บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุก่อสร้าง
6.45
0.05 (0.77%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4455 out_tok=2274 at=2026-07-25T14:01:13 -->
# EPG กำไรสุทธิ Q3/66 โต 12.8% รับส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วมพุ่ง
## รายได้รวมทรงตัว แต่กำไรสุทธิโตเด่น จากธุรกิจฉนวนและยานยนต์ในเครือที่ทำผลงานสูงสุด
บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ EPG รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปีบัญชี 2566/2567 (1 ก.ค. - 30 ก.ย. 2566) มีกำไรสุทธิ 434.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการขายสินค้าจะทรงตัวเล็กน้อย โดยปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง (ในที่นี้ EPG มีธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เช่น ฉนวนกันความร้อน/เย็น และชิ้นส่วนยานยนต์ ซึ่งอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับภาคการก่อสร้างและอุตสาหกรรม)
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ EPG ในไตรมาส 2 ปีบัญชี 2566/2567 คือ **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 122.4%** คิดเป็น 170.2 ล้านบาท ซึ่งเป็นระดับสูงสุดรายไตรมาสของบริษัท ปัจจัยนี้ได้เข้ามาช่วยชดเชยการเติบโตของรายได้จากการขายสินค้าที่ทรงตัว และการเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงิน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า ส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญนี้ มาจากการ **เติบโตที่แข็งแกร่งของธุรกิจฉนวนกันความร้อน/เย็น และธุรกิจยานยนต์ทั้งในและต่างประเทศ** การเติบโตดังกล่าวสะท้อนถึงความต้องการสินค้าในกลุ่มนี้ที่ยังคงมีอยู่ ประกอบกับการบริหารจัดการที่ดีของบริษัทร่วม ทำให้สามารถสร้างผลกำไรได้สูงขึ้น ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อส่วนแบ่งกำไรที่ EPG ได้รับ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาปัจจัยเฉพาะ** จากข้อมูลที่ระบุว่า ส่วนแบ่งกำไรนี้เป็น "อัตราสูงสุดรายไตรมาส" แสดงให้เห็นถึงศักยภาพการเติบโตที่แข็งแกร่งในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม การเติบโตในอนาคตยังคงต้องพิจารณาถึงปัจจัยเฉพาะของแต่ละธุรกิจ เช่น ความต้องการสินค้าในกลุ่มอุตสาหกรรม Ultra Low Temperature Insulation และระบบ Air Ducting system ที่ยังได้รับการตอบรับดีในสหรัฐฯ รวมถึงคำสั่งซื้อจากค่ายยานยนต์ที่ต่อเนื่อง แต่ในขณะเดียวกัน ธุรกิจในออสเตรเลียยังคงเผชิญแรงกดดันจากภาวะเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการของบริษัทร่วมในอนาคตได้
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ 434.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.8% YoY:** เป็นผลจากการเติบโตของส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม
* **รายได้จากการขาย 3,299.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.5% YoY:** การเติบโตมาจากกลุ่ม Aeroflex และ Aeroklas เป็นหลัก
* **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมสูงสุดเป็นประวัติการณ์:** เพิ่มขึ้น 122.4% เป็น 170.2 ล้านบาท
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 60.0%:** จากอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สกุลต่างประเทศที่สูงขึ้นและการกู้ยืมที่เพิ่มขึ้น
* **ตั้งสำรองผลขาดทุนฯ เพิ่มขึ้น 38.0 ล้านบาท:** ส่วนใหญ่มาจากกิจการร่วมค้าในแอฟริกาใต้
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ EPG รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปีบัญชี 2566/2567 สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2566 มีรายได้จากการขายสินค้า 3,299.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากยอดขายในกลุ่มบริษัท แอร์โรเฟลกซ์ (Aeroflex) ที่เติบโตต่อเนื่องในสหรัฐอเมริกา และกลุ่มบริษัท แอร์โรคลาส (Aeroklas) ที่ได้รับคำสั่งซื้อจากค่ายยานยนต์อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ยอดขายในออสเตรเลียและบริษัท อีสเทิร์น โพลีแพค จำกัด ปรับตัวลดลงเล็กน้อย ต้นทุนการขายสินค้าลดลง 0.4% มาอยู่ที่ 2,219.9 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรขั้นต้นทรงตัว ในขณะที่กำไรสุทธิปรับตัวเพิ่มขึ้น 12.8% มาอยู่ที่ 434.3 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม
## โอกาส
* **ความต้องการสินค้าเกรดพรีเมี่ยมและสินค้ารุ่นใหม่:** ในกลุ่มอุตสาหกรรม Ultra Low Temperature Insulation และระบบ Air Ducting system ในสหรัฐอเมริกา ยังคงได้รับการตอบรับที่ดี
* **คำสั่งซื้อจากค่ายยานยนต์:** การได้รับคำสั่งซื้ออย่างต่อเนื่องจากค่ายยานยนต์ และยอดส่งออกหลังคาครอบกระบะ (Canopy) ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น
* **การพัฒนาผลิตภัณฑ์:** บริษัท อีสเทิร์น โพลีแพค จำกัด อยู่ระหว่างปรับกลยุทธ์ กระบวนการผลิต และพัฒนาผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์ประเภทถ้วยน้ำดื่ม เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า
* **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ:** การจัดหาวัตถุดิบจากหลายแหล่งช่วยให้ต้นทุนเฉลี่ยวัตถุดิบมีราคาเหมาะสม
## ความเสี่ยง
* **ภาวะเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยสูง:** ส่งผลกระทบต่อตลาดในออสเตรเลีย และอาจกระทบต่อการลงทุนภาคเอกชนในภาพรวม
* **การแข่งขันในตลาด:** ตลาดในออสเตรเลียยังคงมีการแข่งขันที่สูง
* **ความล่าช้าในการขยายโครงการใหม่:** กิจการร่วมค้าในแอฟริกาใต้มีความล่าช้าในการขยายโครงการใหม่ ซึ่งส่งผลให้ต้องตั้งสำรองผลขาดทุนฯ เพิ่มขึ้น
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในไตรมาสนี้ค่าเงินบาทจะให้คุณกับบริษัท แต่ความเคลื่อนไหวของค่าเงินยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม
* **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น:** จากอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืมสกุลต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น และการกู้ยืมที่เพิ่มขึ้นตามการขยายธุรกิจ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มยอดขายในสหรัฐอเมริกาและคำสั่งซื้อจากค่ายยานยนต์ จะยังคงเติบโตต่อเนื่องหรือไม่
* ผลกระทบจากภาวะเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยต่อตลาดในออสเตรเลีย และการปรับตัวของธุรกิจ Aeroklas
* ความคืบหน้าในการปรับกลยุทธ์และพัฒนาผลิตภัณฑ์ของบริษัท อีสเทิร์น โพลีแพค จำกัด
* ความล่าช้าในการขยายโครงการของกิจการร่วมค้าในแอฟริกาใต้ จะส่งผลกระทบต่อการตั้งสำรองฯ ในอนาคตหรือไม่
* แนวโน้มต้นทุนทางการเงิน และการบริหารจัดการหนี้สินของบริษัท
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
ในส่วนของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับภาคอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้างของ EPG พบว่ากลุ่มบริษัท แอร์โรเฟลกซ์ มีการเติบโตของยอดขายในสหรัฐอเมริกาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสินค้าสำหรับกลุ่มอุตสาหกรรม Ultra Low Temperature Insulation และระบบ Air Ducting system ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการในภาคการก่อสร้างและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม ยอดขายในอาเซียนปรับตัวลดลงเนื่องจากการชะลอการลงทุนภาคเอกชน
ในส่วนของกลุ่มบริษัท แอร์โรคลาส แม้จะได้รับคำสั่งซื้อจากค่ายยานยนต์อย่างต่อเนื่อง แต่ธุรกิจในออสเตรเลียยังคงเผชิญความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการลงทุนในภาคอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้างในภูมิภาคนั้นๆ
สำหรับบริษัท อีสเทิร์น โพลีแพค จำกัด แม้จะเน้นบรรจุภัณฑ์ แต่ก็มีความเชื่อมโยงกับภาคการบริโภค ซึ่งได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโดยรวม
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง แต่มีการกล่าวถึง "ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 20.3 ล้านบาท หรือร้อยละ 60.0 เป็นผลจากอัตราดอกเบี้ยการใช้เงินกู้ยืมสกุลต่างประเทศเพิ่มขึ้น และเงินกู้ยืมที่เพิ่มขึ้นตามการขยายของธุรกิจ 24.5 ล้านบาท" ซึ่งบ่งชี้ว่าบริษัทมีการใช้เงินกู้ยืมในการขยายธุรกิจ และต้นทุนทางการเงินมีแนวโน้มสูงขึ้น
## สรุปท้าย
EPG โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปีบัญชี 2566/2567 ที่แข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิเติบโต 12.8% จากการเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นของส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม ซึ่งขับเคลื่อนโดยธุรกิจฉนวนกันความร้อน/เย็น และธุรกิจยานยนต์ แม้รายได้รวมจะทรงตัว แต่การบริหารจัดการต้นทุนและผลกำไรจากบริษัทร่วมช่วยหนุนผลประกอบการโดยรวม อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความเสี่ยงจากต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น ภาวะเศรษฐกิจในออสเตรเลีย และความล่าช้าของโครงการในแอฟริกาใต้ ซึ่งอาจเป็นปัจจัยกดดันในระยะถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ EPG ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
13,705.29
ล้านบาท
↓ 2% YoY
กำไรขั้นต้น
4,576.09
ล้านบาท
↓ 1.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
33.39
%
กำไรสุทธิ
1,295.12
ล้านบาท
↑ 62.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
9.45
%
D/E Ratio
0.55
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
13,705
↓ -2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
4,576
↓ -1.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,295
↑ + 62.7%
YoY
D/E Ratio
0.55
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — EPG
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.55
ROE (%)
9.99
ROA (%)
7.75
Book Value/หุ้น
4.95
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — EPG
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+2,372
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-887
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — EPG
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน |
2,371.54
+116.19%
|
1,096.96
|
— |
1,410.69
+29.91%
|
1,085.91
-46.20%
|
2,018.40
|
0.00
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน |
-886.64
+128.05%
|
-388.80
|
— |
-1,715.27
+167.97%
|
-640.10
-27.36%
|
-881.21
+7.67%
|
-818.45
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน |
-812.21
+156.31%
|
-316.89
|
— |
582.12
-161.32%
|
-949.35
+16.67%
|
-813.69
+839.60%
|
-86.60
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) |
672.68
+71.92%
|
391.27
|
— |
277.55
-155.12%
|
-503.54
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด |
1,848.70
+36.03%
|
1,359.05
+22.11%
|
— |
750.86
-42.21%
|
1,299.25
+25.84%
|
1,032.47
+105.19%
|
503.17
+1.06%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด |
2,447.57
+32.39%
|
1,848.70
+36.03%
|
— |
1,112.98
+48.23%
|
750.86
-42.21%
|
1,299.25
+25.84%
|
0.00
|