บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุก่อสร้าง
6.45
0.05 (0.77%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4394 out_tok=3040 at=2026-07-27T09:26:47 -->
# EPG กำไร Q2/64 พุ่ง 502.5% รับอานิสงส์เศรษฐกิจฟื้น-ฐานต่ำปีก่อน
## รายได้กลุ่มยานยนต์-บรรจุภัณฑ์ฟื้นตัวแรง หนุนกำไร EPG โตระเบิด ขณะที่ฝ่ายจัดการเน้นบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่าย
บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ EPG รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปีบัญชี 2564/2565 (เม.ย.-มิ.ย. 64) มีกำไรสุทธิ 449.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 502.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 74.6 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของรายได้จากการขายสินค้าที่เติบโตถึง 50.3% ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง (แต่เอกสารนี้เน้นกลุ่มผลิตภัณฑ์พลาสติกและยาง)
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจากมูลค่าโอน, presale, backlog ที่รับรู้, อัตรากำไรโครงการ, รายได้ค่าเช่า, หรือรายการพิเศษจากการขายสินทรัพย์
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ EPG ในไตรมาส 1 ปีบัญชี 2564/2565 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการขายสินค้าที่เพิ่มขึ้น 50.3%** โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มบริษัทแอร์โรคลาส (Aeroklas) ที่เติบโตถึง 95.0% และกลุ่มบริษัทแอร์โรเฟลกซ์ (Aeroflex) ที่เพิ่มขึ้น 29.2% ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำกว่ายอดขาย และการบริหารค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำกว่ายอดขายเช่นกัน ทำให้กำไรสุทธิพุ่งสูงขึ้นถึง 502.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้มาจากหลายปัจจัยสนับสนุน:
* **กลุ่มบริษัทแอร์โรคลาส:** ได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของอุปสงค์ยานยนต์ทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะรถกระบะ ซึ่งผู้บริโภคนิยมใช้ยานยนต์ส่วนตัวแทนระบบขนส่งสาธารณะ ประกอบกับการท่องเที่ยวในประเทศออสเตรเลียที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้ยอดขายชิ้นส่วนอุปกรณ์ตกแต่งยานยนต์เติบโต นอกจากนี้ การเปรียบเทียบกับปีก่อนซึ่งเป็นช่วงฐานต่ำจากผลกระทบ COVID-19 ทำให้ตัวเลขการเติบโตดูโดดเด่น
* **กลุ่มบริษัทแอร์โรเฟลกซ์:** ยอดขายในตลาดสหรัฐอเมริกาและยุโรปปรับตัวดีขึ้นอย่างรวดเร็วจากการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ การเร่งฉีดวัคซีน และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล รวมถึง Pent Up Demand ที่เร่งตัวขึ้น ส่วนตลาดเอเชียเริ่มทยอยฟื้นตัว แม้ว่าตลาดในประเทศจะยังเติบโตช้าเนื่องจากภาคเอกชนชะลอการลงทุนและมีความล่าช้าในการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ
* **บริษัทอีสเทิร์น โพลีแพค:** แม้ว่าการแพร่ระบาดของ COVID-19 ระลอกสามจะส่งผลกระทบต่อยอดขายบรรจุภัณฑ์บางประเภท แต่บริษัทสามารถชดเชยได้ด้วยบรรจุภัณฑ์พลาสติกประเภทกล่องใส่อาหารที่เติบโตได้ดีจากความต้องการของผู้บริโภคในยุค New Normal ที่นิยมสั่งอาหาร Delivery หรือซื้อกลับบ้าน
นอกจากนี้ การที่ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำกว่ายอดขาย (42.1% เทียบกับ 50.3%) และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำกว่ายอดขาย (29.9% เทียบกับ 50.3%) แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายของฝ่ายจัดการ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัด ต้องติดตาม** แม้ว่าผลประกอบการในไตรมาสนี้จะเติบโตอย่างโดดเด่น แต่ปัจจัยหลายอย่างยังมีความไม่แน่นอน
* **ปัจจัยบวก:** การฟื้นตัวของเศรษฐกิจในสหรัฐฯ และยุโรป รวมถึงอุปสงค์ยานยนต์ที่ยังคงมีแนวโน้มดี อาจส่งผลดีต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม การเติบโตในประเทศยังคงต้องจับตา
* **ปัจจัยกดดัน:** การแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ยังคงมีอยู่ทั่วโลก อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและการผลิตในอนาคต นอกจากนี้ ความล่าช้าในการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตาม
ฝ่ายจัดการได้ระบุว่ายอดขายในประเทศของกลุ่มแอร์โรเฟลกซ์ยังเติบโตช้า และการแพร่ระบาดของ COVID-19 ระลอกสามส่งผลต่อการอุปโภคบริโภคภายในประเทศของบริษัทอีสเทิร์น โพลีแพคพอสมควร ซึ่งบ่งชี้ว่าปัจจัยบวกบางส่วนอาจเป็นผลจากฐานที่ต่ำในปีที่ผ่านมา และการฟื้นตัวบางส่วนอาจยังไม่แน่นอนในระยะยาว
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพุ่ง 502.5% YoY:** อยู่ที่ 449.5 ล้านบาท เทียบกับ 74.6 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการขายเติบโต 50.3% YoY:** อยู่ที่ 2,934.1 ล้านบาท จากการฟื้นตัวของทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์
* **กลุ่มแอร์โรคลาสโตแรง 95.0%:** ได้รับอานิสงส์จากอุปสงค์ยานยนต์ฟื้นตัว และการท่องเที่ยวในออสเตรเลีย
* **กลุ่มแอร์โรเฟลกซ์โต 29.2%:** จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในสหรัฐฯ และยุโรป
* **อีสเทิร์น โพลีแพคโต 14.6%:** ชดเชยยอดขายบางประเภทด้วยบรรจุภัณฑ์กล่องใส่อาหาร
* **บริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้ดี:** ต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำกว่ายอดขาย
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท อีสเทิร์น โพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ EPG มีผลการดำเนินงานในไตรมาส 1 ปีบัญชี 2564/2565 (1 เมษายน 2564 - 30 มิถุนายน 2564) เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมีรายได้จากการขายสินค้า 2,934.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ซึ่งมีรายได้ 1,952.1 ล้านบาท การเพิ่มขึ้นของรายได้นี้มาจากทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ โดยกลุ่มบริษัทแอร์โรคลาสเติบโตโดดเด่นถึง 95.0% ตามมาด้วยกลุ่มบริษัทแอร์โรเฟลกซ์ที่เติบโต 29.2% และบริษัทอีสเทิร์น โพลีแพคที่เติบโต 14.6%
ต้นทุนการขายสินค้าอยู่ที่ 1,972.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42.1% YoY ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำกว่ายอดขาย ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้น นอกจากนี้ กำไร (ขาดทุน) จากอัตราแลกเปลี่ยนพลิกจากขาดทุน 25.8 ล้านบาทในปีก่อน มาเป็นกำไร 20.2 ล้านบาทในไตรมาสนี้ เนื่องมาจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารอยู่ที่ 568.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.9% YoY ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำกว่ายอดขายเช่นกัน ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 19.6% YoY ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 321.1% จาก -20.7 ล้านบาท เป็น 45.8 ล้านบาท เนื่องจากการฟื้นตัวของกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์
ผลลัพธ์โดยรวมคือ กำไรสุทธิในไตรมาสนี้อยู่ที่ 449.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 502.5% YoY จาก 74.6 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก:** โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป ซึ่งส่งผลดีต่อยอดขายของกลุ่มบริษัทแอร์โรเฟลกซ์
* **อุปสงค์ยานยนต์ที่ฟื้นตัว:** โดยเฉพาะรถกระบะในตลาดต่างประเทศ และการท่องเที่ยวในประเทศออสเตรเลียที่เพิ่มขึ้น ส่งผลดีต่อกลุ่มบริษัทแอร์โรคลาส
* **พฤติกรรมผู้บริโภคยุค New Normal:** ความต้องการบรรจุภัณฑ์พลาสติกประเภทกล่องใส่อาหารที่เพิ่มขึ้นจากการสั่ง Delivery หรือซื้อกลับบ้าน หนุนยอดขายบริษัทอีสเทิร์น โพลีแพค
* **การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนการขายและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารให้อยู่ในอัตราที่ต่ำกว่าการเติบโตของยอดขาย
## ความเสี่ยง
* **การแพร่ระบาดของ COVID-19:** การระบาดระลอกใหม่ๆ อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อ การผลิต และห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในไตรมาสนี้จะได้รับผลบวก แต่ความผันผวนของค่าเงินบาทอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการได้
* **การชะลอตัวของภาคอุตสาหกรรมก่อสร้างในประเทศ:** ส่งผลให้ยอดขายกลุ่มบริษัทแอร์โรเฟลกซ์ในประเทศยังเติบโตช้า
* **ความล่าช้าในการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ:** เป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการส่งออกของกลุ่มบริษัทแอร์โรเฟลกซ์
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและอุปสงค์ยานยนต์:** จะสามารถรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้ต่อเนื่องหรือไม่
* **สถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19:** ผลกระทบต่อกำลังซื้อและห่วงโซ่อุปทานในระยะต่อไป
* **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่ง:** ที่อาจผันผวนตามภาวะเศรษฐกิจโลก
* **การเปิดตัวโครงการใหม่ หรือการขยายตลาด:** ของแต่ละกลุ่มธุรกิจ เพื่อสร้างการเติบโตในอนาคต
* **ผลกระทบจากค่าเงินบาท:** ต่อรายได้และต้นทุนในอนาคต
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
แม้ว่า EPG จะถูกจัดอยู่ในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง แต่เอกสาร MD&A นี้เน้นการดำเนินงานของกลุ่มผลิตภัณฑ์พลาสติกและยางเป็นหลัก โดยมีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับภาคอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้างคือ:
* **กลุ่มบริษัทแอร์โรเฟลกซ์:** ยอดขายในประเทศยังเติบโตช้าตามการฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปของภาคอุตสาหกรรมก่อสร้าง เนื่องจากภาคเอกชนยังคงชะลอการลงทุนจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของ COVID-19 ระลอกสาม
ในส่วนของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์โดยตรง เช่น การโอนโครงการ, presale, backlog, occupancy rate หรือ rental yield ไม่ได้มีการกล่าวถึงในเอกสารนี้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง เช่น ยอดหนี้สิน, D/E ratio, หรือกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน/ลงทุน/จัดหาเงิน อย่างไรก็ตาม มีการกล่าวถึง:
* **ต้นทุนทางการเงิน:** เพิ่มขึ้น 2.8 ล้านบาท หรือ 19.6% จากกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ลดลง และมีส่วนของดอกเบี้ยจากสัญญาเช่าเพิ่มขึ้นตามมาตรฐาน TFRS 16 ถึงแม้ในภาพรวมค่าใช้จ่ายในส่วนของดอกเบี้ยเงินกู้ยืมลดลง
## สรุปท้าย
EPG โชว์ผลประกอบการไตรมาส 1 ปีบัญชี 2564/2565 เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมีกำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 502.5% YoY จาก 74.6 ล้านบาท เป็น 449.5 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการขายสินค้าที่เพิ่มขึ้น 50.3% โดยเฉพาะในกลุ่มยานยนต์และบรรจุภัณฑ์ ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ว่าจะมีโอกาสจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและอุปสงค์ยานยนต์ แต่ความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 และความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่องในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ EPG ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
13,705.29
ล้านบาท
↓ 2% YoY
กำไรขั้นต้น
4,576.09
ล้านบาท
↓ 1.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
33.39
%
กำไรสุทธิ
1,295.12
ล้านบาท
↑ 62.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
9.45
%
D/E Ratio
0.55
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
13,705
↓ -2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
4,576
↓ -1.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,295
↑ + 62.7%
YoY
D/E Ratio
0.55
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — EPG
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.55
ROE (%)
9.99
ROA (%)
7.75
Book Value/หุ้น
4.95
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — EPG
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+2,372
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-887
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — EPG
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน |
2,371.54
+116.19%
|
1,096.96
|
— |
1,410.69
+29.91%
|
1,085.91
-46.20%
|
2,018.40
|
0.00
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน |
-886.64
+128.05%
|
-388.80
|
— |
-1,715.27
+167.97%
|
-640.10
-27.36%
|
-881.21
+7.67%
|
-818.45
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน |
-812.21
+156.31%
|
-316.89
|
— |
582.12
-161.32%
|
-949.35
+16.67%
|
-813.69
+839.60%
|
-86.60
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) |
672.68
+71.92%
|
391.27
|
— |
277.55
-155.12%
|
-503.54
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด |
1,848.70
+36.03%
|
1,359.05
+22.11%
|
— |
750.86
-42.21%
|
1,299.25
+25.84%
|
1,032.47
+105.19%
|
503.17
+1.06%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด |
2,447.57
+32.39%
|
1,848.70
+36.03%
|
— |
1,112.98
+48.23%
|
750.86
-42.21%
|
1,299.25
+25.84%
|
0.00
|