บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุก่อสร้าง
6.45
0.05 (0.77%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4422 out_tok=2516 at=2026-07-25T16:29:17 -->
# EPG กำไร Q3/64 พุ่ง 34% รับอานิสงส์ยอดขายกลุ่มยานยนต์ฟื้นตัว
## รายได้รวมโต 27.9% รับออเดอร์ยานยนต์-บรรจุภัณฑ์พลาสติก ขณะต้นทุนเพิ่มแต่บริหารจัดการได้ดี
บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ EPG รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปีบัญชี 2564/2565 (1 ก.ค. - 30 ก.ย. 2564) มีกำไรสุทธิ 412.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้จากการขายสินค้าที่เพิ่มขึ้นถึง 27.9% ซึ่งสะท้อนถึงการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์และบรรจุภัณฑ์พลาสติก แม้ต้นทุนวัตถุดิบบางประเภทและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานจะปรับสูงขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ EPG ในไตรมาส 2 ปีบัญชี 2564/2565 คือ **การเติบโตอย่างโดดเด่นของยอดขายในกลุ่มบริษัท แอร์โรคลาส (Aeroklas) ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 44.5%** โดยมีส่วนสำคัญในการผลักดันรายได้รวมของบริษัทให้เติบโต 27.9% และส่งผลให้กำไรสุทธิปรับตัวเพิ่มขึ้น 34.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้ว่าต้นทุนขายสินค้าจะเพิ่มขึ้นในอัตราใกล้เคียงกับยอดขาย และมีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการสถานการณ์ COVID-19 เพิ่มขึ้น
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของกลุ่มบริษัท แอร์โรคลาส มาจาก **คำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นจากผู้ผลิตยานยนต์ทั้งในและต่างประเทศ** ซึ่งสอดคล้องกับอุปสงค์ของผู้บริโภคที่ต้องการใช้ยานยนต์ส่วนตัวมากขึ้นเพื่อหลีกเลี่ยงระบบขนส่งสาธารณะ โดยเฉพาะรถกระบะที่มีความอเนกประสงค์ นอกจากนี้ ยอดขายชิ้นส่วนอุปกรณ์ตกแต่งยานยนต์ในออสเตรเลียก็ปรับตัวดีขึ้นจากการที่คนออสเตรเลียหันมาท่องเที่ยวในประเทศมากขึ้น
สำหรับกลุ่มบริษัท แอร์โรเฟลกซ์ (Aeroflex) แม้จะเผชิญกับข้อจำกัดในประเทศจากมาตรการปิดเมืองและภาคเอกชนชะลอการลงทุน แต่ก็ได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในสหรัฐอเมริกาและยุโรป ทำให้ยอดขายในตลาดดังกล่าวปรับตัวดีขึ้น
ส่วนบริษัท อีสเทิร์น โพลีแพค จำกัด (Eastern Polypack) แม้บรรจุภัณฑ์ถ้วยน้ำจะได้รับผลกระทบจากการบริโภคภายในประเทศที่ลดลง แต่บริษัทสามารถขยายตลาดในกลุ่มบรรจุภัณฑ์พลาสติกประเภทกล่องใส่อาหารได้ดี ตอบรับความต้องการของผู้บริโภคในยุค New Normal ที่นิยมสั่งอาหาร Delivery หรือซื้อกลับบ้าน
แม้ต้นทุนขายสินค้าจะเพิ่มขึ้น 27.1% จากการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นและการปรับขึ้นของวัตถุดิบบางประเภท รวมถึงค่าใช้จ่ายในการจัดหาวัคซีนทางเลือกให้พนักงานและช่วยเหลือสังคม แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้ดีกว่าอัตราการเติบโตของยอดขาย ทำให้ภาพรวมยังคงมีกำไรเติบโต
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องติดตามปัจจัยภายนอก**
การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลก และแนวโน้มการใช้ยานยนต์ส่วนตัวที่อาจยังคงอยู่ เป็นปัจจัยบวกที่สนับสนุนยอดขายของกลุ่มแอร์โรคลาสในระยะต่อไป นอกจากนี้ การขยายตลาดบรรจุภัณฑ์อาหารของ Eastern Polypack ก็มีแนวโน้มที่ดีตามพฤติกรรมผู้บริโภค
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการยังคงระบุถึงผลกระทบจากความล่าช้าในกระบวนการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ และความไม่แน่นอนจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 รวมถึงปัญหาขาดแคลนชิปเซมิคอนดักเตอร์ที่อาจส่งผลกระทบต่อการผลิตรถยนต์ใหม่ ซึ่งเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิเติบโต 34.1% YoY:** อยู่ที่ 412.8 ล้านบาท จาก 307.7 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 27.9% YoY:** อยู่ที่ 2,980.2 ล้านบาท โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากกลุ่มบริษัท แอร์โรคลาส
* **กลุ่มแอร์โรคลาส (Aeroklas) ยอดขายโตโดดเด่น 44.5%:** ได้รับอานิสงส์จากคำสั่งซื้อยานยนต์ที่ฟื้นตัว
* **กลุ่มแอร์โรเฟลกซ์ (Aeroflex) ยอดขายโต 13.0%:** ได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวในตลาดสหรัฐฯ และยุโรป
* **บริษัท อีสเทิร์น โพลีแพค จำกัด ยอดขายโต 14.0%:** ขยายตลาดบรรจุภัณฑ์อาหารรับเทรนด์ Delivery
* **ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 27.1%:** ในอัตราที่ต่ำกว่ายอดขาย จากการใช้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นและต้นทุนวัตถุดิบบางประเภท
* **กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น:** จากค่าเงินบาทอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปีบัญชี 2564/2565 บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ EPG มีรายได้จากการขายสินค้า 2,980.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของยอดขายในกลุ่มบริษัท แอร์โรคลาส ที่เพิ่มขึ้นถึง 44.5% ตามการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ รวมถึงกลุ่มบริษัท แอร์โรเฟลกซ์ ที่เติบโต 13.0% และบริษัท อีสเทิร์น โพลีแพค จำกัด ที่เติบโต 14.0% จากการขยายตลาดบรรจุภัณฑ์อาหาร
ต้นทุนการขายสินค้าอยู่ที่ 2,066.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.1% ซึ่งเพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำกว่ายอดขาย จากการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น โดยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นส่วนหนึ่งมาจากมาตรการ Bubble and Seal การจัดหาวัคซีนทางเลือกให้พนักงาน และการปรับขึ้นราคาวัตถุดิบบางประเภท
กำไรขั้นต้นจึงยังคงเติบโตได้ดี ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาสนี้อยู่ที่ 412.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลก:** เป็นปัจจัยบวกสำคัญต่อยอดขายของกลุ่มแอร์โรคลาส โดยเฉพาะในตลาดสหรัฐฯ และยุโรป
* **เทรนด์การใช้ยานยนต์ส่วนตัว:** ที่อาจยังคงอยู่หลังสถานการณ์ COVID-19 หนุนความต้องการรถยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์
* **การเติบโตของตลาดบรรจุภัณฑ์อาหาร:** ตอบรับพฤติกรรมผู้บริโภคยุค New Normal ที่นิยม Delivery และอาหารกลับบ้าน
* **การท่องเที่ยวในประเทศ:** หนุนยอดขายชิ้นส่วนอุปกรณ์ตกแต่งยานยนต์ในออสเตรเลีย
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** บริษัทแสดงความสามารถในการบริหารต้นทุนให้เพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำกว่ายอดขาย
## ความเสี่ยง
* **ความล่าช้าในกระบวนการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ:** ยังคงเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อยอดขายในทุกกลุ่มธุรกิจ
* **การแพร่ระบาดของ COVID-19 และมาตรการปิดเมือง:** ยังคงส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมและการบริโภคภายในประเทศ
* **ปัญหาขาดแคลนชิปเซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor Shortage):** อาจส่งผลกระทบต่อการผลิตรถยนต์ใหม่และอุตสาหกรรมยานยนต์โดยรวม
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** การปรับขึ้นราคาวัตถุดิบบางประเภทส่งผลต่อต้นทุนการผลิต
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในไตรมาสนี้จะได้รับผลบวก แต่ความผันผวนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องบริหารจัดการ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มคำสั่งซื้อจากกลุ่มผู้ผลิตยานยนต์:** จะยังคงเติบโตต่อเนื่องหรือไม่ ท่ามกลางปัญหาขาดแคลนชิป
* **สถานการณ์การขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ:** จะคลี่คลายหรือทวีความรุนแรงขึ้น
* **การขยายตลาดบรรจุภัณฑ์อาหาร:** ของ Eastern Polypack จะยังคงเติบโตได้ดีเพียงใด
* **ผลกระทบจากมาตรการปิดเมือง:** ในประเทศและต่างประเทศต่อภาคอุตสาหกรรม
* **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ:** และผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
เอกสารที่ได้รับมาเป็นงบการเงินของบริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ซึ่งมีกลุ่มธุรกิจหลักคือ พลาสติกและบรรจุภัณฑ์, ฉนวนกันความร้อน/เย็น และชิ้นส่วนยานยนต์ **ไม่ได้มีธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้างโดยตรง** ดังนั้น การวิเคราะห์ตามจุดโฟกัสเฉพาะ sector ที่ให้มาจึงไม่สามารถนำมาปรับใช้ได้กับข้อมูลในเอกสารนี้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ได้รับมาเป็นเพียงการชี้แจงผลประกอบการรายไตรมาส **ไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสด** เช่น สินทรัพย์ หนี้สิน อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) หรือกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การลงทุน และการจัดหาเงิน
## สรุปท้าย
EPG โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปีบัญชี 2564/2565 เติบโตแข็งแกร่ง โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การฟื้นตัวอย่างก้าวกระโดดของกลุ่มแอร์โรคลาส ซึ่งได้รับอานิสงส์จากอุตสาหกรรมยานยนต์ที่กลับมาคึกคัก ประกอบกับการเติบโตของกลุ่มธุรกิจอื่น ๆ แม้จะเผชิญกับต้นทุนที่สูงขึ้นและข้อจำกัดด้านการขนส่ง แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการได้ดี ส่งผลให้กำไรสุทธิพุ่งขึ้น 34.1% อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความเสี่ยงจากปัญหาขาดแคลนชิปและสถานการณ์การขนส่งที่อาจส่งผลกระทบต่อการเติบโตในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ EPG ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
13,705.29
ล้านบาท
↓ 2% YoY
กำไรขั้นต้น
4,576.09
ล้านบาท
↓ 1.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
33.39
%
กำไรสุทธิ
1,295.12
ล้านบาท
↑ 62.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
9.45
%
D/E Ratio
0.55
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
13,705
↓ -2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
4,576
↓ -1.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,295
↑ + 62.7%
YoY
D/E Ratio
0.55
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — EPG
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.55
ROE (%)
9.99
ROA (%)
7.75
Book Value/หุ้น
4.95
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — EPG
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+2,372
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-887
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — EPG
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน |
2,371.54
+116.19%
|
1,096.96
|
— |
1,410.69
+29.91%
|
1,085.91
-46.20%
|
2,018.40
|
0.00
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน |
-886.64
+128.05%
|
-388.80
|
— |
-1,715.27
+167.97%
|
-640.10
-27.36%
|
-881.21
+7.67%
|
-818.45
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน |
-812.21
+156.31%
|
-316.89
|
— |
582.12
-161.32%
|
-949.35
+16.67%
|
-813.69
+839.60%
|
-86.60
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) |
672.68
+71.92%
|
391.27
|
— |
277.55
-155.12%
|
-503.54
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด |
1,848.70
+36.03%
|
1,359.05
+22.11%
|
— |
750.86
-42.21%
|
1,299.25
+25.84%
|
1,032.47
+105.19%
|
503.17
+1.06%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด |
2,447.57
+32.39%
|
1,848.70
+36.03%
|
— |
1,112.98
+48.23%
|
750.86
-42.21%
|
1,299.25
+25.84%
|
0.00
|