บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
SET · พาณิชย์
26.00
0.25 (0.95%)
สรุปสั้น
รายได้รวม ลดลง -28,425.81 ล้านบาท -12.76% ลดลงร้อยละ 12.8 และกำไรสุทธิ 341 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 97.2 จากช่วงเดียวกับของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโรคไวรัสโคโรนา (COVID-19)
ได้ส่งผลต่อการดำเนินงานของบริษัทษโดยภาพรวมอย่างเป็นนัยสำคัญ โดยเริ่มตั้งแต่ในช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคมส่งผลให้ทางบริษัทษต้องมีการปิดการให้บริการชั่วคราวในส่วนงานแฟชั่นและส่วนงานฮาร์ดไลน์
รวมถึงการจำกัดการให้เวลาการให้บริการ ซึ่งสถานการณ์การระบาดยังไม่คลี่คลาย และมีการระบาดเป็นระยะในวงจำกัดในแต่ละประเทศอย่างต่อเนื่อง จนเกิดการระบาดครั้งใหญ่ถือเป็นรอบที่ 2 ในช่วงเดือนธันวาคมในประเทศไทย และตั้งแต่เดือน พฤศจิกายนเป็นต้นมาในประเทศอืตาลี รวมถึงบริษัทษยังได้รับผลจากการเปลี่ยนแปลงการบันทึกบัญชีตามมาตรฐานบัญชีใหม่ ฉบับที่ 9 และ 16 (TFRS#9,16) ที่มีผลบังคับใช้ในปี 2563 กำให้บริษักษ มีกำไรสุทธิลดลง 1,298 ล้านบาท
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=19837 out_tok=2473 at=2026-07-25T14:34:05 -->
# CRC Q3/2565 กำไรสุทธิพุ่ง 156.7% รับแรงหนุนเศรษฐกิจฟื้น-ท่องเที่ยวคึกคัก
## รายได้รวมโต 39.8% แตะ 5.8 หมื่นล้านบาท ฝ่ายบริหารชี้ปัจจัยบวกจากการเปิดประเทศ-การบริโภคในประเทศ
บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีรายได้รวม 57,998 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 1,259 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 156.7% โดยปัจจัยหลักมาจากภาพรวมเศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัวต่อเนื่องจากการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 และการกลับมาของภาคการท่องเที่ยว ซึ่งส่งผลดีต่อการบริโภคภายในประเทศ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ CRC ในไตรมาส 3 ปี 2565 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการขายที่เติบโต 38.4%** โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มธุรกิจแฟชั่นที่เติบโตถึง 63.7% และกลุ่มฮาร์ดไลน์ที่เติบโต 38.2% ซึ่งสะท้อนถึงการกลับมาของกำลังซื้อและการใช้จ่ายของผู้บริโภคหลังจากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 และการเปิดประเทศเต็มรูปแบบ ส่งผลให้กำไรสุทธิปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 156.7%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การฟื้นตัวของรายได้มาจากหลายปัจจัยประการแรก **การเปิดประเทศเต็มรูปแบบและการยกเลิกข้อจำกัดการเดินทาง** ทำให้ภาคการท่องเที่ยวกลับมาคึกคัก ซึ่งส่งผลดีต่อยอดขายในสาขาที่ตั้งอยู่ในแหล่งท่องเที่ยว รวมถึงการกลับมาจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคในประเทศที่เพิ่มขึ้น ประการที่สอง **การปรับปรุงและขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง** ทั้งการเปิดสาขาใหม่ เช่น ศูนย์การค้าโรบินสัน ไลฟ์สไตล์ ถลาง และ ไทวัสดุในรูปแบบ Hybrid รวมถึงการปรับปรุงสาขา Flagship และการเปิดโมเดลร้านค้าใหม่ เช่น Tops CLUB ช่วยดึงดูดลูกค้าและเพิ่มยอดขาย ประการสุดท้าย **การเติบโตของช่องทาง Omnichannel** ที่ยังคงแข็งแกร่ง โดยมียอดขายเพิ่มขึ้น 17% ในไทย และ 51% ในเวียดนาม สะท้อนถึงการปรับตัวเข้ากับพฤติกรรมผู้บริโภคที่ผสมผสานการซื้อทั้งออนไลน์และออฟไลน์
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลกที่คาดว่าจะยังคงดำเนินต่อไป แม้จะมีความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น แต่การท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง การบริโภคภายในประเทศที่ยังคงมีแรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และแผนการขยายธุรกิจและพัฒนาโมเดลร้านค้าใหม่ๆ ของ CRC จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันการเติบโตในระยะต่อไป อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงต้องติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและความผันผวนของราคาพลังงานอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q3/2565 เติบโต 39.8% YoY** แตะ 57,998 ล้านบาท
* **กำไรสุทธิ Q3/2565 พุ่ง 156.7% YoY** อยู่ที่ 1,259 ล้านบาท
* **ยอดขายกลุ่มแฟชั่นเติบโตโดดเด่น 63.7% YoY** จากการฟื้นตัวของกำลังซื้อและการท่องเที่ยว
* **ยอดขาย Omnichannel เติบโตต่อเนื่อง 17%** ในไทย และ 51% ในเวียดนาม
* **การขยายสาขาใหม่และปรับปรุงสาขาเดิม** ทั้งในไทย เวียดนาม และอิตาลี หนุนการเติบโต
* **อัตรากำไรขั้นต้นรวมเพิ่มขึ้นเป็น 25.8%** จาก 23.1% ในปีก่อน
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2565 CRC มีรายได้รวม 57,998 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยหลังการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 และการกลับมาของภาคการท่องเที่ยว โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจแฟชั่นที่เติบโตถึง 63.7% และกลุ่มฮาร์ดไลน์ที่เติบโต 38.2% ขณะที่กลุ่มฟู๊ดเติบโต 25.7% กำไรขั้นต้นรวมเพิ่มขึ้น 61.1% เป็น 14,967 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2565 อยู่ที่ 1,259 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 156.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
สำหรับผลประกอบการ 9 เดือนแรกของปี 2565 รายได้รวมอยู่ที่ 171,098 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.0% และกำไรสุทธิอยู่ที่ 4,188 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 291.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของการท่องเที่ยวและการบริโภคในประเทศ:** เป็นปัจจัยบวกหลักที่ส่งเสริมยอดขายในทุกกลุ่มธุรกิจ
* **การขยายสาขาและโมเดลธุรกิจใหม่:** เช่น Tops CLUB, Tops Vita, Tops Care และการปรับปรุงสาขาในต่างประเทศ (เวียดนาม, อิตาลี) จะช่วยเพิ่มฐานลูกค้าและรายได้
* **การเติบโตของช่องทาง Omnichannel:** การพัฒนาแพลตฟอร์มที่เชื่อมต่อโลกออนไลน์และออฟไลน์อย่างไร้รอยต่อ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขายและสร้างประสบการณ์ลูกค้าที่ดี
* **กลยุทธ์ Synergy:** การสร้างผลประโยชน์ร่วมกันระหว่างหน่วยธุรกิจ ทั้งด้านรายได้และการบริหารต้นทุน จะช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไร
* **การขยายธุรกิจ Health & Wellness:** ตอบรับเทรนด์ผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพ
## ความเสี่ยง
* **ภาวะเงินเฟ้อและต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น:** อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคและต้นทุนการดำเนินงาน
* **ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก:** ความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์และภาวะเศรษฐกิจถดถอย อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจในต่างประเทศ
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมค้าปลีก:** การแข่งขันที่รุนแรงอาจกดดันอัตรากำไร
* **ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน:** สำหรับการดำเนินงานในต่างประเทศ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ย:** ผลกระทบต่อกำลังซื้อและต้นทุนทางการเงิน
* **การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว:** จำนวนนักท่องเที่ยวและกำลังซื้อ
* **การเติบโตของยอดขาย Omnichannel:** ประสิทธิภาพของแพลตฟอร์มและการตอบรับของลูกค้า
* **ความคืบหน้าในการขยายสาขาและโมเดลธุรกิจใหม่:** โดยเฉพาะในกลุ่ม Health & Wellness
* **ผลกระทบจากสถานการณ์พลังงานในยุโรป:** ต่อต้นทุนการดำเนินงานและกำลังซื้อของผู้บริโภค
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**รายได้จากการขาย:** เติบโตอย่างแข็งแกร่งในทุกกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่มแฟชั่นที่ได้รับอานิสงส์จากการท่องเที่ยวและการกลับมาของกำลังซื้อ ขณะที่ฮาร์ดไลน์ยังคงเติบโตได้ดีจากการซ่อมแซมและตกแต่งที่อยู่อาศัย ฟู๊ดเติบโตต่อเนื่องจากการขยายสาขาและปรับปรุงแบรนด์ในเวียดนาม
**อัตรากำไรขั้นต้น:** ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 25.8% จาก 23.1% ในปีก่อน โดยได้แรงหนุนจากกลุ่มแฟชั่นที่มีอัตรากำไรสูง และการบริหารจัดการส่วนลดทางการค้าที่ดีขึ้น รวมถึงการเพิ่มขึ้นของกำไรขั้นต้นจากการให้เช่าและบริการ
**การบริหารค่าใช้จ่าย:** ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำกว่ารายได้ ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้รวมลดลง โดยบริษัทฯ มีการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การใช้พลังงานทดแทน และการปรับปรุงการตลาดออนไลน์
**การขยายสาขา:** มีการเปิดสาขาใหม่และปรับปรุงสาขาเดิมอย่างต่อเนื่อง ทั้งในประเทศไทย (โรบินสัน ไลฟ์สไตล์ ถลาง, ไทวัสดุ Hybrid) และต่างประเทศ (เวียดนาม, อิตาลี) รวมถึงการเปิดโมเดลร้านค้าใหม่ เช่น Tops CLUB
**Omnichannel:** ยังคงเป็นกลยุทธ์สำคัญ โดยมียอดขายเติบโตต่อเนื่อง สะท้อนถึงการเชื่อมต่อโลกออฟไลน์และออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2565 สินทรัพย์รวมของ CRC อยู่ที่ 271,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.0% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงคลังและที่ดินอาคารอุปกรณ์ หนี้สินรวมอยู่ที่ 204,233 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย ขณะที่ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 66,766 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.0% จากกำไรสะสมที่เพิ่มขึ้น
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานสำหรับ 9 เดือนแรกของปี 2565 อยู่ที่ 13,226 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน โดยมีเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 10,094 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ และกระแสเงินสดสุทธิใช้ไปจากกิจกรรมจัดหาเงินอยู่ที่ 8,185 ล้านบาท
## สรุปท้าย
CRC โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 เติบโตโดดเด่นทั้งรายได้และกำไรสุทธิ โดยมีหัวใจสำคัญมาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวที่ส่งผลดีต่อยอดขายในทุกกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่มแฟชั่น ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพและการขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเปิดสาขาใหม่และพัฒนาช่องทาง Omnichannel ซึ่งปัจจัยเหล่านี้มีแนวโน้มที่จะส่งผลดีต่อเนื่องในระยะข้างหน้า แม้จะยังคงต้องจับตาความเสี่ยงจากภาวะเงินเฟ้อและต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นก็ตาม
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CRC ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
58,724.51
ล้านบาท
↓ 15.2% YoY
กำไรขั้นต้น
10,559.97
ล้านบาท
↓ 44% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
17.98
%
กำไรสุทธิ
2,630.14
ล้านบาท
↑ 20.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.48
%
D/E Ratio
2.56
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
58,725
↓ -15.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
10,560
↓ -44%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
2,630
↑ + 20.8%
YoY
D/E Ratio
2.56
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CRC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.56
ROE (%)
11.03
ROA (%)
5.38
Book Value/หุ้น
11.59
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CRC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,273
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+10,628
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CRC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,273.40
-170.57%
|
1,804.49
-421.07%
|
-562.02
-102.58%
|
21,801.50
+2.82%
|
21,202.69
+77.27%
|
11,960.81
-34.94%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
10,627.66
+6.86%
|
9,944.99
+75.95%
|
5,652.17
+39.70%
|
4,045.85
-79.37%
|
19,615.10
-323.44%
|
-8,778.82
-35.39%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-9,434.01
-413.70%
|
3,007.29
-58.06%
|
7,169.81
-31.78%
|
10,509.56
-141.91%
|
-25,075.24
-963.05%
|
2,905.43
-144.84%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
441.80
-96.12%
|
11,375.83
+3.75%
|
10,964.21
-14.37%
|
12,804.26
+174.10%
|
4,671.43
-173.91%
|
-6,320.01
+537.16%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
9,274.67
-35.46%
|
14,371.23
-2.34%
|
14,716.00
-11.24%
|
16,579.39
+4.20%
|
15,911.87
+57.97%
|
10,073.02
-8.96%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
9,796.90
+5.63%
|
9,274.67
-35.46%
|
14,371.23
-2.34%
|
14,716.00
-11.24%
|
16,579.39
+4.20%
|
15,911.87
+57.97%
|