บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุก่อสร้าง
6.45
0.05 (0.77%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4424 out_tok=2734 at=2026-07-25T15:16:09 -->
# EPG กำไรสุทธิ Q4/64 ลดลง 7.2% รับต้นทุนพุ่ง-ค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่ม
## รายได้รวมเติบโต 13.6% แต่ถูกกดดันด้วยต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่สูงขึ้น
บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ EPG รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปีบัญชี 2564/2565 (1 ต.ค. - 31 ธ.ค. 2564) มีกำไรสุทธิ 402.0 ล้านบาท ลดลง 7.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการขายสินค้าจะเติบโตได้ถึง 13.6% โดยมีปัจจัยหลักมาจากต้นทุนขายที่สูงขึ้นและการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ซึ่งส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรสุทธิ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง (ในที่นี้ EPG เป็นกลุ่มวัสดุภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ ซึ่งมีธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์และบรรจุภัณฑ์อาหารเป็นหลัก)
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ EPG ในไตรมาส 4 ปีบัญชี 2564/2565 ปรับตัวลดลง 7.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้รายได้จากการขายจะเติบโตถึง 13.6% มาอยู่ที่ 2,944.5 ล้านบาทนั้น มาจาก **ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่ารายได้** และ **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ**
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ต้นทุนขายสินค้าเพิ่มขึ้น 16.7%**: สาเหตุหลักมาจากราคาวัตถุดิบกลุ่มปิโตรเคมีบางประเภทปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้น แม้บริษัทจะพยายามบริหารต้นทุนด้วยการจัดหาวัตถุดิบจากหลายแหล่ง แต่ก็ยังไม่สามารถชดเชยแรงกดดันด้านราคาได้ทั้งหมด
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 30.3%**: การเพิ่มขึ้นนี้เกิดจากหลายปัจจัย ได้แก่ ค่าขนส่งที่สูงขึ้นสำหรับกลุ่ม Aeroflex และ Aeroklas, การลงทุนเพื่อขยายสาขา TJM และเพิ่มบุคลากรในออสเตรเลียเพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจ, และการปรับปรุงการบันทึกบัญชีโดยแยกผลขาดทุนทางเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นออกมา ทำให้ค่าใช้จ่ายบริหารในไตรมาสนี้ดูเหมือนเพิ่มขึ้น 37 ล้านบาท (แต่ไม่กระทบกำไรสุทธิโดยตรง) นอกจากนี้ ต้นทุนทางการเงินยังเพิ่มขึ้น 86.3% จากการรับรู้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่น้อยลง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัด ต้องติดตาม** จากข้อมูลในเอกสาร ฝ่ายจัดการระบุว่าบริษัทได้จัดหาวัตถุดิบจากแหล่งผลิตในหลายประเทศเพื่อให้ต้นทุนเฉลี่ยมีราคาเหมาะสม ซึ่งอาจช่วยบรรเทาแรงกดดันด้านต้นทุนได้ในระยะต่อไป ส่วนการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารนั้น ส่วนหนึ่งมาจากการลงทุนเพื่อการเติบโตของธุรกิจในอนาคต (เช่น การขยายสาขา TJM) ซึ่งหากการลงทุนดังกล่าวสามารถสร้างรายได้และกำไรได้ตามเป้า ก็จะถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและต้นทุนค่าขนส่งระหว่างประเทศยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q4/64 อยู่ที่ 402.0 ล้านบาท ลดลง 7.2% YoY** แม้รายได้จากการขายจะเติบโต 13.6%
* **รายได้จากการขายรวม 2,944.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.6% YoY** โดยทุกกลุ่มธุรกิจมีการเติบโต ได้แก่ Aeroflex (+19.4%), Aeroklas (+9.7%), และ Eastern Polypack (+15.4%)
* **ต้นทุนขายสินค้าเพิ่มขึ้น 16.7%** เป็นผลจากราคาวัตถุดิบกลุ่มปิโตรเคมีที่ปรับตัวสูงขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 30.3%** จากค่าขนส่ง การลงทุนขยายธุรกิจในออสเตรเลีย และการปรับปรุงการบันทึกบัญชี
* **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น 105.3%** โดยมีส่วนแบ่งกำไรพิเศษ 27.3 ล้านบาทจาก Aeroklas Duys Pty.Ltd. แอฟริกาใต้
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 4 ปีบัญชี 2564/2565 บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายสินค้า 2,944.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 351.4 ล้านบาท หรือ 13.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยการเติบโตมาจากทุกกลุ่มธุรกิจ ได้แก่ กลุ่มบริษัทแอร์โรเฟลกซ์ (Aeroflex) เพิ่มขึ้น 19.4% จากการฟื้นตัวของยอดขายในประเทศและต่างประเทศ (ยุโรป, ญี่ปุ่น, สหรัฐอเมริกา) กลุ่มบริษัทแอร์โรคลาส (Aeroklas) เพิ่มขึ้น 9.7% จากคำสั่งซื้อยานยนต์ทั้งในและต่างประเทศ แม้จะยังได้รับผลกระทบจากความล่าช้าในการขนส่งระหว่างประเทศ และธุรกิจในออสเตรเลียที่ยอดขายชิ้นส่วนอุปกรณ์ตกแต่งยานยนต์ยังคงเติบโตแต่เริ่มชะลอตัวจากมาตรการปิดเมืองและปัญหาขาดแคลนชิป ส่วนบริษัทอีสเทิร์น โพลีแพค (Eastern Polypack) เพิ่มขึ้น 15.4% โดยเฉพาะบรรจุภัณฑ์พลาสติกสำหรับอาหารที่ตอบรับความต้องการของผู้บริโภคในยุค New Normal
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายสินค้าเพิ่มขึ้น 16.7% เป็นผลจากราคาวัตถุดิบกลุ่มปิโตรเคมีที่สูงขึ้น ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น 30.3% จากค่าขนส่ง การลงทุนขยายธุรกิจในออสเตรเลีย และการปรับปรุงการบันทึกบัญชี ทำให้กำไรสุทธิในไตรมาสนี้อยู่ที่ 402.0 ล้านบาท ลดลง 7.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการบริโภค**: การผ่อนคลายมาตรการควบคุมการระบาดของ COVID-19 ทั่วโลก ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัว โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นตลาดสำคัญของกลุ่ม Aeroflex และ Aeroklas
* **ความต้องการบรรจุภัณฑ์อาหารที่เพิ่มขึ้น**: พฤติกรรมผู้บริโภคที่นิยมสั่งอาหาร Delivery หรือซื้อกลับบ้านมากขึ้น เป็นโอกาสสำหรับธุรกิจบรรจุภัณฑ์พลาสติกของ Eastern Polypack
* **การลงทุนเพื่อขยายธุรกิจ**: การเพิ่มร้านค้าสาขา TJM และบุคลากรในออสเตรเลีย เป็นการลงทุนเพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว
* **ส่วนแบ่งกำไรพิเศษจากบริษัทร่วม**: การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรพิเศษจากการได้รับเงินสนับสนุนการลงทุนจากรัฐบาลแอฟริกาใต้ เป็นปัจจัยบวกที่เข้ามาเสริมผลประกอบการในไตรมาสนี้
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ**: ราคาวัตถุดิบกลุ่มปิโตรเคมีที่ยังคงมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรของบริษัทอย่างต่อเนื่อง
* **ต้นทุนค่าขนส่งระหว่างประเทศ**: ความล่าช้าและต้นทุนค่าขนส่งที่สูงขึ้น ยังคงเป็นปัจจัยกดดันการดำเนินงานของกลุ่ม Aeroklas
* **ปัญหาขาดแคลนชิป (Semiconductor Shortage)**: ส่งผลกระทบต่อการส่งมอบรถยนต์ใหม่ ซึ่งอาจกระทบต่อยอดขายชิ้นส่วนอุปกรณ์ยานยนต์ในออสเตรเลีย
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน**: แม้ในไตรมาสนี้ค่าเงินบาทมีเสถียรภาพขึ้น แต่ความผันผวนของค่าเงินยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวัง โดยเฉพาะผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงิน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาวัตถุดิบกลุ่มปิโตรเคมี และความสามารถของบริษัทในการบริหารจัดการต้นทุน
* สถานการณ์การขนส่งระหว่างประเทศ และผลกระทบต่อยอดขายของกลุ่ม Aeroklas
* ความคืบหน้าของการลงทุนขยายธุรกิจในออสเตรเลีย และผลตอบรับจากตลาด
* ผลกระทบจากปัญหาขาดแคลนชิปต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลก
* การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร เพื่อควบคุมอัตรากำไรสุทธิ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: วัสดุภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์)
ในส่วนของกลุ่มธุรกิจวัสดุภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ของ EPG ในไตรมาส 4 ปีบัญชี 2564/2565 มีการเติบโตที่น่าสนใจในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์:
* **กลุ่ม Aeroflex**: ยอดขายเติบโต 19.4% ได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในหลายภูมิภาค โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาที่เศรษฐกิจฟื้นตัวแข็งแกร่ง ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมาคึกคัก ส่งผลดีต่อยอดขายผลิตภัณฑ์ฉนวนกันความร้อนและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
* **กลุ่ม Aeroklas**: ยอดขายเติบโต 9.7% ได้รับอานิสงส์จากความต้องการยานยนต์ส่วนตัวที่เพิ่มขึ้นทดแทนระบบขนส่งสาธารณะ อย่างไรก็ตาม ปัญหาความล่าช้าในการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศยังคงเป็นข้อจำกัดที่สำคัญ ส่วนธุรกิจในออสเตรเลีย แม้จะยังเติบโต แต่ก็เริ่มเห็นสัญญาณชะลอตัวจากมาตรการปิดเมืองและปัญหาขาดแคลนชิป
* **Eastern Polypack**: ยอดขายเติบโต 15.4% โดยเฉพาะบรรจุภัณฑ์พลาสติกสำหรับอาหารที่ได้รับความนิยมสูง จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่สั่งอาหาร Delivery หรือซื้อกลับบ้านมากขึ้น สะท้อนถึงการปรับตัวของบริษัทให้เข้ากับเทรนด์ของผู้บริโภคยุคใหม่
แม้รายได้จะเติบโต แต่ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น 16.7% จากราคาวัตถุดิบปิโตรเคมีที่สูงขึ้น และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น 30.3% เป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรสุทธิของกลุ่มนี้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง อย่างไรก็ตาม มีการกล่าวถึงต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 86.3% ซึ่งเป็นผลจากการรับรู้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจากเงินกู้ยืมและหนี้สินสกุลเงินเหรียญสหรัฐน้อยกว่าปีก่อน
## สรุปท้าย
EPG ในไตรมาส 4 ปีบัญชี 2564/2565 เผชิญกับแรงกดดันด้านต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ทำให้กำไรสุทธิปรับตัวลดลง 7.2% แม้รายได้จากการขายจะเติบโตได้ดีจากทุกกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในสหรัฐฯ และความต้องการบรรจุภัณฑ์อาหารที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและต้นทุนค่าขนส่งยังคงเป็นความเสี่ยงสำคัญที่ต้องจับตา การลงทุนเพื่อขยายธุรกิจในออสเตรเลียเป็นโอกาสในการเติบโตระยะยาว แต่ต้องติดตามผลตอบรับจากตลาดและปัจจัยภายนอกที่อาจส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ EPG ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
13,705.29
ล้านบาท
↓ 2% YoY
กำไรขั้นต้น
4,576.09
ล้านบาท
↓ 1.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
33.39
%
กำไรสุทธิ
1,295.12
ล้านบาท
↑ 62.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
9.45
%
D/E Ratio
0.55
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
13,705
↓ -2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
4,576
↓ -1.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,295
↑ + 62.7%
YoY
D/E Ratio
0.55
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — EPG
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.55
ROE (%)
9.99
ROA (%)
7.75
Book Value/หุ้น
4.95
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — EPG
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+2,372
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-887
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — EPG
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน |
2,371.54
+116.19%
|
1,096.96
|
— |
1,410.69
+29.91%
|
1,085.91
-46.20%
|
2,018.40
|
0.00
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน |
-886.64
+128.05%
|
-388.80
|
— |
-1,715.27
+167.97%
|
-640.10
-27.36%
|
-881.21
+7.67%
|
-818.45
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน |
-812.21
+156.31%
|
-316.89
|
— |
582.12
-161.32%
|
-949.35
+16.67%
|
-813.69
+839.60%
|
-86.60
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) |
672.68
+71.92%
|
391.27
|
— |
277.55
-155.12%
|
-503.54
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด |
1,848.70
+36.03%
|
1,359.05
+22.11%
|
— |
750.86
-42.21%
|
1,299.25
+25.84%
|
1,032.47
+105.19%
|
503.17
+1.06%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด |
2,447.57
+32.39%
|
1,848.70
+36.03%
|
— |
1,112.98
+48.23%
|
750.86
-42.21%
|
1,299.25
+25.84%
|
0.00
|