บริษัท เอฟเอ็น แฟคตอรี่ เอ๊าท์เลท จำกัด (มหาชน)
SET · พาณิชย์
0.46
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7584 out_tok=3041 at=2026-07-25T05:15:02 -->
# FN กำไรสุทธิ Q2/2566 ขาดทุนเพิ่ม 51% รับผลกระทบรายได้หด-ค่าใช้จ่ายพุ่ง
## รายได้รวมหดตัวเล็กน้อย 0.7% แต่ค่าใช้จ่ายพุ่ง 11.55% กดดันผลขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น
บริษัท เอฟเอ็น แฟคตอรี่ เอ๊าท์เลท จำกัด (มหาชน) หรือ FN รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีรายได้รวม 121.94 ล้านบาท ลดลง 0.71% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 23.09 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51.01% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: บริการ
หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรของ FN ในไตรมาส 2 ปี 2566 เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ มาจาก **การลดลงของรายได้จากการขาย ประกอบกับการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร** ซึ่งส่งผลให้ผลขาดทุนสุทธิเพิ่มสูงขึ้น
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ฝ่ายบริหารระบุว่ารายได้จากการขายที่ลดลง 2.26% ในไตรมาส 2/2566 (และ 2.78% ในงวด 6 เดือน) เป็นผลมาจากการที่บริษัทให้ความสำคัญกับช่องทาง Offline, Online และ O2O โดย **ยกเลิกช่องทางที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ เช่น ช่องทางการขายตรงโดยรถทันใจ และลดช่องทางการขายแบบค้าส่ง** เพื่อลดต้นทุนและความเสี่ยงด้านลูกหนี้การค้า แม้ว่าจำนวนรถที่เข้ามาใช้บริการในสาขาจะเพิ่มขึ้น 64.6% เมื่อเทียบกับไตรมาสแรก แต่ยอดซื้อต่อบิลกลับลดลง 2% สะท้อนถึงความระมัดระวังในการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภค
ในขณะเดียวกัน **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 11.55% ในไตรมาส 2/2566** (และ 10.85% ในงวด 6 เดือน) สาเหตุหลักมาจาก **การกลับมาเปิดให้บริการสาขาเต็ม 100%** ทำให้ต้นทุนในการดำเนินงาน เช่น ค่าขนส่งสินค้า ค่าป้ายโฆษณา ค่าธรรมเนียมธนาคาร และค่าคอมมิชชั่นช่องทางออนไลน์เพิ่มขึ้นตามยอดขายที่เติบโตขึ้น นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการบริหารยังได้รับผลกระทบจาก **ค่า FT ที่เพิ่มขึ้น** โดยเฉพาะสาขาที่ยังไม่มีการติดตั้งแผงโซล่าเซลล์
อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้รวมที่เพิ่มขึ้นจาก 60.06% เป็น 67.47% ในไตรมาส 2/2566 และจาก 58.86% เป็น 65.96% ในงวด 6 เดือน ยิ่งตอกย้ำแรงกดดันต่ออัตรากำไร
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าฝ่ายบริหารจะมีการปรับกลยุทธ์โดยยกเลิกช่องทางที่ไม่สร้างรายได้และมุ่งเน้นช่องทางที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงการบริหารจัดการสินค้าคงคลัง แต่การกลับมาเปิดสาขาเต็มรูปแบบและการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน รวมถึงค่า FT ที่สูงขึ้น ยังคงเป็นปัจจัยกดดันที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด กลยุทธ์การปรับปรุงสาขาให้เป็น Destination และการเพิ่มสัดส่วนรายได้จากช่องทาง Digital Commerce อาจเป็นปัจจัยบวกในระยะยาว แต่ผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายและการดำเนินงานในระยะสั้นยังคงต้องประเมินต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมลดลง 0.71%** ในไตรมาส 2/2566 อยู่ที่ 121.94 ล้านบาท และลดลง 2.78% ในงวด 6 เดือน อยู่ที่ 227.83 ล้านบาท
* **ผลขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 51.01%** ในไตรมาส 2/2566 อยู่ที่ 23.09 ล้านบาท และขาดทุนเพิ่มขึ้น 49.47% ในงวด 6 เดือน อยู่ที่ 45.08 ล้านบาท
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 11.55%** ในไตรมาส 2/2566 อยู่ที่ 82.28 ล้านบาท จากการกลับมาเปิดสาขาเต็มรูปแบบและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง
* **อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายลดลง** 2.67% ในไตรมาส 2/2566 อยู่ที่ 40.95% เนื่องจากนโยบายเร่งระบายสินค้าคงค้าง
* **รายได้อื่นเพิ่มขึ้น 30.96%** ในไตรมาส 2/2566 จากการมีผู้เช่าพื้นที่ Retail รายใหม่
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท เอฟเอ็น แฟคตอรี่ เอ๊าท์เลท จำกัด (มหาชน) รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีรายได้รวม 121.94 ล้านบาท ลดลง 0.71% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และลดลง 0.87% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) โดยมีสาเหตุหลักมาจากการปรับกลยุทธ์การขายที่เน้นช่องทางที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่งผลให้รายได้จากการขายลดลง 2.26% YoY อย่างไรก็ตาม รายได้อื่นเพิ่มขึ้น 30.96% YoY จากการมีผู้เช่าพื้นที่ Retail รายใหม่
ในด้านต้นทุนขายและกำไรขั้นต้น อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายอยู่ที่ 40.95% ลดลง 2.67% YoY เนื่องจากบริษัทมีนโยบายการบริหารจัดการสินค้าคงคลังเพื่อเร่งระบายสินค้าและนำเงินสดกลับมาใช้ในกิจการ
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 11.55% YoY เป็น 82.28 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการกลับมาเปิดให้บริการสาขาเต็ม 100% ทำให้ต้นทุนการดำเนินงานเพิ่มขึ้น รวมถึงค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ได้รับผลกระทบจากค่า FT ที่สูงขึ้น ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้รวมเพิ่มขึ้นเป็น 67.47%
ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิในไตรมาส 2/2566 อยู่ที่ 23.09 ล้านบาท ขาดทุนเพิ่มขึ้น 7.80 ล้านบาท หรือ 51.01% YoY สำหรับงวดหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 45.08 ล้านบาท ขาดทุนเพิ่มขึ้น 14.92 ล้านบาท หรือ 49.47% YoY
## โอกาส
* **การปรับปรุงสาขาให้เป็น Destination:** บริษัทมีแผนปรับปรุงสาขาที่เป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยว 3 สาขาในปี 2566 ได้แก่ สาขาปากช่อง (Stopover), สาขาพัทยา (EV Station) และสาขาหัวหิน (Green Garden) ซึ่งอาจช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวและเพิ่มรายได้ในอนาคต
* **การเพิ่มรายได้จากช่องทาง Digital Commerce:** บริษัทมุ่งเน้นการเพิ่มรายได้ในช่องทาง Digital Commerce ซึ่งมีต้นทุนต่ำกว่า และมีการพัฒนาเว็บไซต์ให้ลูกค้าสามารถซื้อขายได้สะดวกขึ้น
* **การนำพื้นที่สาขามาพัฒนาให้เกิดประโยชน์สูงสุด:** นอกจากการลดพื้นที่ขายเพื่อเพิ่มการขายออนไลน์แล้ว ยังมีแผนนำพื้นที่ที่เหลือมาเป็นพื้นที่เช่า ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้เสริม
* **การบริหารจัดการสินค้าโดยใช้ Big Data:** การนำข้อมูลมาใช้ในการจัดหาสินค้าใหม่ที่ตอบโจทย์ลูกค้าและการจัดการสินค้าคงคลังให้เหลือน้อยที่สุด จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน
## ความเสี่ยง
* **การแข่งขันในธุรกิจค้าปลีก:** ธุรกิจค้าปลีกมีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้ประกอบการรายเดิมและรายใหม่ รวมถึงช่องทางออนไลน์ที่หลากหลาย
* **ภาวะเศรษฐกิจและความผันผวนของกำลังซื้อ:** การฟื้นตัวของรายได้ยังต่ำกว่าระดับก่อนโควิด และพฤติกรรมการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวที่ประหยัดมากขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อยอดขาย
* **ต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น:** ค่า FT ที่สูงขึ้น และต้นทุนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานสาขา อาจเป็นแรงกดดันต่ออัตรากำไร
* **การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง:** แม้จะมีนโยบายเร่งระบายสินค้า แต่การจัดการสินค้าคงค้างและการเติมสต็อกสินค้าใหม่ในช่วงถัดไปยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตาม
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ผลการดำเนินงานของสาขาที่ปรับปรุงใหม่:** ติดตามรายได้และผลกำไรจากสาขาปากช่อง, พัทยา, และหัวหิน หลังจากการปรับปรุง
* **การเติบโตของรายได้จากช่องทาง Online และ O2O:** ประเมินความสำเร็จของกลยุทธ์การเพิ่มสัดส่วนรายได้จากช่องทางดิจิทัล
* **การบริหารจัดการต้นทุนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** ติดตามแนวโน้มค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะผลกระทบจากค่า FT และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานสาขา
* **การเปลี่ยนแปลงของอัตรากำไรขั้นต้น:** ประเมินความสามารถในการรักษาและเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นจากการนำเข้าสินค้า High Margin และการบริหารต้นทุน
* **แนวโน้มการใช้จ่ายของผู้บริโภคและนักท่องเที่ยว:** ติดตามปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคที่มีผลต่อกำลังซื้อ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้จากการขาย:** ลดลง 2.26% YoY เป็น 114.25 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทปรับกลยุทธ์โดยยกเลิกช่องทางที่ไม่สร้างรายได้และลดช่องทางการขายส่ง เพื่อลดต้นทุนและความเสี่ยงด้านลูกหนี้การค้า แม้จำนวนรถที่เข้ามาใช้บริการสาขาเพิ่มขึ้น แต่ยอดซื้อต่อบิลลดลง 2%
* **รายได้อื่น:** เพิ่มขึ้น 30.96% YoY เป็น 7.69 ล้านบาท จากการมีผู้เช่าพื้นที่ Retail รายใหม่
* **อัตรากำไรขั้นต้นจากการขาย:** ลดลง 2.67% YoY เป็น 40.95% เนื่องจากนโยบายเร่งระบายสินค้าคงค้าง
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** เพิ่มขึ้น 11.55% YoY เป็น 82.28 ล้านบาท จากการกลับมาเปิดสาขาเต็ม 100% ทำให้ต้นทุนการดำเนินงานเพิ่มขึ้น รวมถึงค่า FT ที่สูงขึ้น
* **อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้รวม:** เพิ่มขึ้น 7.41% เป็น 67.47%
* **จำนวนสาขา:** ปัจจุบันมี 12 สาขา โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงจำนวนสาขาในไตรมาสนี้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 สินทรัพย์รวมอยู่ที่ 1,454.12 ล้านบาท ลดลง 77.15 ล้านบาท จากสิ้นปี 2565 โดยหลักมาจากการลดลงของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดจากการจ่ายชำระเจ้าหนี้การค้า เงินกู้ยืมระยะยาว และการปรับปรุงสาขา สินค้าคงเหลือลดลง 9.17% จากการขายและการบริหารจัดการสินค้าคงคลัง
หนี้สินรวมอยู่ที่ 217.95 ล้านบาท ลดลง 32.07 ล้านบาท จากสิ้นปี 2565 เนื่องจากการจ่ายชำระเจ้าหนี้การค้าและเงินกู้ยืมระยะยาว
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1,236.17 ล้านบาท ลดลง 45.08 ล้านบาท จากสิ้นปี 2565 เนื่องจากผลประกอบการขาดทุนสำหรับงวด
อัตราส่วนสภาพคล่องเพิ่มขึ้นจาก 7.80 เท่า เป็น 10.96 เท่า และอัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็วเพิ่มขึ้นจาก 2.03 เท่า เป็น 2.52 เท่า เนื่องจากหนี้สินหมุนเวียนลดลงจากการจ่ายชำระในระหว่างงวด
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (ROE) ติดลบที่ (8.17)% ลดลงจาก (6.72)% เนื่องจากผลประกอบการลดลง
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) ลดลงจาก 0.20 เท่า เป็น 0.18 เท่า เนื่องจากหนี้สินของกิจการลดลงในอัตราที่มากกว่าการลดลงของส่วนของผู้ถือหุ้น
## สรุปท้าย
FN ในไตรมาส 2/2566 เผชิญกับแรงกดดันจากรายได้จากการขายที่ลดลงจากการปรับกลยุทธ์การขาย ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นจากการกลับมาเปิดสาขาเต็มรูปแบบและต้นทุนที่สูงขึ้น ส่งผลให้ผลขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้บริษัทจะมีแผนปรับปรุงสาขาและมุ่งเน้นช่องทางออนไลน์เพื่อสร้างโอกาสเติบโตในอนาคต แต่ความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจและต้นทุนการดำเนินงานที่ยังคงสูง เป็นประเด็นที่นักลงทุนต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ FN ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
160.62
ล้านบาท
↑ 30.6% YoY
กำไรขั้นต้น
71.78
ล้านบาท
↑ 32.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
44.69
%
กำไรสุทธิ
-16.91
ล้านบาท
↓ 66% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-10.53
%
D/E Ratio
0.27
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
161
↑ + 30.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
72
↑ + 32.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-17
↓ -66%
YoY
D/E Ratio
0.27
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — FN
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.27
ROE (%)
-6.96
ROA (%)
-1.73
Book Value/หุ้น
0.88
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — FN
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+29
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-6
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — FN
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
29.49
-149.91%
|
-59.09
-351.88%
|
23.46
+482.13%
|
4.03
-93.04%
|
57.94
-65.22%
|
166.58
+306.99%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-5.83
-144.88%
|
12.99
+23.01%
|
10.56
+172.87%
|
3.87
-101.31%
|
-294.88
+292.13%
|
-75.20
+199.24%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
12.31
+32.08%
|
9.32
-73.20%
|
34.77
+6.01%
|
32.80
-1.97%
|
33.46
-157.35%
|
-58.34
+488.10%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
35.97
-197.80%
|
-36.78
-153.47%
|
68.79
-43.93%
|
122.68
-214.93%
|
-106.74
-423.06%
|
33.04
+460.95%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
22.00
-80.05%
|
110.29
-10.60%
|
123.36
-40.79%
|
208.36
+120.79%
|
94.37
+53.87%
|
61.33
-61.58%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
39.22
+78.27%
|
22.00
-80.05%
|
110.29
-10.60%
|
123.36
-40.79%
|
208.36
+120.79%
|
94.37
+53.87%
|