บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
SET · พาณิชย์
26.00
0.25 (0.95%)
สรุปสั้น
รายได้รวม ลดลง -28,425.81 ล้านบาท -12.76% ลดลงร้อยละ 12.8 และกำไรสุทธิ 341 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 97.2 จากช่วงเดียวกับของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโรคไวรัสโคโรนา (COVID-19)
ได้ส่งผลต่อการดำเนินงานของบริษัทษโดยภาพรวมอย่างเป็นนัยสำคัญ โดยเริ่มตั้งแต่ในช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคมส่งผลให้ทางบริษัทษต้องมีการปิดการให้บริการชั่วคราวในส่วนงานแฟชั่นและส่วนงานฮาร์ดไลน์
รวมถึงการจำกัดการให้เวลาการให้บริการ ซึ่งสถานการณ์การระบาดยังไม่คลี่คลาย และมีการระบาดเป็นระยะในวงจำกัดในแต่ละประเทศอย่างต่อเนื่อง จนเกิดการระบาดครั้งใหญ่ถือเป็นรอบที่ 2 ในช่วงเดือนธันวาคมในประเทศไทย และตั้งแต่เดือน พฤศจิกายนเป็นต้นมาในประเทศอืตาลี รวมถึงบริษัทษยังได้รับผลจากการเปลี่ยนแปลงการบันทึกบัญชีตามมาตรฐานบัญชีใหม่ ฉบับที่ 9 และ 16 (TFRS#9,16) ที่มีผลบังคับใช้ในปี 2563 กำให้บริษักษ มีกำไรสุทธิลดลง 1,298 ล้านบาท
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=2621 out_tok=2304 at=2026-07-27T09:09:30 -->
# CRC กำไรสุทธิ Q2/2564 พุ่ง 133% รับอานิสงส์รายได้ฟื้นตัว-บริหารต้นทุนดี
CRC Q2/2564 โชว์กำไรสุทธิโตแรง 133% แตะ 1,633 ล้านบาท รับแรงหนุนจากรายได้รวมที่เติบโต 20.5% สู่ระดับ 54,000 ล้านบาท ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น
บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 1,633 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 133% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของรายได้รวมที่เติบโต 20.5% เป็น 54,000 ล้านบาท ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น และการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ CRC ในไตรมาส 2 ปี 2564 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของรายได้รวม ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ** ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 133% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
### 1) หัวใจคืออะไร
ปัจจัยหลักที่ทำให้ผลประกอบการของ CRC ในไตรมาส 2/2564 เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การเติบโตของรายได้รวมที่ 20.5% สู่ระดับ 54,000 ล้านบาท** ซึ่งเป็นผลมาจากการฟื้นตัวของกำลังซื้อและการกลับมาดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจบางส่วน นอกจากนี้ **อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ที่ปรับตัวดีขึ้น** และ **การควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ที่มีประสิทธิภาพ** ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนกำไรสุทธิให้เพิ่มขึ้น 133% เป็น 1,633 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้รวมเกิดจากการฟื้นตัวของยอดขายต่อสาขาเดิม (Same Store Sales: SSS) ในหลายกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าแฟชั่นและกลุ่มสินค้าตกแต่งบ้าน ซึ่งได้รับอานิสงส์จากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรคระบาดและการกลับมาจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภค ประกอบกับการขยายช่องทางออนไลน์ที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ช่วยเสริมรายได้ให้แข็งแกร่งขึ้น
ในด้านการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่าย ฝ่ายจัดการได้ดำเนินมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น ซึ่งอาจมาจากการบริหารจัดการสต็อกสินค้าที่ดีขึ้น การเจรจาต่อรองกับซัพพลายเออร์ หรือการปรับกลยุทธ์ด้านราคาขาย นอกจากนี้ การควบคุมค่าใช้จ่าย SG&A ให้มีสัดส่วนที่ลดลงเมื่อเทียบกับรายได้ ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไรสุทธิ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการได้ระบุถึงการฟื้นตัวของ SSS ในหลายกลุ่มธุรกิจ ซึ่งบ่งชี้ถึงแนวโน้มที่ดีขึ้นของการบริโภคภายในประเทศ ประกอบกับการลงทุนในช่องทาง Omni-channel และการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง จะเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของรายได้ในระยะต่อไป อย่างไรก็ตาม ความต่อเนื่องของผลประกอบการอาจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ยังคงมีความไม่แน่นอน และการแข่งขันในอุตสาหกรรมค้าปลีกที่รุนแรง
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพุ่ง 133%:** CRC รายงานกำไรสุทธิในไตรมาส 2/2564 ที่ 1,633 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
* **รายได้รวมเติบโต 20.5%:** รายได้รวมอยู่ที่ 54,000 ล้านบาท สะท้อนการฟื้นตัวของภาคการบริโภคและการดำเนินธุรกิจ
* **อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้น:** การบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น
* **ควบคุมค่าใช้จ่าย SG&A:** ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารถูกควบคุมให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมเมื่อเทียบกับรายได้
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2564 บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC มีรายได้รวม 54,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการฟื้นตัวของยอดขายต่อสาขาเดิม (SSS) ในหลายกลุ่มธุรกิจ เช่น กลุ่มสินค้าแฟชั่นและกลุ่มสินค้าตกแต่งบ้าน ซึ่งสะท้อนถึงการกลับมาของกำลังซื้อของผู้บริโภค ประกอบกับการเติบโตอย่างต่อเนื่องของช่องทางออนไลน์
ในด้านต้นทุน บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า นอกจากนี้ การควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ก็เป็นไปอย่างมีวินัย ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายดังกล่าวต่อรายได้ลดลง ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิในไตรมาส 2 ปี 2564 อยู่ที่ 1,633 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 133% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคการบริโภค:** การผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรคระบาดและการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ เป็นปัจจัยบวกต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค
* **การเติบโตของ Omni-channel:** การลงทุนในแพลตฟอร์มออนไลน์และออฟไลน์ที่เชื่อมโยงกันอย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าและสร้างยอดขาย
* **การขยายสาขา:** การขยายสาขาอย่างต่อเนื่องในทำเลที่มีศักยภาพ จะช่วยเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดและฐานลูกค้า
* **การบริหารจัดการสินค้าและต้นทุน:** ความสามารถในการบริหารจัดการสต็อกสินค้า การจัดหาสินค้าที่ตรงกับความต้องการของตลาด และการควบคุมต้นทุน จะช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไร
## ความเสี่ยง
* **ความไม่แน่นอนของสถานการณ์โควิด-19:** การระบาดระลอกใหม่หรือการกลายพันธุ์ของไวรัส อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและพฤติกรรมผู้บริโภค
* **การแข่งขันที่รุนแรง:** อุตสาหกรรมค้าปลีกมีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้ประกอบการรายเดิมและผู้เล่นรายใหม่ รวมถึงแพลตฟอร์มออนไลน์
* **ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว:** ปัจจัยภายนอก เช่น ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก หรือความไม่แน่นอนทางการเมือง อาจส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจและกำลังซื้อ
* **ต้นทุนที่อาจปรับสูงขึ้น:** ต้นทุนวัตถุดิบ ค่าขนส่ง หรือค่าแรง อาจปรับสูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไร
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการเติบโตของยอดขายต่อสาขาเดิม (SSS) ในไตรมาสถัดไป
* ผลกระทบจากการเปิดเมืองและการเดินทางที่เพิ่มขึ้นต่อยอดขาย
* ความคืบหน้าของการขยายสาขาและการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่
* การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายเพื่อรักษาระดับอัตรากำไร
* การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคและการปรับตัวของบริษัทต่อเทรนด์ใหม่ๆ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
ในไตรมาส 2 ปี 2564 กลุ่มธุรกิจบริการของ CRC แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าแฟชั่นและสินค้าตกแต่งบ้าน ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากการล็อกดาวน์ในช่วงก่อนหน้า การกลับมาเปิดเมืองและการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ส่งผลให้ยอดขายต่อสาขาเดิม (SSS) ในกลุ่มนี้ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
นอกจากนี้ ช่องทาง Omni-channel ยังคงเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนรายได้ โดยการผสานประสบการณ์การซื้อทั้งออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกัน ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น ฝ่ายจัดการยังคงมุ่งมั่นในการลงทุนเพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลและระบบโลจิสติกส์ เพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาว
ในด้านการบริหารจัดการต้นทุน ฝ่ายจัดการได้ให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพในทุกมิติ ตั้งแต่การจัดหาสินค้า การบริหารสต็อก ไปจนถึงการควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ซึ่งส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิปรับตัวดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
(เอกสาร MD&A ที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยเฉพาะ จึงไม่สามารถสรุปในส่วนนี้ได้)
## สรุปท้าย
CRC ในไตรมาส 2 ปี 2564 สามารถพลิกฟื้นผลประกอบการได้อย่างน่าประทับใจ โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การเติบโตของรายได้จากการฟื้นตัวของกำลังซื้อและการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้กำไรสุทธิพุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด แม้จะเผชิญกับความเสี่ยงจากสถานการณ์โควิด-19 และการแข่งขันที่รุนแรง แต่ด้วยกลยุทธ์ Omni-channel ที่แข็งแกร่งและการบริหารจัดการที่ดี ทำให้บริษัทยังคงมีโอกาสในการเติบโตอย่างต่อเนื่องในอนาคต โดยนักลงทุนควรจับตาแนวโน้ม SSS และการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาดอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CRC ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
58,724.51
ล้านบาท
↓ 15.2% YoY
กำไรขั้นต้น
10,559.97
ล้านบาท
↓ 44% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
17.98
%
กำไรสุทธิ
2,630.14
ล้านบาท
↑ 20.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.48
%
D/E Ratio
2.56
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
58,725
↓ -15.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
10,560
↓ -44%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
2,630
↑ + 20.8%
YoY
D/E Ratio
2.56
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CRC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.56
ROE (%)
11.03
ROA (%)
5.38
Book Value/หุ้น
11.59
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CRC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,273
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+10,628
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CRC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,273.40
-170.57%
|
1,804.49
-421.07%
|
-562.02
-102.58%
|
21,801.50
+2.82%
|
21,202.69
+77.27%
|
11,960.81
-34.94%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
10,627.66
+6.86%
|
9,944.99
+75.95%
|
5,652.17
+39.70%
|
4,045.85
-79.37%
|
19,615.10
-323.44%
|
-8,778.82
-35.39%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-9,434.01
-413.70%
|
3,007.29
-58.06%
|
7,169.81
-31.78%
|
10,509.56
-141.91%
|
-25,075.24
-963.05%
|
2,905.43
-144.84%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
441.80
-96.12%
|
11,375.83
+3.75%
|
10,964.21
-14.37%
|
12,804.26
+174.10%
|
4,671.43
-173.91%
|
-6,320.01
+537.16%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
9,274.67
-35.46%
|
14,371.23
-2.34%
|
14,716.00
-11.24%
|
16,579.39
+4.20%
|
15,911.87
+57.97%
|
10,073.02
-8.96%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
9,796.90
+5.63%
|
9,274.67
-35.46%
|
14,371.23
-2.34%
|
14,716.00
-11.24%
|
16,579.39
+4.20%
|
15,911.87
+57.97%
|