บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
SET · พาณิชย์
28.50
1.00 (3.39%)
สรุปสั้น
รายได้รวม ลดลง -28,425.81 ล้านบาท -12.76% ลดลงร้อยละ 12.8 และกำไรสุทธิ 341 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 97.2 จากช่วงเดียวกับของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโรคไวรัสโคโรนา (COVID-19)
ได้ส่งผลต่อการดำเนินงานของบริษัทษโดยภาพรวมอย่างเป็นนัยสำคัญ โดยเริ่มตั้งแต่ในช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคมส่งผลให้ทางบริษัทษต้องมีการปิดการให้บริการชั่วคราวในส่วนงานแฟชั่นและส่วนงานฮาร์ดไลน์
รวมถึงการจำกัดการให้เวลาการให้บริการ ซึ่งสถานการณ์การระบาดยังไม่คลี่คลาย และมีการระบาดเป็นระยะในวงจำกัดในแต่ละประเทศอย่างต่อเนื่อง จนเกิดการระบาดครั้งใหญ่ถือเป็นรอบที่ 2 ในช่วงเดือนธันวาคมในประเทศไทย และตั้งแต่เดือน พฤศจิกายนเป็นต้นมาในประเทศอืตาลี รวมถึงบริษัทษยังได้รับผลจากการเปลี่ยนแปลงการบันทึกบัญชีตามมาตรฐานบัญชีใหม่ ฉบับที่ 9 และ 16 (TFRS#9,16) ที่มีผลบังคับใช้ในปี 2563 กำให้บริษักษ มีกำไรสุทธิลดลง 1,298 ล้านบาท
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
{
"documents": [
{
"id": "CRC_2569_2_financial_explanation_23a3b45f27ff41ddb5244a0118334f3e",
"content": "เรื่อง คำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ สำหรับงวดสามเดือนและหกเดือนสิ้นสุด\nCRC IR 003/2569\nวันที่ 30 มิถุนายน 2569\nเรียน กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย\nบริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (“บริษัทฯ”) และบริษัทย่อย (“บริษัทฯ”) ขอแจ้ง\n14 สิงหาคม 2569\nคำอธิบายและวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการสำหรับผลการดำเนินงานของบริษัทฯ จากงบการเงินรวม\n\nจึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ\n\nขอแสดงความนับถือ\n-ลงนาม-\n(นายปเนต มหรรฆานุรักษ์)\nประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการเงิน\nสำหรับงวดสามเดือนและหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2569\n\nบริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)\n\n1",
"metadata": {
"company": "CRC",
"year": 2569,
"quarter": 2,
"category": "financial_explanation",
"source": "PDF",
"document_type": "คำอธิบายงบการเงิน",
"page_number": 1,
"tags": [
"สำหรับ",
"บริษัท",
"บริษัทฯ",
"คำอธิบาย",
"วิเคราะห์",
"ฝ่ายจัดการ",
"สิ้นสุด",
"วันที่",
"มิถุนายน",
"เซ็นทรัล"
],
"layout_method": "column_aware",
"layout_columns": 2,
"layout_bands": 5,
"layout_tables": 0
}
},
{
"id": "CRC_2569_2_financial_explanation_d777048f701b47a9858a14210ac23b5d",
"content": "ภาพรวมสถานการณ์ธุรกิจและผลการดำเนินงาน\nแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 2 ปี 2569 ยังคงเผชิญกับการชะลอตัว เนื่องจากได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายในและภายนอก ประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังคงมีอยู่อย่าง ต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อเศรษฐกิจผ่านการเพิ่มขึ้นของต้นทุนการดำเนินธุรกิจ และการลดทอนกำลังซื้อของภาคครัวเรือน นอกจากนี้สถานการณ์ดังกล่าวยังส่งผลกระทบต่อเนื่องมายังภาคการท่องเที่ยว โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในครึ่งปีแรกอยู่ที่ประมาณ 16.2 ล้านคน ลดลงร้อยละ 3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (ไตรมาสที่ 2 มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติอยู่ที่ประมาณ 6.5 ล้านคน ลดลงร้อยละ 9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน) อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยในไตรมาสนี้ได้รับปัจจัยสนับสนุนจาก มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ที่ให้ประชาชนใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน ถึง 30 กันยายน 2569 โดยรัฐสนับสนุนค่าใช้จ่ายให้ร้อยละ 60 และประชาชนออกเองร้อยละ 40 เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพจากวิกฤตพลังงาน รวมถึง อัตราดอกเบี้ยนโยบายยังคงอยู่ในระดับตํ่า ซึ่งเอื้อต่อการใช้จ่าย การลงทุน และการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจในภาพรวม ขณะที่เศรษฐกิจเวียดนามในไตรมาสที่ 2 ปี 2569 ขยายตัวร้อยละ 8.4 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (จากข้อมูลของสำนักงาน สถิติแห่งชาติของเวียดนาม) ซึ่งได้รับแรงขับเคลื่อนหลักจากภาคอุตสาหกรรมและก่อสร้าง ซึ่งได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการขยายตัว ของภาคการผลิตเพื่อการส่งออก การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ขณะที่ภาคบริการยัง ขยายตัวต่อเนื่องจากการบริโภคภายในประเทศ การค้าปลีก และการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติใน ครึ่งปีแรกอยู่ที่ประมาณ 12.3 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 15 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (ไตรมาสที่ 2 มีจำนวนนักท่องเที่ยว ต่างชาติอยู่ที่ประมาณ 5.5 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 19 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน) อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจของประเทศไทยและเวียดนามในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 น่าจะยังคงได้รับอิทธิพลจากความไม่แน่นอนของ เศรษฐกิจโลก ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์และทิศทางนโยบายการค้าระหว่างประเทศ ทั้งนี้บริษัทฯ จะติดตามสถานการณ์และ ปัจจัยที่เกี่ยวข้อง พร้อมบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างเหมาะสมต่อไป\n2",
"metadata": {
"company": "CRC",
"year": 2569,
"quarter": 2,
"category": "financial_explanation",
"source": "PDF",
"document_type": "คำอธิบายงบการเงิน",
"page_number": 2,
"tags": [
"เศรษฐกิจ",
"ร้อยละ",
"ไตรมาส",
"ปีก่อน",
"สถานการณ์",
"นักท่องเที่ยว",
"ต่างชาติ",
"ผลกระทบ",
"เพิ่มขึ้น",
"ปัจจัย"
],
"layout_method": "column_aware",
"layout_columns": 1,
"layout_bands": 18,
"layout_tables": 0
}
},
{
"id": "CRC_2569_2_financial_explanation_1155e64efded4c56bdb8b5ee956ff3bf",
"content": "CENTRALRETAIL\namumscsshotulmsuiad 2 U2569\nประเทศไทย: ยอดขายของธุรกิจในประเทศไทยในไตรมาส 2 เติบโตร้อยละ 5 และเติบโตร้อยละ3 ในช่วงครึ่งปีแรก เมื่อเทียบกับ ไตรมาสเดียวค้นของปีก่อน โดยในไตรมาสนี้ขอดขายจากสาขาเดิมขยายตัวได้ดีและยอดขายในจังหวัดท่องเที่ยวยังคงเติบโตได้ดีต่อเนื่อง นอกจากนี้บริษัทฯ ยังเดินหน้าขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง อาทิบริษัทฯ ได้ขยายสาขาใหม่ของทือปส์ซูเปอร์มาร์เก็ต ท็อปส์เดลี่ 415 3๑๑นไพ 91๐เธ และร้านค้าเฉพาะทาง (5๒๑๐๕!ไ/ 51๐เอ) อีกทั้ง บริษัทฯ ยังได้เปิดตัว !๐๐1<5 ษ3๑ตนเห 91๐เธ โฉมใหม่พร้อมทั้งได้ปรับปรุงสาขาของหลาย ๆ หน่วยธุรกิจด้วย ในด้าน กลยุทธ์ ๐ทาท[6ท๕ททอ|! บริษัทฯ ยังคงพัฒนาและเพิ่ม UssdnSmw wovnn Digital channel (Online)O20 channel (OfflineOnline) อย่างต่อเนื่อง โดยในไตรมาส 2 ยอดขายจากช่องทางออนเไลน์มีสัดส่วนร้อยละ 11 ต่อยอดขายรวมของส่วนงานในประเทศไทย (โดยในช่วงครจึ่งปีแรกมีสัดส่วน ยอดขายร้อยละ 11)\nประเทศเวียดนาม: ยอดขายรวมในประเทศเวียดนาม (สคกุลเงินดอง) ลดลงร้อยละ 4 ในโตรมาส 2 และเติบโตร้อยละ 5 ในช่วงครึ่งปีแรก เมื่อเทียบคับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า (ยอดขายในสกุลเงินบาทลดลงร้อยละ 7 ในไตรมาส 2 และลดลงร้อยละ 2 ในช่วงครจึ่ง ปีแรก จากการที่บริษัทฯ ได้บันทึกยอดขายของธุรกิจจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟิทภายใต้แบรนด์ !งขู่นะ๑ท 1เทา ไม่เต็มไตรมาสหลังจากที่ได้จำหน่ายเงินลงทุนในธุรกิจนี้ไปแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2569 และผลกระทบของอัตราแลกเปลี่ยน) หากเปรียบเทียบ เฉพาะยอดขาย (สคุลเงินบาท) ของประเทศเวียดนามจากการดำเนินงานปกติ (ไม่รวมคิจการที่จำหน่ายออกไป) ยอดขายเพิ่มขึ้น ร้อยละ 2 ในไตรมาส 2 และเพิ่มขึ้นร้อยละ ] ในช่วงคจึ่งปีแรก เมื่อเทียบกับช่วงเดียวค้นของปีก่อนหน้า ในไตรมาสนี้บริษัทฯ เดินหน้า ก่อสร้างศูนย์การค้า ๐๐! ] สาขาได้แก่สาขา Tuyen Quang ซึ่งจะพร้อมเปิดบริการในช่วงคจรึ่งปีหลัง โดยยอดขายจากช่องทาง ออนไลน์มีสัดส่วนร้อยละ 7 ต่อยอดขายรวมของส่วนงานในประแเทศเวียดนาม (โดยในช่วงคจึ่งปีแรกมีสัดส่วนยอดขายร้อยละ 7) พัฒนาการด้านความยังยืนที่สำคัญในไตรมาส 2ปี2569\nในด๊้านความยังยืน เซ็นทรัล รีเทล ยังคงยึดมันในเจตนารมณค1 Retailงปท๐|อ๑รส!อ 1๐ะ /ฟ| เพื่อเป็นองค์กรค้าปลีก-ค้าส่งที่เนินการ เติบโตที่มีคุณค่าและเติบโตไปกับทุกภาคส่วน ภายใต้ปรัชญา 6พ6 6๓ตแอทั้ง7มิติ(๐๓แอ ๐!ด็๐๐๓๐ทาษ, Customer, Partner,0๑๐๒!อธ,๐๐ทาทานทโพ, ซ็ทงโอททารท1และ(9๐ง6เท๕ท๓๐๑) โดยขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย !ง๑! 7๑๒๐ปี2593 นอกจากนี้บริษัทฯ ได้รับการ ประเมินคะแนนด้านความยังยืนจาก ถึไรซีผื้นรรอ!| 556 เพิ่มขึ้นจาก 3.8เป็น4.2 ส่งผลให้บริษัทฯ อยู่ในอันดับที่ 2 ของกลุ่ม อุตสาหกรรม ณ สินปี 2568\nโครงการพพัฒนาการด้านความยั้งยืนในมิติต่างๆ มีดังนี้มิติสิ่งแวดล้อม: บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่องผ่านกลยุทธ์ 9๑ธิพ เพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมาย !ง๑! 7๑๓๐ อย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการต่างๆ ดังนี้ ๑\nReduce Greenhouse (7ตศร ธิทาไรร1๐ทร: บริษัทฯ จัดทำโครงการ 686 รทดเ๒เทค ไงอ1 7๑เ๒๐ ร่วมมือกับ ซ็ทง[แอททาอธท1 Champion จากทุกหน่วยธุรกิจ ได้ร่วมเวิร์กช็อปแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ยกระดับการทำงาน และส่งเสริมนวัตกรรมด้าน สิ่งแวดล้อม เร่งการเปลี่ยนผ่าน พัฒนาแผนงาน สู่เป้าหมาย !ง๑1! 7๑๐ ทั้งนี้ไทวัสดุและ บีเอ็นบีโฮม ได้ยกระดับค้าปลีกวัสดุก่อสร้างไทยชู “5ทาดห์ (เธอท ไธเด[| ถี๐๐รมร1อทา” โมเดลการบริหารจัดการพลังงานที่ผสาน /#ป Smart Energy [ไต๓๑ฮูอ6ทารท1 6!อสท ซ็หรเฮงและ(วเธอท !.๐ยู่เรน์๐ร เข้าด้วยคันอย่างเป็นระบบ เพื่อตอบโจทย์ความท้าทายจากความผัน ผวนของต้นทุนพลังงาน และยกระดับการดำเนินงานของธุรกิจค้าปลีกให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น (ณ สินปี 2568 บริษัทมีการ ปล่อยค๊าซเรือนกระจกในขอบเขต 1และ2รวม643,878 ต้นคาร์บอนเทียบเท่าต่อปีซึ่งลดลงจากปีที่ผ่านมา) Navigate Environmental Responsibility:3UU 2568ได้ปรับเปลี่ยนรถในระบบขนส่งเป็นยานยนต์ไฟขัท 144ค้นซึ่งลดการใช้น้ามันดีเซลได้ 1.023,209 ลิตรต่อปีและในไตรมาสนี้ทก็อปส์เร่งขยายการใช้ยานยนต์พลังงานไฟพัข้า (ธิง/)อีก 20ค้นรวมเป็นทั้งหมด 44คันตั้งเป้าลดการใช้น้้ามันเชื้อเพลิงได้กว่า 457,000ลิตรและลดการปล่อยก๊าซเจรือนกระจกได้ไ1,.202 ต้นคาร์บอนเทียบแท่า ภายในปี 2569",
"metadata": {
"company": "CRC",
"year": 2569,
"quarter": 2,
"category": "financial_explanation",
"source": "PDF",
"document_type": "คำอธิบายงบการเงิน",
"page_number": 3,
"tags": [
"ยอดขาย",
"ไตรมาส",
"บริษัทฯ",
"ธุรกิจ",
"ร้อยละ",
"เติบโต",
"ประเทศ",
"เวียดนาม",
"ความยั่งยืน",
"ในประเทศ"
],
"layout_method": "column_aware+pdfplumber",
"layout_columns": 1,
"layout_bands": 31,
"layout_tables": 1,
"table_engine": "pdfplumber",
"ocr_engine": "tesseract_soft_psm11",
"ocr_page": true
}
},
{
"id": "CRC_2569_2_financial_explanation_9bdb1778a08d41b693a36bde3750c8fe",
"content": "•\nEco-friendly Materials: บริษัท ร่วมมือกับหอการค้าไทย ต่อยอด “โครงการฮักโลก (Hug the Earth)” เป็นปีที่ 2 เพื่อ สร้างผลลัพธ์ด้านความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง หลังจากโครงการปีแรกสามารถผนึกพลังคู่ค้าและแบรนด์ชั้นนำกว่า 108 ราย คัด สรรสินค้ารักษ์โลกเข้าร่วมโครงการได้มากถึง 8,712 รายการ มาจัดจำหน่ายผ่านร้านค้าและแพลตฟอร์มในเครือเซ็นทรัล รีเทลมากกว่า 3,000 แห่ง ช่วยเพิ่มโอกาสการเข้าถึงสินค้าที่ได้รับฉลากสิ่งแวดล้อมให้แก่ผู้บริโภค พร้อมส่งเสริมการ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเลือกซื้อสินค้าอย่างยั่งยืน ตลอดจนสนับสนุนให้ผู้ผลิตให้ความสำคัญกับกระบวนการผลิตที่เป็นมิตร ต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น\n•\nWaste Management Solutions: บริษัท ได้ขับเคลื่อนโครงการ Love the Earth: Zero Waste อย่างต่อเนื่อง ด้วยการ จัดอบรมให้ความรู้การคัดแยกขยะภายในสำนักงานออฟฟิศ เซ็นทรัลชิดลม ให้แก่ฝ่ายบริหาร และฝ่ายจัดการ ร่วมถึงจัดทำชุด ความรู้สื่อสารให้แก่พนักงานทุกระดับเป็นประจำทุกสัปดาห์ผ่านช่องทางต่างๆ เพื่อสร้างการรับรู้และความเข้าใจเพื่อลดการใช้วัสดุและคัดแยกขยะอย่างถูกวิธี • มิติสังคม: บริษัทฯ ยึดมั่นในปรัชญา CRC Care ภายใต้แนวคิด \"ค้าปลีก-ค้าส่งเพื่อทุกคน” ยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้มีส่วนได้เสีย อย่างครอบคลุม ผ่านโครงการสำคัญต่างๆ ดังนี้\n•\nออโต้วัน (AUTO1) และ ท็อปส์ร่วมมือกับสถาบันการศึกษาในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรรุ่นใหม่ผ่านโครงการฝึกงานและ พัฒนาภาวะผู้นำ เพื่อเสริมสร้างทักษะที่สอดคล้องกับความต้องการของธุรกิจค้าปลีกและบริการ พร้อมสนับสนุนการพัฒนา กำลังคนไทยและการจ้างงานที่มีคุณภาพ ภายใต้โครงการ Operations Trainee Program และ TOPS leadership Internship Program\n•\nโก โฮลเซลล์สนับสนุนเกษตรกร ชุมชน และผู้ประกอบการ SMEs ผ่านการรับซื้อผลไม้ตามฤดูกาลกว่า 470 ตัน พร้อมจัด กิจกรรมส่งเสริมการบริโภคผลไม้ไทย และร่วมกับหน่วยงานภาครัฐผลักดันสินค้า GI สู่ตลาดค้าปลีกสมัยใหม่เพื่อสร้างโอกาส ทางการตลาดและเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรไทย\n•\nศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์จัดกิจกรรม Pride Month ภายใต้แนวคิด \"Celebration of Pride, Lifestyle of Love\" เพื่อ ส่งเสริมความหลากหลาย ความเสมอภาค และการมีส่วนร่วม พร้อมสร้างพื้นที่ที่เปิดกว้างและเป็นมิตรสำหรับทุกคน • มิติการบริหารจัดการภายใต้หลักธรรมาภิบาล : ในไตรมาส 2 บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ยึดมั่นใน หลักธรรมาภิบาลและจริยธรรมทางธุรกิจ (Business Ethics) โดยได้สื่อสารสร้างความตระหนักรู้แก่พนักงานเกี่ยวกับจรรยาบรรณ ธุรกิจอย่างต่อเนื่อง มุ่งเน้นในประเด็นสิทธิมนุษยชน ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ความซื่อสัตย์สุจริต รวมถึงช่องทางการแจ้ง เบาะแส (Whistleblowing) ผ่านระบบ Intranet, อีเมลภายใน และสื่อประชาสัมพันธ์ต่างๆ เพื่อให้เข้าถึงพนักงานได้อย่างทั่วถึง นอกจากนี้บริษัทฯ เข้าร่วมโครงการ “ZERO CORRUPTION กกร. และเพื่อนไม่ทน” เป็นความร่วมมือจากภาคเอกชนและ เครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชัน เพื่อช่วยขับเคลื่อนสังคมไทยสู่ความโปร่งใสและเป็นธรรม พร้อมตอกยํ้าจุดยืนในการยึดมั่น “ไม่ให้ไม่รับ ไม่ยอมรับ” และสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ยืนหยัดบนหลักธรรมาภิบาลอย่างจริงจัง ในครึ่งปีแรกของปี 2569 บริษัทฯ และธุรกิจในเครือได้รับรางวัลด้านความเป็นเลิศทางธุรกิจ ธรรมาภิบาล และความยั่งยืนที่สำคัญดังนี้รางวัลด้านการบริหารธุรกิจและธรรมาภิบาล (Business and Governance) อาทิบริษัทฯ ติดอันดับ Fortune Southeast 1.\nAsia 500 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ที่จัดโดย FORTUNE โดยครองอันดับที่ 40 จาก 500 บริษัท และในกลุ่มธุรกิจค้าปลีก (Retailing) ในระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เซ็นทรัล รีเทล ครองอันดับที่ 3 จากทั้งหมด 39 บริษัท และรักษาอันดับที่ 2 ในประเทศไทย ได้อย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพขององค์กรในการเป็นผู้นำธุรกิจค้าปลีก-ค้าส่งระดับภูมิภาค รวมถึงได้รับรางวัล “Best Green Bond – Thailand” จากเวที The Asset Triple A Sustainable Finance Awards 2026 จากการออกและเสนอขาย กรีนบอนด์เป็นครั้งแรกของธุรกิจค้าปลีก-ค้าส่งไทย เพื่อลงทุนในโครงการพลังงานหมุนเวียนขับเคลื่อนกลยุทธ์ด้านสิ่งแวดล้อม อย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ได้รับรางวัล “World’s Best Retail Media Unit at a Department Store” Award 2026 จากงาน IGDS Award 2026 จัดโดย International Group of Department Stores (IGDS) สะท้อน ความแข็งแกร่งของห้างเซ็นทรัลในฐานะผู้นำค้าปลีกไทย สำหรับรางวัลจากเวที Retail Asia Awards 2026 ห้างสรรพสินค้า 4",
"metadata": {
"company": "CRC",
"year": 2569,
"quarter": 2,
"category": "financial_explanation",
"source": "PDF",
"document_type": "คำอธิบายงบการเงิน",
"page_number": 4,
"tags": [
"โครงการ",
"ธุรกิจ",
"ค้าปลีก",
"ต่อเนื่อง",
"เซ็นทรัล",
"บริษัทฯ",
"ธรรมาภิบาล",
"บริษัท",
"สินค้า",
"สิ่งแวดล้อม"
],
"layout_method": "column_aware",
"layout_columns": 1,
"layout_bands": 33,
"layout_tables": 0
}
},
{
"id": "CRC_2569_2_financial_explanation_bbf0ef22fb0d4a33948f73e0f3583abf",
"content": "CENTRALRETAIL\nเซ็นทรัล และทือปส์ได้รับรางวัล [งิ๑๒๓ทาอท1 51อแอtheta: Supermarkettheตามลำดับ ขณะที่ซูเปอร์สปอร์ตได้รับ 2 รางวัลMarketing Initiativetheuaz Sporting Goods Retailerฝ่าอ อ6 อีกทั้งโกโฮล เซลล์ยังได้รับรางวัล (ขินไรไสทสไทย ษิเศทส่ร จากเวที 2025CEO SUMMIT ๕ 4มลดว 6ชดชูพอพ สะท้อนถึง ศักยภาพในการเป็น “ผู้เล่นรายใหม่” ในตลาดค้าส่งวัตถุดิบอาหารของไทย ที่สามารถปักหมุดและเติบโตได้อย่างรวดเร็ว และได้รับ การตอบรับอย่างดีจากทั้งกลุ่มผู้ประกอบการและลูกค้าทั่วไปในระยะเวลาอันสั้น รางวัลด้านทรัพยากรบุคคล (!ไนทาสท ใด๑ร๐นเห๐๑9) อาทิบริษัทฯ ติดอันดับ ถื๐ทนทอล 100CompaniesWork For™ รอนเทธตร1 /เรไต 2025 องค์กรที่น่าทำงานด้วยที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งจัดโดย 5๐8ไปไง่ธีร่วมกับ (เอต1 ๓๐6 1๐ ห๐«๑ และได้รับ22 รางวัลจากเวที Employee Experience Awards Thailand 2026 สะท้อนสถึงความมุ่งมั่นของบริษัท ในคการสร้างประสบการณ์การทำงานที่มีความหมาย พร้อมขับเคลื่อนองค์กรให้เป็นสถานที่ทำงานที่เปิดโอกาสให้พนักงานได้เติบโต สร้างคุณค่า และมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนความสำเร็จทางธุรกิจอย่างยั่งยืน รางวัลด้านความยั่งยืน (Sustainability)บริษัทฯ ได้รับเลือกเป็นสมาชิกดัชนีความยั่งยืน โท6 0๐พ ป๐ทอร น6ร1-ไทClass (DJ BIC)โดย58(0 6!๐๒๕! ในกลุ่ม หป๐ฟูต่อเนื่อง 3 ปีซ้อนและถีหาธเฮเทฮู !ไไดต่ฟ«1ร ต่อเนื่องค้นเป็นปีที่ 4 โดยในปีนี้บริษัทฯ ได้ผลคะแนนด้๊านความยั่งยืนอยู่ในระดับ10% ในกลุ่ม ผิดเดต!ไทย นอกจากนี้บริษัทฯ ได้รับรางวัลCommunitya Programme Award จากเวทีไโทร Global&“เพสแสร 2026 จากโครงการพืนที่วิดีชีวิตยังยืนแม่ทา จังหวัด เชียงใหม่ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลในด้านนวัตกรรมเพื่อสังคมและการเพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน และเซ็นทรัลเวียดนาม ได้รับรางวัล (ิน1ร1อทสเทย 658 ค๒๐บงแพ บนทำเนียบ50 Corporate Sustainability Awards (CSA) 2026 และติดอันดับ 1๐๒ 10 5นรเศเทสไว|!อ (วิธงอ|!๐ทาอท1 ถีไชร 2025-2026 ในงาน (๑อ๐|!ส่อท ไวแสศยอท “เพสแลร 2026 จัดโดย Vietnam Economic Science Association la: Vietnam Economic Times (VnEconomy) พัฒนาการด้านธุรกิจที่สำคัญในไตรมาส 2ปี2569\nบริษัทฯ ได้ปรับพอร์ตโฟลิโอเชิงกลยุทธ์โดยมุ่งเนินการขยายธุรกิจในตลาดหลักทีมีศักยภาพสูง ได้แก่ประเทศไทย เวียดนาม และเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้เพื่อสร้างการเติบโตระยะยาวและต่อยอดศักยภาพระหว่างธุรกิจในเครือ โดยบริษัทฯ ได้ขายธุรกิจห้างสรรพสินค้า รี่นาเชนเต ในประเทศอิตาลีตามมติของที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 172568 (วันที่ 6 พฤศจิกายน 2568) โดยธุรกรรมการขาย กิจการเสร็จสมบูรณ์แล้ว ทำให้ธุรกิจห้างสรรพสินค้ารีนาเซนเตได้ถูกจำหน่ายไป ณ วันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 (ทั้งนี้ข้อมูลทาง การเงินของธุรกิจห้างสรรพสินค้ารีนาเซนเตได้รายงานเป็นส่วนการดำเนินงานที่ยกเลิก) นอกจากนี้บริษัทฯ ได้จำหน่ายเงินลงทุนในบริษัทย่อยของกลุ่มธุรกิจจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าภายใต้แบรนด์ค้าปลีก !งฮูนหอฮท 1<เทในประเทศเวียดนาม แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2569 (รายการนี้ได้เปิดเผยในหมายเหตุประกอบข้อมูลทางการเงินข้อ9) ธุรกรรมนี้ถือเป็นกลยุทธ์ในการปรับพอร์ตธุรกิจของบริษัทฯ ในประเทศเวียดนาม ที่จะมุ่งเป็นการจัดสรรทรัพยากร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ในการดำเนินงาน เร่งการขยายธุรกิจตลอดจนสร้างผลตอบแทนที่ดียิ่งขึ้นให้กับ 2 ธุรกิจหลักคือ กลุ่มฟูดและพพร็อพเพอร์ตี้",
"metadata": {
"company": "CRC",
"year": 2569,
"quarter": 2,
"category": "financial_explanation",
"source": "PDF",
"document_type": "คำอธิบายงบการเงิน",
"page_number": 5,
"tags": [
"ธุรกิจ",
"บริษัทฯ",
"รับรางวัล",
"Awards",
"รางวัล",
"ยั่งยืน",
"เวียดนาม",
"วันที่",
"ศักยภาพ",
"เติบโต"
],
"layout_method": "column_aware+pdfplumber",
"layout_columns": 1,
"layout_bands": 26,
"layout_tables": 1,
"table_engine": "pdfplumber",
"ocr_engine": "tesseract_raw_psm11",
"ocr_page": true
}
},
{
"id": "CRC_2569_2_financial_explanation_b4bae4352cef420a9220031b7c06635c",
"content": "การพัฒนาการด้านธุรกิจตามแผนงานหลัก มีดังนี้\n1. การขยายและการปรับปรุงสาขา\nในไตรมาส 2 ปี 2569 บริษัทฯ ได้มีการขยายสาขาและปรับปรุงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ในส่วนของประเทศไทย บริษัทฯ ได้เปิดสาขาใหม่ได้แก่ท็อปส์ซูเปอร์มาร์เก็ต 2 สาขา ที่ริเวอร์ไซต์พลาซ่า กรุงเทพฯ และ ที่เซ็นทรัล ขอนแก่น แคมปัส จังหวัดขอนแก่น ท็อปส์เดลี่ 12 สาขา\nและ KIS Beauty Store 3 สาขา ที่จังหวัดตรัง ขอนแก่น และจันทบุรีนอกจากนี้บริษัทฯ ได้เปิดตัว “LOOKS Beauty Store” โฉมใหม่ภายใต้คอนเซปต์ “ทุกเรื่องบิวตี้มีที่ LOOKS” ที่โรบินสันไลฟ์สไตล์ศรีสมาน เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญ\nกับทั้งประสบการณ์คุณภาพ และการค้นพบไอเท็มที่ตอบโจทย์ตัวเองได้ง่ายยิ่งขึ้น สำหรับประเทศเวียดนาม บริษัทฯ เดินหน้าก่อสร้าง\nศูนย์การค้า GO! สาขา Tuyen Quang ซึ่งจะพร้อมเปิดบริการในช่วงครึ่งปีหลัง นอกจากนี้ทางบริษัทฯ ได้เปิดร้านค้าเฉพาะทาง\n(Specialty Store) และสาขา Brandshop ต่าง ๆ ทั้งในประเทศไทยและเวียดนาม ตามแผนงานที่ทางบริษัทฯ ได้ตั้งเป้าหมายไว้ด้านการ\nปรับปรุงสาขาหรือปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์แบรนด์ (Renovation & Rebranding) บริษัทฯ ได้ปรับปรุงห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลอย่าง\nต่อเนื่อง อาทิเซ็นทรัลพระราม 9 และเซ็นทรัลบางนา เป็นต้น\nโดย ณ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทฯ มีเครือข่ายร้านค้าภายใต้แบรนด์ค้าปลีกและค้าส่งทั้งหมด 3,834 ร้านค้า ในประเทศไทยและ\nเวียดนาม ประกอบด้วย ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลและโรบินสัน 75 สาขา ไทวัสดุ 89 สาขา ออโต้วัน 70 สาขา โก โฮลเซลล์ 14 สาขา ท๊อปส์ซูเปอร์มาร์เก็ต และท๊อปส์เดลี่ 734 สาขา ไฮเปอร์มาร์เก็ต โก (GO!) 43 สาขา และ มินิโก (go!) 16 สาขา และร้านค้าเฉพาะทาง\n(Specialty Store) และ Brandshop รวมเป็นพื้นที่ขาย 3,747,407 ตารางเมตร (ไม่นับรวมพื้นที่ขายของกิจการที่จำหน่ายออกไป)\nเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.2 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีศูนย์การค้าทั้งหมด 75 สาขา รวมเป็นพื้นที่เช่า 778,708 ตารางเมตร เพิ่มขึ้น\nร้อยละ 0.3 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน\n2.\nการพัฒนาด้าน Omnichannel\nบริษัทฯ ได้พัฒนา Next-Gen Omnichannel Platform เพื่อยกระดับประสบการณ์การช้อปปิ้งเฉพาะบุคคล (Ultra-Personalization)\nให้เป็นทางเลือกเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าที่เชื่อมประสบการณ์ช้อปปิ้งออฟไลน์และออนไลน์เข้าด้วยกัน โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์การช้อปปิ้งที่สมบูรณ์แบบ นอกจากนี้ยังเป็นการสร้าง Inclusive Growth\nให้กับคู่ค้า ทำให้แพลตฟอร์มนี้กลายเป็น ‘Destination’ สำหรับลูกค้าและคู่ค้า โดยปัจจุบันบริษัทฯ มีช่องทางการขาย Omnichannel ที่หลากหลายและพร้อมให้บริการแก่ลูกค้าผ่านทาง 1) Digital channel (Online) อาทิเว็บสโตร์โมบาย แอปพลิเคชัน ควิกคอมเมิร์ซ\n(Quick Commerce) และ 2) O2O channel (Offline to Online) อาทิ Chat & Shop การขายผ่านสื่อสังคมออนไลน์ (Social\nCommerce) เช่น Facebook LINE TikTok และ Personal Shopper ที่ลูกค้าจะได้รับบริการจากผู้ช่วยส่วนตัวในการเลือกซื้อสินค้า\nโดยในไตรมาส 2 ของปี 2569 ยอดขายออนไลน์เติบโตร้อยละ 24 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ยอดขายผ่านช่องทางออนไลน์มีสัดส่วนร้อยละ 11 ของยอดขายรวม (ในช่วง 6 เดือนแรก ยอดขายออนไลน์เติบโตร้อยละ 22 และมีสัดส่วนยอดขายร้อยละ 10)\n3. แผนงานด้าน Synergy\nบริษัทฯ ได้ดำเนินแผนงานด้าน Synergy โดยเป็นการทำงานร่วมกันกับธุรกิจทั้งหมดในเครือเซ็นทรัล รีเทล และกลุ่มเซ็นทรัล เพื่อสร้าง\nผลประโยชน์ทั้งในด้านรายได้และการบริหารค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งโครงการต่าง ๆ มีความคืบหน้าเป็นไปตามแผนที่วางไว้ได้แก่\n•\nการสร้างยอดขายส่วนเพิ่มการนำเสนอสินค้าระหว่างหน่วยธุรกิจ (Product cross listing) ให้สอดคล้องกับความต้องการของ\nลูกค้าในแต่ละแพล็ตฟอร์มของหน่วยธุรกิจ รวมทั้งการทำแคมเปญร่วมกัน (Cross campaign)\n•\nการรวมระบบ IT ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ให้เป็นระบบเดียว One Tech Platform เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงาน ยกระดับ\nประสบการณ์ลูกค้าในทุกๆ ช่องทาง Omnichannel และประหยัดค่าใช้จ่าย\n\n6",
"metadata": {
"company": "CRC",
"year": 2569,
"quarter": 2,
"category": "financial_explanation",
"source": "PDF",
"document_type": "คำอธิบายงบการเงิน",
"page_number": 6,
"tags": [
"บริษัทฯ",
"เซ็นทรัล",
"ลูกค้า",
"ร้อยละ",
"ออนไลน์",
"ยอดขาย",
"ประสบการณ์",
"ธุรกิจ",
"พื้นที่",
"ร้านค้า"
],
"layout_method": "column_aware",
"layout_columns": 1,
"layout_bands": 28,
"layout_tables": 0
}
},
{
"id": "CRC_2569_2_financial_explanation_1ef8bc2172194b4eafd9feac94b6f65f",
"content": "•\nการเพิ่มอัตราการทำกำไรในระยะยาว โดยการเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นและบริหารค่าใช้จ่ายให้มีประสิทธิภาพ ในทุกหน่วยงานของ\nบริษัทฯ เช่น ได้มีการบริหารต้นทุนการจัดซื้อสินค้า การซื้อสินค้าร่วมกัน (Pool purchasing) ให้ได้ต้นทุนที่เหมาะสม ซึ่งช่วยเพิ่ม\nอัตรากำไรขั้นต้น โดยได้เริ่มดำเนินการไปแล้วในบางหน่วยงาน\nทั้งนี้บริษัทฯ ยังมุ่งเน้นการเติบโตอย่างระมัดระวังและสร้างฐานการเงินที่แข็งแกร่งบนหลักบริหารจัดการ 3C (Cost, Capex, Cash Flow)\nให้มีประสิทธิภาพ คือ\n•\nCost บริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ผ่านหลาย ๆ โครงการ อาทิการลดค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรในส่วน\nงานที่ซํ้าซ้อน การติดตั้ง Solar Rooftop และการใช้รถบรรทุกพลังงานไฟฟ้า (EV) เพื่อช่วยประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อ\nสิ่งแวดล้อม การปรับเปลี่ยนการทำโฆษณาผ่านช่องทางออนไลน์หรือ Social Commerce เพื่อลดค่าใช้จ่ายทางการตลาด รวมถึง\nการบริหารจัดการสินค้าล้าสมัยให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น\n•\nCapex เน้นการลงทุนให้เกิดประโยชน์สูงสุดใน Strategic Business และเร่งขยาย Proven Format\n•\nCash Flow ขยายขีดความสามารถในการจัดการเงินทุนหมุนเวียนให้มีความรวดเร็ว คล่องตัว และเพิ่มกระแสเงินสดให้มากขึ้นสำหรับ\nสร้างการเติบโตทางธุรกิจต่อไป\n\n7",
"metadata": {
"company": "CRC",
"year": 2569,
"quarter": 2,
"category": "financial_explanation",
"source": "PDF",
"document_type": "คำอธิบายงบการเงิน",
"page_number": 7,
"tags": [
"มีประสิทธิภาพ",
"บริหาร",
"ต้นทุน",
"สินค้า",
"ขั้นต้น",
"ค่าใช้จ่าย",
"หน่วยงาน",
"บริษัทฯ",
"การบริหาร",
"เติบโต"
],
"layout_method": "column_aware",
"layout_columns": 1,
"layout_bands": 9,
"layout_tables": 0
}
},
{
"id": "CRC_2569_2_financial_explanation_7053b436e9fd46eca690b9315f1719a0",
"content": "ผลประกอบการประจำไตรมาส 2 ปี 2569\nบริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย (“บริษัทฯ”) รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ประจำปี 2569 มีรายได้รวม 60,119 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.5 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน กำไรสุทธิจากการดำเนินงานต่อเนื่อง 2,126 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 155.8 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรจากกิจกรรมดำเนินงาน 3,400 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 59.9 จากช่วง เดียวกันของปีก่อน และกำไรสุทธิจากการดำเนินงานต่อเนื่องหลังรายการปรับปรุง 2,196 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 111.6 จากช่วง เดียวกันของปีก่อน นอกจากนี้บริษัทฯ ได้จำหน่ายเงินลงทุนในบริษัทย่อยของกลุ่มธุรกิจจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าภายใต้แบรนด์ค้าปลีก Nguyen Kim ในประเทศเวียดนาม แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2569 โดยบริษัทฯ มีรายได้จากการขายโดยรวมเพิ่มขึ้น ร้อยละ 3.0 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (โดยรายได้จากการขายที่ไม่รวมธุรกิจที่จำหน่ายไปเติบโตร้อยละ 4.9) กำไรขั้นต้นจากการขาย เพิ่มขึ้นทั้งจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นและอัตราการทำกำไรที่สูงขึ้นด้วย ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้นจากค่านายหน้าจากการขายทางช่องทาง ออนไลน์ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลงจากค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับ IT และผลขาดทุนจากตราสารอนุพันธ์ที่ลดลง อีกทั้งต้นทุนทาง การเงินยังคงลดลงตามการลดลงของจำนวนเงินกู้ยืมและอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืม ส่วนแบ่งกำไรของบริษัทร่วมและการร่วมค้าเพิ่มขึ้น จากส่วนแบ่งกำไรของบริษัท เจดีสปอร์ตส์แฟชั่น (ประเทศไทย) ที่บริษัทฯ ได้เข้าซื้อหุ้น 40% ในไตรมาสที่ 1 ที่ผ่านมา รวมถึงกิจการ ร่วมค้าอื่นๆบางส่วนด้วย\n8",
"metadata": {
"company": "CRC",
"year": 2569,
"quarter": 2,
"category": "financial_explanation",
"source": "PDF",
"document_type": "คำอธิบายงบการเงิน",
"page_number": 8,
"tags": [
"เพิ่มขึ้น",
"ร้อยละ",
"บริษัท",
"ปีก่อน",
"บริษัทฯ",
"ไตรมาส",
"รายได้",
"ดำเนินงาน",
"จำหน่าย",
"ค่าใช้จ่าย"
],
"layout_method": "column_aware",
"layout_columns": 1,
"layout_bands": 12,
"layout_tables": 0
}
},
{
"id": "CRC_2569_2_financial_explanation_240eee55d6ab40169a9d826a8f777d76",
"content": "สรุปงบกำไรขาดทุนสำหรับไตรมาส 2 ปี 2569\n\nรายได้จากการขาย\n- รายได้จากการขายจากส่วนงานแฟชั่น\n- รายได้จากการขายจากส่วนงานฮาร์ดไลน์\n- รายได้จากการขายจากส่วนงานฟู้ด\nรายได้การให้บริการเช่า\nรายได้จากการให้บริการ\nรายได้จากการลงทุน\nรายได้อื่น\nรวมรายได้ต้นทุนขาย\nกำไรขั้นต้นจากการขาย\nต้นทุนการให้เช่าและการให้บริการ\nกำไรขั้นต้นจากการให้เช่าและการให้บริการ\nกำไรขั้นต้นจากการขาย การให้เช่าและการให้บริการ\nกำไรขั้นต้น รวมรายได้จากการลงทุน และรายได้อื่น\nค่าใช้จ่ายในการขาย\nค่าใช้จ่ายในการบริหาร\nกำไรจากกิจกรรมดำเนินงาน\nต้นทุนทางการเงิน\nส่วนแบ่งกำไรของบริษัทร่วมและการร่วมค้า\nกำไรก่อนค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้กำไรสำหรับงวด จากการดำเนินงานต่อเนื่อง\nกำไรสำหรับงวด จากการดำเนินงานที่ยกเลิก\nกำไรสำหรับงวด\nกำไรสำหรับงวดส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ข้อมูลการดำเนินงานที่สำคัญ* จากการดำเนินงานต่อเนื่อง\nEBITDA\nEBITDA หลังรายการปรับปรุง\nกำไรสุทธิจากการดำเนินงานต่อเนื่องหลังรายการปรับปรุง\nกำไรสุทธิจากการดำเนินงานต่อเนื่องหลังรายการปรับปรุงส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่กำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน\nเพิ่มขึ้น (ลดลง)\nงวดสามเดือนสิ้นสุด\n30 มิถุนายน 2568\n31 มีนาคม 2569\n30 มิถุนายน 2569\nจากปีก่อน\nจากไตรมาสก่อน\nล้านบาท\nล้านบาท\nล้านบาท\nร้อยละ\nร้อยละ\n53,177\n51,644\n59,612\n3.0%\n(10.8%)\n12,629\n11,883\n13,227\n6.3%\n(4.5%)\n17,159\n17,746\n18,423\n(3.3%)\n(6.9%)\n23,389\n22,015\n27,963\n6.2%\n(16.4%)\n2,002\n1,976\n2,020\n1.3%\n(0.9%)\n322\n333\n300\n(3.3%)\n7.4%\n327\n88\n52\n270.2%\n533.4%\n4,292\n4,025\n4,530\n6.6%\n(5.3%)\n58,066\n66,514\n60,119\n3.5%\n(9.6%)\n39,555\n39,298\n45,247\n0.7%\n(12.6%)\n13,622\n12,346\n14,366\n10.3%\n(5.2%)\n613\n579\n605\n5.9%\n1.4%\n1,711\n1,730\n1,715\n(1.1%)\n(0.3%)\n15,333\n14,076\n16,081\n8.9%\n(4.7%)\n18,190\n20,662\n19,951\n9.7%\n(3.4%)\n12,114\n11,484\n11,845\n5.5%\n2.3%\n4,437\n4,580\n4,505\n(3.1%)\n(1.5%)\n2,126\n4,312\n3,400\n59.9%\n(21.2%)\n812\n975\n783\n(16.7%)\n3.7%\n116\n103\n165\n12.9%\n(30.0%)\n2,704\n1,254\n3,694\n115.6%\n(26.8%)\n578\n423\n803\n36.6%\n(28.1%)\n2,126\n831\n2,891\n155.8%\n(26.5%)\n-\n406\n-\n(100.0%)\n-\n1,237\n2,891\n2,126\n71.9%\n(26.5%)\n2,044\n1,143\n2,789\n78.9%\n(26.7%)\n7,527\n6,068\n8,310\n24.0%\n(9.4%)\n7,595\n6,326\n8,421\n20.1%\n(9.8%)\n2,196\n1,038\n2,990\n111.6%\n(26.6%)\n2,114\n944\n2,888\n124.0%\n(26.8%)\n0.34\n0.19\n0.46\n78.9%\n(26.7%)\nหมายเหตุ: *รายการปรับปรุง ได้แก่กำไร/ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน กำไร/ขาดทุนจากการจำหน่ายสินทรัพย์และเงินลงทุน และกำไร/ขาดทุนจากตราสารอนุพันธ์\n\n9\n\n| สรุปงบกําไรขาดทุนสําหรับไตรมาส 2 ป 2569 | | | |\n| --- | --- | --- | --- |\n| | งวดสามเดือนสิ้นสุด เพิ่มขึ้น (ลดลง) 30 มิถุนายน 2568 31 มีนาคม 2569 30 มิถุนายน 2569 จากปกอน จากไตรมาสกอน ลานบาท ลานบาท ลานบาท รอยละ รอยละ | | |\n| รายไดจากการขาย 51,644 59,612 53,177 | | | 3.0% (10.8%) |\n| - รายไดจากการขายจากสวนงานแฟชั่น 11,883 13,227 - รายไดจากการขายจากสวนงานฮารดไลน 17,746 18,423 - รายไดจากการขายจากสวนงานฟูด 2 2,015 27,963 | | 12,629 | 6.3% (4.5%) (3.3%) (6.9%) 6.2% (16.4%) |\n| | | 17,159 | |\n| | | 23,389 | |\n| รายไดการใหบริการเชา 1,976 2 ,020 2,002 รายไดจากการใหบริการ 333 300 322 | | | 1.3% (0.9%) (3.3%) 7.4% |\n| รายไดจากการลงทุน 88 52 รายไดอื่น 4,025 4,530 | | 327 | 270.2% 533.4% 6.6% (5.3%) |\n| | | 4,292 | |\n| รวมรายได | 58,066 66,514 60,119 3.5% (9.6%) | | |\n| ตนทุนขาย 39,298 45,247 | | 39,555 | 0.7% (12.6%) |\n| กําไรขั้นตนจากการขาย | 12,346 14,366 13,622 10.3% (5.2%) | | |\n| ตนทุนการใหเชาและการใหบริการ 579 605 | | 613 | 5.9% 1.4% |\n| กําไรขั้นตนจากการใหเชาและการใหบริการ กําไรขั้นตนจากการขาย การใหเชาและการใหบริการ | 1,730 1,715 1,711 (1.1%) (0.3%) 14,076 1 6,081 15,333 8.9% (4.7%) | | |\n| กําไรขั้นตน รวมรายไดจากการลงทุน และรายไดอื่น | 18,190 20,662 1 9,951 9.7% (3.4%) | | |\n| คาใชจายในการขาย 11,484 11,845 คาใชจายในการบริหาร 4,580 4,505 | | 12,114 | 5.5% 2.3% (3.1%) (1.5%) |\n| | | 4 ,437 | |\n| กําไรจากกิจกรรมดําเนินงาน | 2,126 4,312 3,400 59.9% (21.2%) | | |\n| ตนทุนทางการเงิน 975 783 สวนแบงกําไรของบริษัทรวมและการรวมคา 103 165 | | 812 | (16.7%) 3.7% 12.9% (30.0%) |\n| | | 1 16 | |\n| กําไรกอนคาใชจายภาษีเงินได | 1,254 3,694 2,704 115.6% (26.8%) | | |\n| คาใชจายภาษีเงินได 423 803 | | 578 | 36.6% (28.1%) |\n| กําไรสําหรับงวด จากการดําเนินงานตอเนื่อง กําไรสําหรับงวด จากการดําเนินงานที่ยกเลิก | 831 2,891 2,126 155.8% (26.5%) 406 - - (100.0%) - | | |\n| กําไรสําหรับงวด | 1,237 2,891 2,126 71.9% (26.5%) | | |\n| กําไรสําหรับงวดสวนที่เปนของบริษัทใหญ | 1,143 2,789 2,044 78.9% (26.7%) | | |\n| ขอมูลการดําเนินงานที่สําคัญ* จากการดําเนินงานตอเนื่อง | | | |\n| EBITDA 6,068 8,310 EBITDA หลังรายการปรับปรุง 6,326 8,421 กําไรสุทธิจากการดําเนินงานตอเนื่องหลังรายการปรับปรุง 1,038 2,990 กําไรสุทธิจากการดําเนินงานตอเนื่องหลังรายการปรับปรุงสวนที่เปนของบริษัทใหญ 944 2,888 กําไรตอหุนขั้นพื้นฐาน 0.19 0.46 | | 7 ,527 | 24.0% (9.4%) 20.1% (9.8%) 111.6% (26.6%) 124.0% (26.8%) 78.9% (26.7%) |\n| | | 7,595 | |\n| | | 2,196 | |\n| | | 2,114 | |\n| | | 0.34 | |",
"metadata": {
"company": "CRC",
"year": 2569,
"quarter": 2,
"category": "financial_explanation",
"source": "PDF",
"document_type": "คำอธิบายงบการเงิน",
"page_number": 9,
"tags": [
"รายได้",
"ดำเนินงาน",
"การปรับปรุง",
"บริษัท",
"ขาดทุน",
"สำหรับ",
"ให้บริการ",
"บริการ",
"การลงทุน",
"ขั้นต้น"
],
"layout_method": "column_aware+pdfplumber",
"layout_columns": 2,
"layout_bands": 2,
"layout_tables": 1,
"table_engine": "pdfplumber"
}
},
{
"id": "CRC_2569_2_financial_explanation_18c7f84668274145b01a3d0acab7ff42",
"content": "CENTRALRETAIL\nผลประกอบการในไตรมาส 2ปี2569 มีดังต่อไปนี้\n1. รายได้จากการขาย เท่ากับ 53,177 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.0 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (ลดลงร้อยละ 10.8 จากไตรมาส ก่อน) โดยรายได้จากการขายสามารถจำแนกได้ตามส่วนงานธุรกิจของบริษัทฯ ดังนี้ !. ส่วนงานแฟชั่น เท่ากับ 12,629 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.3 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (ลดลงร้อยละ 4.5 จากไตรมาส ก่อน) โดยมาจากการเพิ่มขึื้นของยอดขายในส่วนของแบรนด์แฟชั่นระดับพเรีเมียม ต่างๆ และแบรนด์สินค้าในกลุ่มคีฬา อาทิรนเวอเร๐หร ให้สอดคล้องกับความต้องการและพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป โดยยอดขายออนไลน์ยังคงเติบโต ร้อยละ 43.4 จากช่วงเดียวคันของปีก่อน ซึ่งยังคงเติบโตได้ดีส่วนงานฮาร์ดไลน์เท่ากับ 17,159 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 3.3 จากช่วงเดียวกันของป์ก่อน (ลดลงร้อยละ 6.9 จากไตรมาส ก่อน) สานหตุหลักมาจากการที่บริษัทฯ ได้จำหน่ายเงินลงทุนในบริษัทย่อยของกลุ่มธุรกิจจำหน่ายเครื่องใช้ไฟงัฝาภายใต้แบรนด์ค้าปลีก!งฮูนงธท ไงเทท ในประเทศเวียดนาม ซึ่งแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2569 ทำให้ยอดขายส่วนงานฮาร์ดไลน์ใน ประเทศเวียดนามลดลงเมื่อเทียบคับช่วงเดียวค้นของปีก่อนและในไตรมาสก่อน อย่างไรก็ตามรายได้ในส่วนงานนี้ที่ไม่รวมธุรคิจที่จำหน่ายไปเติบโตร้อยละ 2.0 จากช่วงเดียวค้นของปีก่อน (ลดลงร้อยละ 1.2 จากไตรมาสก่อน) โดยในไตรมาสนี้ส่วนงานยังคง มีการขยายสาขาในกลุ่มของออโต้วันเพิ่มขึ้นรวม5สาขาเพื่อสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าดังกล่าวได้มากขึ้นโดยยอดขายออนไลน์ลดลงร้อยละ 0.2 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน 1แ. ส่วนงานฟูด เท่ากับ 23,389 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.2 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (ลดลงร้อยละ 16.4 จากไตรมาส ก่อน) โดยยอดขายเพี่มขึ้นทั้งจากในประเทศไทยและเวียดนาม โดยในประเทศไทยนั้นเพิ่มขึ้นทั้งจากการเปิดสาขาใหม่ของทือปส์ซูเปอร์มาร์เก็ต และทือปส์เดลี่รวมถึงการปรับเพิ่มปริมาณการให้รายการส่งเสริมการขายที่มากกว่าปีก่อน นอกจากนี้ยังคง มีการเติบโตที่ดีของยอดขายในพื้นที่ที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากอีกด้วย และสำหรับยอดขายออนไลน์เติบโตได้ดีถึงร้อยละ 41.9 จากช่วงเดียวกั้นของป่ก่อน\nรายได้จากการให้บริการเช่า เท่ากับ 2,002 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.3 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (ลดลงร้อยละ 0.9จากไตรมาสก่อน) สานหตุมาจากพื้นที่เช่าเพิ่มขึ้น รายได้จากการให้บริการ เท่ากับ 322 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 3.3 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.4 จากไตรมาส ก่อน) สาเหตุหลักจากการปรับปรุงพื้นที่เช่าบางส่วน\nกำไรขั้นตินจากการขาย การให้เช่าและการให้บริการ เท่ากับ 15,333 ล้านบาท เพี่มขึ้นร้อยละ 8.9 จากช่วงเดียวคันของปีก่อน (และลดลงร้อยละ 4.7 จากไตรมาสก่อน) โดยมีส่วนประกอบที่สำคัญมีดังนี้ ๑\nกำไรขั้นตินจอากการขาย เกท่ากับ 13,622 ล้านบาท เพี่มขึ้นร้อยละ 10.3 จากช่วงเดียวคันของปีก่อน (ลดลงร้อยละ 5.2 จากไตรมาสก่อน) อัตรากำไรขั้นตินคิดเป็นร้อยละ 25.6 เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.7 จากช่วงเดียวคันของปีก่อน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.5 เมื่อเปรียบเทียบกับร้อยละ 24.1 ในไตรมาสก่อน) โดยอัตราคำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นมาจากทั้ง 3 ส่วนงาน จากการบริหาร Product !ๆ[ ทำให้สามารถขายสินค้าที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงมากขึ้น รวมถึงการผลักดันสินค้าภายใต้แบรนด์ของบริษัทฯ กำไรขั้นตินจากการให้บริการเช่าและการให้บริการ เท่ากับ 1,71] ล้านบาท ลดลงร้อยละ 1.1 จากช่วงเดียวค้นของปีก่อน (ลดลงร้อยละ 0.3 จากไตรมาสก่อน) โดยอัตรากำไรขั้นต้นคิดเป็นร้อยละ 73.6 ลดลงร้อยละ 1.3 จากช่วงเวลาเดียวกัน ของปีก่อน (ลดลงร้อยละ 0.3 เมื่อเปรียบเกียบกับร้อยละ 73.9 ในไตรมาสก่อน) รายได้อื่น เท่ากับ 4,292 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.6 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (ลดลงร้อยละ 5.3 จากไตรมาสก่อน)โดยเพิ่มขื้นจากส่วนของรายได้ค่าขนส่ง ค่าใช้จ่ายในการขาย เท่ากับ 12,114 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.5 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.3 จากไตรมาส ก่อน) ส่วนใหญ่เกิดจากการปรับเพิ่มขึ้นของค่านายหน้าจากการขายทางช่องทางออนไลน์และค่าโฆษณาและประชาสัมพันธ์โดย ค่าใช้จ่ายในการขายคิดเป็นร้อยละ 20.2 ของรายได้รวม เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.4 จากร้อยละ 19.8 ในช่วงเดียวกันของปีก่อน ค่าใช้จ่ายในการบริหาร เท่ากับ 4,437 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 3.1 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (ลดลงร้อยละ 1.5 จากไตรมาส ก่อน) ส่วนหนึ่งมาจาก บริษัทฯ สามารถลดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับ |โ ได้ในไตรมาสนี้รวมถึงการลดลงของผลขาดทุนจากตราสาร อนุพันธ์โดยค่าใช้จ่ายในการบริหารคิดเป็นร้อยละ 7.4 ของรายได้รวมลดลง0.5 จากร้อยละ 7.9 ในช่วงเดียวกคันของปีก่อน 10",
"metadata": {
"company": "CRC",
"year": 2569,
"quarter": 2,
"category": "financial_explanation",
"source": "PDF",
"document_type": "คำอธิบายงบการเงิน",
"page_number": 10,
"tags": [
"ร้อยละ",
"เพิ่มขึ้น",
"ไตรมาส",
"ปีก่อน",
"ยอดขาย",
"เติบโต",
"รายได้",
"บริษัทฯ",
"สาเหตุ",
"ธุรกิจ"
],
"layout_method": "column_aware+pdfplumber",
"layout_columns": 1,
"layout_bands": 31,
"layout_tables": 1,
"table_engine": "pdfplumber",
"ocr_engine": "tesseract_raw_psm11",
"ocr_page": true
}
},
{
"id": "CRC_2569_2_financial_explanation_d2a791c344154953a2ac66b9d81e51e4",
"content": "8. ต้นทุนทางการเงิน ซึ่งประกอบด้วยดอกเบี้ยเงินกู้ยืมและดอกเบี้ยจ่ายของหนี้สินตามสัญญาเช่า เท่ากับ 812 ล้านบาท ลดลง ร้อยละ 16.7 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.7 จากไตรมาสก่อน) จากการลดลงของจำนวนเงินกู้ยืมและอัตรา ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมซึ่งส่วนหนึ่งเป็นไปตามนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทยที่กำหนดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลดลงเมื่อเทียบกับ ช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน\n9. ส่วนแบ่งกำไรของบริษัทร่วมและการร่วมค้า เท่ากับ 116 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.9 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (ลดลงร้อยละ 30.0 จากไตรมาสก่อน) จากส่วนแบ่งกำไรของบริษัท เจดีสปอร์ตส์แฟชั่น (ประเทศไทย) ที่บริษัทฯ ได้เข้าซื้อหุ้น 40% เมื่อไตร มาสที่ 1 รวมถึงกิจการร่วมค้าอื่นๆบางส่วนด้วย\n10. ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้เท่ากับ 578 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 36.6 จากช่วงเดียวกันของปีก่อนจากกำไรที่เพิ่มขึ้น (ลดลงร้อยละ 28.1 จากไตรมาสก่อน)\n11",
"metadata": {
"company": "CRC",
"year": 2569,
"quarter": 2,
"category": "financial_explanation",
"source": "PDF",
"document_type": "คำอธิบายงบการเงิน",
"page_number": 11,
"tags": [
"ร้อยละ",
"ปีก่อน",
"เพิ่มขึ้น",
"ดอกเบี้ย",
"กู้ยืม",
"ไตรมาส",
"นโยบาย",
"ส่วนแบ่ง",
"บริษัท",
"ต้นทุน"
],
"layout_method": "column_aware",
"layout_columns": 1,
"layout_bands": 7,
"layout_tables": 0
}
},
{
"id": "CRC_2569_2_financial_explanation_cced2af144304f73b7f35181f8eefb9d",
"content": "CENTRALRETAIL\n\nสรุปงบกำไรขาดทุนสำหรับครึ่งปีแรกปี2569\n\nงวดหกเดือนสินสุด\n\nเพิ่มขึ้น (ลดลง)\n\n30 มถุนายน 2568\n\n30 ม์ถุนายน 2569\n\nล้านบาท\n\nล้านบาท\n\nร้อยละ\n\nรายได้จากการขาย\n\n110,364\n\n112,790\n\n2.2%\n\n- รายได้จากการขายจากส่วนงานแฟชั่น\n\n25,32]\n\n25,856\n\n2.1%\n\n- รธรายได้จากการขายจากส่วนงานฮาร์ดไลน์\n\n36,633\n\n35,582\n\n(2.9%)\n\n- ธรายได้จากการขายจากส่วนงานพัด\n\n48,410\n\n51,352\n\n6.1%\n\nรายได้การให้บริการเช่า\n\n3,956\n\n4,022\n\n1.6%\n\nรายได้จากการให้บริการ\n\n654\n\n622\n\n(4.9%)\n\nรายได้จากการลงทุน\n\n130\n\n378\n\n191.9%\n\nรายได้อื่น\n\n3.1%\n\n8,553\n\n8,821\n\nรวมรายได้\n\n123,657\n\n126,633\n\n2.4%\n\nต้นทุนขาย\n\n84,186\n\n84,802\n\n0.7%\n\nกำไรขั้นต้นจากการขาย\n\n26,179\n\n27,988\n\n6.9%\n\nตินทุนการให้เช่าและการให้บริการ\n\n1,178\n\n1,218\n\n3.4%\n\nกำไรขั้นต้นจากการให้เช่าและการให้บริการ\n\n3,432\n\n3,426\n\n(0.2%)\n\nกำไรขั้นต้นจากการขาย การให้เช่าและการให้บริการ\n\n29,611\n\n31,413\n\n6.1%\n\nกำไรขั้นติน รวมรายได้จากการลงทุน และรายได้อื่น\n\n38,293\n\n40,613\n\n6.1%\n\nค่าใช้จ่ายในการขาย\n\n3.7%\n\n23,105\n\n23,959\n\nค่าใช้จ่ายในการบริหาร\n\n8,920\n\n8,942\n\n0.3%\n\nกำไรจากกิจกรรมดำเน็นงาน\n\n6,268\n\n7,712\n\n23.0%\n\nตินทุนทางการเงิน\n\n1.989\n\n1,595\n\n(19.8%)\n\nส่วนแบ่งกำไรของบริษัทร่วมและการร่วมค้า\n\n246\n\n281\n\n14.4%\n\nกำไรก่อนค่าใช้จ่ายภาษ์เงินได้\n\n4,525\n\n6,398\n\n41.4%\n\nค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้\n\n1,114\n\n1,381\n\n23.9%\n\nกำไรสำหรับปีจากการดำเนินงานต่อเนื่อง\n\n5,017\n\n47.1%\n\n3,411\n\nกำไรสำหรับปีจากการดำเนินงานที่ยกเลิก\n\n-\n\n302\n\n(100.0%)\n\nกำไรสำหรับปี\n\n3,712\n\n5,017\n\n35.1%\n\n38.9%\n\nกำไรสำหรับปีส่วนทีเป็นของบริษัทใหญ่\n\n3,480\n\n4,833\n\nข้อมูลการดำเป็นงานที่สำคัญ* จากการคดำเป็นงานต่อเนื่อง\n\nEBITDA\n\n14,233\n\n15,837\n\n11.3%\n\nEBITDA KavsismsUsuUso\n\n14,649\n\n16,017\n\n9.3%\n\nกำไรสุทธิจากการดำเนินงานต่อเนื่องหลังรายการปรับปรุง\n\n3,743\n\n5,186\n\n38.5%\n\nกำไรสุทธิจากการดำเนินงานต่อเนื่องหลังรายการปรับปรุงส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่\n\n3,51]\n\n5,002\n\n42.5%\n\nกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน\n\n0.58\n\n0.80\n\n38.9%\n\nฐานะการเงิน\n\n31 ธันวาคม 2568\n\n30 มถุนายน 2569\n\nสืนทรัพย์รวม\n\n246,849\n\n245,940\n\n(0.4%)\n\nหนี้สินรวม\n\n177,561\n\n175,339\n\n(1.3%)\n\n69,287\n\n70,601\n\n1.9%\n\nส่วนของผู้ถือหุ้นรวม\n\nหมายเหตุ: *รายการปรับปรจง ได้แก่กำไร/ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน กำไร/ขาดทุนจากการจำหน่ายสินทรัพย์และเงินลงทุน และกำไร/ขาดทุนจากตราสารอนุพันธ์\n\n12",
"metadata": {
"company": "CRC",
"year": 2569,
"quarter": 2,
"category": "financial_explanation",
"source": "PDF",
"document_type": "คำอธิบายงบการเงิน",
"page_number": 12,
"tags": [
"รายได้",
"ดำเนินงาน",
"การปรับปรุง",
"บริษัท",
"มิถุนายน",
"ขาดทุน",
"สำหรับ",
"ให้บริการ",
"บริการ",
"การลงทุน"
],
"layout_method": "column_aware+pdfplumber",
"layout_columns": 2,
"layout_bands": 2,
"layout_tables": 1,
"table_engine": "pdfplumber",
"ocr_engine": "tesseract_soft_psm11",
"ocr_page": true
}
},
{
"id": "CRC_2569_2_financial_explanation_be993fd8247746248d39d0ef4ce01b28",
"content": "CENTRALRETAIL\nผลประกอบการครึ่งปีแรกปี2569 มีดังต่อไปนี้\n]\nรายได้จากการขาย เท่ากับ 112,790 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.2 จากช่วงเดียวคันของปีก่อน โดยรายได้จากการขายสามารถ จำแนกได้ตามส่วนงานธุรกิจของบริษัทฯ ดังนี้\n!. ส่วนงานแฟชั่น เท่ากับ 25,856 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.1 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยถึงแม้ว่าในไตรมาสที่ 1 จะได้รับ ผลคระทบบางส่วนจากการปรับปรุงห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลพพระธาม 9 ส่งผลกระทบต่อจำนวนลูกค้าที่ลดลง แต่ยอดขาย ยังคงเพิ่มขึ้นในส่วนของแบรนด์แฟชั่นระดับพรีเมียมต่างๆ และแบรนด์สินค้าในกลุ่มกีฬาอาทิ3นเ๒๑เร๒๐ศร ให้สอดคล้องกับ ความต้องการและพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ส่งผลต่อยอดขายโดยรวมที่เพิ่มขึ้น โดยยอดขายออนไลน์ยังคง เติบโตร้อยละ 36.5 จากช่วงเดียวกันของป่ก่อน\nIl. ส่วนงานฮาร์ดไลน์เท่ากับ 35,582 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 2.9 จากช่วงเดียวค้นของปีก่อน โดยสภาวะจากธุรกิจ เคจื่องใช้ไฟฟ้าในประเทศไทยที่ความต้องการของตลาดเคจื่องใช้ไฟงฝาลดลงยังคงส่งผลต่อภาพธรวม อีกทั้งยังมีการแข่งขันที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้บริษัทฯ ได้มีการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัทย่อยของกลุ่มธุรกิจจำหน่ายเครื่องใช้ไฟพัฆาภายใต้แบรนด์ค้าปลีก [งฮูนหธท ไยเทา ในประเทศเวียดนาม ซึ่งแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2569 ทำใหช้ยอดขายส่วนงานฮาร์ดไลน์ในประเทศ เวียดนามลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน รายได้ในส่วนงานนี้ที่ไม่รวมธุรกิจที่จำหน่ายไป ลดลงร้อยละ 0.5 จากช่วง เดียวกันของปีก่อน สำหรับยอดขายออนไลน์ยังคงเติบโตร้อยละ 2.6 จากช่วงเดียวกันของป์ก่อน 1แ. ส่วนงานฟัด เท่ากับ 51,352 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.1 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยยอดขายในไทยยังคงเติบโตได้ดีจากการเปิดสาขาใหม่ของทือปส์ซูเปอร์มาร์เก็ต และทือปส์เดลี่รวมถึงการเติบโตที่ดีของยอดขายในพื้นที่ที่มีนักท่องเที่ยว จำนวนมาก สำหรับยอดขายออนเไลน์เติบโตได้ดีถึงร้อยละ 37.0 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน รายได้อจากการให้บริการเช่า เท่ากับ 4,022 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.6 จากช่วงเดียวกคันของปีก่อน จากการเพิ่มของพื้นที่เช่า รายได้จากการให้บริการ เท่ากับ 622 ลสล้านบาท ลดลงร้อยละ 4.9 จากช่วงเดียวค้นของปีก่อน กำไรขั้นต้นอากการขาย การให้เช่าและการให้บริการ เท่ากับ 31,413 ล้านบาท เพี่มขึ้นร้อยละ 6.1 จากช่วงเดียวคันของปีก่อนโดยมีส่วนประกอบที่สำคัญมีดังนี้ ๑\nกำไรขั้นตินจากการขาย เท่ากับ 27,988 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.9 จากช่วงเดียวคันของปีก่อน อัตรากคำไรขั้นต้นคิด เป็นร้อยละ 24.8 เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.] จากช่วงเดียวกันของปีก่อนโดยอัตราคำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นมาจากทั้ง 3 ส่วนงานจากการขายสินค้าที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงมากขึ้น ๑\nกำไรขั้นต้นจากการให้บริการเช่าและการให้บริการ เท่ากับ 3,426 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 0.2 จากช่วงเดียวคันของปีก่อน โดยอัตรากำไรขั้นตินคิดเป็นร้อยละ 73.8 ลดลงร้อยละ 0.7 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน รายได้อื่น เท่ากับ 8,821 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.1 จากช่วงเดียวคันของปีก่อน ค่าใช้จ่ายในการขาย เท่ากับ 23,959 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.7 จากช่วงเดียวคันของปีก่อน ส่วนใหญ่เกิดจากการปรับเพี่มขึ้น ของค่านายหน้าจากการขายทางช่องทางออนไลน์ค่าโฆษณาและประชาสัมพันธ์และค่าสาธารณูปโภคที่เพิ่มมากขึ้น โดยค่าใช้จ่ายใน การขายคิดเป็นร้อยละ 18.9 ของรายได้รวม เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.2 จากร้อยละ 18.7 ในช่วงเดียวกันของปีก่อน ค่าใช้จ่ายในการบริหาร เท่ากับ 8,942 ล้านบาท เพี่มขึ้นร้อยละ 0.3 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยส่วนหนึ่งมาจากผลขาดทุนของอัตราแลกเปลี่ยน อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ สามารถลดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับ | ได้ในช่วงครึ่งปีแรกนี้โดย ค่าใช้จ่ายในการบริหารคิดเป็นร้อยละ 7.] ของรายได้รวม ลดลงร้อยละ 0.2 จากร้อยละ 7.2 ในช่วงเดียวกันของปีก่อน ต้นทุนทางการเงิน ซึ่งประกอบด้วยดอกเบี้ยเงินคู้ยืมและดอกเบี้ยจ่ายของหนี้สินตามสัญญาเช่า แท่ากับ 1,595 ล้านบาทลดลงร้อยละ 19.8 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการลดลงของจำนวนเงินคู้ยืมและอัตราดอกเบี้ยเงินคู้ยืมซึ่งส่วนหนึ่งเป็นไปตาม นโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทยที่กำหนดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลดลงเมื่อเทียบคับช่วงเวลาเดียวคันของปีก่อน ส่วนแบ่งกำไรของบริษัทร่วมและการร่วมค้า เท่ากับ 281 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 14.4 จากช่วงเดียวค้นของปีก่อน จากส่วน แบ่งกำไรของบริษัท เจดีสปอร์ตส์แฟชั่น (ประเทศไทย) ที่บริษัทฯได้เข้าซื้อหุ้น 40% เมื่อไตรมาสที่ 1 รวมคึงกิจการร่วมค้าอื่นๆ บางส่วนด้วย\n10. ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้เท่ากับ 1,381 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 23.9 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากกำไรที่เพิ่มขึ้น 13",
"metadata": {
"company": "CRC",
"year": 2569,
"quarter": 2,
"category": "financial_explanation",
"source": "PDF",
"document_type": "คำอธิบายงบการเงิน",
"page_number": 13,
"tags": [
"เพิ่มขึ้น",
"ร้อยละ",
"ปีก่อน",
"ยอดขาย",
"รายได้",
"เติบโต",
"ธุรกิจ",
"บริษัทฯ",
"แฟชั่น",
"ในประเทศ"
],
"layout_method": "column_aware+pdfplumber",
"layout_columns": 1,
"layout_bands": 35,
"layout_tables": 1,
"table_engine": "pdfplumber",
"ocr_engine": "tesseract_raw_psm11",
"ocr_page": true
}
},
{
"id": "CRC_2569_2_financial_explanation_9f16f7b4b6374030b15eab6b8049a56a",
"content": "งบฐานะการเงิน\nสินทรัพย์รวม เท่ากับ 245,940 ล้านบาท ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 และเท่ากับ 246,849 ล้านบาท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 1.\nลดลง 909 ล้านบาท หรือร้อยละ 0.4\nความสามารถในการบริหารทรัพย์สิน - มูลค่าของสินทรัพย์รวมลดลง โดยมีการลดลงของรายการที่สำคัญ ได้แก่สินค้าคงเหลือ 1,161 ล้านบาท สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนที่ถือไว้เผื่อขาย 2,373 ล้านบาทจากการขายหุ้นกลุ่มบริษัท Nguyen Kim และที่ดิน อาคารและ อุปกรณ์สุทธิ 1,456 ล้านบาท ในขณะที่เงินสดเพิ่มขึ้น 3,149 ล้านบาทจากการเตรียมการในการรักษาสภาพคล่องให้เพียงพอในช่วง ภาวะเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอนจากสถาณการณ์นอกประเทศ\n2. หนี้สินรวม เท่ากับ 175,339 ล้านบาท ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 และเท่ากับ 177,561 ล้านบาท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 ลดลง 2,223 ล้านบาท หรือร้อยละ 1.3 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของเจ้าหนี้การค้า 5,337 ล้านบาท และหนี้สินที่เกี่ยวข้อง โดยตรงกับสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนที่ถือไว้เพื่อขาย 2,295 ล้านบาท จากการขายหุ้นกลุ่มบริษัท Nguyen Kim โดยในครึ่งปีแรกนี้บริษัทฯได้มีการออกหุ้นกู้รวม 6,000 ล้านบาท ในช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา\n3. ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม เท่ากับ 70,601 ล้านบาท ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 และเท่ากับ 69,287 ล้านบาท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 เพิ่มขึ้น 1,314 ล้านบาท หรือร้อยละ 1.9 โดยมีสาเหตุหลักมาจากองค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้นที่เพิ่มขึ้น 2,874 ล้าน บาท ในขณะที่กำไรสะสมลดลง 1,926 ล้านบาท จากการที่บริษัทฯ มีการจ่ายเงินปันผลในไตรมาส 2 โครงสร้างเงินทุน\nโครงสร้างเงินทุนของบริษัทฯ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 ประกอบด้วย หนี้สินรวมจำนวน 175,339 ล้านบาท ซึ่งเป็นส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยจำนวน 77,384 ล้านบาท (ไม่รวมหนี้สินตามสัญญาเช่า) ซึ่งประกอบด้วย เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นจาก สถาบันการเงิน 24,547 ล้านบาท ส่วนของเงินกู้ยืมระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี 11,323 ล้านบาท ส่วนของหุ้นกู้ที่ถึงกำหนด ชำระภายในหนึ่งปี 5,699 ล้านบาท เงินกู้ยืมระยะสั้นจากบุคคลหรือกิจการที่เกี่ยวข้อง 65 ล้านบาท เงินกู้ยืมระยะยาว 21,233 ล้านบาท และหุ้นกู้ 14,517 ล้านบาท โดยมีส่วนของผู้ถือหุ้นจำนวน 70,601 ล้านบาท บริษัทฯ มีอัตราหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือ หุ้น เท่ากับ 0.9 เท่า (โดยอัตราหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นในปัจจุบันยังตํ่ากว่าอัตราที่กำหนดไว้ของบริษัทในที่ 2.0 เท่า)\nในปัจจุบันบริษัทฯ จัดหาแหล่งเงินทุนทั้งระยะสั้นและระยะยาวจากทั้งเงินกู้จากสถาบันการเงิน และการออกหุ้นกู้โดยในเดือน สิงหาคม ปี 2569 TRIS Rating คงอันดับเครดิตองค์กรไว้ที่ระดับ “AA-” ด้วยแนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” หรือ “คงที่” สะท้อนถึง ความสามารถในการทำกำไรที่มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น จากผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นและการควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ\nงบกระแสเงินสด\nสำหรับงวดสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2569 กระแสเงินสดของบริษัทฯ มีดังนี้กระแสเงินสดสุทธิได้มา (ใช้ไป) จากการดำเนินงาน จำนวน 10,503 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 113 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อน 1.\nมีสาเหตุหลักจากการเปลี่ยนแปลงสินทรัพย์และหนี้สินดำเนินงานทำให้กระแสเงินสดเพิ่มขึ้น 1,841 ล้านบาท ในขณที่กำไรหลังปรับ รายการที่กระทบเพื่อแสดงเป็นเงินสดลดลง 752 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายภาษีเงินเพิ่มขึ้น 977 ล้านบาท\n2. กระแสเงินสดสุทธิได้มา (ใช้ไป) จากกิจกรรมลงทุน (3,115) ล้านบาท เพิ่มขึ้น 319 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากเงินสดจ่ายเพื่อซื้อเงินลงทุนในการร่วมค้าเพิ่มขึ้น 539 ล้านบาท รวมทั้งปีก่อนบริษัทฯมีเงินสดรับเงินสดรับจากการ ลดทุนในการร่วมค้า 4,437 ล้านบาท\n3. กระแสเงินสดสุทธิได้มา (ใช้ไป) จากกิจกรรมจัดหาเงิน (4,463) ล้านบาท ลดลง 2,281 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการการจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้นของบริษัทรวม 6,694 ล้านบาท การจ่ายชำระคืนเงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบัน 14",
"metadata": {
"company": "CRC",
"year": 2569,
"quarter": 2,
"category": "financial_explanation",
"source": "PDF",
"document_type": "คำอธิบายงบการเงิน",
"page_number": 14,
"tags": [
"เงินสด",
"เพิ่มขึ้น",
"วันที่",
"หนี้สิน",
"บริษัทฯ",
"สินทรัพย์",
"มิถุนายน",
"สาเหตุ",
"ผู้ถือหุ้น",
"กู้ยืม"
],
"layout_method": "column_aware",
"layout_columns": 1,
"layout_bands": 27,
"layout_tables": 0
}
},
{
"id": "CRC_2569_2_financial_explanation_5b5a9480a843464ebbefb30addb008b4",
"content": "การเงิน 6,662 ล้านบาท ในขณะที่บริษัทฯได้รับเงินจากการออกหุ้นกู้ใหม่สุทธิ 5,851 ล้านบาท และการกู้ยืมเงินระยะยาวจากสถาบัน การเงิน 6,000 ล้านบาท\nปัจจัยที่อาจมีผลต่อการดำเนินงานหรือการเติบโตในอนาคต\nณ วันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 บริษัทฯ ได้เข้าลงทุนในบริษัท เฮอริเทจ คร็อก (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งประกอบธุรกิจนำเข้าและจัด จำหน่ายสินค้าแฟชั่นภายใต้แบรนด์ Lacoste ในประเทศไทย จำนวน 7,998 หุ้น คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 79.98 ของ ทุนจดทะเบียนและชำระแล้วของกิจการ และ ณ วันที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2569 บริษัทฯ ได้ลงนามในสัญญาเข้าซื้อหุ้นสามัญใน บริษัท อิออน (ไทยแลนด์) จำกัด ซึ่งประกอบธุรกิจซูเปอร์มาร์เก็ต เพื่อถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 100.00 ของทุนจดทะเบียน ทั้งนี้บริษัทฯ ยังคงยึดมั่นการเป็นองค์กร Resilience ที่พร้อมปรับตัว ยืดหยุ่น และดำเนินธุรกิจด้วยความระมัดระวัง โดยเดินหน้าต่อ ยอดความหลากหลายของพอร์ตโฟลิโอที่เป็นแบบ Multi-Format Multi-Category Omnichannel Retail และ Wholesale Platform ในประเทศไทย ประเทศเวียดนาม รวมทั้งให้ความสำคัญในด้านของความยั่งยืนขององค์กร นอกจากนี้ทางบริษัทฯ ได้มีการ ติดตามแผนดำเนินงานในแต่ละไตรมาสอย่างสมํ่าเสมอ รวมถึงมีการทบทวนเป็นประจำทุกปีเพื่อการบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ และลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น พร้อมทั้งการบริหารจัดการความเสี่ยงให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจ และพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป\nกลยุทธ์และแผนธุรกิจของบริษัทฯ ในระยะยาว\nบริษัทฯ พร้อมเดินหน้าสานต่อยุทธศาสตร์ 3 ปี New Heights, Next Growth ภายใต้กลยุทธ์ ‘Innovation in Action’ เพื่อยกระดับ ศักยภาพองค์กร ผ่าน 3 แนวทางหลัก ได้แก่อัพเกรดประสบการณ์การช้อปปิ้งแบบไร้รอยต่อ (Uplift Customer Experience) มุ่งต่อยอดความสำเร็จของแพลตฟอร์ม 1.\nOmnichannel ของเซ็นทรัล รีเทล ที่มียอดขายเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยการพัฒนาทั้งในส่วนของประสบการณ์หน้าร้านด้วย พนักงานที่พร้อมให้บริการแบบเฉพาะตัว, การปรับปรุงบรรยากาศภายในร้าน, การเพิ่มจุด Self-Checkout, การจัดอีเว้นท์ร่วมกัน ของธุรกิจในเครือ และการเพิ่มพื้นที่ไลฟ์สไตล์ต่าง ๆ ที่ช่วยดึงดูดทราฟฟิก เช่น โซนอาหาร โซนเกม และแชมเปญบาร์เป็นต้น ตลอดจนนำ AI มาช่วยยกระดับการช้อปปิ้งออนไลน์ให้รวดเร็วและง่ายดายยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการค้นหาสินค้า โปรโมชัน รวมถึง เชื่อมต่อประสบการณ์ระหว่างหน้าร้านและดิจิทัลผ่านบริการ Personal Shopper, Chat & Shop, Click & Collect และ Reserve & Collect ที่ทำให้ลูกค้าช้อปปิ้งได้อย่างสะดวกสบายไร้รอยต่อ\n2. อัพเกรดแบรนด์และสินค้าให้ทันสมัย (Reinvent Concepts and Merchandise) อาทิการพัฒนาสินค้าที่วางจำหน่ายใน ไฮเปอร์มาร์เก็ต GO! ประเทศเวียดนาม โดยเน้นกลุ่มเบเกอรี่อาหารพร้อมทาน สินค้าเกี่ยวกับบ้าน และสินค้า Private Label ให้ตอบโจทย์ลูกค้ามากยิ่งขึ้น ส่วนประเทศไทย จะเน้นเพิ่มความหลากหลายของแบรนด์สินค้าแฟชั่นชั้นนำจากไทยและเอเชีย พร้อมเร่ง เครื่องขยาย KIS & LOOKS Beauty Specialty Stores ปรับรูปแบบสาขาและราคาสินค้าให้เข้าถึงง่ายขึ้น เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้า Young & Mainstream\n3. อัพเกรดประสิทธิภาพการบริหารงานและขยายขีดความสามารถในการแข่งขัน ด้วยเทคโนโลยี (Drive Operational Excellence) โดยมีการยกระดับการดำเนินงานในหลายมิติอาทิการนำ AI มาใช้เสริมศักยภาพในการบริหารลูกค้า, การทำ การตลาด, การสั่งสินค้าและกำหนดราคา รวมถึงการบริหารจัดการหน้าร้าน ตลอดจนการเพิ่มประสิทธิภาพและความคล่องตัวใน การทำงานของพนักงาน เพื่อสร้างองค์กรที่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต นอกจากนี้ยังได้พัฒนา One Data Platform เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลลูกค้าจากทั้งออนไลน์และออฟไลน์ให้เป็นหนึ่งเดียว (Single View of Customer Data) ซึ่งจะช่วยให้บริษัทฯ สามารถเข้าใจพฤติกรรมลูกค้าได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น และสามารถนำเสนอ Omnichannel Coupon ที่ตอบโจทย์ลูกค้าในทุกช่องทางได้\n15",
"metadata": {
"company": "CRC",
"year": 2569,
"quarter": 2,
"category": "financial_explanation",
"source": "PDF",
"document_type": "คำอธิบายงบการเงิน",
"page_number": 15,
"tags": [
"บริษัทฯ",
"สินค้า",
"ลูกค้า",
"ประเทศ",
"องค์กร",
"การบริหาร",
"ดำเนินงาน",
"แบรนด์",
"ธุรกิจ",
"Omnichannel"
],
"layout_method": "column_aware",
"layout_columns": 1,
"layout_bands": 28,
"layout_tables": 0
}
},
{
"id": "CRC_2569_2_financial_explanation_87daec47a5ea49debc824dd48a584d7a",
"content": "อย่างไร้รอยต่อ นอกจากนี้บริษัทฯ ยังมุ่งยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานด้านระบบ ทั้งการบริหารจัดการสต๊อกและการจัดส่ง สินค้าแบบครบวงจร\nนอกจากนี้เซ็นทรัล รีเทลมุ่งมั่นปรับปรุงกระบวนการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพในทุกหน่วยงาน พร้อมทั้งการบริหารจัดการความเสี่ยง ให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจ และพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป รวมถึงให้ความสำคัญกับการบริหารการเงินอย่างมีวินัยเพื่อ สร้างยอดขายและกำไรที่มีคุณภาพ รักษาความแข็งแกร่งทางการเงินเพื่อรองรับโอกาสในการควบรวมและเข้าซื้อกิจการ (M&A) ใน อนาคต\n16",
"metadata": {
"company": "CRC",
"year": 2569,
"quarter": 2,
"category": "financial_explanation",
"source": "PDF",
"document_type": "คำอธิบายงบการเงิน",
"page_number": 16,
"tags": [
"การบริหาร",
"ดำเนินงาน",
"รอยต่อ",
"บริษัทฯ",
"ยกระดับ",
"ประสิทธิภาพ",
"การจัดส่ง",
"สินค้า",
"ครบวงจร",
"เซ็นทรัล"
],
"layout_method": "column_aware",
"layout_columns": 1,
"layout_bands": 5,
"layout_tables": 0
}
}
]
}
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CRC ไตรมาส 2/2569
รายได้รวม
58,724.51
ล้านบาท
↓ 15.2% YoY
กำไรขั้นต้น
10,559.97
ล้านบาท
↓ 44% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
17.98
%
กำไรสุทธิ
2,630.14
ล้านบาท
↑ 20.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.48
%
D/E Ratio
2.56
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
58,725
↓ -15.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
10,560
↓ -44%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
2,630
↑ + 20.8%
YoY
D/E Ratio
2.56
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CRC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.56
ROE (%)
11.03
ROA (%)
5.38
Book Value/หุ้น
11.01
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CRC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,273
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+10,628
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CRC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,273.40
-170.57%
|
1,804.49
-421.07%
|
-562.02
-102.58%
|
21,801.50
+2.82%
|
21,202.69
+77.27%
|
11,960.81
-34.94%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
10,627.66
+6.86%
|
9,944.99
+75.95%
|
5,652.17
+39.70%
|
4,045.85
-79.37%
|
19,615.10
-323.44%
|
-8,778.82
-35.39%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-9,434.01
-413.70%
|
3,007.29
-58.06%
|
7,169.81
-31.78%
|
10,509.56
-141.91%
|
-25,075.24
-963.05%
|
2,905.43
-144.84%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
441.80
-96.12%
|
11,375.83
+3.75%
|
10,964.21
-14.37%
|
12,804.26
+174.10%
|
4,671.43
-173.91%
|
-6,320.01
+537.16%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
9,274.67
-35.46%
|
14,371.23
-2.34%
|
14,716.00
-11.24%
|
16,579.39
+4.20%
|
15,911.87
+57.97%
|
10,073.02
-8.96%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
9,796.90
+5.63%
|
9,274.67
-35.46%
|
14,371.23
-2.34%
|
14,716.00
-11.24%
|
16,579.39
+4.20%
|
15,911.87
+57.97%
|