7.57% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด เนื่องจากการจ่ายชำระเจ้าหนี้การค้า เงินกู้ยืมระยะยาว และการปรับปรุงสาขา รวมถึงสินค้าคงเหลือที่ลดลง
หนี้สินรวมเท่ากับ 208.00 ล้านบาท ลดลง 16.81% จากสิ้นปี 2565 เนื่องจากการจ่ายชำระเจ้าหนี้การค้าและเงินกู้ยืม
ส่วนของผู้ถือหุ้นเท่ากับ 1,207.34 ล้านบาท ลดลง 5.77% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักจากผลประกอบการขาดทุนสำหรับงวด
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็วเพิ่มขึ้นจาก 2.03 เท่า เป็น 2.78 เท่า เนื่องจากการลดลงของหนี้สินหมุนเวียน อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงจาก 0.20 เท่า เป็น 0.17 เท่า
## สรุปท้าย
หัวใจหลักของผลประกอบการ FN ในไตรมาส 3/2566 คือการลดลงของรายได้จากการขายและการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ซึ่งส่งผลให้ผลขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าบริษัทจะมีแผนกลยุทธ์ที่ชัดเจนในการปรับปรุงธุรกิจ ทั้งการเพิ่มช่องทางออนไลน์ การปรับปรุงสาขา และการบริหารจัดการสินค้าคงคลัง แต่การฟื้นตัวของผลประกอบการยังคงต้องอาศัยการติดตามประสิทธิภาพของกลยุทธ์เหล่านี้ รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อลดผลกระทบจากความเสี่ยงด้านภาวะเศรษฐกิจและการแข่งขันในตลาดค้าปลีก
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ FN ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
160.62
ล้านบาท
↑ 30.6% YoY
กำไรขั้นต้น
71.78
ล้านบาท
↑ 32.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
44.69
%
กำไรสุทธิ
-16.91
ล้านบาท
↓ 66% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-10.53
%
D/E Ratio
0.27
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
161
↑ + 30.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
72
↑ + 32.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-17
↓ -66%
YoY
D/E Ratio
0.27
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — FN
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.27
ROE (%)
-6.96
ROA (%)
-1.73
Book Value/หุ้น
0.88
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — FN
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+29
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-6
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — FN
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
29.49
-149.91%
|
-59.09
-351.88%
|
23.46
+482.13%
|
4.03
-93.04%
|
57.94
-65.22%
|
166.58
+306.99%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-5.83
-144.88%
|
12.99
+23.01%
|
10.56
+172.87%
|
3.87
-101.31%
|
-294.88
+292.13%
|
-75.20
+199.24%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
12.31
+32.08%
|
9.32
-73.20%
|
34.77
+6.01%
|
32.80
-1.97%
|
33.46
-157.35%
|
-58.34
+488.10%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
35.97
-197.80%
|
-36.78
-153.47%
|
68.79
-43.93%
|
122.68
-214.93%
|
-106.74
-423.06%
|
33.04
+460.95%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
22.00
-80.05%
|
110.29
-10.60%
|
123.36
-40.79%
|
208.36
+120.79%
|
94.37
+53.87%
|
61.33
-61.58%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
39.22
+78.27%
|
22.00
-80.05%
|
110.29
-10.60%
|
123.36
-40.79%
|
208.36
+120.79%
|
94.37
+53.87%
|