บริษัท เอฟเอ็น แฟคตอรี่ เอ๊าท์เลท จำกัด (มหาชน)
SET · พาณิชย์
0.46
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8296 out_tok=2577 at=2026-07-25T16:31:22 -->
# FN Q3/2564: ขาดทุนสุทธิ 15.94 ล้านบาท รายได้วูบ 47% รับผลล็อกดาวน์
## รายได้จากการขายทรุดหนัก 47% หลังสาขาปิดรับมือโควิด ขณะที่ GPM ดีขึ้นเล็กน้อย
บริษัท เอฟเอ็น แฟคตอรี่ เอ๊าท์เลท จำกัด (มหาชน) หรือ FN รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีผลขาดทุนสุทธิ 15.94 ล้านบาท ลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 4.21 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายที่ลดลงถึง 47.15% เนื่องจากมาตรการล็อกดาวน์ส่งผลให้ต้องปิดสาขาเป็นการชั่วคราว
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรของ FN ในไตรมาส 3/2564 เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก คือ **การลดลงอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากการขายถึง 47.15% (YoY)** ซึ่งส่งผลให้ภาพรวมขาดทุนสุทธิ 15.94 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ยังคงมีกำไร 4.21 ล้านบาท แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจากการขาย (Gross Profit Margin) จะปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
สาเหตุหลักที่ทำให้รายได้จากการขายลดลงอย่างรุนแรง มาจาก **ผลกระทบโดยตรงของการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกใหม่** ที่ทำให้รัฐบาลประกาศยกระดับมาตรการควบคุมและล็อกดาวน์ ส่งผลให้บริษัทจำเป็นต้อง **ปิดสาขาทั้งหมดเป็นการชั่วคราวในช่วงเดือนกรกฎาคมและสิงหาคม** ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ปกติจะมีการดำเนินงานตามปกติในปี 2563 การปิดสาขาถาวรนี้ทำให้รายได้หลักจากช่องทางหน้าร้านลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าบริษัทจะพยายามเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายผ่านช่องทางดิจิทัล, Cash Van และ FN Spider เพื่อชดเชย แต่ก็ยังไม่สามารถทดแทนรายได้ที่หายไปได้ทั้งหมด
ในส่วนของอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยนั้น มาจากการที่ **สัดส่วนการขายสินค้าตราบริษัทเพิ่มขึ้น** ซึ่งโดยทั่วไปมักมีมาร์จิ้นที่ดีกว่า ประกอบกับการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการจัดโปรโมชั่นให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** โดยมีแนวโน้มดีขึ้นเมื่อสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายและมาตรการผ่อนคลายลง
เหตุผลคือ การลดลงของรายได้ในไตรมาสนี้มีสาเหตุหลักมาจาก **มาตรการล็อกดาวน์และการปิดสาขาชั่วคราว** ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยากและมีลักษณะเป็นครั้งคราว เมื่อสถานการณ์การแพร่ระบาดดีขึ้นและมีการผ่อนคลายมาตรการ บริษัทจะสามารถกลับมาเปิดดำเนินการสาขาได้ตามปกติ ซึ่งจะส่งผลให้รายได้จากการขายฟื้นตัวขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวอาจต้องใช้เวลาและขึ้นอยู่กับกำลังซื้อของผู้บริโภคที่อาจได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจในระยะยาว
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิ 15.94 ล้านบาท** ในไตรมาส 3/2564 เทียบกับกำไร 4.21 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการขายลดลง 47.15% (YoY)** เหลือ 109.83 ล้านบาท จากผลกระทบมาตรการล็อกดาวน์และการปิดสาขาชั่วคราว
* **อัตรากำไรขั้นต้นจากการขาย (GPM) เพิ่มขึ้นเล็กน้อย** เป็น 44.85% จาก 42.14% ในปีก่อน
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 17.39% (YoY)** เป็น 73.26 ล้านบาท ตามการปิดสาขา
* **ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 3.27% (YoY)** เป็น 1,391.54 ล้านบาท จากผลประกอบการขาดทุนและการจ่ายเงินปันผล
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัท เอฟเอ็น แฟคตอรี่ เอ๊าท์เลท จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 115.72 ล้านบาท ลดลง 46.08% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขาย 109.83 ล้านบาท ลดลง 47.15% เนื่องจากผลกระทบจากการปิดสาขาชั่วคราวตามมาตรการล็อกดาวน์ แม้ว่ารายได้จากการให้บริการฉีดพ่นฆ่าเชื้อจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก แต่ก็มีสัดส่วนน้อยมากเมื่อเทียบกับรายได้รวม
ต้นทุนขายลดลง 49.63% ตามรายได้ที่ลดลง ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยเป็น 44.85% อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ลดลง 17.39% ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากรายได้ที่หายไปได้ ทำให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 15.94 ล้านบาท
สำหรับงวดเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2564 บริษัทมีรายได้รวม 392.32 ล้านบาท ลดลง 30.76% และมีผลขาดทุนสุทธิ 43.41 ล้านบาท
## โอกาส
* **การเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายที่หลากหลาย:** บริษัทมีแผนเพิ่มช่องทางใหม่ๆ เช่น Pop-up Stores, การขายแบบ B2B, E-commerce ทั้งของตนเองและร่วมกับพันธมิตร, Cash Van, และ FN Spider เพื่อเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น
* **การพัฒนาบริการฉีดพ่นฆ่าเชื้อ:** การขยายบริการ Virus buster โดยใช้น้ำยาแบรนด์ Cherish ซึ่งเป็นตราสินค้าของบริษัท เป็นโอกาสในการสร้างรายได้เพิ่ม
* **การสร้างแบรนด์ให้เป็น Bedding Destination:** การผลักดันสินค้าที่เป็นตราสินค้าของบริษัท โดยเฉพาะกลุ่มเครื่องนอน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างกำไร
* **การนำระบบสารสนเทศมาใช้:** เพื่อลดขั้นตอนการทำงานและทรัพยากร เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของบุคลากร
* **การติดตั้งแผงโซล่าเซลล์:** เพื่อลดต้นทุนด้านพลังงานไฟฟ้า โดยปัจจุบันติดตั้งแล้ว 2 สาขา และมีแผนขยายต่อไป
## ความเสี่ยง
* **การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ยังไม่สิ้นสุด:** ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อ การเดินทาง และการดำเนินธุรกิจโดยรวม
* **มาตรการควบคุมของภาครัฐ:** การจำกัดการเดินทาง การห้ามเคลื่อนย้ายระหว่างจังหวัด อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของสาขา
* **การแข่งขันในตลาดค้าปลีก:** การแข่งขันที่รุนแรงทั้งจากช่องทางออนไลน์และออฟไลน์
* **การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง:** ความเสี่ยงจากการมีสินค้าคงคลังมากเกินไป หรือสินค้าล้าสมัย
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19:** จะส่งผลต่อการกลับมาเปิดดำเนินการสาขาและการฟื้นตัวของรายได้
* **ประสิทธิภาพของช่องทางการจัดจำหน่ายใหม่ๆ:** โดยเฉพาะ E-commerce, Cash Van, และ FN Spider ในการสร้างรายได้ทดแทนช่องทางสาขา
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายคงที่ที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้
* **การตอบรับของตลาดต่อสินค้าตราบริษัท:** โดยเฉพาะการผลักดันให้เป็น Bedding Destination
* **ความคืบหน้าในการติดตั้งแผงโซล่าเซลล์:** และผลต่อการลดต้นทุนพลังงาน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**รายได้จากการขาย:** ลดลง 47.15% (YoY) เป็น 109.83 ล้านบาท เนื่องจากผลกระทบจากการปิดสาขาชั่วคราวในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม 2564 จากมาตรการล็อกดาวน์ แม้ว่าบริษัทจะพยายามเพิ่มช่องทางดิจิทัลและช่องทางอื่นๆ แต่ก็ยังไม่สามารถชดเชยรายได้ที่หายไปได้ทั้งหมด
**อัตรากำไรขั้นต้น (GPM):** เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 44.85% ในไตรมาส 3/2564 จาก 42.14% ในปีก่อน เนื่องจากสัดส่วนการขายสินค้าตราบริษัทเพิ่มขึ้น และการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายโปรโมชั่นอย่างมีประสิทธิภาพ
**ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** ลดลง 17.39% (YoY) เป็น 73.26 ล้านบาท สอดคล้องกับการปิดสาขาชั่วคราว อย่างไรก็ตาม อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้รวมกลับเพิ่มขึ้นเป็น 63.61% จาก 41.31% ในปีก่อน เนื่องจากรายได้รวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
**รายได้จากการให้บริการ:** บริการฉีดพ่นฆ่าเชื้อ Virus buster มีรายได้ 0.43 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 99.99% (YoY) แต่ยังคงมีสัดส่วนน้อยมาก
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 1,676.13 ล้านบาท ลดลง 6.09% จากสิ้นปี 2563 โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนอื่น, ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์, และสินค้าคงเหลือ
หนี้สินรวมลดลง 17.78% เป็น 284.59 ล้านบาท จากการจ่ายชำระเจ้าหนี้การค้า, เงินกู้ยืมระยะยาว, และหนี้สินอื่น
ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 3.27% เป็น 1,391.54 ล้านบาท จากผลประกอบการขาดทุนและการจ่ายเงินปันผล
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) ลดลงจาก 0.24 เท่า เป็น 0.20 เท่า เนื่องจากหนี้สินรวมลดลงในอัตราที่มากกว่าการลดลงของส่วนของผู้ถือหุ้น
## สรุปท้าย
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ FN ในไตรมาส 3/2564 พลิกกลับมาขาดทุนสุทธิ 15.94 ล้านบาท มาจาก **รายได้จากการขายที่ลดลงอย่างรุนแรงถึง 47.15%** อันเป็นผลโดยตรงจากมาตรการล็อกดาวน์และการปิดสาขาชั่วคราว แม้ว่าบริษัทจะพยายามเพิ่มช่องทางการขายใหม่ๆ และสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นจากการขายให้ดีขึ้นได้ แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะชดเชยรายได้ที่หายไป
โอกาสในการฟื้นตัวขึ้นอยู่กับการคลี่คลายของสถานการณ์โควิด-19 และความสำเร็จของแผนการเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายที่หลากหลาย อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์โรคระบาดและกำลังซื้อของผู้บริโภคยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ FN ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
160.62
ล้านบาท
↑ 30.6% YoY
กำไรขั้นต้น
71.78
ล้านบาท
↑ 32.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
44.69
%
กำไรสุทธิ
-16.91
ล้านบาท
↓ 66% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-10.53
%
D/E Ratio
0.27
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
161
↑ + 30.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
72
↑ + 32.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-17
↓ -66%
YoY
D/E Ratio
0.27
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — FN
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.27
ROE (%)
-6.96
ROA (%)
-1.73
Book Value/หุ้น
0.88
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — FN
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+29
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-6
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — FN
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
29.49
-149.91%
|
-59.09
-351.88%
|
23.46
+482.13%
|
4.03
-93.04%
|
57.94
-65.22%
|
166.58
+306.99%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-5.83
-144.88%
|
12.99
+23.01%
|
10.56
+172.87%
|
3.87
-101.31%
|
-294.88
+292.13%
|
-75.20
+199.24%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
12.31
+32.08%
|
9.32
-73.20%
|
34.77
+6.01%
|
32.80
-1.97%
|
33.46
-157.35%
|
-58.34
+488.10%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
35.97
-197.80%
|
-36.78
-153.47%
|
68.79
-43.93%
|
122.68
-214.93%
|
-106.74
-423.06%
|
33.04
+460.95%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
22.00
-80.05%
|
110.29
-10.60%
|
123.36
-40.79%
|
208.36
+120.79%
|
94.37
+53.87%
|
61.33
-61.58%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
39.22
+78.27%
|
22.00
-80.05%
|
110.29
-10.60%
|
123.36
-40.79%
|
208.36
+120.79%
|
94.37
+53.87%
|