บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุก่อสร้าง
6.45
0.05 (0.77%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4435 out_tok=2728 at=2026-07-25T15:37:06 -->
# EPG กำไร Q3/65 ลดลง 6.8% เหตุค่าใช้จ่ายพุ่ง แม้รายได้ขายโต
## รายได้กลุ่มฉนวนยางโตเด่นหนุนยอดขายรวม แต่ต้นทุนพุ่งกระทบกำไรสุทธิ
บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ EPG รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปีบัญชี 2565/2566 (1 ก.ค. - 30 ก.ย. 2565) มีกำไรสุทธิ 384.9 ล้านบาท ลดลง 6.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการขายสินค้าจะเติบโต 9.1% เป็น 3,250.4 ล้านบาท โดยปัจจัยหลักมาจากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่กลุ่มฉนวนยางยังคงเป็นดาวเด่นในการขับเคลื่อนรายได้
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง (แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุชัดเจนว่าเป็นธุรกิจอสังหาฯ แต่มีธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างและยานยนต์ ซึ่งใช้ชิ้นส่วนประกอบ)
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ EPG ในไตรมาส 2 ปีบัญชี 2565/2566 ปรับลดลง 6.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน คือ **การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ที่สูงขึ้นถึง 31.4%** แม้ว่ารายได้จากการขายสินค้าจะเติบโตได้ดีถึง 9.1% ก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่าย SG&A เกิดจากหลายปัจจัย ได้แก่:
* **ค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น:** โดยเฉพาะในธุรกิจฉนวน (insulation) ทั้งในสหรัฐอเมริกาและไทย ซึ่งสะท้อนต้นทุนโลจิสติกส์ที่สูงขึ้นทั่วโลก
* **การปรับอัตราการจ้างงานและพนักงานเพิ่มเติม:** เพื่อรองรับการขยายธุรกิจในสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และการจ้างพนักงานที่มีความเชี่ยวชาญพิเศษ
* **ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการซื้อกิจการ:** ทั้งค่าใช้จ่ายในการขายของกิจการใหม่ (4 Way Suspensions ในออสเตรเลีย) ค่าพัฒนาระบบ IT และค่าใช้จ่าย Due diligence และด้านกฎหมายเพื่อซื้อกิจการใหม่ในออสเตรเลีย
* **การขยายร้านค้าสาขา TJM:** ในออสเตรเลีย ซึ่งส่งผลให้มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้น
ในขณะเดียวกัน แม้ต้นทุนขายสินค้าจะเพิ่มขึ้น 7.9% ซึ่งต่ำกว่าอัตราการเพิ่มขึ้นของรายได้ แต่ก็ยังคงเป็นแรงกดดันต่ออัตรากำไรขั้นต้น นอกจากนี้ กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนลดลงเล็กน้อย และต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นจากการขยายธุรกิจและซื้อกิจการ ก็เป็นปัจจัยเสริมที่ส่งผลต่อกำไรสุทธิ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่าย SG&A บางส่วนจะเกิดจากการลงทุนเพื่อการเติบโตในระยะยาว เช่น การขยายธุรกิจและการซื้อกิจการใหม่ ซึ่งอาจส่งผลดีในอนาคต แต่ก็มีปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบต่อเนื่องในระยะสั้น เช่น ค่าขนส่งที่ยังคงผันผวน และการปรับตัวของต้นทุนแรงงานในต่างประเทศ ฝ่ายจัดการยังไม่ได้ให้ข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับแนวโน้มค่าใช้จ่ายในอนาคต แต่การรับรู้รายได้จากกิจการที่ซื้อมาใหม่จะช่วยหนุนรายได้ในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 6.8% YoY:** อยู่ที่ 384.9 ล้านบาท จาก 412.8 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการขายเติบโต 9.1% YoY:** แตะ 3,250.4 ล้านบาท โดยได้แรงหนุนหลักจากกลุ่มบริษัท แอร์โรเฟลกซ์ (ฉนวนยาง) ที่เติบโต 34.2%
* **ค่าใช้จ่าย SG&A พุ่ง 31.4% YoY:** เป็นปัจจัยหลักกดดันกำไรสุทธิ
* **กลุ่มแอร์โรเฟลกซ์ (ฉนวนยาง) โตต่อเนื่อง:** ยอดขายในสหรัฐอเมริกาเติบโตจากความต้องการสินค้าคุณภาพสูงและการขยายตลาดสู่กลุ่มอุตสาหกรรมใหม่
* **กลุ่มแอร์โรคลาส (ยานยนต์) ฟื้นตัว:** ได้รับอานิสงส์จากการผลิตรถยนต์ที่ต่อเนื่องและรุ่นใหม่ที่จะออกสู่ตลาด รวมถึงการรับรู้รายได้จากการซื้อกิจการในออสเตรเลีย
* **กลุ่มอีสเทิร์น โพลีแพค (บรรจุภัณฑ์) ยอดขายลดลง 9.5%:** จากปัจจัยฤดูกาลและผลกระทบจากน้ำท่วม
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปีบัญชี 2565/2566 บริษัท EPG มีรายได้จากการขายสินค้า 3,250.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากกลุ่มบริษัท แอร์โรเฟลกซ์ ที่มียอดขายเติบโตถึง 34.2% จากความต้องการสินค้าฉนวนยางคุณภาพสูงในสหรัฐอเมริกาและการขยายตลาด ขณะที่กลุ่มบริษัท แอร์โรคลาส มียอดขายปรับตัวดีขึ้นจากการผลิตยานยนต์ที่ต่อเนื่องและการออกรุ่นใหม่ รวมถึงการรับรู้รายได้จากการซื้อกิจการในออสเตรเลีย อย่างไรก็ตาม บริษัท อีสเทิร์น โพลีแพค มียอดขายลดลง 9.5% เนื่องจากปัจจัยด้านฤดูกาลและผลกระทบจากน้ำท่วม
แม้รายได้รวมจะเติบโต แต่ต้นทุนการขายสินค้าเพิ่มขึ้น 7.9% และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้นถึง 31.4% ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้กำไรสุทธิในไตรมาสนี้อยู่ที่ 384.9 ล้านบาท ลดลง 6.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน
## โอกาส
* **การเติบโตของกลุ่มฉนวนยาง (Aeroflex):** ความต้องการสินค้าฉนวนยางคุณภาพสูงในสหรัฐอเมริกาที่ยังคงเติบโตต่อเนื่อง และการขยายตลาดไปยังกลุ่มอุตสาหกรรม Ultra Low Temperature Insulation และระบบ Air Ducting system จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ
* **การฟื้นตัวของธุรกิจยานยนต์ (Aeroklas):** การผลิตยานยนต์ที่เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ การออกรุ่นใหม่ และการรับรู้รายได้จากการซื้อกิจการในออสเตรเลีย จะช่วยหนุนยอดขายในกลุ่มนี้
* **การขยายธุรกิจในออสเตรเลีย:** การซื้อกิจการ 4 Way Suspension Products Pty. Ltd. และการขยายร้านค้า TJM จะช่วยเพิ่มฐานรายได้และส่วนแบ่งการตลาดในออสเตรเลีย
* **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ:** บริษัทมีการจัดหาวัตถุดิบจากหลายแหล่งเพื่อให้ได้ต้นทุนเฉลี่ยที่เหมาะสม แม้จะเผชิญความผันผวนของราคาวัตถุดิบและอัตราแลกเปลี่ยน
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนค่าขนส่งและโลจิสติกส์ที่สูงขึ้น:** ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการขายและค่าใช้จ่ายในการขาย โดยเฉพาะในธุรกิจฉนวน
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในไตรมาสนี้จะได้รับผลดีจากค่าเงินบาทอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ แต่ก็อาจมีความเสี่ยงหากทิศทางอัตราแลกเปลี่ยนเปลี่ยนแปลง
* **ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวในยุโรป:** ส่งผลให้ยอดขายในยุโรปของกลุ่ม Aeroklas ยังคงชะลอตัว
* **ต้นทุนแรงงานที่เพิ่มขึ้น:** โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกาและออสเตรเลีย
* **ปัจจัยฤดูกาลและภัยธรรมชาติ:** ส่งผลกระทบต่อยอดขายของกลุ่ม EPP ในประเทศไทย
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มค่าใช้จ่าย SG&A:** จะสามารถควบคุมให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมได้หรือไม่ หลังจากการลงทุนเพื่อการขยายธุรกิจและการซื้อกิจการ
* **การเติบโตของยอดขายในสหรัฐอเมริกา:** โดยเฉพาะกลุ่มฉนวนยาง ว่าจะยังคงรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้ต่อเนื่องหรือไม่
* **ผลประกอบการของกิจการที่ซื้อมาใหม่ในออสเตรเลีย:** ว่าจะสามารถสร้างผลกำไรได้ตามเป้าหมายหรือไม่
* **สถานการณ์น้ำท่วมและผลกระทบต่อกำลังซื้อในประเทศ:** ซึ่งอาจส่งผลต่อยอดขายของกลุ่ม EPP
* **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่ง:** ท่ามกลางความผันผวนของราคาพลังงานและภาวะเงินเฟ้อ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
แม้ว่า EPG จะไม่ได้จัดอยู่ในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้างโดยตรง แต่ธุรกิจบางส่วนมีความเชื่อมโยงกับการก่อสร้างและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกลุ่มบริษัท แอร์โรเฟลกซ์ ที่ผลิตฉนวนยาง ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญในอาคารและระบบต่างๆ
* **ยอดขายกลุ่มแอร์โรเฟลกซ์เติบโตโดดเด่น:** เพิ่มขึ้น 34.2% โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกาที่ความต้องการสินค้าฉนวนยางคุณภาพสูงยังคงมีต่อเนื่อง รวมถึงการขยายตลาดไปยังกลุ่มอุตสาหกรรม Ultra Low Temperature Insulation และระบบ Air Ducting system ซึ่งบ่งชี้ถึงการเติบโตในภาคการก่อสร้างและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง
* **การลงทุนภาคเอกชนและการฟื้นตัว:** ฝ่ายจัดการระบุว่าการลงทุนภาคเอกชนในสหรัฐอเมริกาและเอเชีย (เช่น ญี่ปุ่น) ทยอยฟื้นตัว ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อความต้องการสินค้าของกลุ่มแอร์โรเฟลกซ์
* **ธุรกิจยานยนต์ (Aeroklas):** แม้จะเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์ แต่ชิ้นส่วนอุปกรณ์และตกแต่งยานยนต์ เช่น พื้นปูกระบะ บันไดข้างรถกระบะ ก็มีการใช้งานในภาคการก่อสร้างและธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งได้เช่นกัน การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์จึงเป็นสัญญาณที่ดี
* **การรับรู้รายได้จากการซื้อกิจการ:** การซื้อกิจการ 4 Way Suspension Products Pty. Ltd. ในออสเตรเลีย จะช่วยเพิ่มรายได้และขยายฐานธุรกิจในตลาดออสเตรเลีย ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง แต่มีการกล่าวถึง **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 7.7%** ซึ่งเป็นผลมาจากเงินกู้ยืมที่เพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของธุรกิจและการซื้อกิจการ ซึ่งบ่งชี้ว่าบริษัทมีการใช้เงินกู้ในการสนับสนุนการเติบโต
## สรุปท้าย
EPG ในไตรมาส 2 ปีบัญชี 2565/2566 เผชิญแรงกดดันจากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่พุ่งสูงขึ้น 31.4% ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้กำไรสุทธิลดลง 6.8% แม้ว่ารายได้จากการขายจะเติบโตได้ดี 9.1% โดยได้แรงหนุนจากกลุ่มฉนวนยางที่เติบโตโดดเด่นในสหรัฐอเมริกา และการฟื้นตัวของธุรกิจยานยนต์ รวมถึงการรับรู้รายได้จากการซื้อกิจการในออสเตรเลีย อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากต้นทุนค่าขนส่งที่สูงขึ้น ต้นทุนแรงงาน และความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพและการต่อยอดโอกาสจากการขยายธุรกิจจะเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ EPG ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
13,705.29
ล้านบาท
↓ 2% YoY
กำไรขั้นต้น
4,576.09
ล้านบาท
↓ 1.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
33.39
%
กำไรสุทธิ
1,295.12
ล้านบาท
↑ 62.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
9.45
%
D/E Ratio
0.55
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
13,705
↓ -2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
4,576
↓ -1.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,295
↑ + 62.7%
YoY
D/E Ratio
0.55
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — EPG
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.55
ROE (%)
9.99
ROA (%)
7.75
Book Value/หุ้น
4.95
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — EPG
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+2,372
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-887
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — EPG
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน |
2,371.54
+116.19%
|
1,096.96
|
— |
1,410.69
+29.91%
|
1,085.91
-46.20%
|
2,018.40
|
0.00
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน |
-886.64
+128.05%
|
-388.80
|
— |
-1,715.27
+167.97%
|
-640.10
-27.36%
|
-881.21
+7.67%
|
-818.45
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน |
-812.21
+156.31%
|
-316.89
|
— |
582.12
-161.32%
|
-949.35
+16.67%
|
-813.69
+839.60%
|
-86.60
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) |
672.68
+71.92%
|
391.27
|
— |
277.55
-155.12%
|
-503.54
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด |
1,848.70
+36.03%
|
1,359.05
+22.11%
|
— |
750.86
-42.21%
|
1,299.25
+25.84%
|
1,032.47
+105.19%
|
503.17
+1.06%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด |
2,447.57
+32.39%
|
1,848.70
+36.03%
|
— |
1,112.98
+48.23%
|
750.86
-42.21%
|
1,299.25
+25.84%
|
0.00
|