บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
SET · พาณิชย์
28.50
1.00 (3.39%)
สรุปสั้น
รายได้รวม ลดลง -28,425.81 ล้านบาท -12.76% ลดลงร้อยละ 12.8 และกำไรสุทธิ 341 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 97.2 จากช่วงเดียวกับของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโรคไวรัสโคโรนา (COVID-19)
ได้ส่งผลต่อการดำเนินงานของบริษัทษโดยภาพรวมอย่างเป็นนัยสำคัญ โดยเริ่มตั้งแต่ในช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคมส่งผลให้ทางบริษัทษต้องมีการปิดการให้บริการชั่วคราวในส่วนงานแฟชั่นและส่วนงานฮาร์ดไลน์
รวมถึงการจำกัดการให้เวลาการให้บริการ ซึ่งสถานการณ์การระบาดยังไม่คลี่คลาย และมีการระบาดเป็นระยะในวงจำกัดในแต่ละประเทศอย่างต่อเนื่อง จนเกิดการระบาดครั้งใหญ่ถือเป็นรอบที่ 2 ในช่วงเดือนธันวาคมในประเทศไทย และตั้งแต่เดือน พฤศจิกายนเป็นต้นมาในประเทศอืตาลี รวมถึงบริษัทษยังได้รับผลจากการเปลี่ยนแปลงการบันทึกบัญชีตามมาตรฐานบัญชีใหม่ ฉบับที่ 9 และ 16 (TFRS#9,16) ที่มีผลบังคับใช้ในปี 2563 กำให้บริษักษ มีกำไรสุทธิลดลง 1,298 ล้านบาท
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
{
"documents": [
{
"id": "CRC_2569_1_financial_explanation_a73f99d99edb47c194d4de5c749617c8",
"content": "เรื่อง คำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่\nCRC IR 002/2569\n31 มีนาคม 2569\nเรียน กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย\nบริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (“บริษัทฯ”) และบริษัทย่อย (“บริษัทฯ”) ขอแจ้ง\n13 พฤษภาคม 2569\nคำอธิบายและวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการสำหรับผลการดำเนินงานของบริษัทฯ จากงบการเงินรวม\nสำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2569\n\nจึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ\n\nขอแสดงความนับถือ\n-ลงนาม-\n(นายปเนต มหรรฆานุรักษ์)\nประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการเงิน\nบริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)\n\n1",
"metadata": {
"company": "CRC",
"year": 2569,
"quarter": 1,
"category": "financial_explanation",
"source": "PDF",
"document_type": "คำอธิบายงบการเงิน",
"page_number": 1,
"tags": [
"สำหรับ",
"บริษัท",
"บริษัทฯ",
"คำอธิบาย",
"วิเคราะห์",
"ฝ่ายจัดการ",
"สิ้นสุด",
"วันที่",
"มีนาคม",
"เซ็นทรัล"
],
"layout_method": "column_aware",
"layout_columns": 1,
"layout_bands": 5,
"layout_tables": 0
}
},
{
"id": "CRC_2569_1_financial_explanation_eb88ffe939a342aeb47363475b7e3154",
"content": "ภาพรวมสถานการณ์ธุรกิจและผลการดำเนินงาน\nเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 1 ปี 2569 มีแนวโน้มชะลอตัวลง โดยยังเผชิญแรงกดดันจากทั้งปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ ส่งผลให้การขยายตัวทางเศรษฐกิจอยู่ในระดับจำกัด โดยปัจจัยที่สำคัญ ได้แก่ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์โดยเฉพาะสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนพลังงานและราคาวัตถุดิบ รวมถึงกดดันภาคการผลิตและการส่งออก และ การบริโภคภาคเอกชนที่อ่อนแรงลงตามกำลังซื้อ นอกจากนั้นรายได้จากภาคการท่องเที่ยวก็ปรับลดลงสอดคล้องจำนวนนักท่องเที่ยว ต่างชาติที่อยู่ประมาณ 9.2 ล้านคน ลดลงร้อยละ 2.3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยยังได้รับแรง สนับสนุนจากการลงทุนภาคเอกชนที่ปรับตัวดีขึ้น อัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ลดลง และการใช้จ่ายภาครัฐที่ขยายตัว ขณะที่เศรษฐกิจเวียดนามในไตรมาสที่ 1 ปี 2569 ขยายตัวร้อยละ 7.8 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (จากข้อมูลของสำนักงาน สถิติแห่งชาติของเวียดนาม) โดยมีแรงขับเคลื่อนจากอุปสงค์ภายในประเทศที่แข็งแกร่งจากภาคอุตสาหกรรม การก่อสร้าง และ ภาคบริการที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งในช่วงเทศกาลปีใหม่ (Tet) รวมถึงจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่อยู่ที่ประมาณ 6.76 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.4 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน\nอย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยและเวียดนามยังคงเผชิญกับความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและวิกฤตพลังงาน ซึ่งอาจก่อให้เกิดความ เสี่ยงต่อการหยุดชะงักของอุปทาน และแรงกดดันต่อค่าครองชีพ รวมถึงอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น ซึ่งยังคงต้องเฝ้าระวังต่อไป\nสถานการณ์ธุรกิจในไตรมาส 1 ปี2569\n•\nประเทศไทย: ยอดขายของธุรกิจในประเทศไทยในไตรมาส 1 เติบโตร้อยละ 2 เทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ถึงแม้ว่ายอดขายใน ปีที่แล้วจะเป็นฐานที่สูง จากมาตรการสนับสนุนการใช้จ่ายของภาครัฐ Easy E-Receipt 2568 ที่สามารถนำค่าใช้จ่ายในการซื้อสินค้า และบริการไปลดหย่อนภาษีได้ 30,000 บาท ในขณะที่ปี 2569 ไม่มีมาตรการดังกล่าว โดยในไตรมาสนี้บริษัทฯ ได้ขยายสาขาใหม่ของไทวัสดุที่รัตนาธิเบศร์ท็อปส์ซูเปอร์มาร์เก็ต ท็อปส์เดลี่และร้านค้าเฉพาะทาง (Specialty Store) พร้อมทั้งได้ปรับปรุงสาขา ของหลาย ๆ หน่วยธุรกิจ ในด้านกลยุทธ์ Omnichannel บริษัทฯ ยังคงพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพ ช่องทาง Digital channel (Online) และ O2O channel (Offline to Online) อย่างต่อเนื่อง โดยในไตรมาส 1 ยอดขายจากช่องทาง Online มีสัดส่วน ร้อยละ 10 ต่อยอดขายรวมของส่วนงานในประเทศไทย\n• ประเทศเวียดนาม: ยอดขายรวมในประเทศเวียดนามในไตรมาส 1 (สกุลเงินดอง) เติบโตได้ร้อยละ 13 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกัน ของปีก่อนหน้า จากการบริโภคที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งในช่วงเทศกาลปีใหม่ (Tet) (ยอดขายในสกุลเงินบาท เติบโต ร้อยละ 1 เนื่องจากผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน) โดยในไตรมาสนี้บริษัทฯ ได้เปิดมินิโก (go!) 1 สาขาที่เมือง Cu Chi นอกจากนี้การปรับปรุงศูนย์การค้าและไฮเปอร์มาร์เก็ต GO! 2 แห่ง ที่สาขา Thanglong และ Dongnai ได้แล้วเสร็จ ณ ไตรมาส 4 ปี 2568 และบริษัทฯ มียอดขายจากช่องทาง Online ในไตรมาส 1 สัดส่วนร้อยละ 6 ต่อยอดขายรวมของส่วนงานในประเทศเวียดนาม\nพัฒนาการด้านความยั่งยืนที่สำคัญในไตรมาส 1 ปี 2569\nในด้านความยั่งยืน เซ็นทรัล รีเทล ยังคงยึดมั่นในเจตนารมณ์ Retail and Wholesale for All เพื่อเป็นองค์กรค้าปลีก-ค้าส่งที่เน้นการ เติบโตที่มีคุณค่าและเติบโตไปกับทุกภาคส่วน ภายใต้ปรัชญา CRC Care ทั้ง 7 มิติ (Care for the Economy, Customer, Partner, People, Community, Environment และ Governance) โดยขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย Net Zero ปี 2593 นอกจากนี้บริษัทฯ ได้รับการ ประเมินคะแนนด้านความยั่งยืนจาก FTSE Russell ESG เพิ่มขึ้นจาก 3.8 เป็น 4.2 ส่งผลให้บริษัทฯ อยู่ในอันดับที่ 2 ของ กลุ่มอุตสาหกรรม\n2",
"metadata": {
"company": "CRC",
"year": 2569,
"quarter": 1,
"category": "financial_explanation",
"source": "PDF",
"document_type": "คำอธิบายงบการเงิน",
"page_number": 2,
"tags": [
"ไตรมาส",
"ร้อยละ",
"เติบโต",
"ยอดขาย",
"เวียดนาม",
"บริษัทฯ",
"เศรษฐกิจ",
"ธุรกิจ",
"ปีก่อน",
"ในประเทศ"
],
"layout_method": "column_aware",
"layout_columns": 1,
"layout_bands": 27,
"layout_tables": 0
}
},
{
"id": "CRC_2569_1_financial_explanation_a0668a903c3b45f5b349dfc70ecd4872",
"content": "CENTRALRETAIL\nโครงการพพัฒนาการด้านความยั่งยืนในมิติต่างๆ มีดังนี้มิติสิ่งแวดล้อม: บริษัทฯ ดำเน็นธุรกิจควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่องผ่านกลยุทธ์พิ๑ธิฟฟ เพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมาย !ง๑! 7๑๐ อย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการต่างๆ ดังนี้ ๑\nพิ6๕สู่น๐๑ (เอ๑ททอ๐นรอ (ตร ไทาโรร1อทร: บริษัทฯ ได้เดินหน้ามาตรการลดการใช้พลังงานหลายมิติได้แก่การติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคา 181แห่งผลิตพลังงานสะอาด 204,818 เมคะวัตต์-ชั่วโมงต่อปีคิดเป็นร้อยละ 23 ของพลังงานทั้งหมดและลดการปล่อยคาร์บอนได้ 102,389 ต้นต่อปีรวมถึงติดตั้งระบบ 60!75และซ็!/!5ใน15แห่งทั้งในปประเทศไทยและเวียดนาม เพื่อตรวจการใช้พลังงานแบบ เธอ|!-บป์ทา6 (ณ สินปี 2568 บริษัทมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 2,518,687 ต้นเทียบเท่า ต่อปี) !งตงเฮตใเอ ๒อิทงโหอททารธทเส| ผิ๑ร๒๐ทรไ๒1ไแพ: ปรับเปลี่ยนเป็นการใช้ยานยนต์ไฟงัตท 144 ค้นในระบบขนส่งและรถยกไฟฟัญาซึ่งลดการใช้น้้ามันดีเซลได้ 1.023,209 ลิตรต่อปีทั้งนี้ไทวัสดุและ บีเอ็นบีโฮม ปรับเปลี่ยนระบบขนส่งสินค้ากรีนโลจิสติกส์โดย การนำ รถบรรทุกไฟพฟัทา ถึง/ โหน6๐ย 4 ล้อจัมโบ้มาเสริมศักยภาพบริการเดลิเวอรีลดความเสี่ยงในเรื่องความผันผวนของราคา น้้าเมัน และลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงในระยะยาว พร้อมตั้งเป้าหมายลดการใช้น้ามันรฐาว 930,000 ลิตรต่อปีรวมทั้งลดการ ปล่อยก๊าซเรื่อนกระจกได้เทียบแท่าคาร์บอนไดออกไซตด์ 2,550 ต้นต่อปี ๒๐๐-รพ่อทสไท ไทตเอ๑พัส!ระ ประเทศเวียดนามจริเริ่มปรับเปลี่ยนถุงแบบ 5เทฮู!6-ปร๑ )ิ|ตรน์๐ และบรรจุภัณฑ์ของสินค้า ทุง๕16 !.๕เว6| ให้เป็นวัสดุที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ เพื่อลุดปริมาณการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว และส่งเสริมการบริโภคที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม บตร1อ6 !ไตทตยฮู6ทารท1 5๐9!นปอทร: ประเทศเวียดนาม ติดตั้ง @๑ง๑๒ร6 Vending Machines (RVM) s1uou 78 เคจื่อง ในศูนย์การค้าและไฮเปอร์มาร์เก็ต ๐๐! จำนวน 44แห่งเพื่อส่งเสริมให้ผู้บริโภคได้มีส่วนร่วมในการรีไซเคิลได้อย่างสะดวกและ คุ้มค่า โดยการนำขวดพลาสติกและกระป๋องอะลูมิเนียมมาคืนเพื่อรับสิทธิประโยชน์ในการช้อปปิ้ง ส่งเสริมพฤติกรรมที่ความ รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งลดปริมาณขยะที่ต้องนำไปฝังกลบ มิติสังคม: บริษัทฯ ยืดมันในปรัชญา 68@6 6๐๓เอ ภายใต้แนวคิด \"ค้าปลีก-ค้าส่งเพื่อทุกคน” ยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้มีส่วนได้เสีย อย่างครอบคลุม ผ่านโครงการสำคัญต่างๆ ดังนี้ท็อปส์ผนึกกำลัง ธนาคารออมสิน และอุทยานวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีขับเคลื่อนแพลตฟอร์ม“ทือปส์ท้องถิ่น” จัดงาน “เปิดบ้าน 1005 ท้องถิ่น [วิ[ร๐๐ง๑ ไท6 ใ3๑ร1 ๐ !.๐๐๓| 5!ๆธร” เปิดโอกาสให้วิสาหกิจชุมชนและ 5!ถีคัดสรรของดี 4ภาคผลักดันสินค้าไทยขึ้นเชลฟ์โมเดติร์นแทรดระดับประเทศ พร้อมถ่ายทอดความรู้เพื่อยกระดับศักยภาพ ผู้ประะกอบการให้สามารถแข่งขันในตลาดได้อย่างยังยืน\nเพาเวอร์บาย ร่วมกับ มูลนิธิออทิสติกไทย ทรูปลูกปัญญา และภาคีเครือข่ายจากภาครัฐและเอกชน จัดโครงการ “การพัฒนา ศักยภาพบุคคลออทิสติกผ่านแทคโนโลยีดิจิทัล” ส่งมอบอุปกรณ์และสื่อดิจิทัลเฟื่อการเรียนรู้ให้กับศูนย์การเรียนรู้สำหรับบุคคล ออทิสติกจำนวน 131แห่งครอบคลุม 54 จังหวัดทั่วประเทศ สนับสนุนรากฐานการเรียนรู้ที่หมาะสมกับศักยภาพเฉพาะบุคคล ของเด็กที่มีความต้องการพิเศษและครอบครัวในระยะยาว\nมิติการบริหารจัดการภายใต้หลักธรรมาภิบาล: ในไตรมาสที่ ] บริษัทฯ มุ่งยกระดับธรรมาภิบาล โดยดำเนินการลดดช่องว่างจาก ผลการประเมินด้านการกำกับดูแลกิจการและความยังยืนทั้งภายในและภายนอก พร้อมทั้งกำหนดประเด็นสำคัญและจัดทำ แผนปรับปรุงเชิงรูปธรรม เพื่อยกระดับมาตรฐานให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติสากล อีกทั้งบริษัทในเครือ 3 บริษัท ได้แก่บริษัท เซ็นทรัล งดรีเทล จำกัด บริษัท ซีอาร์ซีไทวัสดุจำกัด และบริษัท เพาเวอร์บาย จำกัด ได้ผ่านการรับรองการเป็นสมาชิกโครงการแนว ร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (ไทดเ[ ปิทงดไธ 5อ6๐1๐ (๐|!ธ๐ปัง6 ค๐พ์อท 4เยดทร! 6๕๐หน๒อป์อท: 646) ในวันที่ 3] มีนาคม 2569 มีอายุการเป็นสมาชิก 3 ปีทั้งนี้ในปี 2569 บริษัทฯ ร่วมกับ บริษัท เซ็นทรัล เทรดติ้ง จำกัด ได้ประกาศ เจตนารมณ์เข้าร่วมโครงการดังกล่าวในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และได้นำส่งเอกสารเพื่อเข้ารับการพิจารณาภายในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2569 ซึ่งจะทราบผลการรับรองในเดือนเมษายน พ.ศ. 2570",
"metadata": {
"company": "CRC",
"year": 2569,
"quarter": 1,
"category": "financial_explanation",
"source": "PDF",
"document_type": "คำอธิบายงบการเงิน",
"page_number": 3,
"tags": [
"บริษัท",
"โครงการ",
"บริษัทฯ",
"พลังงาน",
"ศักยภาพ",
"ยกระดับ",
"ติดตั้ง",
"ปรับเปลี่ยน",
"ประเทศ",
"ออทิสติก"
],
"layout_method": "column_aware+pdfplumber",
"layout_columns": 1,
"layout_bands": 29,
"layout_tables": 1,
"table_engine": "pdfplumber",
"ocr_engine": "tesseract_soft_psm11",
"ocr_page": true
}
},
{
"id": "CRC_2569_1_financial_explanation_0ce8fa94027d48558e2730866e9c9956",
"content": "ในไตรมาสนี้บริษัทฯ และธุรกิจในเครือได้รับรางวัลด้านความเป็นเลิศทางธุรกิจและความยั่งยืน อาทิการติดอันดับ Fortune 100 Best Companies to Work For™ Southeast Asia 2025 องค์กรที่น่าทำงานด้วยที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จัดโดย Fortune ร่วมกับ Great Place To Work® รวมถึงได้รับรางวัล “Best Green Bond – Thailand” จากเวที The Asset Triple A Sustainable Finance Awards 2026 จัดโดย The Asset รางวัล “Best Cross Border M&A Deal of The Year (Thailand)” ประจำปี 2025 จาก Alpha Southeast Asia นอกจากนี้ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ได้คว้ารางวัลจากเวที “2025-2026 THAILAND’S MOST ADMIRED BRAND/COMPANY” ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “REGENOVATE: นวัตกรรมการขับเคลื่อนเพื่อระบบนิเวศธุรกิจที่ยั่งยืน โดยนิตยสาร BrandAge ร่วมกับมหาวิทยาลัยขอนแก่น เครือข่ายมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วประเทศ และบริษัท โอเชี่ยน สกาย เน็ตเวิร์ค จำกัด ผู้พัฒนา MANDALA AI จากการสำรวจความคิดเห็นของผู้บริโภคทั่วประเทศกว่า 1,600 ตัวอย่าง ครอบคลุม 12 หมวดผลิตภัณฑ์และ 107 กลุ่มสินค้า และ โก โฮลเซลล์ได้คว้ารางวัล Outstanding Brands หรือแบรนด์ที่โดดเด่นแห่งปีจากเวที 2025 ASIA CEO SUMMIT & AWARD CEREMONY สะท้อนความเชื่อมั่นจากทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภคในวงกว้าง พร้อมยํ้า บทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากอย่างต่อเนื่อง\nพัฒนาการด้านธุรกิจที่สำคัญในไตรมาส 1 ปี 2569\nบริษัทฯ ได้ปรับพอร์ตโฟลิโอเชิงกลยุทธ์โดยมุ่งเน้นการขยายธุรกิจในตลาดหลักที่มีศักยภาพสูง ได้แก่ประเทศไทย เวียดนาม และเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้เพื่อสร้างการเติบโตระยะยาวและต่อยอดศักยภาพระหว่างธุรกิจในเครือ โดยบริษัทฯ ได้ขายธุรกิจห้างสรรพสินค้า รีนาเชนเต ในประเทศอิตาลีตามมติของที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2568 (วันที่ 6 พฤศจิกายน 2568) โดยธุรกรรมการขาย กิจการเสร็จสมบูรณ์แล้ว ทำให้ธุรกิจห้างสรรพสินค้ารีนาเซนเตได้ถูกจำหน่ายไป ณ วันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 (ทั้งนี้ข้อมูลทาง การเงินของธุรกิจห้างสรรพสินค้ารีนาเซนเตได้รายงานเป็นส่วนการดำเนินงานที่ยกเลิก) นอกจากนี้บริษัทฯ ได้เข้าทำสัญญาเพื่อจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัทย่อยของกลุ่มธุรกิจจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าภายใต้แบรนด์ค้าปลีก Nguyen Kim ในประเทศเวียดนาม ณ วันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2568 ซึ่งเป็นกลยุทธ์ในการปรับพอร์ตธุรกิจของบริษัทฯ ในประเทศ เวียดนาม ที่จะมุ่งเน้นการจัดสรรทรัพยากร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน เร่งการขยายธุรกิจตลอดจนสร้างผลตอบแทนที่ดียิ่งขึ้นให้กับ 2 ธุรกิจหลักคือ กลุ่มฟู้ดและพร็อพเพอร์ตี้โดยธุรกรรมนี้จะเสร็จสิ้นเมื่อเงื่อนไขบังคับก่อนในสัญญา (Condition Precedent) สำเร็จครบถ้วน (โปรดพิจารณารายละเอียดเพิ่มเติมในหัวข้อปัจจัยที่อาจมีผลต่อการดำเนินงานหรือการเติบโตในอนาคต) และในเดือนมกราคม พ.ศ. 2569 กลุ่มกิจการของบริษัทฯ ได้เข้าซื้อหุ้นสามัญของบริษัท เจดีสปอร์ตส์แฟชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่ง ประกอบธุรกิจจำหน่ายสินค้ากีฬา จากบริษัท JD Sports Fashion Sdn. Bhd. (Malaysia) จำนวน 1,200,000 หุ้นคิดเป็นสัดส่วน ร้อยละ 40 ของทุนจดทะเบียนและชำระแล้วของกิจการ เพื่อต่อยอดและขยายธุรกิจในส่วนงานแฟชั่นต่อไปในอนาคต การพัฒนาการด้านธุรกิจตามแผนงานหลัก มีดังนี้\n1. การขยายและการปรับปรุงสาขา\nในไตรมาส 1 ปี 2569 บริษัทฯ ได้มีการขยายสาขาและปรับปรุงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ในส่วนของประเทศไทย บริษัทฯ ได้เปิดสาขาใหม่ได้แก่ไทวัสดุ 1 สาขา ที่รัตนาธิเบศร์ท็อปส์ซูเปอร์มาร์เก็ต 2 สาขา ที่เขาพระตำหนัก จังหวัด ชลบุรีและ ที่พรานนก กรุงเทพฯ ท็อปส์เดลี่ 4 สาขา และ ออโต้วัน 12 สาขา นอกจากนี้บริษัทได้เปิดตัว “No Brand” ร้านค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคจากเกาหลีใต้อย่างเป็นทางการ ครั้งแรกในประเทศไทย ที่เซ็นทรัลบางนา รวมถึงบริษัทได้เปิดห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล สาขาปิ่นเกล้า อย่างเป็นทางการในเดือนมกราคม หลังจากที่ได้ทำการปรับปรุงเสร็จสิ้น ณ ไตรมาส 4 ปี 2568 สำหรับประเทศเวียดนาม บริษัทฯ เปิดมินิโก (go!) 1 สาขา ที่เมือง Cu Chi นอกจากนี้ทางบริษัทฯ ได้เปิดร้านค้าเฉพาะทาง (Specialty Store) และสาขา Brandshop ต่าง ๆ ทั้งในประเทศไทยและเวียดนาม ตาม แผนงานที่ทางบริษัทฯ ได้ตั้งเป้าหมายไว้ด้านการปรับปรุงสาขาหรือปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์แบรนด์ (Renovation & Rebranding) บริษัทฯ ได้ปรับปรุงห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล พระราม 9 อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งได้ปรับปรุงโรบินสันไลฟ์สไตล์กาญจนบุรียกระดับสู่แลนด์มาร์กไลฟ์สไตล์แห่งใหม่ของภาคตะวันตก 4",
"metadata": {
"company": "CRC",
"year": 2569,
"quarter": 1,
"category": "financial_explanation",
"source": "PDF",
"document_type": "คำอธิบายงบการเงิน",
"page_number": 4,
"tags": [
"ธุรกิจ",
"บริษัทฯ",
"ห้างสรรพสินค้า",
"บริษัท",
"เวียดนาม",
"ในประเทศ",
"ไตรมาส",
"เซ็นทรัล",
"ประเทศ",
"จำหน่าย"
],
"layout_method": "column_aware",
"layout_columns": 1,
"layout_bands": 32,
"layout_tables": 0
}
},
{
"id": "CRC_2569_1_financial_explanation_f628379ec7f549b3b488cd9bc22baf02",
"content": "ผ่านการปรับพื้นที่ให้ทันสมัย เพิ่มโซนร้านอาหาร คาเฟ่และแบรนด์แฟชั่น พร้อมขยายพื้นที่ Family & Entertainment และโซนพักผ่อน เพื่อเติมเต็มประสบการณ์การใช้ชีวิตครบวงจร ตอบโจทย์ทุกเจเนอเรชันได้อย่างสมบูรณ์แบบ นอกจากนั้น บริษัทได้ปรับปรุงร้านไทวัสดุ 1 สาขา ที่จังหวัด เพชรบูรณ์และปรับเปลี่ยนร้านไทวัสดุและบีเอ็นบีโฮมเป็นโมเดลไฮบริด 2 สาขา คือ จังหวัด ฉะเชิงเทรา และ สาขา ชัยพฤกษ์กรุงเทพฯ\nโดย ณ 31 มีนาคม 2569 บริษัทฯ มีเครือข่ายร้านค้าภายใต้แบรนด์ค้าปลีกและค้าส่งทั้งหมด 3,777 ร้านค้า ในประเทศไทยและเวียดนาม ประกอบด้วย ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลและโรบินสัน 75 สาขา ไทวัสดุ 89 สาขา ออโต้วัน 65 สาขา โก โฮลเซลล์ 14 สาขา ท๊อปส์ซูเปอร์มาร์เก็ต และท๊อปส์เดลี่ 727 สาขา ไฮเปอร์มาร์เก็ต โก (GO!) 43 สาขา และ มินิโก (go!) 16 สาขา และร้านค้าเฉพาะทาง (Specialty Store) และ Brandshop รวมเป็นพื้นที่ขาย 3,790,729 ตารางเมตร เพิ่มขึ้นร้อยละ 2 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีศูนย์การค้าทั้งหมด 75 สาขา รวมเป็นพื้นที่เช่า 788,631 ตารางเมตร เพิ่มขึ้นร้อยละ 4 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน\n2. การพัฒนาด้าน Omnichannel\nบริษัทฯ ได้พัฒนา Next-Gen Omnichannel Platform เพื่อยกระดับประสบการณ์การช้อปปิ้งเฉพาะบุคคล (Ultra-Personalization) ให้เป็นทางเลือกเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าที่เชื่อมประสบการณ์ช้อปปิ้ง Offline และ Online เข้าด้วยกัน โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์การช้อปปิ้งที่สมบูรณ์แบบ นอกจากนี้ยังเป็นการสร้าง Inclusive Growth ให้กับคู่ค้า ทำให้แพลตฟอร์มนี้กลายเป็น ‘Destination’ สำหรับลูกค้าและคู่ค้า โดยปัจจุบันบริษัทฯ มีช่องทางการขาย Omnichannel ที่หลากหลายและพร้อมให้บริการแก่ลูกค้าผ่านทาง 1) Digital channel (Online) อาทิเว็บสโตร์โมบาย แอปพลิเคชัน ควิกคอมเมิร์ซ (Quick Commerce) และ 2) O2O channel (Offline to Online) อาทิ Chat & Shop การขายผ่านสื่อสังคมออนไลน์ (Social Commerce) เช่น Facebook LINE TikTok และ Personal Shopper ที่ลูกค้าจะได้รับบริการจากผู้ช่วยส่วนตัวในการเลือกซื้อสินค้า โดยในไตรมาส 1 ของปี 2569 ยอดขาย Online เติบโตร้อยละ 20 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ยอดขายผ่านช่องทาง Online มีสัดส่วนร้อยละ 9 ของยอดขายรวม\n3. แผนงานด้าน Synergy\nบริษัทฯ ได้ดำเนินแผนงานด้าน Synergy โดยเป็นการทำงานร่วมกันกับธุรกิจทั้งหมดในเครือเซ็นทรัล รีเทล และกลุ่มเซ็นทรัล เพื่อสร้าง ผลประโยชน์ทั้งในด้านรายได้และการบริหารค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งโครงการต่าง ๆ มีความคืบหน้าเป็นไปตามแผนที่วางไว้ได้แก่ •\nการสร้างยอดขายส่วนเพิ่มการนำเสนอสินค้าระหว่างหน่วยธุรกิจ (Product cross listing) ให้สอดคล้องกับความต้องการของ ลูกค้าในแต่ละแพล็ตฟอร์มของหน่วยธุรกิจ รวมทั้งการทำแคมเปญร่วมกัน (Cross campaign) •\nการรวมระบบ IT ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ให้เป็นระบบเดียว One Tech Platform เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงาน ยกระดับ ประสบการณ์ลูกค้าในทุกๆ ช่องทาง Omnichannel และประหยัดค่าใช้จ่าย •\nการเพิ่มอัตราการทำกำไรในระยะยาว โดยการเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นและบริหารค่าใช้จ่ายให้มีประสิทธิภาพ ในทุกหน่วยงานของ บริษัทฯ เช่น ได้มีการบริหารต้นทุนการจัดซื้อสินค้า การซื้อสินค้าร่วมกัน (Pool purchasing) ให้ได้ต้นทุนที่เหมาะสม ซึ่งช่วยเพิ่ม อัตรากำไรขั้นต้น โดยได้เริ่มดำเนินการไปแล้วในบางหน่วยงาน\nทั้งนี้บริษัทฯ ยังมุ่งเน้นการเติบโตอย่างระมัดระวังและสร้างฐานการเงินที่แข็งแกร่งบนหลักบริหารจัดการ 3C (Cost, Capex, Cash Flow) ให้มีประสิทธิภาพ คือ\n•\nCost บริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ผ่านหลาย ๆ โครงการ อาทิการลดค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรในส่วน งานที่ซํ้าซ้อน การติดตั้ง Solar Rooftop และการใช้รถบรรทุกพลังงานไฟฟ้า (EV) เพื่อช่วยประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อ สิ่งแวดล้อม การปรับเปลี่ยนการทำโฆษณาผ่านช่องทาง Online หรือ Social Commerce เพื่อลดค่าใช้จ่ายทางการตลาด รวมถึง การบริหารจัดการสินค้าล้าสมัยให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น\n5",
"metadata": {
"company": "CRC",
"year": 2569,
"quarter": 1,
"category": "financial_explanation",
"source": "PDF",
"document_type": "คำอธิบายงบการเงิน",
"page_number": 5,
"tags": [
"ลูกค้า",
"บริษัทฯ",
"ประสบการณ์",
"Online",
"สินค้า",
"มีประสิทธิภาพ",
"ร้อยละ",
"Omnichannel",
"ยอดขาย",
"ค่าใช้จ่าย"
],
"layout_method": "column_aware",
"layout_columns": 1,
"layout_bands": 28,
"layout_tables": 0
}
},
{
"id": "CRC_2569_1_financial_explanation_72b4caa49d794e0aa2d5af8ff056a1dc",
"content": "CENTRALRETAIL\n\ne\n\nCapex เปน้นการลงทุนใหจ้เกิดประโยชน์สูงสุดใน 5แดตไออ[6๐ ษินรทอรร และเร่งขยาย !?1๐งอธท เค็๐เทาตศ1\n\n๑\n\n(6๓รท เ๊เ๐พ ขยายขีดความสามารถในการจัดการเงินทุนหมุนเวียนให้มีความรวดเร็ว คล่องตัว และเพิ่มกระแสเงินสดให้มากขึ้นสำหรับ\n\nสร้างการเติบโตทางธุรกิจต่อไป",
"metadata": {
"company": "CRC",
"year": 2569,
"quarter": 1,
"category": "financial_explanation",
"source": "PDF",
"document_type": "คำอธิบายงบการเงิน",
"page_number": 6,
"tags": [
"การลงทุน",
"Strategic",
"Business",
"Proven",
"Format",
"ขีดความสามารถ",
"เงินทุนหมุนเวียน",
"เงินสด",
"เติบโต",
"ธุรกิจ"
],
"layout_method": "column_aware+camelot",
"layout_columns": 1,
"layout_bands": 3,
"layout_tables": 1,
"table_engine": "camelot",
"ocr_engine": "tesseract_raw_psm11",
"ocr_page": true
}
},
{
"id": "CRC_2569_1_financial_explanation_38442bf636fa40c287212ff508ea8232",
"content": "ผลประกอบการประจำไตรมาส 1 ปี 2569\nบริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย (“บริษัทฯ”) รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ประจำปี 2569 มีรายได้รวม 66,514 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.4 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน กำไรสุทธิจากการดำเนินงานต่อเนื่อง 2,891 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.1 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรจากกิจกรรมดำเนินงาน 4,312 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.1 จากช่วงเดียวกัน ของปีก่อน และกำไรสุทธิหลังรายการปรับปรุง 2,990 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.5 จากปีช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยบริษัทฯ มีรายได้จากการขายโดยรวมเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากส่วนงานฟู้ด ที่มีทั้งยอดขาย Online เพิ่มขึ้น และการขยายสาขาของท็อปส์ซูเปอร์มาร์เก็ต และท็อปส์เดลี่อย่างต่อเนื่อง กำไรขั้นต้นจากการขายเพิ่มขึ้น ทั้งจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นและอัตราการทำกำไรที่สูงขึ้นด้วย ค่าใช้จ่ายในการ ขายเพิ่มขึ้นเล็กน้อย จากค่านายหน้าจากการขายทางช่องทางออนไลน์ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้นจากผลขาดทุนจากอัตรา แลกเปลี่ยน อย่างไรก็ตามบริษัทฯ สามารถลดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับ IT ลงได้ในไตรมาสนี้อีกทั้งต้นทุนทางการเงินลดลงตามการลดลงของ จำนวนเงินกู้ยืมและอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืม ส่วนแบ่งกำไรของบริษัทร่วมและการร่วมค้าเพิ่มขึ้นจากส่วนแบ่งกำไรของบริษัท เจดีสปอร์ตส์แฟชั่น (ประเทศไทย) ที่บริษัทได้เข้าซื้อหุ้นคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 40 ในไตรมาสนี้\n7",
"metadata": {
"company": "CRC",
"year": 2569,
"quarter": 1,
"category": "financial_explanation",
"source": "PDF",
"document_type": "คำอธิบายงบการเงิน",
"page_number": 7,
"tags": [
"เพิ่มขึ้น",
"บริษัท",
"ร้อยละ",
"ไตรมาส",
"ปีก่อน",
"บริษัทฯ",
"ผลประกอบการ",
"รายได้",
"กำไรสุทธิ",
"ดำเนินงาน"
],
"layout_method": "column_aware",
"layout_columns": 1,
"layout_bands": 11,
"layout_tables": 0
}
},
{
"id": "CRC_2569_1_financial_explanation_a7dcc291308240d1a7828ed7401dad2f",
"content": "สรุปงบกำไรขาดทุนสำหรับไตรมาส 1 ปี 2569\n\nรายได้จากการขาย\n- รายได้จากการขายจากส่วนงานแฟชั่น\n- รายได้จากการขายจากส่วนงานฮาร์ดไลน์\n- รายได้จากการขายจากส่วนงานฟู้ด\nรายได้การให้บริการเช่า\nรายได้จากการให้บริการ\nรายได้จากการลงทุน\nรายได้อื่น\nรวมรายได้ต้นทุนขาย\nกำไรขั้นต้นจากการขาย\nต้นทุนการให้เช่าและการให้บริการ\nกำไรขั้นต้นจากการให้เช่าและการให้บริการ\nกำไรขั้นต้นจากการขาย การให้เช่าและการให้บริการ\nกำไรขั้นต้นรวมรายได้จากการลงทุน และรายได้อื่น\nค่าใช้จ่ายในการขาย\nค่าใช้จ่ายในการบริหาร\nกำไรจากกิจกรรมดำเนินงาน\nต้นทุนทางการเงิน\nส่วนแบ่งกำไรของบริษัทร่วมและการร่วมค้า\nกำไรก่อนค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้กำไรสำหรับงวด จากการดำเนินงานต่อเนื่อง\nกำไรสำหรับงวด จากการดำเนินงานที่ยกเลิก\nกำไรสำหรับงวด\nกำไรสำหรับงวดส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ข้อมูลการดำเนินงานที่สำคัญจากการดำเนินงานต่อเนื่อง*\nEBITDA\nEBITDA หลังรายการปรับปรุง\nกำไรสุทธิหลังรายการปรับปรุง\nกำไรสุทธิหลังรายการปรับปรุงส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่กำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน\nฐานะการเงิน\nสินทรัพย์รวม\nหนี้สินรวม\nส่วนของผู้ถือหุ้นรวม\nงวดสามเดือนสิ้นสุด\nเพิ่มขึ้น (ลดลง)\n31 มีนาคม 2568\n31 ธันวาคม 2568\n31 มีนาคม 2569\nจากปีก่อน\nจากไตรมาสก่อน\nล้านบาท\nล้านบาท\nล้านบาท\nร้อยละ\nร้อยละ\n59,612\n58,720\n56,800\n1.5%\n5.0%\n12,431\n12,801\n14,157\n(2.9%)\n(12.2%)\n18,423\n18,887\n17,991\n(2.5%)\n2.4%\n28,759\n27,031\n24,652\n6.4%\n16.7%\n2,020\n1,981\n2,037\n2.0%\n(0.8%)\n300\n321\n304\n(6.5%)\n(1.4%)\n52\n41\n72\n24.8%\n(27.9%)\n4,530\n4,528\n11,949\n0.0%\n(62.1%)\n65,591\n71,162\n66,514\n1.4%\n(6.5%)\n45,247\n44,888\n42,381\n0.8%\n6.8%\n14,366\n13,832\n14,420\n3.9%\n(0.4%)\n605\n600\n644\n0.9%\n(6.0%)\n1,715\n1,702\n1,697\n0.8%\n1.0%\n16,081\n15,534\n16,117\n3.5%\n(0.2%)\n20,103\n28,137\n20,662\n2.8%\n(26.6%)\n11,845\n11,622\n12,230\n1.9%\n(3.2%)\n4,505\n4,340\n10,867\n3.8%\n(58.5%)\n4,142\n5,040\n4,312\n4.1%\n(14.4%)\n783\n1,014\n907\n(22.8%)\n(13.7%)\n165\n143\n158\n15.5%\n5.0%\n3,694\n3,271\n4,290\n12.9%\n(13.9%)\n803\n691\n1,891\n16.2%\n(57.5%)\n2,891\n2,580\n2,399\n12.1%\n20.5%\n-\n(104)\n282\n100.0%\n(100.0%)\n2,475\n2,681\n2,891\n16.8%\n7.8%\n2,789\n2,337\n2,630\n19.3%\n6.0%\n8,310\n8,165\n9,258\n1.8%\n(10.2%)\n8,421\n8,323\n8,479\n1.2%\n(0.7%)\n2,990\n2,705\n2,780\n10.5%\n7.6%\n2,888\n2,567\n2,729\n12.5%\n5.8%\n0.46\n0.39\n0.44\n19.3%\n31 ธันวาคม 2568\n31 มีนาคม 2569\n249,913\n246,849\n1.2%\n176,103\n177,561\n(0.8%)\n73,811\n69,287\n6.5%\nหมายเหตุ: *รายการปรับปรุง ได้แก่กำไร/ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน กำไร/ขาดทุนจากการจำหน่ายสินทรัพย์และเงินลงทุน และกำไร/ขาดทุนจากตราสารอนุพันธ์\n\n8\n\n| สรุปงบกําไรขาดทุนสําหรับไตรมาส 1 ป 2569 | | | |\n| --- | --- | --- | --- |\n| | งวดสามเดือนสิ้นสุด เพิ่มขึ้น (ลดลง) 31 มีนาคม 2568 31 ธันวาคม 2568 31 มีนาคม 2569 จากปกอน จากไตรมาสกอน ลานบาท ลานบาท ลานบาท รอยละ รอยละ | | |\n| รายไดจากการขาย 58,720 56,800 59,612 | | | 1.5% 5.0% |\n| - รายไดจากการขายจากสวนงานแฟชั่น 12,801 14,157 - รายไดจากการขายจากสวนงานฮารดไลน 18,887 17,991 - รายไดจากการขายจากสวนงานฟูด 27,031 24,652 | | 12,431 | (2.9%) (12.2%) (2.5%) 2.4% 6.4% 16.7% |\n| | | 18,423 | |\n| | | 28,759 | |\n| รายไดการใหบริการเชา 1,981 2,037 2,020 รายไดจากการใหบริการ 321 304 300 | | | 2.0% (0.8%) (6.5%) (1.4%) |\n| รายไดจากการลงทุน 41 72 รายไดอื่น 4,528 11,949 | | 52 | 24.8% (27.9%) 0.0% (62.1%) |\n| | | 4,530 | |\n| รวมรายได | 65,591 71,162 66,514 1.4% (6.5%) | | |\n| ตนทุนขาย 4 4,888 42,381 | | 45,247 | 0.8% 6.8% |\n| กําไรขั้นตนจากการขาย | 13,832 1 4,420 14,366 3.9% (0.4%) | | |\n| ตนทุนการใหเชาและการใหบริการ 600 644 | | 605 | 0.9% (6.0%) |\n| กําไรขั้นตนจากการใหเชาและการใหบริการ กําไรขั้นตนจากการขาย การใหเชาและการใหบริการ | 1,702 1,697 1,715 0.8% 1.0% 15,534 16,117 16,081 3.5% (0.2%) | | |\n| กําไรขั้นตนรวมรายไดจากการลงทุน และรายไดอื่น | 20,103 28,137 20,662 2.8% (26.6%) | | |\n| คาใชจายในการขาย 1 1,622 12,230 คาใชจายในการบริหาร 4,340 10,867 | | 1 1,845 | 1.9% (3.2%) 3.8% (58.5%) |\n| | | 4,505 | |\n| กําไรจากกิจกรรมดําเนินงาน | 4,142 5,040 4,312 4.1% (14.4%) | | |\n| ตนทุนทางการเงิน 1 ,014 907 สวนแบงกําไรของบริษัทรวมและการรวมคา 143 158 | | 783 | (22.8%) (13.7%) 15.5% 5.0% |\n| | | 165 | |\n| กําไรกอนคาใชจายภาษีเงินได | 3,271 4,290 3,694 12.9% (13.9%) | | |\n| คาใชจายภาษีเงินได 691 1,891 | | 803 | 16.2% (57.5%) |\n| กําไรสําหรับงวด จากการดําเนินงานตอเนื่อง กําไรสําหรับงวด จากการดําเนินงานที่ยกเลิก | 2 ,580 2,399 2,891 12.1% 20.5% (104) 282 - 100.0% (100.0%) | | |\n| กําไรสําหรับงวด | 2,475 2,681 2,891 16.8% 7.8% | | |\n| กําไรสําหรับงวดสวนที่เปนของบริษัทใหญ | 2,337 2,630 2,789 19.3% 6.0% | | |\n| ขอมูลการดําเนินงานที่สําคัญจากการดําเนินงานตอเนื่อง* | | | |\n| EBITDA 8,165 9,258 EBITDA หลังรายการปรับปรุง 8,323 8,479 กําไรสุทธิหลังรายการปรับปรุง 2,705 2,780 กําไรสุทธิหลังรายการปรับปรุงสวนที่เปนของบริษัทใหญ 2,567 2,729 กําไรตอหุนขั้นพื้นฐาน 0.39 0.44 | | 8,310 | 1.8% (10.2%) 1.2% (0.7%) 10.5% 7.6% 12.5% 5.8% 19.3% |\n| | | 8,421 | |\n| | | 2,990 | |\n| | | 2,888 | |\n| | | 0 .46 | |\n| ฐานะการเงิน | 31 ธันวาคม 2568 31 มีนาคม 2569 | | |\n| สินทรัพยรวม 2 46,849 หนี้สินรวม 1 77,561 สวนของผูถือหุนรวม 6 9,287 | | 2 49,913 | 1.2% (0.8%) 6.5% |\n| | | 1 76,103 | |\n| | | 7 3,811 | |",
"metadata": {
"company": "CRC",
"year": 2569,
"quarter": 1,
"category": "financial_explanation",
"source": "PDF",
"document_type": "คำอธิบายงบการเงิน",
"page_number": 8,
"tags": [
"รายได้",
"การปรับปรุง",
"บริษัท",
"มีนาคม",
"ขาดทุน",
"สำหรับ",
"ให้บริการ",
"ดำเนินงาน",
"บริการ",
"การลงทุน"
],
"layout_method": "column_aware+pdfplumber",
"layout_columns": 2,
"layout_bands": 2,
"layout_tables": 1,
"table_engine": "pdfplumber"
}
},
{
"id": "CRC_2569_1_financial_explanation_099e3bd2b2ec45d6b551495b9216abfa",
"content": "ผลประกอบการในไตรมาส 1 ปี 2569 มีดังต่อไปนี้\n1. รายได้จากการขาย เท่ากับ 59,612 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.5 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.0 จากไตรมาส ก่อน โดยรายได้จากการขายสามารถจำแนกได้ตามส่วนงานธุรกิจของบริษัทฯ ดังนี้ I. ส่วนงานแฟชั่น เท่ากับ 12,431 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 2.9 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (และลดลงร้อยละ 12.2 จากไตรมาส ก่อน) สำหรับส่วนงานในประเทศไทยมียอดขายลดลงสาเหตุหลักมาจากมาตรการสนับสนุนการใช้จ่ายของภาครัฐ Easy E-Receipt ที่เกิดขึ้นในช่วงต้นปีก่อนแต่ไม่มีมาตราการดังกล่าวในปีนี้รวมถึงการปรับปรุงห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล พระราม 9 ส่งผลกระทบต่อจำนวนลูกค้าที่ลดลง อย่างไรก็ตามยอดขาย Online ยังคงเติบโตร้อยละ 29.8 จากช่วงเดียวกัน ของปีก่อน\nII. ส่วนงานฮาร์ดไลน์เท่ากับ 18,423 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 2.5 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (และเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.4 จากไตร มาสก่อน) สาเหตุหลักจากธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าในประเทศไทยที่ความต้องการของตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าลดลง อีกทั้งยังมีการ แข่งขันที่เพิ่มขึ้น และมาตรการสนับสนุนการใช้จ่ายของภาครัฐ Easy E-Receipt ที่เกิดขึ้นในช่วงต้นปีก่อนแต่ไม่มีมาตราการ ดังกล่าวในปีนี้อย่างไรก็ตามในส่วนของธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าในเวียดนามยอดขายเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากการเติบโตได้ดีในช่วง เทศกาลปีใหม่ (Tet) นอกจากนี้ส่วนงานได้เปิดสาขาใหม่ได้แก่ไทวัสดุโมเดลไฮบริด 1 สาขา ที่รัตนาธิเบศร์เพื่อตอบสนองความ ต้องการของทั้งผู้รับเหมา และลูกค้ารายย่อยได้อย่างครบวงจรมากขึ้น สำหรับยอดขาย Online เติบโตร้อยละ 5.3 จากช่วง เดียวกันของปีก่อน\nIII. ส่วนงานฟู้ด เท่ากับ 28,759 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.4 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (และเพิ่มขึ้นร้อยละ 16.7 จากไตรมาส ก่อน) โดยยอดขายเพิ่มขึ้นทั้งจากในประเทศไทยและเวียดนาม โดยในประเทศไทยนั้นเพิ่มขึ้นทั้งจากการเปิดสาขาใหม่ของท็อปส์ซูเปอร์มาร์เก็ต และท็อปส์เดลี่การจับจ่ายสินค้าอุปโภคบริโภคที่มากขึ้นจากความกังวลในช่วงเวลาที่เกิดความขัดแย้งใน ตะวันออกกลาง รวมถึงการเติบโตที่ดีของยอดขายในพื้นที่ที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ในส่วนของเวียดนามยอดขายเติบโต ได้ดีจากช่วงเทศกาลปีใหม่ (Tet) รวมทั้งมีการเปิดมินิโก (go!) 1 สาขา ที่เมือง Cu Chi อีกด้วย และสำหรับยอดขาย Online เติบโตได้ดีถึงร้อยละ 32.0 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน\n2. รายได้จากการให้บริการเช่า เท่ากับ 2,020 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.0 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (และลดลงร้อยละ 0.8 จาก ไตรมาสก่อน) เนื่องจากในปีที่แล้วมีการปรับปรุงพื้นที่เช่าหลายสาขา\n3. รายได้จากการให้บริการ เท่ากับ 300 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 6.5 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (และลดลงร้อยละ 1.4 จากไตรมาส ก่อน)\n4. กำไรขั้นต้นจากการขาย การให้เช่าและการให้บริการ เท่ากับ 16,081 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.5 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (และลดลงร้อยละ 0.2 จากไตรมาสก่อน) โดยมีส่วนประกอบที่สำคัญมีดังนี้ •\nกำไรขั้นต้นจากการขาย เท่ากับ 14,366 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.9 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (และลดลงร้อยละ 0.4 จาก ไตรมาสก่อน) อัตรากำไรขั้นต้นคิดเป็นร้อยละ 24.1 เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.5 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (และลดลงเมื่อเปรียบเทียบ กับร้อยละ 25.4 ในไตรมาสก่อน) โดยอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นมาจากส่วนงานแฟชั่นและฟู้ด จากการขายสินค้าที่มีอัตรากำไร ขั้นต้นสูงมากขึ้น\n•\nกำไรขั้นต้นจากการให้บริการเช่าและการให้บริการ เท่ากับ 1,715 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.8 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (และเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.0 จากไตรมาสก่อน) โดยอัตรากำไรขั้นต้นคิดเป็นร้อยละ 73.9 เท่ากันกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน (และเพิ่มขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับร้อยละ 72.5 ในไตรมาสก่อน)\n5. รายได้อื่น เท่ากับ 4,530 ล้านบาท ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (และลงลดร้อยละ 62.1 จากไตรมาสก่อน) โดยสาเหตุหลัก ที่ลดลงเนื่องจาก ในไตรมาสก่อนมีกำไรจากการขายธุรกิจห้างสรรพสินค้ารีนาเซนเต\n6. ค่าใช้จ่ายในการขาย เท่ากับ 11,845 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.9 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (และลดลงร้อยละ 3.2 จากไตรมาส ก่อน) ส่วนใหญ่เกิดจากการปรับเพิ่มขึ้นของค่านายหน้าจากการขายทางช่องทางออนไลน์รวมถึงค่าโฆษณาและประชาสัมพันธ์และค่าใช้จ่ายสาธารณูปโภคที่เพิ่มขึ้นจากการขยายสาขาที่เพิ่มมากขึ้น โดยค่าใช้จ่ายในการขายคิดเป็นร้อยละ 17.8 ของรายได้รวม เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 17.7 ในช่วงเดียวกันของปีก่อน\n9",
"metadata": {
"company": "CRC",
"year": 2569,
"quarter": 1,
"category": "financial_explanation",
"source": "PDF",
"document_type": "คำอธิบายงบการเงิน",
"page_number": 9,
"tags": [
"ร้อยละ",
"เพิ่มขึ้น",
"ปีก่อน",
"ไตรมาส",
"ยอดขาย",
"รายได้",
"เติบโต",
"ให้บริการ",
"ขั้นต้น",
"ธุรกิจ"
],
"layout_method": "column_aware",
"layout_columns": 1,
"layout_bands": 29,
"layout_tables": 0
}
},
{
"id": "CRC_2569_1_financial_explanation_bd34008fb9a14ca3b023a80bc666d6d5",
"content": "7. ค่าใช้จ่ายในการบริหาร เท่ากับ 4,505 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.8 จากปีก่อน ( และลดลงร้อยละ 58.5 จากไตรมาสก่อน ) เทียบปีก่อนเพิ่มขึ้นจากผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนในช่วงไตรมาสนี้เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ สามารถ ลดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับ IT ได้ในไตรมาสนี้และเทียบกับไตรมาสก่อนลดลงเนื่องจากในช่วงไตรมาสก่อนมีผลขาดทุนจากการตีราคา สินทรัพย์และเงินลงทุนด้อยค่าของกลุ่มบริษัท Nguyen Kim โดยค่าใช้จ่ายในการบริหารคิดเป็นร้อยละ 6.8 ของรายได้รวม เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 6.6 ในช่วงเดียวกันของปีก่อน\n8. ต้นทุนทางการเงิน ซึ่งประกอบด้วยดอกเบี้ยเงินกู้ยืมและดอกเบี้ยจ่ายของหนี้สินตามสัญญาเช่า เท่ากับ 783 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 22.8 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการลดลงของจำนวนเงินกู้ยืมและอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืมซึ่งส่วนหนึ่งเป็นไปตามนโยบาย ของธนาคารแห่งประเทศไทยที่มีการปรับอัตราดอกเบี้ยลดลงในไตรมาสนี้ด้วย\n9. ส่วนแบ่งกำไรของบริษัทร่วมและการร่วมค้า เท่ากับ 165 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 15.5 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากส่วน แบ่งกำไรของบริษัท เจดีสปอร์ตส์แฟชั่น (ประเทศไทย) ที่บริษัทได้เข้าซื้อหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 40 ในไตรมาสนี้และธุรกิจมีผลกำไร\n10. ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้เท่ากับ 803 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 16.2 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน\nงบฐานะการเงิน\nสินทรัพย์รวม เท่ากับ 249,913 ล้านบาท ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 และเท่ากับ 246,849 ล้านบาท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 1.\nเพิ่มขึ้น 3,065 ล้านบาท หรือร้อยละ 1.2\nความสามารถในการบริหารทรัพย์สิน - มูลค่าของสินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น โดยการเปลี่ยนแปลงของรายการที่สำคัญ ได้แก่การ เพิ่มขึ้นของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 4,372 ล้านบาทจากการเตรียมการในการรักษาสภาพคล่องให้เพียงพอในช่วงภาวะ เศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอนจากสถาณการณ์นอกประเทศ และเงินลงทุนในการร่วมค้า 590 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการลงทุน เข้าซื้อหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 40 ของบริษัท เจดีสปอร์ตส์แฟชั่น (ประเทศไทย)\n2. หนี้สินรวม เท่ากับ 176,103 ล้านบาท ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 และเท่ากับ 177,561 ล้านบาท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 ลดลง 1,459 ล้านบาท หรือร้อยละ 0.8 โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้หมุนเวียนอื่นรวม 5,212 ล้านบาท ในขณะที่มีการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะสั้น 3,020 ล้านบาท\n3. ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม เท่ากับ 73,811 ล้านบาท ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 และเท่ากับ 69,287 ล้านบาท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 เพิ่มขึ้น 4,523 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 6.1 โดยมีสาเหตุหลักมาจากกำไรสะสมที่เพิ่มขึ้นจากกำไรสำหรับงวด 2,789 ล้าน บาท และองค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 1,614 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากผลต่างของอัตราแลกเปลี่ยนจากการแปลงค่า ข้อมูลทางการเงิน\nโครงสร้างเงินทุน\nโครงสร้างเงินทุนของบริษัทฯ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 ประกอบด้วย หนี้สินรวมจำนวน 176,103 ล้านบาท ซึ่งเป็นส่วนหนี้สินที่มีภาระ ดอกเบี้ยจำนวน 72,917 ล้านบาท (ไม่รวมหนี้สินตามสัญญาเช่า) ซึ่งประกอบด้วย เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบัน การเงิน 25,394 ล้านบาท ส่วนของเงินกู้ยืมระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี 16,413 ล้านบาท ส่วนของหุ้นกู้ที่ถึงกำหนดชำระ ภายในหนึ่งปี 5,699 ล้านบาท เงินกู้ยืมระยะสั้นจากบุคคลหรือกิจการที่เกี่ยวข้อง 65 ล้านบาท เงินกู้ยืมระยะยาว 16,696 ล้านบาท และ หุ้นกู้ 8,651 ล้านบาท โดยมีส่วนของผู้ถือหุ้นจำนวน 73,811 ล้านบาท บริษัทฯ มีอัตราหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น เท่ากับ 0.8 เท่า (โดยอัตราหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นในปัจจุบันยังตํ่ากว่าอัตราที่กำหนดไว้ของบริษัทในที่ 2.0 เท่า) ทั้งนี้ในเดือนพฤษภาคม 2569 บริษัทฯ ได้มีการออกหุ้นกู้จำนวนรวม 6,000 ล้านบาท ระยะเวลา 3-5 ปี\n10",
"metadata": {
"company": "CRC",
"year": 2569,
"quarter": 1,
"category": "financial_explanation",
"source": "PDF",
"document_type": "คำอธิบายงบการเงิน",
"page_number": 10,
"tags": [
"เพิ่มขึ้น",
"ร้อยละ",
"กู้ยืม",
"ปีก่อน",
"ไตรมาส",
"หนี้สิน",
"วันที่",
"บริษัท",
"ดอกเบี้ย",
"ผู้ถือหุ้น"
],
"layout_method": "column_aware",
"layout_columns": 1,
"layout_bands": 26,
"layout_tables": 0
}
},
{
"id": "CRC_2569_1_financial_explanation_37cbaab10cf44dca88d5e898a4d426b8",
"content": "งบกระแสเงินสด\nสำหรับงวดสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2569 กระแสเงินสดของบริษัทฯ มีดังนี้กระแสเงินสดสุทธิได้มา (ใช้ไป) จากการดำเนินงาน จำนวน 6,935 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,195 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อน 1.\nมีสาเหตุหลักจากการเปลี่ยนแปลงสินทรัพย์และหนี้สินดำเนินงานทำให้กระแสเงินสดเพิ่มขึ้น 1,501 ล้านบาท กำไรหลังปรับรายการที่กระทบเพื่อแสดงเป็นเงินสดลดลง 484 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ลดลง 179 ล้านบาท\n2. กระแสเงินสดสุทธิได้มา (ใช้ไป) จากกิจกรรมลงทุน (2,213) ล้านบาท ลดลง 513 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของเงินสดจ่ายเพื่อซื้อที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์สุทธิ 1,366 ล้านบาท ในขณะที่มีเงินสดจ่ายเพื่อซื้อเงิน ลงทุนในการร่วมค้าเพิ่มขึ้น 539 ล้านบาท\n3. กระแสเงินสดสุทธิได้มา (ใช้ไป) จากกิจกรรมจัดหาเงิน 207 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,192 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักมาจากเงินสดจ่ายชำระเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินสุทธิลดลง 3,000 ล้านบาท และดอกเบี้ยจ่ายลดลง 287 ล้านบาท\nปัจจัยที่อาจมีผลต่อการดำเนินงานหรือการเติบโตในอนาคต\nเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2568 กลุ่มกิจการได้เข้าทำสัญญากับบริษัท PICO Holdings Joint Stock Company ซึ่งเป็น ผู้ประกอบการค้าปลีกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าในประเทศเวียดนาม เพื่อจำหน่ายเงินลงทุนที่บริษัทกลุ่มกิจการถืออยู่ทั้ง ทางตรงและทางอ้อมในบริษัท NKT New Solution and Technology Development Investment Joint Stock Company (NKT) ซึ่งเป็น Holding Company สำหรับกลุ่มธุรกิจจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าภายใต้แบรนด์ค้าปลีก Nguyen Kim ในประเทศ เวียดนามและบริษัทย่อย ที่ถือหุ้นโดย NKT ในสัดส่วนร้อยละ 100 ที่มูลค่ากิจการ 36 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 1,137 ล้านบาท ดังนั้นสินทรัพย์และหนี้สินทีเกี่ยวข้องได้ถูกจัดประเภทเป็นสินทรัพย์ที่ถือไว้เพื่อขาย ทั้งนี้การจำหน่ายเงินลงทุนครั้งนี้เป็นกลยุทธ์ในการ ปรับพอร์ตธุรกิจของบริษัทฯ ในประเทศเวียดนาม ที่จะมุ่งเน้นการจัดสรรทรัพยากร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน เร่งการขยาย ธุรกิจ ตลอดจนสร้างผลตอบแทนที่ดียิ่งขึ้นให้กับ 2 ธุรกิจหลัก คือ กลุ่มฟู้ด และ พร็อพเพอร์ตี้ธุรกรรมข้างต้นสอดคล้องกับกลยุทธ์และนโยบายของบริษัทฯ ที่มุ่งเน้นการขยายธุรกิจในตลาดหลักที่มีศักยภาพสูง ได้แก่ประเทศไทย เวียดนาม และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพื่อสร้างการเติบโตระยะยาวและต่อยอดศักยภาพระหว่างธุรกิจในเครือ และการจำหน่ายเงิน ลงทุนนี้ได้เสร็จสิ้นแล้ว เมื่อวันที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2569\nทั้งนี้บริษัทฯ ยังคงยึดมั่นการเป็นองค์กร Resilience ที่พร้อมปรับตัว ยืดหยุ่น และดำเนินธุรกิจด้วยความระมัดระวัง โดยเดินหน้าต่อ ยอดความหลากหลายของพอร์ตโฟลิโอที่เป็นแบบ Multi-Format Multi-Category Omnichannel Retail และ Wholesale Platform ในประเทศไทย ประเทศเวียดนาม รวมทั้งให้ความสำคัญในด้านของความยั่งยืนขององค์กร นอกจากนี้ทางบริษัทฯ ได้มีการ ติดตามแผนดำเนินงานในแต่ละไตรมาสอย่างสมํ่าเสมอ รวมถึงมีการทบทวนเป็นประจำทุกปีเพื่อการบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ และลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น พร้อมทั้งการบริหารจัดการความเสี่ยงให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจ และพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป\n11",
"metadata": {
"company": "CRC",
"year": 2569,
"quarter": 1,
"category": "financial_explanation",
"source": "PDF",
"document_type": "คำอธิบายงบการเงิน",
"page_number": 11,
"tags": [
"เงินสด",
"ธุรกิจ",
"บริษัทฯ",
"ดำเนินงาน",
"เวียดนาม",
"เพิ่มขึ้น",
"บริษัท",
"ในประเทศ",
"จำหน่าย",
"วันที่"
],
"layout_method": "column_aware",
"layout_columns": 1,
"layout_bands": 23,
"layout_tables": 0
}
},
{
"id": "CRC_2569_1_financial_explanation_4e8fc6d61adf4815b10ad676fd7fcf98",
"content": "กลยุทธ์และแผนธุรกิจของบริษัทฯ ในระยะยาว\nบริษัทฯ พร้อมเดินหน้าสานต่อยุทธศาสตร์ 3 ปี New Heights, Next Growth ภายใต้กลยุทธ์ ‘Innovation in Action’ เพื่อยกระดับ ศักยภาพองค์กร ผ่าน 3 แนวทางหลัก ได้แก่อัพเกรดประสบการณ์การช้อปปิ้งแบบไร้รอยต่อ (Uplift Customer Experience) มุ่งต่อยอดความสำเร็จของแพลตฟอร์ม 1.\nOmnichannel ของเซ็นทรัล รีเทล ที่มียอดขายเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยการพัฒนาทั้งในส่วนของประสบการณ์หน้าร้านด้วย พนักงานที่พร้อมให้บริการแบบเฉพาะตัว, การปรับปรุงบรรยากาศภายในร้าน, การเพิ่มจุด Self-Checkout, การจัดอีเว้นท์ร่วมกัน ของธุรกิจในเครือ และการเพิ่มพื้นที่ไลฟ์สไตล์ต่าง ๆ ที่ช่วยดึงดูดทราฟฟิก เช่น โซนอาหาร โซนเกม และแชมเปญบาร์เป็นต้น ตลอดจนนำ AI มาช่วยยกระดับการช้อปปิ้งออนไลน์ให้รวดเร็วและง่ายดายยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการค้นหาสินค้า โปรโมชัน รวมถึง เชื่อมต่อประสบการณ์ระหว่างหน้าร้านและดิจิทัลผ่านบริการ Personal Shopper, Chat & Shop, Click & Collect และ Reserve & Collect ที่ทำให้ลูกค้าช้อปปิ้งได้อย่างสะดวกสบายไร้รอยต่อ\n2. อัพเกรดแบรนด์และสินค้าให้ทันสมัย (Reinvent Concepts and Merchandise) อาทิการพัฒนาสินค้าที่วางจำหน่ายใน ไฮเปอร์มาร์เก็ต GO! ประเทศเวียดนาม โดยเน้นกลุ่มเบเกอรี่อาหารพร้อมทาน สินค้าเกี่ยวกับบ้าน และสินค้า Private Label ให้ตอบโจทย์ลูกค้ามากยิ่งขึ้น ส่วนประเทศไทย จะเน้นเพิ่มความหลากหลายของแบรนด์สินค้าแฟชั่นชั้นนำจากไทยและเอเชีย พร้อมเร่ง เครื่องขยาย KIS & LOOKS Beauty Specialty Stores ปรับรูปแบบสาขาและราคาสินค้าให้เข้าถึงง่ายขึ้น เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้า Young & Mainstream\n3. อัพเกรดประสิทธิภาพการบริหารงานและขยายขีดความสามารถในการแข่งขัน ด้วยเทคโนโลยี (Drive Operational Excellence) โดยมีการยกระดับการดำเนินงานในหลายมิติอาทิการนำ AI มาใช้เสริมศักยภาพในการบริหารลูกค้า, การทำ การตลาด, การสั่งสินค้าและกำหนดราคา รวมถึงการบริหารจัดการหน้าร้าน ตลอดจนการเพิ่มประสิทธิภาพและความคล่องตัวใน การทำงานของพนักงาน เพื่อสร้างองค์กรที่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต นอกจากนี้ยังได้พัฒนา One Data Platform เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลลูกค้าจากทั้งออนไลน์และออฟไลน์ให้เป็นหนึ่งเดียว (Single View of Customer Data) ซึ่งจะช่วยให้บริษัทฯ สามารถเข้าใจพฤติกรรมลูกค้าได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น และสามารถนำเสนอ Omnichannel Coupon ที่ตอบโจทย์ลูกค้าในทุกช่องทางได้อย่างไร้รอยต่อ นอกจากนี้บริษัทฯ ยังมุ่งยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานด้านระบบ ทั้งการบริหารจัดการสต๊อกและการจัดส่ง สินค้าแบบครบวงจร\nนอกจากนี้เซ็นทรัล รีเทลมุ่งมั่นปรับปรุงกระบวนการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพในทุกหน่วยงาน พร้อมทั้งการบริหารจัดการความเสี่ยง ให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจ และพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป รวมถึงให้ความสำคัญกับการบริหารการเงินอย่างมีวินัยเพื่อ สร้างยอดขายและกำไรที่มีคุณภาพ รักษาความแข็งแกร่งทางการเงินเพื่อรองรับโอกาสในการควบรวมและเข้าซื้อกิจการ (M&A) ในอนาคต\n12",
"metadata": {
"company": "CRC",
"year": 2569,
"quarter": 1,
"category": "financial_explanation",
"source": "PDF",
"document_type": "คำอธิบายงบการเงิน",
"page_number": 12,
"tags": [
"สินค้า",
"ลูกค้า",
"การบริหาร",
"บริษัทฯ",
"ยกระดับ",
"อัพเกรด",
"ประสบการณ์",
"ช้อปปิ้ง",
"รอยต่อ",
"ดำเนินงาน"
],
"layout_method": "column_aware",
"layout_columns": 1,
"layout_bands": 22,
"layout_tables": 0
}
}
]
}
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CRC ไตรมาส 1/2569
รายได้รวม
58,724.51
ล้านบาท
↓ 15.2% YoY
กำไรขั้นต้น
10,559.97
ล้านบาท
↓ 44% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
17.98
%
กำไรสุทธิ
2,630.14
ล้านบาท
↑ 20.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.48
%
D/E Ratio
2.56
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
58,725
↓ -15.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
10,560
↓ -44%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
2,630
↑ + 20.8%
YoY
D/E Ratio
2.56
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CRC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.56
ROE (%)
11.03
ROA (%)
5.38
Book Value/หุ้น
11.01
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CRC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,273
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+10,628
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CRC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,273.40
-170.57%
|
1,804.49
-421.07%
|
-562.02
-102.58%
|
21,801.50
+2.82%
|
21,202.69
+77.27%
|
11,960.81
-34.94%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
10,627.66
+6.86%
|
9,944.99
+75.95%
|
5,652.17
+39.70%
|
4,045.85
-79.37%
|
19,615.10
-323.44%
|
-8,778.82
-35.39%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-9,434.01
-413.70%
|
3,007.29
-58.06%
|
7,169.81
-31.78%
|
10,509.56
-141.91%
|
-25,075.24
-963.05%
|
2,905.43
-144.84%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
441.80
-96.12%
|
11,375.83
+3.75%
|
10,964.21
-14.37%
|
12,804.26
+174.10%
|
4,671.43
-173.91%
|
-6,320.01
+537.16%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
9,274.67
-35.46%
|
14,371.23
-2.34%
|
14,716.00
-11.24%
|
16,579.39
+4.20%
|
15,911.87
+57.97%
|
10,073.02
-8.96%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
9,796.90
+5.63%
|
9,274.67
-35.46%
|
14,371.23
-2.34%
|
14,716.00
-11.24%
|
16,579.39
+4.20%
|
15,911.87
+57.97%
|